Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 42


    พวกเขาคุยกันต่ออีกสักเล็กน้อยก่อนจะวางสายกันไป หลังจากวางสายได้ไม่นานก็มีเบอร์โทรมาอีกเบอร์ มันเป็นของผบ.ตรโทรมาเรื่องของศพพวกมาเฟียที่เขาฝากจัดการเมื่อวานนี้ และแน่นอนว่ามันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะนทีเป็นคนบอกกล่าวกับผบ.ตร.ตั้งแต่เมื่อก่อนลงมือแล้ว ผบ.ตร.เองก็ชอบ เพราะจะได้กำจัดอิทธิพลมืดออกไปได้อีกส่วนหนึ่ง พวกเขาคุยกันสักพักก็วางสาย นทีที่ตั้งใจจะออกไปข้างนอก ก็ดันมีสายเรียกเข้ามาอีก เขามองบนแล้วถอนหายใจออกมา “เห้อ ทำไมมันวุ่นวายอะไรกันตั้งแต่เช้า” นทีกดรับสายแล้วก็กล่าวออกมา “สวัสดีครับคุณขวัญข้าวสุดสวย มีอะไรให้สามีรับใช้ครับ หรือว่าคิดถึงสามีใช่ไมเอย” ขวัญข้าวที่โทรมาก็เอือมๆกับตัวของชายคนนี้แล้ว และเธอก็เริ่มกล่าวออกมาตามที่เธออยากจะพูด “นายไปพูดอะไรคุณตาของฉันกัน ช่วงนี้เหมือนคุณตาพยายามจะจับนายมาเป็นหลานเขยนะ” “แหม่ๆ ถ้าได้ละก็นะ สามีจะดูแลภรรยาเป็นอย่างดีเลยนะครับ แต่งกันเมื่อไรดีละ” แต่แล้วเสียงที่ตอบรับกลับมามันไม่ใช่เสียงของขวัญข้าว แต่เป็นเสียงของชายแก่ผบ.ตร. “เย้ส ได้เรื่องละหลานรัก คุณท่านนทีต้องการให้หลานรักมาเป็นภรรยา ดังนั้นทุกคนห้ามมาขัดฉันอีกเข้าใจไม” นทีที่ฟังคนที่พูดอยู่นั้นก็เริ่มรู้สึกได้แล้วว่า ขวัญข้าวกำลังเปิดลำโพงอยู่ เขาได้แต่มองบนแล้วก็พูดกับตัวเองในใจว่า “ชิบหายแล้ว” จากการแซวกันเล่นๆของเขาเฉยๆ แต่กับมีคนๆหนึ่งที่เห็นเป็นจริงเป็นจังไปได้ ขวัญข้าวก็ตะโกนออกมาผ่านทางโทรศัพท์ “นายพูดอะไรออกไป นายมันบ้าที่สุดเลย....คุณตาค่ะ นทีเขาแค่พูดเล่น เราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ” ‘ตาแก่นี้มันเป็นอะไรของมันไป พึ่งวางสายจากมันเมื่อกี้ตอนนี้ก็ให้หลานสาวโทรมาอีก เห้อ งานเข้าตั้งแต่เช้าเลย’ นทีกล่าวกับตัวเองภายในจิตใจ ก่อนที่สายมันจะถูกตัดไปจากคำพูดของขวัญข้าวว่า “เดี๋ยวฉันโทรกลับ ฉันขอเคลียร์กับคุณตาแปป” นทีก็ไม่ได้อยากสนใจอะไรให้มันมากมายนัก จึงอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมตัวไปห้าง เพื่อชื้อชุดสำหรับงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ และยังต้องหาร้านที่จะคอยทำผมให้กับเขาอีกด้วย เพราะตอนนี้เขาเป็นบุคคลสาธารณะแล้วจะต้องทำหน้าทำผมสักหน่อย เขาเดินลงมาข้างล่างคอนโดก็พบกับพนักงานสาวที่อยู่ประจำเคาน์เตอร์ขอถ่ายรูปคู่ด้วย นทีก็ไม่ได้ว่าอะไรก็ให้ถ่ายรูปไปตามปกติ แล้วเขาก็ออกจากคอนโดไปยังห้างตามแผนของเขา นทีจอดรถแล้วสวมหมวกและแว่นตาดำเพื่อปิดบังใบหน้า และถ้าไม่ทำอย่างนั้นเขาก็จะไม่สะดวกเลยในการที่จะชื้อของ เพราะจะมีแต่เหล่าแฟนคลับมาขอถ่ายรูปเขาเหมือนกับครั้งที่แล้วที่มา แต่ก็ยังมีแฟนคลับตัวยงเหมือนๆจะจำเขาได้ เดินมาเบรกเขาไว้ แล้วเธอก็กล่าวออกมา “ใช่พี่นทีหรือป่าวค่ะ” นทีก็งงว่าเขาอุส่าเนียนแล้วนะ ด้วยความสงสัยเขาก็จึงถามออกไป “จำผมได้ด้วยหรอครับ ผมว่าผมเนียนพอตัวเลยนะ แต่ก็ถูกน้องจับได้ซะอย่างงั้น” น้องคนนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วกล่าวตอบว่า “หนูจำพี่ได้ หนูดูไลฟ์สดของพี่ทุกครั้งเลยค่ะ สีผม ใบหู จมูก ปาก หนูฟ้าจำได้หมดแหละค่ะ สร้อยคอของพี่ก็ด้วย” เธอกล่าวออกมาอย่างภูมิใจ “อย่างนั้นหรอครับ แต่ยังไงก็ช่วยเก็บเงียบไว้หน่อยนะครับ วันนี้ผมมาทำธุระไม่อยากวุ่นวายมากนัก” เธอเมื่อได้ยินก็กล่าวออกมาว่า “ได้เลยค่ะ แต่ว่าหนูฟ้าของถ่ายรูปคู่กับลายเซ็นของพี่ได้ไมค่ะ” “ได้ครับ” นทีตอบกลับแล้วก็เซ็นลายเซ็นให้กับน้องในกระดาษที่น้องเขาส่งมาให้ พร้อมกับลงรายละเอียดว่า ‘แฟนคลับตัวยงผู้จำใส่ใจรายละเอียดของต้าวนทีได้ทุกอย่าง’ น้องเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และเมื่อแยกย้ายกันแล้ว นทีก็เดินทางไปเลือกชุดสูทยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง เขาเลือกชุดที่ทำสำเร็จมาแล้วให้เลือกเป็นไซค์ๆไป เขาไม่มีเวลาเลยในการสั่งตัดแบบพิเศษ นทีเลือกชุดเสร็จก็เดินไปดูโซนเครื่องประดับ เข็มขัด เข็มกลัด เน็ทไท ร้องเท้าแล้วอื่นอีกมาก เมื่อทุกอย่างเสร็จเขาก็เดินออกมาจากโซนร้านค้า และมองหาร้านอาหารเพื่อทานอาหารกลางวัน เขาเลือกที่จะกินราเมงเจ้าดังที่เต็มไปด้วยผู้คน แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจเขาเลย เพราะต่างคนก็ต่างกินข้าวของใครของมันไป และบุคคลพวกนี้เกือบทุกคนเป็นประเภทพนักงานโซนต่างๆของห้างซึ่งมันจำกัดเรื่องของเวลาพัก นทีเดินไปยังโต๊ะหน้าบาร์แล้วสั่งราเมงที่เขาต้องการ แล้วเวลาก็ผ่านไปถึงช่วงเย็นของวันเสาร์ หลังจากลับจากห้างเขาก็ไปจองคิวสำหรับทำผมที่ร้านแห่งหนึ่ง และก็กลับเข้าคอนโด มื้อเย็นก็สั่งอาหารจากแอปพลิเคชั่นเหมือนเคย คุยกับท่านแม่ตอนเย็น ก่อนจะเข้าไลฟ์ตามปกติ วันนี้มีคนไลฟ์สดมากขึ้นจากปกติ แอปพลิเคชั่นตัวนี้เหมือนจะไปได้ไกลมากจากที่เขาคิดไว้ เพราะกำไรที่ได้ต่อวันจะอยู่นับล้านกว่าบาทหลังจากหักค่าตัวของคนไลฟ์ต่างๆแล้ว เขายิ้มเล็กน้อยที่เหลือก็แค่คอยอัพเดทระบบให้ดีขึ้น จากนั้นก็ขึ้นไลฟ์บ้างในเวลายามว่างเพียงเท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว รถยนต์คันหรูเองก็ได้ถูกส่งมาแล้วในตอนเช้าของวันนี้ นทีลงไปดูแล้วมันเป็น Porsche 911 ที่ชายหลายๆคนชื่นชอบมัน นทีหยักหน้าอย่างพอใจ แล้วกับขึ้นบนห้องเพื่อเตรียมตัวอะไรหลายๆอย่าง ไหนจะต้องเตรียมเพลงที่จะร้องอีก บ่ายสามต้องออกไปทำหน้าทำผมอีก ร้านที่นทีเลือกใช้บริการก็เป็นเหมือนร้านธรรมดาทั่วๆไป แต่ช่างทำหน้าทำผมคนนี้มีฝีมือขั้นสูงอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันทำให้ความหล่อเหลาของเขาเพิ่มขึ้นมาจากเดิมเป็นอีกเท่าตัวหนึ่งเลยทีเดียว ช่างได้ขอถ่ายรูปเอาติดที่ร้านเพื่อให้ลูกค้าได้ชื่นชม นทีก็ง่ายๆไม่ได้อะไรมากก็อนุญาตไป และแล้วมันก็ถึงเวลา 18.00 น.ที่เป็นเวลาลงทะเบียนเพิ่มเข้าสู่งานเลี้ยง นทีก็ได้เดินทางมาลงทะเบียนตามปกติ ทักทายๆของเขาอย่างเป็นกันเองทุกคน บางคนแค่เคยเห็นหน้าแต่ไม่เคยคุยกันมาก่อนก็เข้ามาขอถ่ายรูปนทีก็ให้ถ่ายตามปกติ เขาเดินมานั่งที่ๆถูกจัดให้ นทีทานอาหารและเครื่องดื่มก่อนจะพูดขึ้นว่า “ของฟรียังก็อร่อยที่สุด” ในงานเลี้ยงก็ผ่านจนมาถึงช่วงที่นทีตั้งขึ้นไปร้องเพลง เสียงตอบรับที่มากมายก็ดังขึ้น ทั้งเสียงร้อง กริ๊ดตามประสา เขาเลือกที่จะร้องเพลง คิดแต่ไม่ถึงที่ทำให้เขาเกิดมาจนถึงทุกวันนี้มาร้อง และเพลงของนักร้องชายที่กำลังอยู่ตอนนี้อีกสองเพลง ในขณะที่นทีขึ้นไปร้องเพลงอยู่บนเวที ที่ๆมุมห้องมุมหนึ่งก็พบกลุ่มหญิงสาว 3-4 คนกำลังนั่งเมาส์กันอยู่ “แกว่า ทีมันจะกลับมาสนใจแกอย่างงั้นหรอป๊อป” ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวออกมาเพื่อเริ่มบทสนทนา “ก้อย เธอนี่ไม่เข้าใจผู้ชายเลยนะ เพราะอย่างงี้ไงเลยจับใครที่มหาลัยมากินไม่ได้เลยสักคน ฉันจะบอกอะไรดีๆให้ เธอเคยได้ยินคำนี้ไม รักแรกมักจะลืมยาก” ป๊อปผู้ที่เป็นรักแรกของนทีกล่าวออกมากับจิ๊บเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มอย่างน่ามั่นใส้ และเธอก็คิดกับตัวเองภายในจิตใจ ‘รอจบงานเลี้ยงก่อนเถอะ แผนที่คิดไว้นายไม่มีทางหลุดพ้นจากมือของเราหรอก’