หนึ่งชั่วโมงต่อ
เอ็ดเวิร์ดได้กลับมาพร้อมกับลอตเตอรี่จํานวนหนึ่ง
ที่หากถูกรางวัล
ก็จะได้รับเงินเป็นมูลค่าหนึ่งพันล้านหยวน!
เอ็ดเวิร์ดสงสัยกับเรื่องนี้มาก
ระหว่างทางที่มาเขาได้คิดเกี่ยวกับมันตลอดว่า เจ้านายของเขานั้นต้องการที่จะทําอะไร
หรือต้องการที่จะเล่นสนุกกับลอตเตอรี่เพื่อถูกรางวัล?
นั่นเป็นไปไม่ได้!
ใครเล่าจะสามารถถูกได้ง่ายๆ?
โดยเฉพาะกับผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้แม้จะเป็นเจ้านายที่เปรียบได้ดั่งกับพระเจ้า
เขาก็ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องบ้าๆเช่นนั้นเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไต๋จุนไม่ได้อธิบายอะไรมากเขาให้เอ็ดเวิร์ดติดต่อลู่หานมาในทันที
ต่อมา-
เมื่อลู่หานมาถึง
ไต๋จุนก็เข้าเรื่อง
นั่นคือการหาข้อมูลทั้งหมดของคนที่เขาต้องการรวมถึงประวัติสนทนาต่างๆผ่าน WeChat ของคนเหล่านั้นด้วย
ตอนนี้.
ลู่หานที่ได้รู้แล้วว่าเรื่องเล็กน้อยที่ชายหนุ่มต้องการจัดการนั้นเล็กน้อยจริงๆ
เขาก็โล่งอก
ก่อนหัวเราะเบาๆด้วยรอยยิ้มว่า
“แล้วผมจะรีบดําเนินการให้ครับ”
แน่นอนว่าการสุภาพของเขานั้นนอกจากจะเป็นเพราะตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว
เขายังรู้สึกอีกด้วยว่าทุกครั้ง ที่สนทนา
มันไม่เหมือนกับการพูดคุยกับวัยรุ่นหากแต่เหมือนกับการเผชิญหน้ากับบรรดาสัตว์ประหลาดตัวเก่าซะมากกว่า
และความรู้สึกนี้มันน่ากลัวกว่าเก้าอาวุโสสูงสุดมาก
มันเลยเป็นเหตุผลที่ว่าเขาต้องยําเกรงอีกฝ่ายทุกครั้งที่เจอหน้าด้วย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ลู่หานได้กลับมาวางเอกสารทั้งหมดลงบนโต๊ะ ก่อนที่จะจากไปอีกครั้ง
ไต๋จุนเองก็ได้ใช้เวลานี้สํารวจข้อมูลทั้งหมด
ลั่วซี…
ไปจนถึงบรรดาเพื่อนของเขา
และนั่นทําให้เขาได้รับรู้ว่า
ลั่วซีนั้นสวมเขา เขาเพราะอะไร!
มันเป็นแฟนหนุ่มของเธอที่ชื่อเจิ้นเฟย
เจิ้นเฟยได้ส่งลั่วซีมาหาเขาเพื่อความบันเทิง
บอกได้ว่าถ้าเป็นเขาคนก่อนเขาก็คงจะกัดฟันโกรธเลือดขึ้นหน้าไปแล้ว
แต่ตอนนี้มันต่างออกไป
ด้วยประสบการณ์สามหมื่นปีที่กล้าแกร่งเขาพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว วันนี้เขาจะจัดการทุกคน
รวมถึงเจิ้นเฟยที่ตอนนี้เป็นต้นเหตุด้วยเช่นกัน
ก็แค่ว่า
โดยไม่คาดคิดเจิ้นเฟยนั้นมีประวัติที่ชั่วร้ายมาก่อน
อีกฝ่ายนั้นเคยข่มขืนเพื่อนนักเรียนหญิงสมัยมัธยมปลายจนเธอทนไม่ไหวและได้ฆ่าตัวตาย
แน่นอนว่าเรื่องนี้นั้นถูกปิดบังโดยพ่อของเจิ้นเฟยด้วยเงินจํานวนมหาศาล
ทําให้มีแพะรับบาปเข้ามาแทนที่เจิ้นเฟย
เลยเป็นเหตุผลให้เจิ้นเฟยรอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้
โดยที่ประเทศนั้นไม่ได้สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้เลย
กล่าวคือถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องการรู้ข้อมูล
ก็เกรงว่าความจริงนี้จะถูกปิดตายไปอีกนานเลยทีเดียว
เวลานี้ เขาเลยแสยะยิ้ม
“เจิ้นเฟยดูเหมือนว่านายจะไม่ได้เพียงแค่อับอายแล้ว”
“แต่ต้องติดคุก”
“แค่โชคดีนะที่นายยังมีเพื่อนร่วมคุกด้วยน่ะ”
วินาทีต่อมา เขาหัวเราะหึๆ
คนนี้ค่อนข้างน่าแปลกใจสําหรับเขาไม่ใช่น้อย
หม่าเหิง - หัวหน้ากลุ่ม WeChatบรรดาเพื่อน!
หมอนี่เป็นเพื่อนของเขาคนหนึ่งที่โดดเด่นมาก
และอีกฝ่ายยังเป็นแกนนําบรรดาเพื่อนทั้งหลายที่ต่างรวยและต่างมีหน้าที่การงานที่ดี
ดังนั้นเมื่อบริษัทของเขาได้ล้มละลาย
หมอนี่ก็ได้เป็นแกนนําในการเชื้อเชิญให้เพื่อนคนอื่นๆเตะเขาออกจากกลุ่มทันที
และแน่นอนว่าเมื่อผลรวมทั้งหมดเป็นบวก
เขาก็เลยถูกเตะออกมาอย่างที่เห็น
แค่
ตอนนี้ความลับทั้งหมดรวมถึงประวัติการสนทนาต่างๆ
มันได้ถูกอ่านโดยเขาหมดแล้ว
แม้กระทั่ง…
ประวัติอันชั่วร้ายที่ไม่มีใครคาดคิดของหม่าเหิง!
ใช่หม่าเหิงนั้นมีความลับที่ไม่มีใครรู้
อีกฝ่ายได้ยักยอกเงินของบริษัทอย่างลับๆมาตลอดเป็นผลให้ตอนนี้นอกจากจะมีเงินซื้อรถแล้ว
ก็ยังมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านหรูหราแพงๆอีกด้วย
นัยหนึ่งหมายความ
หากความลับนี้รั่วไหลออกไป
หม่าเหิงก็จะถูกจับกุมทันที
เหตุนี้เองถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนร่วมคุกของเจิ้นเฟยก็คงจะแปลกแล้ว
จริงไหม?
แค่นั้นแหละ-
ไต๋จุนเริ่มดําเนินการขั้นต่อไป
หยิบลอตเตอรี่มาใบหนึ่ง และถ่ายรูปเฉพาะแถวตัวเลข
ก่อนโพสรูปลงบนเว่ยป๋อบอกจํานวนที่ซื้อมา
แล้วเขียนกํากับไว้ว่า
“เมื่อชีวิตได้มาถึงจุดที่ตกตํ่าที่สุด”
“ฉันจะเดิมพันกับลอตเตอรี่นี้”
“เพื่อละทิ้งตัวตนเก่าออกไปและเกิดใหม่ด้วยตัวตนใหม่!”
ข้อความนี้
ถ้าใครมาเห็นเข้า ก็คงจะหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน
คุณสิ้นคิดเหรอ ที่เดิมพันกับลอตเตอรี่?
น่าเสียดายที่พวกเขาจะไม่รู้เลยว่า
ก่อนที่ลอตเตอรี่จะออกในไม่กี่ชั่วโมงนี้
ไต๋จุนก็ได้ใช้งานระบบโชคไม่จํากัดกับมันไปนานแล้ว
และแบบนี้มีหรือที่ผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ?
ขณะเดียวกัน เมื่อโพสสําเร็จ
ไต๋จุนก็หัวเราะเบาๆ
“มาดูกัน”
“ว่าใครจะติดเบ็ด”
“เป็นเหยื่อเข้ามาส่องเว่ยป๋อของฉันและรายงานตั๋วประหารกลับไป!”
ถูกต้อง WeChatของเขาอาจจะถูกบล็อกโดยลั่วซี และถูกเตะออกจากกลุ่มบรรดาเพื่อนโดยหม่าเหิง
แต่
บนโลกนี้ย่อมมีคนอยากรู้อยากเห็นเสมอ
เว่ยป๋อของเขาเลยเป็นไปได้มากทีเดียวที่จะมีสายลับระดับโลกเข้ามาสอดส่อง
และนํากลับไปรายงานคนอื่นๆ
โดยที่พวกเขาจะไม่รู้เลยว่า
มันคือกับดัก!
เท่านั้นล่ะ-
ดูเหมือนโลกและจักรวาลจะหมุนรอบตัวของไต๋จุน
หลังจากที่เว่ยป๋อของเขามีการเคลื่อนไหว
ใครบางคนที่ได้เข้ามาดูและเห็นก็ตกตะลึงจนหัวเราะเยาะออกมา
“อะไรหมอนี่มันล้มละลายจนบ้าไปแล้วจริงๆเหรอ?”
“โง่หรือประสาทกลับกันเนี่ยที่ได้เดิมพันกับลอตเตอรี่!”
“ไม่ได้การแล้วดูเหมือนฉันจะต้องส่งเรื่องตลกขบขันนี้ ให้พวกนั้นได้รู้บ้าง…”
“...”
ทันใดนั้นเรื่องตลกของไต๋จุนก็แพร่กระจายออกไป
บรรดาเพื่อนในกลุ่มแชทที่นําโดยหม่าเหิงต่างก็แสดงความคิดเห็นด้วยความขบขัน
“หมอนี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ!”
“นั่นสิ ล้มละลายแทนที่จะเก็บเงินไว้กินข้าวแต่กลับนํามันมาซื้อลอตเตอรี่ ถ้าไม่เรียกว่าบ้าแล้วจะเรียกอะไร?”
“ใครก็ได้ ไปตามหม่าเหิงมาซิให้ไอ้อ้วนนั่นมาดูหน่อย ว่าอดีตเพื่อนของเรานั้นกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชไปแล้วฮ่าๆๆๆ…”
“...”
อย่างรวดเร็ว-
ที่บ้านหรูหราในชุมชนซัวถูที่ติดกับทะเลสาบฉู่จิง
ชายอ้วนที่สวมแหวนทองห้าวง และนาฬิกาทอง
เดินออกมาด้วยสภาพเปลือยเปล่าโชว์พุงสะท้อนไปกับแสงแดดที่เจิดจ้า
แล้วยิ้มด้วยใบหน้าที่มีฟันเหลืองจนเกือบจะทองว่า
“ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่ซื้อบ้านหลังนี้”
อากาศบริสุทธิ์และทิวทัศน์ที่สวยงาม
มันทําให้หม่าเหิงรู้สึกว่ามันนั้นคุ้มค่าจริงๆที่นําเงินที่ได้จากการพยายามยักยอกมาเป็นระยะเวลานาน
มาซื้อ
และด้วยเหตุผลนี้มันก็ทําให้เขารู้สึกภูมิใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
ที่สามารถดําเนินการมาจนถึงทุกวันนี้โดยที่ไม่มีใครจับได้
ไม่เลว!
หม่าเหิงหัวเราะด้วยความสุขก่อนจะเดินเข้าบ้านไป พบว่ามีข้อความส่งมา
แล้ว
เมื่อเขาเปิดดู อ่านเล็กน้อย
เขาก็แสยะยิ้มหัวเราะดูถูกทันที
“ไต๋จุน ไอ้หมอนี่ถ้าจะประสาทกลับไปแล้ว”
“บ้ารึเปล่าวะที่ซื้อลอตเตอรี่แทนที่จะเก็บเงินไปทําอย่างอื่น”
“ช่างน่าสมเพชเวทนาจริงๆ!”
ในสายตาของเขา
ไต๋จุนในตอนนี้ท่าจะคงมาถึงจุดที่ตกตํ่าที่สุดแล้ว
ไม่อย่างนั้นคนสติดีๆที่ไหนเขาจะทํากัน
หวังเริ่มชีวิตใหม่กับลอตเตอรี่เนี่ยนะ?
ประสาทชัดๆ!
หม่าเหิงพ่นลมหายใจเหยียดหยามออกมา
แล้วเดินไปที่โซฟา
ดูทีวีฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ
แค่ว่า
เขาดูจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการประกาศผลลอตเตอรี่กําลังจะเริ่มขึ้น
ในไม่ช้านี้
ตรงหน้าเขา…