เมื่อกล่าวจบในอกสิ่งมีชีวิตทั้งหลายจากเมืองพิทักษ์ต่างกระตุกวูบดุจอัสนีฟาดผ่า
เจ้าหนุ่มนี่มันปากกล้ายิ่งนัก!ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้นหนำซ้ำยังโอหังยิ่งกว่าทรราชสวรรค์ที่อยู่เบื้องหน้าเสียอีก
ผู้สืบทอดสายเลือดแห่งกายาทรราชสวรรค์ที่แกร่งจนต้านทานการโจมตีของผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณได้นั้นล้วนแต่เป็นเศษสวะในสายตามู่เวิ่นเซียน
แต่เขาไม่รู้หรือ... ว่าดาวทรราชนั้นมีผู้ดำรงอยู่ซึ่งระดับกึ่งจักรพรรดิ!
"เจ้าว่ากระไรนะ!"
"บังอาจลบหลู่บรรพชนของข้าหรือ!!!"
ราชันย์ผู้พิชิตบันดาลโทสะเส้นผมสีม่วงปลิวไสวราวพายุ คำรามด้วยเสียงกึกก้องราวสายฟ้าฟาด
เพียงอ้าปากคำรามก็บังเกิดเป็นห้วงธารดาราอันไกลโพ้น แผ่ซ่านคลื่นพลังขาวโพลน
ความผันผวนไร้ขอบเขตปะทุขึ้นจากจุดศูนย์กลางของทั้งสองเข้าบดขยี้สัตว์อสูรที่บินวนอยู่ไกลนับหมื่นลี้ให้กลายเป็นฝนโลหิต
ตูม!!!
มู่เวิ่นเซียนมีสีหน้าสงบราวผิวน้ำร่างกายเปล่งประกายเทพรางเลือน คล้ายจะหลอมเข้ากับฟ้าดินแห่งนี้
เขากระดิกนิ้วเพียงแผ่วเบาห้วงอากาศก็บิดเบี้ยว ส่งเสียงดังกัมปนาท
ชั่วพริบตาก็สยบการโจมตีตรงหน้าอย่างง่ายดายเหมือนสายลมที่พัดผ่าน
"เพียงขยับกายก็บังเกิดเคล็ดวิชา!"
"กายวิถีแต่กำเนิดผสานเข้ากับห้วงอากาศ!"
อัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งเบิกตากว้างด้วยสีหน้าตระหนก
วิชาเช่นนี้ช่างทรงพลังเหลือเกินผสานวิถีเข้ากับห้วงอากาศ แทบจะยืนอยู่เหนือความพ่ายแพ้ทั้งปวง
"ก็แค่นั้น"
"กายาทรราชสวรรค์ไม่คู่ควรมาต่อกรกับข้า"
ในความสงบของมู่เวิ่นเซียนแฝงไว้ซึ่งความเย็นเยียบปะทะคารมกันอย่างดุเดือด!
"สมควรตาย!"
ราชันย์ผู้พิชิตโคจรพลังอย่างเต็มที่
เขาเหยียบย่างไปทั่วจักรวาลและห้วงดาราต่อสู้กับเหล่าราชันย์แห่งหมื่นเผ่าโดยไม่เคยพ่ายแพ้เลยสักครา
ไฉนเลยจะเคยถูกดูแคลนถึงเพียงนี้เขาสาบานในใจว่าจะต้องสังหารเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ให้จงได้!
ราชันย์ผู้พิชิตคำรามก้องจนแผ่นดินสะเทือนกลืนกินไปทั้งขุนเขาและสายนที ธารดาราแห่งเก้าฟ้าคล้ายสะเทือนอย่างหนักประหนึ่งดาวหางยักษ์กำลังพุ่งเข้าชน!
มู่เวิ่นเซียนหัวเราะเยาะร่างกายอาบไปด้วยแสงสีทอง พลังโลหิตอันมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าสะเทือนสะท้านหกทิศ นิ้วมือทั้งหมดกำเป็นหมัดเข้าปะทะ!
ตูม!!! ตูม!!!
ในชั่วพริบตา ทั้งสองก็ปะทะกันเดือดยิ่ง!
คล้ายกับวันโลกาวินาศมาเยือนพลังกระเทือนไปทั่วฟ้าดิน ขุนเขาทลาย ธารดาราแตกสลายพลังงานระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงแผ่ขยายออกไปทุกสารทิศ
สีหน้าของเหล่าผู้ฝึกตนในเมืองพิทักษ์เริ่มไม่สู้ดีรีบเร่งพลังในร่างเพื่อต้านแรงกระแทก
ปัง!!!
กายาทรราชสวรรค์กายวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด
พลังของร่างกายของทั้งสองนี้แข็งแกร่งยิ่งนักเมื่อกำปั้นและเท้าปะทะกัน กลับส่งเสียงก้องดุจโลหะกระแทกกันดุจอาวุธศักดิ์สิทธิ์เข้าห้ำหั่น
เพียงชั่วครู่ทั้งสองก็สู้กันไปกว่าสิบกระบวนท่าแล้ว
ดวงตาของมู่เวิ่นเซียนคมกริบในพลังโลหิตพันเกี่ยวไปด้วยอณูแห่งความโกลาหลอันลึกลับและมืดมิดรางๆคล้ายจะทำลายล้างสรรพสิ่งโดยไร้ผู้ต้านทานไหว
ร่างกายของเขาครึ่งหนึ่งจมดิ่งอยู่ในห้วงอากาศแสงแห่งหมื่นวิถีโปรยปรายเหนือศีรษะสามฉื่อ [1] พุ่งเข้าใส่ราชันย์ผู้พิชิตเสียงกึกก้องกัมปนาทราวกับกองทัพนับพันหมื่นกำลังเคลื่อนพล สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน
ตูม!!!
ราชันย์ผู้พิชิตเสมือนถูกจองจำวิถีถูกกดข่มอย่างหนัก รัศมีเทพที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งร่วงหล่นลงมาเจาะทะลวงทรวงอกด้านซ้ายของเขา โลหิตสีม่วงจำนวนมากไหลรินส่องประกายแสงงดงามดุจเทพปีศาจหลั่งโลหิต
"เข้ามา!"
ราชันย์ผู้พิชิตคำรามก้องเส้นผมสีม่วงปลิวไสว โลหิตแห่งกายาทรราชสวรรค์พลันเดือดพล่านแล้วเริ่มสมานบาดแผลบริเวณอกอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันอานุภาพพลังของเขาก็กำลังไต่ระดับขึ้นดูเหมือนจะกระตุ้นวิชาโบราณแห่งสายโลหิตเพื่อเพิ่มพลังทบทวี!
ในยามนี้อานุภาพพลังสีม่วงสั่นสะเทือนฟ้าดินประหนึ่งเทพมารผู้สร้างนรกถูกปลดออกจากพันธนาการ
ราชันย์ผู้พิชิตก้าวเท้าออกไปแววตาเฉียบคมถึงขีดสุด ปลดปล่อยสุดยอดเคล็ดวิชาแห่งสายโลหิต
กายาทรราชสวรรค์ หมัดทรราช!
หมัดอันน่าสะพรึงโถมเข้าใส่คลื่นวิถีสลับซับซ้อนซึ่งเร้นไปด้วยเงาแห่งพรสวรรค์ของหลายเผ่าพันธุ์ทั้งยังผนึกรวมไว้ซึ่งแก่นแท้แห่งการต่อสู้!
"น่าสนใจ"
มุมปากของมู่เวิ่นเซียนกระตุกยิ้มแสงสุกสกาวเหนือหว่างคิ้วสว่างถึงขีดสุด ในดวงตา เผยอักขระโบราณแห่งความโกลาหลอักขระวิถีถักทออยู่ข้างในไม่หยุดนิ่ง
มือซ้ายร่ายเคล็ดวิชามังกรมือขวาเคล็ดวิชาสงครามเทพ!
ปลดปล่อยซึ่งพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดในปฐพี!
ตูมๆๆ!!!
การต่อสู้ดุเดือด หมัดสีทองหมัดราชันย์สีม่วง ทุกการโจมตีทะลวงห้วงอากาศและบดขยี้จักรวาลให้ฉีกขาด
ในมือของมู่เวิ่นเซียนประสานเคล็ดวิชาต่างๆออกมา
มือซ้ายห้อมล้อมไปด้วยลมปราณมังกร ทุกๆการสะบัดมือ เปลี่ยนผุผังให้กลายเป็นอัศจรรย์ ซึ่งแฝงไปด้วยพลังดุดันร้ายกาจ
มือขวาทอประกายแสงสีทองเจิดจ้าร่ายวิชาไม่ซ้ำ แปรเปลี่ยนเป็นขุนเขาบ้างไหบ้าง ผันผวนไร้ที่สิ้นสุด
ล้วนแต่เป็นเคล็ดวิชาสังหารที่พร้อมสะเทือนฟ้าดิน!
ตูม!!!
ราชันย์ผู้พิชิตถูกโจมตีจนล่าถอยอีกครั้งสีหน้าแปรเปลี่ยน
"วิชายุทธ์ศักดิ์สิทธิ์นี่เจ้ายังใช้ได้กี่เคล็ดวิชากัน!"
ในยามนี้เกราะหนักที่ห่อหุ้มร่างกายของผู้สืบทอดทรราชสวรรค์ถูกโจมตีจนเปราะแตกร่างกายกำยำมีบาดแผลฉกรรจ์ปรากฏอยู่ โลหิตสีม่วงหลั่งไหลราวสายน้ำ
ด้วยความหยิ่งผยองของเขาย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมรับความพ่ายแพ้
ดวงตาดุร้ายทั้งสองของเขายิ่งแดงก่ำยื่นมือออกไปอัญเชิญหอกยาว หมายจะเข้าปะทะอีกครั้ง!
ต้องสังหารคนผู้นี้ต้องได้อาบโลหิตศักดิ์สิทธิ์ให้ชื่อเสียงของกายาทรราชสวรรค์ดังก้องไปทั่วเส้นทางจักรพรรดิ!
"ศิษย์สายตรงแห่งดาราจั้งตี้ผู้นั้นสมกับชื่อเสียงที่เลื่องลือ!"
"ราชันย์ผู้หยิ่งทะนงกลับถูกกดดันอยู่ตลอด!"
"ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือเคล็ดวิชาล้วนแต่ต้านทานไม่ไหว!!"
"ถูกบีบเหมือนหมาจนตรอก!!"
อัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนไม่น้อยที่ชมการต่อสู้อันดุเดือดในเมืองพิทักษ์ต่างก็ตกตะลึงไม่แม้แต่จะกะพริบตาด้วยซ้ำ
ได้ประจักษ์ต่อศึกของคนสำคัญที่สุดจากเผ่ามนุษย์เบื้องหน้าก็ถือเป็นชีวิตหนึ่งที่สำเร็จไปแล้วสำหรับพวกเขา!
ไม่อาจพลาดได้แม้เพียงลมหายใจเดียวบรรยากาศตึงเครียดอย่างยิ่ง
มู่เวิ่นเซียนหัวเราะไม่แยแสนิ้วมือเรียวร่ายวิชา ลมปราณโกลาหลหมุนวนอยู่ในฝ่ามือ
กะพริบตาหนเดียวเขาก็สรรค์สร้างหอกยาวดำทมิฬขึ้นมาเช่นกัน กฎแห่งวิถีโกลาหลพันเกี่ยวอยู่บดขยี้ให้ฟ้าดินโดยรอบพังทลาย แม้นอากาศธาตุยั้งต้องสะเทือน
"สังหาร!"
ราชันย์ผู้พิชิตเงื้อหอกที่ปกคลุมด้วยพลังเทพมหาศาลพุ่งเข้ามา
มู่เวิ่นเซียนก็ไม่ยอมน้อยหน้าชูหอกโกลาหลเข้าปะทะ
นี่คือการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งโดยแท้หอกในมือของทั้งสองเข้ากระทบกัน ห้ำหั่นกันสุดจะพรรณา
ท่ามกลางการต่อสู้ แสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าอานุภาพแห่งปราณโกลาหลแผ่ซ่าน ครอบคลุมหกทิศแปดด้าน
มู่เวิ่นเซียนที่ถือหอกด้วยมือเดียวโจมตีอย่างต่อเนื่องทุกจุดที่ทะลวงผ่าน ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า
ร่างกายของเขาลวงตาดุจภูตผีปีศาจที่เคลื่อนที่อยู่ห้วงอากาศสีหน้าสงบมั่นคงนั้นกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
"การเกิดร่วมยุคสมัยเดียวกับข้าคือโชคร้ายของเจ้า"
"ชะตากำหนดให้ต้องพ่ายแพ้บนเส้นจักรพรรดิของมนุษย์"
"ต่อให้รอดชีวิตไปได้ข้าก็จะควบคุมวิชาของเจ้า!"
-------------------------------------
[1] 1 ฉื่อ เท่ากับ 33.3 เซนติเมตร