ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่837 ใจกลางทวีปมืด

          อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้างอย่างไม่ปิดบัง ถึงความยินดีภายในใจของเขา ก่อนตัวเขาจะโบกฝ่ามือ เก็บพันธสัญญาโลหิตเหล่านั้นกลับไป ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการที่อี้เฉิน กุมกำลังของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เอาไว้

 


         บรรยากาศที่อึมครึม หนักอึ้ง รอบด้าน เริ่มทำให้หมู่ชนโดยทั่ว หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อหมู่ชนเห็นใบหน้าบูดเบี้ยว ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่บางคน แม้แต่บุตรชาย ของจักรพรรดิจ้าวหานเฟิง ยังยกฝ่ามือ ชี้นิ้วมาที่อี้เฉิน ด้วยความไม่พอใจ แม้พวกเขาจะอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน แต่เมื่อเทียบความสำเร็จกับอี้เฉินแล้ว ตัวจ้าวอิงจือ เขาจะเป็นอะไรได้ เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญ บนจุดสูงสุดของโลกหล้า

 


         “เจ้าไปกับข้า ได้แล้วกระมังอี้เฉิน!!” คำพูดเสียงเรียบนิ่งของม่อลู่ แม้จะเอ่ยไม่ดังมากนัก ส่งตรงไปหาอี้เฉิน ทว่ามันตัดฉับ บรรยากาศที่หนักอึ้ง ลงไปในทันใด เมื่อได้ยินคำพูดของสตรีนางนั้น กล่าวพูดออกมา

 


“อี้เฉินเขาจะไปแล้วเช่นนั้นหรือ แล้วเขาจะไปที่ใดกัน?” หมู่ชนใบหน้าครุ่นคิด ตั้งคำถามขึ้นมาทันที ที่เห็นอี้เฉินพยักหน้ารับคำสตรีอาภรณ์สีทอง

 


         อี้หลิน นางถึงกับเบ้ปาก ท่านพ่อของนาง ออกมาอย่างไม่พอใจ ที่เห็นท่านพ่อนาง คิดจะไปทวีปมืดเพียงลำพัง ไม่เว้นแม้แต่พวกมิตรสหายของอี้เฉิน โดยเฉพาะเยว่ชิงเซียน ที่เม้มริมฝีปากเข้าหากันจนแน่น สายตามีความอาลัย อยากจะดึงรั้งตัวอี้เฉินไว้

 


          ด้านฮูหยินอวิ๋นฉินอิน สายตาที่แก่ชรานุ่มลึกของนาง หม่นแสงลงไปน้อยๆ กล่าวพูดพึมพำออกมา ราวกับเป็นการตัดพ้อที่ต้องเห็นอี้เฉิน แยกจากกันอีกครั้ง “นึกว่าพวกเรา จะได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว อีกครั้งแล้วเสียอีก” พร้อมเสียงถอนลมหายใจของหญิงชรา เฮ้อ!! จะดังออกมาด้วยความเสียดาย ภาพอี้เฉินทับซ้อน กับจักรพรรดิอี้เทียนหรง ที่ตัดสินใจหนักแน่น ทำให้นางหวนนึกถึง เรื่องวันวานในทันใด

 


         อี้ฟางหรง แม้แต่นางยังกำฝ่ามือไว้จนแน่น เมื่อเห็นอี้เฉินจ้องไปบริเวณหนึ่ง อย่างไม่วางตาเมื่อ เห็นกลุ่มคนสืบฝีเท้ามาเยือน ที่อี้เฉินคุ้นตา นางก็คือพวกจางเหมย พร้อมกับเจ้าสงครามน้อย เจียวหยาง อาเม่ย

 


อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง กล่าวพูดขึ้นมาทันที “พวกเจ้าสบายดีนะ”

 


สงครามน้อย เผยรอยยิ้มดีใจออกมากว้าง ก่อนประสานฝ่ามือคำนับท่านอาจารย์ออกมา “พวกข้าสบายดี ขอรับท่านอาจารย์”

 


         “ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราเป็นราชาอมตะแล้ว อีกไม่ช้าจะเป็นกำลังให้กับท่านอาจารย์ได้ ฮ่าๆ” เจียวหยาง ชายหนุ่มร่างใหญ่กำยำกล่าวพูด ออกมาด้วยความเชื่อมั่น

 


         อี้เฉินเข้าไปตบไหล่ทักทาย พวกเขาอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะรับรู้ได้ว่า อาเม่ยนางตั้งท้อง เด็กอ่อนๆ อยู่ตอนนี้ ทำให้หญิงสาวกลอกกลิ้งสายตาลุกลี้ลุกลน ใส่ผู้เป็นอาจารย์ทันที เมื่อเห็นอี้เฉิน จ้องมองสงครามน้อยอย่างไม่วางตา

 


สงครามน้อย รีบหลบเลี่ยงสายตาจากผู้เป็นอาจารย์ ขำแห้งๆ ออกมากลบเกลื่อนทันที แหะๆ !!

 


อี้เฉินแค่นเสียงขึ้นมาเล็กน้อย “เจ้าคงจะไม่ได้สร้างเรื่อง ให้นางต้องลำบากใจ หรอกกระมัง สงครามน้อย”

 


เสียงทั้งสองเอ่ยพูดประสาน ออกมาอย่างพร้อมเพรียง “ไม่เลย! ไม่เลย! ไม่เลย! ท่านอาจารย์”

 


แม้แต่เจียวหยาง ชายหนุ่มสมองช้า ยังเกาหัวออกมา แกร็กๆ “พวกเจ้าพูด ไม่เลย ตั้งสามครั้งเลยนะ มันหมายความว่าอย่างไร”

 


         ก่อนอี้เฉินจะส่ายหัว ครั้นเห็นพวกสงครามน้อย ยังยิ้มได้ มันก็ทำให้อี้เฉินเบาใจ มองไปที่จางเหมย นางอยู่ในขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิแล้วตอนนี้ ‘ไม่คิดว่าเด็กสาว ที่เดินตามตัวเขาในวัยเยาว์ ภายในหมู่บ้านลมหวน บัดนี้นางจะเติบโต มาได้ถึงขนาดนี้’

 


        จางเหมยที่เห็นสายตาอี้เฉิน นางรับรู้ได้ทันทีอี้เฉิน คิดจะไปยังทวีปมืด เพื่อช่วยเหลือตัวของ ท่านพี่เปาเปา  จางเหมย นางกล่าวพูดออกมา ไม่อ้อมค้อม อีกต่อไป “พี่อี้เฉิน ข้าขอติดตามท่านไปช่วยเหลือ ท่านพี่เปาเปา บุกฝ่าฟันทวีปมืด ไปพร้อมกับท่าน ได้หรือไม่?”

 


         หมู่ชนที่ได้ยินอี้เฉินคิดจะบุกฝ่าฟันทวีปมืด ไปด้วยตัวคนเดียว พวกเขาถึงกับไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนร่างอี้เฉินจะหาย ฟึบ!! มาหาอี้หลิน กล่าวพูด อำลาบุตรสาว “อี้หลินเจ้าอยู่กับท่านอาจารย์ เยว่ชิงเซียนของเจ้าไปก่อน อีกไม่ช้าข้าจะกลับมาหาเจ้า บุตรสาวของข้า”

 


        ก่อนอี้เฉินจะประสานฝ่ามือ คำนับออกมาหาเยว่ชิงเซียน ชนิดที่ผู้ยิ่งใหญ่คนใด ยังไม่กล้าก้มศีรษะมากขนาดนี้ จนเยว่ชิงเซียน นางต้องมาดึงมืออี้เฉินขึ้นมา

 


“เจ้าอย่าทำเช่นนี้ อี้เฉิน เจ้าเป็นถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ”

 


ทว่าด้านอี้เฉินเขาไม่เคยคิดเช่นนั้น ผู้ยิ่งใหญ่ สำหรับตัวเขาจะเป็นอะไรได้

 


         ก่อนเยว่ชิงเซียน นางจะกล่าวพูดออกมาอีกประโยค แฝงไว้ด้วยน้ำเสียงฉุดรั้งตัวของอี้เฉินไว้ “เจ้าไม่ลองคิดใหม่ หน่อยหรืออี้เฉิน” พร้อมใบหน้านางที่แดง น้อยๆ เมื่อสบสายตาอี้เฉินขึ้นมา ราวกับว่าความรู้สึก เก่าๆ ของนางจะเริ่มหวนคืนกลับมา ยามที่พานพบชายหนุ่มผมขาวในยามอดีต

 


อี้ฟางหรงนางเองก็สืบฝีเท้า มากล่าวเตือนอี้เฉินเช่นกัน “เจ้าเอาจริงหรืออี้เฉิน ที่จะไปเพียงลำพังเช่นนี้?”

 


          อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง “ข้ากลายเป็นจักรพรรดิแท้จริง แล้วนะท่านพี่อี้ฟางหรง ท่านอย่าได้กังวล” แม้อี้เฉินอยากจะ นำกำลังบุกฝ่าฟันไปมากเท่าใด แต่เกรงว่าทำเช่นนั้น ม่อลู่นางต้องไม่ยินยอมแน่ จากสายตาของนาง

 


          อีกอย่างอี้เฉินเองก็ไม่อยากให้เปาเปา ต้องโดนลูกหลงจากจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ซึ่งข้อนี้แม้แต่เขากับตัวของจางเหมย ก็ไม่อาจคาดการณ์ ความเป็นไปของสงครามได้

 


ซีเผิง โม่กวางที่เห็นความดื้อรั้นของอี้เฉิน พวกเขาเอ่ยพูดออกมาทันที “หากเจ้ามีอะไรติดต่อมาหาข้า ..ตัวข้าพร้อมจะเป็นกำลังให้กับเจ้า”

 


          ซีเผิงเองก็พยักหน้าออกมาเช่นกัน “ข้าเองก็เป็นครึ่งก้าวจักรพรรดิแล้วนะอี้เฉิน หากเจ้าเอ่ยสั่ง ข้าพร้อมบุกฝ่าฟัน ไปพร้อมกับเจ้า ต่อให้เป็นปากหุบเหวอเวจีก็ตาม”

 


          อี้เฉินพยักหน้าให้มิตรสหาย รับแผ่นยันต์ ส่งข้อความของโม่กวาง ก่อนจะเหยียบอากาศ ฟึบ!! ออกไปหาม่อลู่ กับจางเหมยที่รออยู่ก่อนแล้ว แหวกมิติสีฟ้าออกกว้างอย่างรวดเร็ว ก่อนร่างพวกเขา จะหายเข้าไปภายในมิติที่ว่างเปล่า

 


แม้แต่จักรพรรดิเต่าชรา ยังส่ายหัวกล่าวพูดพึมพำออกมา “เหมือนว่าทวีปมืด จะมีบางสิ่งที่สำคัญกับตัวของอี้เฉินมากซินะ”

 


“เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น ทั้งๆ ที่เขาสั่งการพวกเราได้ แท้ๆ” ก่อนเสียงถอนลมหายใจเหล่าจักรพรรดิ จะดังออกมายาว เฮ้อ!!

 


         ไม่เว้นแม้แต่ ผู้คนทั่วอาณา ที่เห็นเป็นประจักษ์พยาน ความรุ่งโรจน์ของอี้เฉิน พร้อมดินแดนจักรพรรดิ กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ทว่าไม่รู้ความบ้าคลั่ง นั้นจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อใด

 


แต่ที่แน่นอนว่าไม่ช้า มหาพิภพนี้ จะต้องวุ่นวาย อลหม่าน อย่างไม่เคยปรากฏ เกิดขึ้นมาก่อนอีกครั้งแน่ จากตัวของอี้เฉิน ที่ราวกับเป็นตัวหายนะ

 


***



           อีกฟากหนึ่งของทวีปมืดที่ห่างไกลหม่นแสง เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ แม้แต่ปวงประชา ต่างก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป เมื่อรับรู้ถึงริ้วคลื่น การต่อสู้ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ สาดกระจายออกมาทั่วจักรวาล จนสั่นไหว ภาพสวรรค์ร่ำไห้ กับการตายตกของผู้เชี่ยวชาญ บนจุดสูงสุดของโลกหล้า ตายตกลงไป ติดๆ กัน ย่อมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

 

         พวกเขาต่างก็จับตาดู สถานการณ์ความเป็นไปอย่างใกล้ชิด แม้ภายในใจ จะคลี่ยิ้มอยู่ไม่น้อยก็ตาม เมื่อเห็นความวินาศสันตะโร ของศัตรูคู่แค้น คนดินแดนจักรพรรดิ

 


        ก่อนมิติสีฟ้า จะเปิดแยกแหวกออกเป็นทางยาว เหนือบึงน้ำสีดำสนิทเข้มข้นกว้างใหญ่ แพร่ริ้วคลื่นหมอกปราณพลังสีดำหนา ลอยออกมาคละคลุ้งออกไปทั่วอาณาทวีปมืด หนาแน่นกว่าสถานที่อื่นๆเป็นอย่างมาก จนอี้เฉินรับรู้ได้

 


“หืม!! ใจกลางทวีปมืด เช่นนั้นหรือ”

 


          แม้แต่จางเหมย นางยังเกิดอาการเวียนหัวขึ้นมาอย่างหนักหน่วง มีสภาพคล้ายกับคนถูกครอบงำ บางครั้งนางยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ปรากฏแต้มสีดำกลางหว่างคิ้ว ขึ้นมาจางๆ บางครั้งใบหน้านางก็บูดเบี้ยว ราวกับคนเจ็บปวด ต่อสู้กับความคิดของตนเอง อย่างบ้าคลั่งภายในโสตประสาท

 


        อี้เฉินหมุนวาดฝ่ามือ แต้มกลางหน้าผากจางเหมย ด้วยรอยสลักโลหิตของเขา ที่แฝงไว้ด้วยปราณพลังศักดิ์สิทธิ์ ให้นางครองสติ ของตนเองเอาไว้ได้ในเสี้ยวฉับพลัน

 


          จางเหมย ค่อยๆ กลับมาควบคุมลมหายใจ ของนางได้อีกครั้ง แม้กายาจะเปียกชุ่ม ไปด้วยเม็ดเหงื่อก็ตาม “เหมือนว่าข้าจะเป็นภาระของท่านเสียแล้ว พี่อี้เฉิน”

 


         อี้เฉินส่ายหัว โบกฝ่ามือให้นางราวกับเป็นเรื่องไม่ใส่ใจ ตอนแรกกว่าเขา จะควบคุมอารมณ์ตนเอง ไม่ให้ถูกความมืดเข้าครอบงำ ก็ใช้เวลาไม่น้อยเช่นกัน หากเมื่อเทียบกับจางเหมย นางยังดูดีกว่าเขาเยอะในยามนี้


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน