บทที่ 16 เ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความมั่งคั่งของเศรษฐินีเลย (รีไรต์)
เมิ่งฝานเหลือบมองหลิ่วเยียนผิงแล้วยิ้มเจื่อน "แม่นาง วันนี้ข้าไม่ได้แอบซุ่มอยู่ข้างหลังท่านนะ"
เขาเริ่มจะเข็ดกับการถูกใส่ร้ายเสียแล้ว
เพราะหากเจอเื่เช่นนี้ย่อมไม่มีทางอธิบายให้กระจ่างได้เลยโดยเฉพาะเมื่อนางกล่าวว่าข้าแอบดูนางยิ่งไม่มีทางโต้แย้งได้เลย
เพราะเขากำลังมองนางอยู่จริง ๆ เพียงแต่สิ่งที่มองคือวิชากระบี่
แต่จะอธิบายอย่างไรให้ชัดเจนว่าสิ่งที่มองอยู่นั้นคือวิชากระบี่หรือตัวคน?
อธิบายไม่ได้หรอก!
แม้ว่าเมื่อวานนี้ตนจะสาธิตวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงของหลิ่วเยียนผิงให้ดูรอบหนึ่ง จนอีกฝ่ายยอมรับด้วยวาจาแต่ในใจยังไม่ยอมรับ
ในใจนางยังคงคิดว่าเมิ่งฝานแอบดูนางอยู่ เพียงแต่ไม่ได้เอาเื่ต่อเท่านั้น
ต้องบอกว่า ผู้ชายเวลาอยู่ข้างนอกต้องรู้จักปกป้องตัวเองให้ดี
เพราะหลายครั้งที่ถูกผู้หญิงใส่ร้าย จะไม่มีใครยอมฟังคำอธิบายเลยนับเป็ความเสียเปรียบที่เลี่ยงไม่ได้
หลิ่วเยียนผิงมองเมิ่งฝานแล้วกล่าวอย่างจนใจ "วางใจเถอะ ข้าไม่ได้มาหาเื่เ้า"
แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดเช่นนั้น แต่เมิ่งฝานรู้สึกว่าตัวนางนั่นแหละคือตัวปัญหา
"เช่นนั้นก็ดี" เมิ่งฝานกล่าวพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
เขาไม่มีความคิดที่จะสนทนากับหลิ่วเยียนผิงต่อ แต่หลิ่วเยียนผิงกลับไม่ปล่อยเมิ่งฝานไป นางเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า "เมื่อวานหลังจากได้ฟังความเห็นของเ้าที่มีต่อวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิง พอกลับไปข้าก็เกิดความเข้าใจใหม่ ๆ ขึ้นมาบ้าง"
"เอ่อ... ยินดีด้วย" เมิ่งฝานตอบปัดอย่างขอไปที
"แม้ข้าจะไม่รู้ว่าทำไมเ้าถึงเข้าใจวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงได้ แต่เ้ามีความสำเร็จในวิชากระบี่นี้จริง ๆ สนใจมาประลองกับข้าสักครั้งไหม?"
เมิ่งฝานมองหลิ่วเยียนผิงด้วยความประหลาดใจ
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าแม่นางคนนี้จะมาหาเขาเพื่อประลองกระบี่
นี่น่ะหรือที่เขาว่ากันว่าหากไม่ปะทะย่อมไม่รู้จักกัน
ถึงกับเล็งเป้ามาที่เขาแบบนี้เลยหรือ
เป็สตรีแท้ ๆ ทำเช่นนี้ไม่ดูไร้กิริยาเกินไปหน่อยหรือ
เมิ่งฝานจนใจ ความจริงเขาไม่อยากตกเป็เป้าสายตาของใครเลย
แต่หากคนเราโดดเด่นเกินไปต่อให้พยายามซ่อนตัวเพียงใดก็เป็เื่ยาก ในที่สุดย่อมถูกค้นพบ
ทว่าดูท่าทางแม่นางหลิ่วเยียนผิงคนนี้น่าจะเป็พวกบ้าการต่อสู้ จึงได้ไม่ถือสาเื่เล็กน้อยเช่นนี้
เมื่อวานเพิ่งใส่ร้ายว่าเขาแอบดูนาง วันนี้กลับมาขอประลองวิชากระบี่ ไม่รู้สึกขัดเขินเลยสักนิด
"ความจริง ข้าไม่ได้สนใจวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงที่ท่านพูดถึงและไม่ได้เตรียมจะฝึก..."
คำปฏิเสธของเมิ่งฝานยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกน้ำเสียงเผด็จการของหลิ่วเยียนผิงขัดจังหวะ
"ประลองวิชากระบี่กับข้าหนึ่งชั่วยาม ค่าตอบแทนหนึ่งหินิญญา"
นี่มัน...
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิ่วเยียนผิง เมิ่งฝานก็ต้านทานไม่ไหว
เดิมทีตั้งใจแน่วแน่ว่าจะปฏิเสธ แต่แม่นางคนนี้ให้เยอะเกินไปจริง ๆ
เบี้ยเลี้ยงต่อเดือนของเมิ่งฝานมีเพียงสามหินิญญา
นี่คือสวัสดิการ 'อันทรงเกียรติ' หลังจากได้เป็ศิษย์เฝ้ากระบี่แห่งหอคอยกระบี่แล้ว
ตอนเป็ศิษย์สายงานจิปาถะ เขาไม่เคยได้รับหินิญญาที่สมบูรณ์แม้แต่ก้อนเดียว
"ตกลง" เมิ่งฝานกล่าวโดยไม่ลังเล
มุมปากของหลิ่วเยียนผิงปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
คิดจะปฏิเสธข้าหรือ
เ้าเอาอะไรมาปฏิเสธข้า
ในฐานะหลานสาวสุดที่รักของผู้าุโหลิ่วแห่งหอหลอมโอสถของสำนักกระบี่สู่ซาน แม้นางจะไม่ใช่ศิษย์สายในที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ต้องเป็ศิษย์สายในที่ร่ำรวยที่สุดอย่างแน่นอน
รวยจนล้น!
หลิ่วเยียนผิงคือเศรษฐินีตัวน้อยที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในวงสังคมศิษย์สายใน
ความจริงหากเมื่อครู่เมิ่งฝานยังไม่ตกลง นางจะควักหินิญญาออกมาสิบก้อนเพื่อฟาดใส่
หากยังไม่ตกลงอีก ก็จะใช้ยี่สิบก้อนฟาด...
ฟาดจนกว่าเ้าจะตกลง!
หากเมิ่งฝานรู้ความคิดของหลิ่วเยียนผิง เขาคงต้องเสียดายจนไส้เขียว
น่าเสียดายที่เขาไม่รู้จักอดทน
เพียงหินิญญาก้อนเดียวก็ยอมจำนนเสียแล้ว
"ในเมื่อเ้าตกลงแล้ว งั้นก็เริ่มกันเลย" หลิ่วเยียนผิงมองเมิ่งฝาน พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า "กระบี่ของเ้าล่ะ?"
กระบี่?
เมิ่งฝานยิ้มเจื่อน ข้าจะมีกระบี่ได้อย่างไร
ศิษย์สายนอกที่ติดอันดับหนึ่งในห้าสิบแรกเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ไปเบิกกระบี่จากหอคอยกระบี่ได้
ตอนนี้ตนไม่ใช่ทั้งศิษย์สายงานจิปาถะและไม่ใช่ศิษย์สายนอก แต่เป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่
เมิ่งฝานเพิ่งนึกได้ว่าตำแหน่งศิษย์เฝ้ากระบี่ของเขานั้นมีฐานะเทียบเท่าศิษย์สายนอกแต่ไม่มีอันดับ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ตนมีสิทธิ์เบิกกระบี่จากหอคอยกระบี่หรือไม่?
คืนนี้กลับไปต้องลองถามศิษย์พี่หลัวดู อย่างไรเสียทุกคนก็เป็คนกันเองในหอคอยกระบี่ เบิกกระบี่มาใช้สักเล่มคงไม่เกินไปกระมัง
เมิ่งฝานเดินไปที่ชั้นวางไม้ด้านข้าง แล้วหยิบกระบี่ไม้ขึ้นมาเล่มหนึ่ง
หลิ่วเยียนผิงส่ายหัวด้วยความจนใจ นางจึงเปลี่ยนกระบี่ในมือของตนเป็กระบี่ไม้เช่นกัน
ในเมื่อเป็การประลอง ไม่ใช่การต่อสู้ ยิ่งไม่ใช่การสู้ตาย ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็ต้องเอาเปรียบเื่อาวุธ
หากเป็การต่อสู้จริง นางย่อมไม่ออมมือเช่นนี้แน่นอน การใช้ความได้เปรียบของอาวุธบดขยี้ศัตรูให้ศัตรูตายไปพร้อมกับความคับแค้นใจ นางรู้สึกว่ามันเป็เื่ที่สะใจมาก
แต่เวลานี้เป็เพียงการประลองวิชากระบี่ และเมิ่งฝานก็ไม่ใช่ศัตรูของนาง ลักษณะของเหตุการณ์จึงต่างกันโดยสิ้นเชิง
"ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เ้าเด็กเลี่ยนชี่ระดับหนึ่งที่แม้แต่กระบี่ของตัวเองยังไม่มี จะฝึกวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงจนถึงระดับนั้นได้อย่างไร?" หลิ่วเยียนผิงพึมพำอย่างไม่เข้าใจ
ความเชี่ยวชาญในวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงที่เมิ่งฝานแสดงออกมาเมื่อวานนี้ ดูไม่เหมือนสิ่งที่มือใหม่เลี่ยนชี่ระดับหนึ่งจะทำได้เลย
"เวลาผ่านไปครึ่งก้านธูปแล้วนะ นี่ก็นับรวมอยู่ในหนึ่งชั่วยามด้วย" เมิ่งฝานกล่าวกับหลิ่วเยียนผิงด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฝาน หลิ่วเยียนผิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เ้าหมอนี่ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความมั่งคั่งของเศรษฐินีเลย!
"ศิษย์น้องท่านนี้ อย่าว่าแต่จ้างเ้าเพียงหนึ่งชั่วยามเลยต่อให้จ้างเป็รายวัน รายเดือน หรือรายปี ข้าคนนี้ก็จ่ายไหว!" หลิ่วเยียนผิงพูดด้วยท่าทางดูแคลน ในแววตามีความทระนงที่ซ่อนไม่มิด
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง
แม่นางคนนี้ั้แ่เริ่มหาเื่เขาเมื่อวาน สายตาที่มองเขาก็ดูไม่ปกติ
หรือว่า... อยากจะเลี้ยงดูเขา
มีความเป็ไปได้สูง!
ร่างกายนี้หลังจากที่เมิ่งฝานทะลุมิติมานั้น หล่อเหลาเป็อย่างยิ่ง
หากพูดถึงรูปลักษณ์ มีความคล้ายคลึงกับหยางกั้วและติงเผิงที่รับบทโดยไป๋กู่ในซีรีส์ถึงเจ็ดส่วน
ส่วนอีกสามส่วนที่เหลือนั้น ยิ่งกว่าและเหนือกว่าเสียอีก!
ระดับบำเพ็ญของเมิ่งฝานอาจไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึงในสำนักกระบี่สู่ซานหรืออาจเรียกได้ว่ารั้งท้าย
แต่หากพูดถึงรูปลักษณ์ก็เหมือนกับพร์วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพที่หากมองไปทั่วทั้งสำนักกระบี่สู่ซานแล้วไม่มีใครสู้เขาได้เลย
ดังนั้น คำพูดเกี่ยวกับการเลี้ยงดูของหลิ่วเยียนผิงเมื่อครู่ จึงมีเหตุผลให้เมิ่งฝานสงสัยว่าแม่นางคนนี้จะเกิดใจสั่นไหวในตัวเขา
"แม่นาง โปรดสำรวมด้วย!" เมิ่งฝานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
หลิ่วเยียนผิงชะงักไปครู่หนึ่ง ยังไม่ทันตอบสนองว่าคำพูดของเมิ่งฝานหมายความว่าอย่างไร จึงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ไม่กี่วินาทีต่อมา ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางก็พลันแดงซ่าน เมื่อเข้าใจถึงความเข้าใจผิดในคำพูดของเมิ่งฝาน
นางจึงตวาดด้วยความโกรธว่า "สำรวมบ้านเ้าสิ รับกระบี่!"
พูดจบ นางก็เงื้อกระบี่ไม้ ฟันเข้าใส่เมิ่งฝานหนึ่งกระบี่
เมิ่งฝานส่ายหัวอย่างจนใจ ทำไมถึงได้โกรธจนหน้าแดงแบบนี้
เขายกกระบี่ขึ้นต้าน ปัดกระบี่ไม้ของหลิ่วเยียนผิงออกไป
เมิ่งฝานไม่ได้ใช้ปราณแท้และหลิ่วเยียนผิงก็ไม่ได้ใช้ปราณแท้เช่นกัน
โดยเฉพาะในสายตาของหลิ่วเยียนผิง เมิ่งฝานเป็เพียงเลี่ยนชี่ระดับหนึ่ง ช่องว่างระหว่างเขากับนางนั้นกว้างเกินไป
หากนางใช้ปราณแท้จะเป็การรังแกคนเกินไป ดังนั้นการประลองของนางกับเมิ่งฝาน จึงเป็การประลองวิชากระบี่ล้วน ๆ
และการประลองวิชากระบี่เพียงอย่างเดียวนั้น เมิ่งฝานย่อมไม่มีความเกรงกลัวอยู่แล้ว