--- 1 วันก่อนคณะเดินทางของเซี่ยซีหาน จะเข้าไปในเหมืองอัญมณี จากการไล่ล่าของกองกำลังหมาล่าเนื้อ ---
!!!ปูนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
เสียงแตรดังยาว
ทหารฝีมือดีจากอาณาจักรนับพัน ยืนตั้งแถวเป็นแนวกำแพงยาวเหยียด โดยมีทั้งหมดสามชั้นซ้อนกัน ด้านหน้าของพวกเขาเป็นป้อมปราการที่ทำจากหิน แต่ตอนนี้สภาพของมันกลับถูกย้อมไปด้วยเลือด ด้านบนสามารถมองเห็นนกปีศาจ ที่บินวนเวียนเพราะกลิ่นคาวเลือดจำนวนมหาศาล
!!!ครืน!!!ครืน!!!ครืน แผ่นดินสั่นสะท้าน จากภายในป้อมปราการสีเลือดภาพไกลปรากฏเห็นเป็นคลื่นมนุษย์ ที่ร่างเจิ่งนองไปด้วยเลือด พวกมันกำลังปีนป่ายกำแพงและตกลงมาคนแล้วคนเล่า ก่อนพวกมันจะวิ่งเข้าหากองกำลังของอาณาจักรด้วยความบ้าคลั่ง มองด้วยสายตาจำนวนของพวกมันมีมากกว่าหมื่น หรืออาจจะเป็นแสน และพวกมันคือ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' จำนวนมหาศาล
"ท่านนักบุญหญิง พวกเราจะจัดการกับพวกมันอย่างไรดีขอรับ" นับรบสวมเกราะอ่อน ที่อกซ้ายของมันมีรูปดาบสี่ดาบตราไว้ มันเอามือทุบอกซ้ายโค้งกายพูดอย่างนอบน้อม น้ำเสียงมันจริงจังแต่ก็ดูไม่หวาดหวั่นจนเกินไปกับฝูงความตายที่กลับมีชีวิตเท่าไหร่นัก ด้านหน้าของมันตอนนี้คือหมียักษ์ตัวใหญ่ ที่ด้านหลังหมียักษ์มีกระโจม ทำให้เวลาเดินทางคนที่อยู่ภายในไม่ต้องทนรับลมหนาว
สิ้นเสียงนักรบสี่ดาบพูด หน้ากระโจมช่วงเสาประตู มีมือที่ขาวซีดปรากฏ มันดูชราอย่างน่าประหลาด
และในไม่ช้าก็มีสตรีสวมใส่ชุดสูงศักดิ์แห่งนักบุญปรากฏตัว ศีรษะของนางมีมงกุฎทองที่ด้านหน้าสุดมีอัญมณีสีฟ้า ชุดของนางเป็นสีขาวราวกับชุดของนักบุญเต็มยศ ในโบสถ์ของโลกเก่าของเซี่ยซีหาน มันประดับประดาไปด้วยลวดลายของทองคำและอัญมณีสีฟ้า ลวดลายทั้งหมดเป็นอักขระเวทย์ชั้นสูง
ในที่สุดหญิงชราก็ปรากฏตัว ความรู้สึกแรกที่ผู้คนพบนางคือ น่าหวาดผวา แก่หงำ และน่ายำเกรงอย่างถึงที่สุด ดวงตาของนางปรากฏวงเวทสีทองตัดกับสีเขียวมรกตของกระจกตานาง
...
ในมุมไกลมีเสียงทหารหนุ่มพูดขึ้นอย่างสอดรู้สอดเห็น เมื่อหญิงที่ถูกเรียกว่านักบุญหญิงก้าวเดินออกมา และยืนอยู่บนศีรษะของหมียักษ์อย่างโดดเด่น พร้อมคฑายาวที่ดูไกลๆ ก็รู้ว่าล้ำค่านัก หญิงผู้นั้นหลับตาลงหน้าผาจรดแนบอยู่กับคฑาในตอนนี้
"นั่นคือพ่อมดขาวหญิงผู้เป็นผู้วิเศษที่แท้จริงงั้นรึ ทำไมนางถึงดูชราถึงเพียงนั้น นางดูแก่ชรายิ่งกว่าแม่ที่บ้านของข้าเสียอีก ใครกันที่บอกกับข้าว่า นางเป็นอัจฉริยะผู้วิเศษที่มาจากอาณาจักรชั้นสูง ข้าคิดว่านางเป็นยายแก่ที่น่าหวาดกลัวมากกว่า ดูผิวและดวงตาของนางสิ ข้ารู้สึกว่านางน่ากลัวกว่าปีศาจที่ข้าเคยเจอเสียอีก"
"!!!หุบปากไอ้โง่" นายทหารมากประสบการณ์ผู้ที่บนอกซ้ายมีรูปดาบสองดาบตราอยู่ เขาแผดเสียงแข็ง แต่กดระดับไม่ให้เสียงตัวเองดังมากนัก ก่อนจะมองไปที่ชายปากไม่ดี ที่พูดถึงพ่อมดขาวหญิง ซึ่งเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงอย่างไม่เหมาะสม
"ไอ้เจ้าโง่ เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกผู้วิเศษ เพราะเช่นนั้นเจ้าจึงกล้าพูดแบบนี้ ที่อาณาจักรของเรามีเหล่าผู้วิเศษจอมปลอมมากมาย แต่คนเหล่านั้นต่างเป็นเพียงระดับ 'นักวิจัย' เจ้ารู้หรือไม่ความหมายของคำว่าวิจัยนั้นคืออะไร นั่นคือการเสาะแสวงหาความรู้และความล้ำลึกอันไม่มีที่สิ้นสุดของพลังวิเศษ และพวกเขาทั้งหมดอยู่ในช่วงแห่งการเรียนรู้ แต่ยังไม่เข้าในใจพลังวิเศษอย่างถ่องแท้ ณ อาณาจักรแห่งนี้ เจ้าอาจจะพบเห็นและรู้จักเหล่าผู้วิเศษจอมปลอมที่ถูกเรียกว่า 'นักวิจัย' ได้มากมาย แต่ถ้าเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงเจ้ารู้จักสักคนหรือไม่"
ทหารหนุ่มหน้าเสีย พูดตามความเป็นจริง ตลอดชีวิตมันไม่รู้จักผู้วิเศษที่แท้จริงสักคน ถ้าหากจะมีคนที่มันรู้จัก พวกเขาเหล่านั้นก็ต่างเป็นผู้มีเกียรติที่โด่งดังไปทั่วทั้งอาณาจักร และนั่นก็เป็นการรู้จักเพียงฝ่ายเดียว แต่ไม่อาจจะไปติดต่อกับพวกเขาได้
นายทหารสองดาบพูดต่อ "หึ ดูเหมือนเจ้าจะเริ่มคิดได้นิดหน่อยแล้ว ดังนั้น ข้าจะแนะนำอะไรบางอย่างต่อเจ้า...ไอ้เด็กน้อย อาณาจักรแห่งผู้วิเศษนั้น ใน 3 ระดับแรก ต่างเป็นสวะที่ไม่น่าสนใจ และการก้าวข้ามจากนักวิจัยกลายเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงก็ไม่ง่ายแม้แต่น้อย ต่อให้เจ้ามีเงินล้านบูลนี่ เจ้าก็ยังไม่อาจจะหวัง หากเจ้าไร้ซึ่งสติปัญญา นอกจากนั้นร่างกายภายนอกของท่านพ่อมดขาวหญิงที่เป็นเช่นนั้น นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในเครื่องย้ำเตือนว่า โลกแห่งผู้วิเศษนั้นยากลำบากขนาดไหน ข้าได้ยินมาว่านางอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น แต่นางกับเป็นผู้วิเศษที่แข็งแกร่ง ที่คาดหมายว่าจะได้เป็น 'ปราชญ์' อย่างแน่นอน ในโลกของผู้วิเศษ นามของปราชญ์นั้นแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่นัก แม้แต่จ้าวอาณาจักรของพวกเรา เมื่อเจอนางยังต้องก้มหัว หากนางคือ 'ปราชญ์' ดังนั้น ไอ้หนุ่มน้อย ข้าขอแนะนำให้เจ้าพูดกับนางด้วยความเคารพแม้จะไม่อยู่ต่อหน้านาง ไม่เช่นนั้น เจ้าอาจจะตายโดยไม่รู้ตัว เพราะหากนางฆ่าเจ้า เชื่อเถอะ...จะไม่มีใครกล้าเรียกร้องอะไรกับนางแม้แต่น้อย มีแต่พวกเราที่ร้องขอความเมตตาต่อนาง ว่าอย่าได้ฆ่าพวกเราอย่างโหดร้ายจนเกินไป นั้นอาจจะเป็นความหวังเล็กๆ ที่เจ้าอาจจะร้องขอจากนางได้"
นายทหารหนุ่มไร้ประสบการณ์ปากไม่ดีถึงกับกลืนน้ำลาย หัวใจมันเต้นสั่นไปด้วยความหวาดกลัว จากน้ำเสียงที่จริงจังของนายกองนักรบสองดาบ
ไม่ช้าก็มีเสียงทหารหนุ่มอีกคนพูดขึ้นด้วยความใคร่รู้บางอย่าง "ท่านนายกองขอรับ ทำไมท่านแม่ทัพของเรา จึงเรียกพ่อมดขาวหญิงว่านักบุญหญิงละขอรับ และ 'นักบุญ' นั่นคืออะไรรึขอรับ"
"เจ้ามันก็ไอ้บ้านนอกคนหนึ่งเช่นข้าในสมัยก่อน" นายทหารสองดาบพูดขึ้นก่อนถอนหายใจคราวหนึ่งจึงพูดต่อ "เห้อ มันเป็นเช่นนี้ อาณาจักรของเรานั้นคืออาณาจักรชั้น.หนึ่ง ถ้าหากจะให้นับดีๆ มันก็คือดินแดนบ้านนอกที่ห่างไกลความเจริญ พวกเจ้ายังไม่เคยไปที่อาณาจักรชั้น.สาม"
"ที่นั่นเจ้ารู้อะไรหรือไม่ ที่นั่นมีเรือบินได้ มันจอดเต็มท่าเรือที่คล้ายเป็นกำแพงที่พระเจ้าสร้างสรรค์ มันยิ่งใหญ่และตระการตายิ่งกว่าขุนเขาเสียอีก เรือบินเหล่านั้นถูกควบคุมโดยผู้วิเศษที่แท้จริงได้เท่านั้น พวกเจ้าคงสงสัยสินะว่า ข้าเล่าเรื่องนี้ให้พวกเจ้าฟังทำไม ก็นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าจะพูดให้ฟัง พวกเรากับท่านพ่อมดขาวหญิงตรงนั้น หรือที่ท่านแม่ทัพเรียกนางว่า 'นักบุญหญิงนั้น' เกิดมาจากนามเรียกขานผู้วิเศษของดินแดนเรา ที่ไม่ว่าพวกเราพบเจอใคร ต่างก็เรียกว่าพ่อมด ไม่ก็ท่านผู้วิเศษ"
"แต่ในอาณาจักรชั้นสูงนั้น พวกเขามีอารยธรรมมากกว่าพวกเรา เจ้ารู้ไหม...เด็กๆ ทุกคนของอาณาจักรชั้นสาม เด็กๆ เหล่านั้น ต่างได้เรียนหนังสือ และอ่านอักษรเวทกันออกทุกคน... และนั้นทำให้นามที่พวกเราเรียกผู้วิเศษจึงหลากหลาย พวกเขาจะเรียกนามของผู้วิเศษไปตามสายอาชีพที่ผู้วิเศษนั้นศึกษา เช่น พ่อมดขาวที่พวกเราเรียกขานนั้น พวกเราเรียกแก่ผู้ใช้เวทมนตร์ที่ทำให้เกิดแสงสีขาวได้ พวกเราก็จะเรียกพวกเขารวมว่า พ่อมดขาวทั้งหมด แต่ที่อาณาจักรชั้นสูงนั้นไม่ใช่ เวทมนตร์ที่ทำให้เกิดแสงนั้น นับเป็นหน่วยวิชาแขนงหนึ่ง ไม่ใช่สายอาชีพ ส่วน 'นักบุญ' นั้น จากที่ข้ารู้มาพวกเขาคือผู้ศึกษาในเวทหรือพลังวิเศษเส้นทางบริสุทธิ์ นอกจากนั้นยังนับถือ 'เทพีแห่งแสงสว่าง' ซึ่งเป็นพระเจ้าของหนึ่งในความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ทั้งสาม"
"จริงรึท่านนายกอง" นายทหารหนุ่มอีกคนพูดขึ้นด้วยความตกใจ บ้านของมันยากไร้ มันอยากจะเรียนอักษรเวท แต่น่าเสียดายในอาณาจักรชั้นหนึ่ง ผู้ที่จะเรียนอักษรเวทได้มีแต่ชนชั้นสูงที่ถูกเรียกว่า 'ผู้มีเกียรติ' นอกจากนั้นมันก็ตกใจยิ่งกว่ากับความต่างของผู้คน
มันรู้สึกว่าโลกใบนี้ มันเหมือนคนบ้านนอกอย่างแท้จริง
อาณาจักรชั้นสูงที่เรียกว่าอาณาจักรชั้นสามยังน่าตกตะลึงขนาดนี้ นายทหารหนุ่มไม่อยากคิดเลยว่า หากเป็นอาณาจักรชั้นสี่และมหาอาณาจักรชั้นห้า ที่เคยได้ยินแต่เรื่องเล่าในตำนานมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันนะ
...
และในขณะนั้นเอง เสียงวิ่งก้าวของเหล่าความตายที่กลับมีชีวิตก็ดังรัว พวกมันเริ่มวิ่งมาถึงระยะ 1 กิโลเมตรสุดท้าย ก่อนถึงแนวตั้งโล่แล้ว บรรยากาศในกองทัพเริ่มตึงเครียด
และในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงหญิงสาวที่แสนบริสุทธิ์ก้องกังวาน เสียงของนาไพเราะมาก
"ถึงมารดาแห่งแสงสว่าง ผู้ครองอำนาจแห่งการชำระ โชคชะตาและการหยั่งรู้ ข้า 'จื่อซิ่ว' สาวกผู้มีศรัทธา บุตรแห่งท่านขอวิงวอนเศษเสี้ยวแห่งพลังของท่าน มาสถิตแด่ตัวข้าด้วยเถอะพระมารดาแห่งแสงผู้ยิ่งใหญ่"
!ฟึบ
กลางท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ราวกับทวยเทพแหวกท้องนภา มวลเมฆหมุนวนก่อนจะมีแสงสีทองฉายอาบลงมา แสงสีทองนั้นฉายอาบไปยังร่างของจื่อซิ่ว หญิงสาวผู้มีร่างกายขาวซีดและดูชรา
"กรีดดดดดดดดดดดด กาาาาาาาาาาาาา กีกกกกกกกกกกก" เสียงกรีดร้องของเหล่าความตายที่กลับมีชีวิตดังระงม
จื่อซิ่วนักบุญหญิง ยกคฑาสีทองยาวของนางขึ้นก่อนนางจะ...