มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 42 ความขัดแย้ง

    แม้แต่ตัวของฉินอู๋โหย่วเองก็ไม่สามารถที่จะถอนอักขระชิ้นนี้ได้ แต่ตัวของหลินเทียนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไรมากนัก เพราะตัวของเขาเองนั้นก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าจุดประสงค์ของมู่หลานหลานนั้นหาได้มีจิตคิดร้ายต่อตน เพียงแต่ตัวของหลินเทียนเองยังรู้สึกไม่คุ้นชินที่ตัวของถูกจำกัดอิสระภาพเช่นนี้ หลังจากที่ตัวของหลินเทียนกับไปที่พักของตนทางด้านตัวของฉินอู๋โหย่วก็ได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับผู้อำนวยการชิงหลงได้รับทราบ เพราะเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลินเทียนนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดาสามัญเลย ตัวตนระดับฉินอู๋โหย่วนั้นเป็นตัวตนระดับไหนแต่กลับไม่สามารถที่จะแก้อักขระเด็กน้อยเช่นนี้ได้ ไม่แน่ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้มันอาจจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เขาคาดคิดก็เป็นได้“เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจริงๆอย่างงั้นเหรอ ฉินอู๋โหย่ว” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวถามกับสหายของตนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างถึงที่สุด ใครจะไปทำใจเชื่อได้ลงคอก็ในเมื่อตัวของชินอู๋โหย่วเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญศาสตร์มืดและผู้เชี่ยวชาญทางด้านอักขระที่เก่งกาจที่สุดของทวีปแต่กลับไม่สามารถถอนอักขระให้กับหลินเทียนได้ พวกมันไม่อยากจะคาดคิดเลยว่าผู้ที่ลงมือวาดอักขระไปที่ร่างของหลินเทียนนั้นเป็นตัวตนเช่นใด“ข้าเองก็ไม่อยากที่จะทำใจเชื้อเช่นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ตัวข้าไม่สามารถที่จะถอนอักขระให้กับเจ้าหนุ่มนั่นได้ อักขระที่อยู่ภายในกายของมันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอักขระโบราณทั้งสิ้นดูเหมือนคนผู้นี้จะล้วงรู้ถึงขีดความสามารถของข้าเป็นอย่างดี” ทางด้านตัวของฉินอู๋โหย่วเองสภาพของมันในยามนี้นั้นไม่ค่อยที่จะอยู่ในอาการที่จะสบอารมณ์มากนัก“เป็นไปได้สูงว่าพวกมันไม่ใช่คนของทวีปนี้ เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินข่าวคราวที่แปลกประหลาดว่าอยู่ๆมหาเวทที่ปกเขตแดนนั้นอยู่ๆก็หยุดทำงานลงอย่างไม่ทราบสาเหตุไม่แน่ว่ามันอาจจะมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ก็เป็นไปได้แต่ข้าคิดว่าพลังฝีมือของพวกมันนั้นจะต้องไม่ต่ำทรามอย่างแน่นอนดีไม่ดีอาจจะเป็นตัวตนระดับสุดยอดก็เป็นได้” ข่าวคราวเกี่ยวกับมหาเวทที่ปกป้องเขตแดนหยุดทำงานนั้นถูกแพร่กระจายไปหลายอาณาจักร เขตเวทนี้นั้นถูกสร้างมาเพื่อป้องกันการบุกรุกของผู้เป็นศัตรูของตน แต่ใครมันจะไปคาดคิดได้ว่าท่านพ่อและท่านปู่ท่านย่าของมู่หลานหลานนั้นจะสามารถข้ามมันได้ง่ายราวกับว่ามันเป็นสวนหลังบ้านของตน“ชิงหลงแต่เจ้าก็วางใจเถอะข้ามั่นใจว่าคนพวกนั้นไม่ได้มีจิตคิดร้ายต่อหลินเทียนแน่ หากพวกมันมีจิตคิดร้ายจริงด้วยความสามารถของพวกมันมีหรือที่จะสังหารหลินเทียนไม่ได้” ถึงแม้ว่าฉินอู๋โหย่วจะไม่สามารถถอนอักขระให้กับหลินเทียนได้แต่สิ่งที่ตัวของมันมั่นใจเจ้าอักขระนี้นั้นไม่ได้มีอันตรายต่อหลินเทียน“เป็นเช่นนั้นก็ดี ตัวของเขานั้นเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวมันไม่ใช่อะไรที่จะหามาทดแทนได้เลย” ไม่ว่ามันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็แล้วแต่นี่ก็นับถือว่าดีมากแล้วที่ชีวิตของหลินเทียนยังปลอดภัยดี หากให้เวลาเขาสักหน่อยเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นจะต้องเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน และสาเหตุที่ตัวของชิงหลงไม่ค่อยที่จะให้การช่วยเหลือกับหลินเทียนมากนักนั่นเป็นเพราะตัวของเขาต้องการที่จะให้เด็กหนุ่มเติบใหญ่ด้วยตัวของตัวเอง
    ณ ส่วนลึกของป่าพฤกษาหมื่นปีสถานที่แห่งนี้นั้นมีแต่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากมายมากเกินกว่าที่ผู้คนนั้นจะจินตนาการได้ถึง มีเพียงแต่ตัวตนระดับสุดยอดเท่านั้นที่จะสามารถเข้ามาสู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้นั่นเป็นเพราสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่มีระดับที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง“ข้าไม่คิดเลยว่าทวีปที่สุดแสนจะอ่อนแอเช่นนี้กับมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ด้วย” ปู่ของมู่หลานหลาน กล่าววาจาที่ชื่นชมออกมานอกจากที่พวกตนจะพารุ่นเยาว์มาเก็บตัวฝึกตนแล้ว พวกตนเองก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวทรัพยากรไม่น้อยเลยทีเดียวนับว่าตนเองพากันมาที่นี่ไม่เสียเที่ยวแล้วมีแต่ได้กับได้“ชิ ข้ามาถึงตั้งครึ่งวันแล้ว แต่เจ้าลูกไม่รักดีนั่นมันก็ยังไม่มาสักเสียที” ท่านย่า ของมู่หลานหลานกล่าววาจาออกมาด้วยความรู้สึกที่ไม่สบอารมณ์มากนัก นางอยากจะสับสังหารมู่ชิงเสียเต็มแก่“เอ่อ…คือว่า คือว่าท่านประมุขพาคุณหนูมู่ชิงไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ขอรับ ไม่เกินช่วงหัวค่ำนี้พวกท่านก็น่าจะกลับมาถึง” ทหารผู้ติดตามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดขัดอย่างถึงที่สุดถึงแม้ว่าในยามปกตินั้นนายหญิงผู้เฒ่านั้นจะเป็นบุคคลที่อารมณ์ดีเป็นอย่างมากแต่ในยามที่ตัวของนางที่กำลังอยู่ในอารมณ์โมโหถึงขีดสุด ตัวตนของนางนั้นช่างน่าหวาดกลัว“ชิ เจ้าลูกไม่รักดีคนนี้ยิ่งอายุของมันมากขึ้นนับวันจะมีแต่ที่จะเริ่มเลอะเลือน” หญิงชราเบื่อหน่ายบุตรชายของตนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้นางห้ามแล้วห้ามอีกว่าห้ามนำเด็กมู่ชิงมาเลี้ยงสุดท้ายแล้วก็เกิดเรื่องขึ้นกับหลานสาวของนางจนได้“ท่านประมุขกลับมาแล้ว” ในระหว่างที่หญิงชรากำลังอยู่ในอารมณ์หัวเสียอย่างถึงขีดสุดในที่สุดลูกชายตัวดีของนางก็กลับมาแล้วพร้อมทั้งนังเด็กสารเลวไม่รักดีนั่นด้วย หลังสิ้นเสียงของทหารรับใช้ไม่นานร่างกายของหญิงชราและชายชราต่างพากันเคลื่อนไหวกันอย่างพร้อมเพียง ทางด้านของมู่หลานหลานตัวของนางก็ห้ามท่านปูท่านย่าของนางแล้วว่านางจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวของนางเองหวืดดด หวืดดด ตู๊มมมมมมมมมม มวลมิติบิดเบี้ยวไปหมดเกิดกระแสลมแรงมากมายภายในพื้นที่บริเวณแห่งนี้เป้าหมายของพวกมันนั้นก็คือมู่ชิงนั่นเองไม่ว่าใครก็มองตามท่านผู้เฒ่าทั้งสองด้วยสายตาไม่ทัน ทางด้านตัวของท่านประมุขสีหน้าถอดสีอย่างถึงขีดสุดว่าทำไมท่านพ่อท่านแม่ของตนถึงได้ดูเกรี้ยวกาจมากมายถึงเพียงนี้แถมยังจะมาทำร้ายลูกบุญธรรมของตนเองตู๊มมมมม ท่านพ่อของมู่หลานหลานสามารถตั้งรับการโจมตีของเฒ่าผู้ชราทั้งสองได้อย่างไม่ยากเย็นนักตัวของมันในยามนี้นั้นเป็นถึงผู้นำสูงสุดของตระกูลของตนฝีมือของมันจะต่ำทรามไปได้อย่างไร“ท่านพ่อท่านแม่ได้โปรดหยุดมือ มีเรื่องอะไรพวกเราสามารถแก้ปัญหาด้วยคำพูดได้นิ พวกท่านเสียสติไปแล้วอย่างงั้นเหรอ” สีหน้าและท่าทางของท่านประมุขในยามนี้นั้นถึงกับมีหน้าตาเขียวคล้ำ พลังฝีมือท่านพ่อท่านแม่ของตนนั้นไม่ธรรมดาเสียเลยตัวของมันแทบที่จะใช้พลังทั้งหมดเกี่ยวกับการตั้งรับของคนทั้งสอง ทางด้านของปู่และย่าของมู่หลานหลาน พวกขาต่างก็ยอมถอนฝ่ามือของตนอย่างโดยดีเพราะเจ้าลูกหัวรั้นผู้นี้พลังฝีมือของมันนั้นไม่ธรรมดาเลยขืนปะทะกันต่อไปมีแต่จะสิ้นเปลืองแรงกันเสียเปล่าๆหลังจากนั้นไม่นานท่านปู่และท่านย่าของนางก็ได้เล่าเรื่องราวทุกเรื่องให้กับท่านพ่อของนางได้รับฟังแต่สีหน้าและท่าทางของท่านพ่อของนางนั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ“ท่านพ่อข้าจะไปทำร้ายน้องสาวที่รักยิ่งของข้าได้ไง ทั้งตัวท่านแล้วก็น้องมู่หลานหลานพวกท่านก็ล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวของข้า ข้าไม่มีวันที่จะทำร้ายครอบครัวของข้าเป็นอันขาด” มู่ชิงถึงกับบีบน้ำตาออกมาอย่างน่าสงสาร สภาพของนางในยามนี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากสาวน้อยที่ไร้ทางสู้ราวกับว่ามีผู้คนมากมายกำลังรวมหัวกันใส่ร้ายที่ตัวของนาง“มู่หลานหลาน ข้านั้นเข้าใจเจ้าดีว่าเจ้านั้นไม่ชอบพี่สาวของเจ้าขนาดไหน แต่ตัวของข้านั้นไม่คาดคิดเลยว่าตัวของเจ้าถึงกับสร้างเรื่องเช่นนี้ขึ้น” ไม่เพียงว่าท่านพ่อของนางนั้นจะไม่เชื่อถือในตัวนางแม้แต่น้อยแต่ตัวของเขากับดุด่านางต่อหน้าผู้คนมากมาย“เจ้าลูกโง่ นี่เจ้าเป็นพ่อคนประสาอะไรถึงกับไม่รู้จักนิสัยใจคอของลูกเจ้า” ท่านปู่ของมู่หลานหลานอดไม่ได้ที่จะดุด่าลูกชายของตน เจ้าคนผู้นี้นั้นมันโตแต่ตัวจริงๆแต่สมองของมันนั้นกับเท่าเม็ดถั่ว“ท่านพ่อหยุดเพียงแค่นี้เถอะ ข้ารู้จักมู่หลานหลานดี นางเกรงกลัวว่า มู่ชิงนั้นจะแย่งความรักจากข้าไปจากนางแต่ข้าขอประกาศ ณ ตรงนี้เลยว่าตัวของข้านั้นรักลูกเท่ากันไม่ลำเอียงข้างไหนทั้งสิ้น” มู่ชิงนั้นเป็นบุตรสาวของเพื่อนรักของตนที่ตัวเขานั้นได้ตายจากไปเขาได้ตั้งมั่นกับตัวเองแล้วว่าจะดูแลเด็กสาวนางนี้ไม่ต่างอะไรไปจากลูกในไส้ของตัวเองตัวของเขานั้นไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาดว่าเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้จะทำร้ายมู่หลานหลานได้“ท่านปู่ท่านย่าพอแค่นี้เถอะนี่ท่านยังไม่รู้จักนิสัยของท่านพ่อของข้าดีพออีกอย่างงั้นเหรอทั้งที่ตัวท่านก็เลี้ยงท่านพ่อของข้ามา แต่ตัวของท่านนั้นไม่ต้องห่วงข้าจะต้องจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยตนเองแน่” มู่หลานหลานขอร้องให้ท่านปู่ท่านย่าของนางหยุดลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะตัวของนางนั้นย่อมรู้อยู่แก่ใจดีว่าท่านพ่อของนางไม่มีวันที่จะเชื่อถือในตัวนางเป็นอันขาด 

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน