เซียวหยวนิรีบร้อนไปที่เตาเพื่อจุดไฟทันที
ซูเจียวเจียวหยิบแป้งที่เหลือออกมาแล้วนำไปผสมกับน้ำ
เมื่อเซียวหยวนิเห็นเธอกำลังนวดแป้งเขาก็เดินไปล้างหม้อให้สะอาด
ซูเจียวเจียวนวดแป้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นว่าหม้อร้อนและสะอาดดีแล้ว ก็เทน้ำมันลงไปตอกไข่สองฟองเจียวเป็ไข่ดาวน้ำ แล้วตักใส่ชามวางไว้
กลิ่นหอมของไข่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวชวนให้น้ำลายสอ
ซูเจียวเจียวล้างหม้ออีกครั้งเทน้ำสะอาดลงไป แล้วปิดด้วยฝาหม้อไม้หนักๆ
จากนั้นซูเจียวเจียวก็ไปล้างผัก
เซียวหยวนิไม่รู้จะทำอะไรดีจึงนั่งดูซูเจียวเจียวเดินวุ่นวายไปมาในครัว สายตาของเขาแทบไม่ละจากเธอเลย
หลังจากล้างผักเสร็จน้ำในหม้อก็เดือดแล้ว ซูเจียวเจียวรีบปั้นแป้งที่ผสมไว้เป็ก้อนแป้งขาวนุ่มๆขนาดเล็ก แล้วหย่อนลงในหม้อ
จากนั้นใส่ผักที่ล้างแล้วลงไปพร้อมกันเติมน้ำมันหมูและเกลือเล็กน้อย
เมื่อหันกลับไปเธอก็เห็นเซียวหยวนิถือชามกากน้ำมันหมูเจียวเล็กๆ มาจากตู้กับข้าว
ซูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว“เยี่ยมเลยค่ะ!”
กากน้ำมันหมูที่ถูกเคี่ยวจนแห้งและกรอบไม่มันเยิ้มหรือเลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
เหมาะที่สุดที่จะใส่ลงในบะหมี่แป้งก้อน!
ไม่นานนักกลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งออกมา
เซียวหยวนิถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อได้กลิ่นหอมสดชื่นนั้น
ซูเจียวเจียวตักบะหมี่แป้งก้อนใส่ชามสองชามแล้ววางไข่ดาวน้ำที่เจียวไว้ชามละฟอง
ทั้งสองคนต่างถือชามคนละใบแล้วนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กๆ ในลานบ้านเพื่อกินข้าว
เซียวหยวนิกินไปพลางแอบมองซูเจียวเจียวไปพลางแสงแดดยามเช้าสาดส่องลงบนใบหน้าขาวผ่องของเธอราวกับมีแสงเรืองรองนุ่มนวลปกคลุมอยู่ ดูสวยงามเป็พิเศษ
ดวงตาของเธอทั้งดำและสุกใสจมูกเล็กและโด่ง การกินข้าวของเธอดูสง่างามและนุ่มนวล ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆในหมู่บ้านเลย
ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ยังคงความงดงามหาที่ติมิได้
ตอนนี้เธอเป็ภรรยาของเขาแล้ว!
ต่อไปเขาจะต้องทำงานให้หนักขึ้นหาเงินมาเลี้ยงภรรยา!
จะตั้งใจเลี้ยงดูภรรยาให้ขาวผ่องอวบอิ่ม!
เซียวหยวนิคีบไข่ดาวน้ำในชามของเขาไปใส่ในชามของซูเจียวเจียว
“ไม่เป็ไรค่ะ ในชามฉันก็มีแล้ว” ซูเจียวเจียวคีบไข่กลับคืนไป
เขาทำงานหนักควรจะกินเยอะๆ
เซียวหยวนิมองไข่ในชามที่ถูกคีบกลับคืนมาความผิดหวังพลันก่อตัวในใจ
เขาลืมไปว่าเจียวเจียวเป็คนรักความสะอาดไม่ชอบให้คนอื่นเอาของที่ตัวเองกินแล้วมาใส่ในชามของเธอนี่คือสิ่งที่เขาเคยได้ยินจากคนในบ้านพักยุวชน…
เขาแอบมองหญิงสาวข้างกายอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นว่าเธอมีสีหน้าปกติ เขาก็แอบถอนหายใจโล่งอก
เมื่อบะหมี่แป้งก้อนเกือบหมดชามซูเจียวเจียวก็รู้สึกว่าตัวเองอิ่มแล้ว มองบะหมี่แป้งก้อนที่ยังเหลืออยู่ในชามซูเจียวเจียวรู้สึกกินไม่ไหวแล้ว หากทิ้งไปก็เสียดายมาก
ขณะที่เธอกำลังรู้สึกกังวลชามของเธอก็ถูกคนตรงหน้าหยิบไปเสียแล้ว
เธอมองเซียวหยวนิเทบะหมี่แป้งก้อนที่เหลืออยู่ในชามของเธอทั้งหมดลงในชามของเขาเองก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใ “นั่น…นั่นฉันกินไปแล้ว…”
“ผมไม่รังเกียจหรอก”
เซียวหยวนิไม่ได้เงยหน้าขึ้นเขาก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้าของเขายังคงปกติเช่นเคยแต่ใบหูของเขากลับแดงก่ำ และไม่กล้าเงยหน้ามองหน้าซูเจียวเจียวแม้แต่น้อย
เมื่อซูเจียวเจียวเห็นว่าเขาไม่ถือสาบะหมี่ที่ตนกินไปแล้วความหวานซึ้งก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจเธอเท้าคางมองดูเขากินอย่างอร่อยด้วยสายตาที่แสนเอ็นดู
อาจเป็เพราะอารมณ์ดีเซียวหยวนิจึงกินบะหมี่แป้งก้อนไปสองชามใหญ่ๆ
เมื่อก่อนเขากินข้าวคนเดียวไม่เคยสนใจว่าอร่อยหรือไม่ ขอแค่ให้อิ่มท้องก็พอ
มื้อนี้เขาคิดว่าเป็มื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาหลายปี
ทั้งที่เป็เครื่องปรุงชนิดเดียวกันแท้ๆแต่ทำไมฝีมือเจียวเจียวถึงได้หอมอร่อยล้ำเลิศเพียงนี้?
หลังกินข้าวเสร็จเซียวหยวนิก็อาสาเก็บจานชามไปล้าง
เมื่อเซียวหยวนิจัดห้องครัวเรียบร้อยแล้วก็เห็นซูเจียวเจียวกำลังซักผ้าอยู่ในลานบ้านมือที่บอบบางและเรียวเล็กของเธอกำลังขยี้ผ้าอย่างแรง
เขาเดินเข้าไปแล้วดึงเธอลุกขึ้น“เสื้อผ้าทิ้งไว้เถอะ เดี๋ยวผมซักเอง”
นิ้วมือที่ขาวเนียนของหญิงสาวซีดเล็กน้อยเพราะแช่น้ำและมีฟองสบู่ลอยอยู่บนนั้น
เขารู้สึกปวดใจเมื่อเห็นอย่างนั้นมือของเธอควรจะจับหนังสือ หรือจับปากกาต่างหาก
ไม่ใช่มานั่งซักผ้าให้เขาแบบนี้
เขาอยากจะช่วยเช็ดฟองสบู่บนมือเธอออกแต่เมื่อก้มลงมองมือที่เต็มไปด้วยคราบมันของตัวเอง ก็หดมือกลับไป
เขากลัวจะทำให้มือของเธอสกปรก
ซูเจียวเจียวเห็นเขาเอาใจใส่และเป็ห่วงเป็ใยเธอมากขนาดนี้ก็รู้สึกอบอุ่นใจ “ไม่เป็ไรค่ะฉันก็ว่างอยู่แล้ว”
เซียวหยวนิมองเธอ“คุณยุ่งมาทั้งเช้าแล้ว กลับไปพักผ่อนในบ้านเถอะ”
ซูเจียวเจียวรู้ว่าบางครั้งผู้ชายคนนี้ก็ดื้อรั้นและเอาแต่ใจจึงพูดขึ้นว่า “งั้นคุณซัก ฉันล้างน้ำสะอาดดีไหมคะ?”
เซียวหยวนิยอมตกลงตามข้อเสนอนั้น
ผู้ชายและผู้หญิงช่วยกันทำงานก็ไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่
ไม่นานเสื้อผ้าก็ซักเสร็จตากเรียบร้อย แม้แต่ผ้าปูที่นอนในบ้านก็ซักและตากแดดแล้วเช่นกัน
ไม่นานเสียงนกหวีดเรียกเข้าทำงานก็ดังขึ้นเซียวหยวนิหยิบกระติกน้ำ สวมหมวกฟางแล้วออกไปทำงานก่อนออกไปเขากำชับซูเจียวเจียวให้พักผ่อนให้ดี รอเขากลับมาทำอาหารกลางวัน
ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแต่ในใจกลับคิดว่าเซียวหยวนิกำลังตามใจเธอไม่ต่างกับเด็กเล็กๆ เลยไม่ใช่หรือ?
ช่างเป็ผู้ชายที่โง่เง่าจริงๆไม่รู้จักคิดถึงตัวเองเลย!
คิดแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจซูเจียวเจียวอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อเห็นบ้านที่สกปรกซูเจียวเจียวจึงตัดสินใจจัดระเบียบบ้านและลานบ้านเสียใหม่ที่นี่จะเป็บ้านของเธอในอนาคต หากอยากอยู่สบายๆ ก็ต้องจัดให้เป็ระเบียบเรียบร้อย
แม้ว่าเซียวหยวนิจะทำงานเก่งแต่พูดตรงๆ เขาก็เป็ผู้ชายตัวโตที่เื่งานบ้านไม่ค่อยประณีตและเขาใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำงาน ในบ้านจึงไม่ค่อยได้จัดระเบียบเท่าไร
ซูเจียวเจียวเริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบทำความสะอาดภายในบ้านเก็บของที่ควรเก็บ ซักของที่ควรซัก ซักล้างวุ่นวายอยู่ครึ่งเช้าจนเมื่อยหลังเมื่อยเอว เหงื่อโซมกายไปหมด
พริบตาเดียวก็ถึงตอนเที่ยง
ตอนนี้เป็่ที่แดดร้อนจัดที่สุด
ซูเจียวเจียวคิดจะทำอาหารกลางวันก่อนแล้วค่อยอาบน้ำทีหลัง
เมื่อมาถึงห้องครัวที่บ้านแทบไม่มีผักเหลือเลย ซูเจียวเจียวจึงหยิบเนื้อรมควันที่แขวนอยู่บนผนังลงมาตั้งใจจะหุงข้าวและตุ๋นเนื้อรมควัน
ซูเจียวเจียวจุดไฟต้มน้ำอย่างรวดเร็วล้างเนื้อรมควันแล้วสับเป็ชิ้นเล็กๆ จากนั้นใส่ลงในหม้อเพื่อลวกน้ำเมื่อลวกน้ำแล้วก็นำเนื้อรมควันไปผัดก่อนแล้วค่อยนำไปตุ๋น
ครึ่งชั่วโมงต่อมากลิ่นหอมของเนื้อก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวแม้แต่ในลานบ้านก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อ
ในหม้ออีกใบซูเจียวเจียวต้มน้ำร้อน ตั้งใจจะอาบน้ำหลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จเพราะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัวแล้ว
ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังมาจากนอกลานบ้าน
ซูเจียวเจียวเดินออกไปก็เห็นเซียวหยวนิกลับมาแล้ว ข้างกายของเขามีเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดปีตามมาด้วยเธอสวมชุดกระโปรงผ้าสีขาว ผมถักเปียสีดำยาวลงมาถึงหน้าอกปลายผมผูกด้วยริบบิ้นผ้าลายดอกไม้สีฟ้า หน้าม้าปรกดวงตาสีดำคู่โต ผิวขาวสะอาดงดงามและทันสมัย…