เวลาได้ผ่านเลยไปกว่าสองเดือน หลังจากที่หลินได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันการทหารของกองทัพโดยคำสั่งของผู้ที่ถูกเรียกขานว่า ผู้นำ เป็นเงื่อนไขเพียงข้อเดียว ภายใต้ความต้องการ 3 ข้อที่หลินได้กำหนด นอกจากมันจะไม่มีข้อเสียใดๆในการเข้าเรียนที่สถาบันการทหารแห่งนี้ กับนับว่าเป็นเรื่องดีต่อตัวชายหนุ่มเองมากกว่า
ด้วยความเร็วในการพัฒนาตัวเองของเขาตั้งแต่เป็นผู้มีความสามารถจนกระทั่งตอนนี้ หากนับตามประวัติศาสตร์ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มีความก้าวหน้ารวดเร็วมากกว่าเขา เรียกได้ว่าใกล้เคียงแม้แต่น้อยก็ยังไม่มี
แน่นอนว่าประวัติศาสตร์ที่เอ่ยถึงนั้นนับเพียงผู้มีความสามารถที่ได้เข้าร่วมกับกองทัพเท่านั้น คงไม่สามารถนำประวัติศาสตร์ของผู้มีความสามารถทั่วไปมาเปรียบเทียบได้
โลกของคนทั่วไป โลกของผู้มีความสามารถ สองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงที่เขาได้รู้จักกับถูกแบ่งแย่งออกเป็นอีกโลกหนึ่ง คือโลกของกองทัพ ผู้มีความสามารถในโลกของกองทัพกับมีจำนวนที่มากกว่าที่เขาคาดเอาไว้ กองทัพเป็นเหมือนโลกอีกใบจริงๆไม่ใช่แค่สิ่งที่ถูกแบ่งแยกออกโดยความคิด
ผู้มีความสามารถทั่วไป คือผู้ที่ผ่านดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ได้ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากและเมื่อนำมาเทียบกับจำนวนประชากรแล้ว เรียกได้ว่าน้อยมากจริงๆ ซึ่งคนที่เป็นผู้มีความสามารถจะเข้าเรียนต่อในสถาบันของผู้มีความสามารถและจะมีอนาคตที่สดใส แต่มันก็เป็นอนาคตที่สดใสเพียงแค่ก้าวหนึ่ง
หากผู้มีความสามารถทั่วไปต้องการที่จะก้าวอีกครั้ง กองทัพจึงถือว่าเป็นก้าวที่สอง ความยากในการเข้าร่วมกองทัพของคนทั่วไปนั้นยากกว่าการผ่านดันเจี้ยนชั้นที่ 10 มากนัก ในทางกับกัน ผู้มีความสามารถของกองทัพ การผ่านดันเจี้ยนชั้นที่ 10 ได้นั้น ไม่ได้มีความหมายใดๆเลย
ผู้มีความสามารถของกองทัพมีสรรพยากรและเทคโนโลยีที่เหนือล้ำกว่ามาก ทักษะระดับซิลเวอร์และโกล ที่หาได้ยากเย็นและมีราคาแพงในโลกของผู้มีความสามารถทั่วไป กับมีราคาที่ถูกกว่ามากและยังหาซื้อได้ง่ายแถมยังมีให้เลือกสรรค์มากมาย ยังไม่นับทักษะระดับม่วงที่ต้องทำการประมูลซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนในกองทัพต่างหมายตา มันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจนจริงๆ
"อย่างที่เราได้คุยกันไว้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เอาล่ะ ใครจะเป็นคนแรก ?" เสียงของอาจารย์ผู้สอนวิชาการต่อสู้ด้วยชีวิตดังขึ้น
ชายหนุ่มผู้หนึ่งยกมือขึ้นทันที
"อาวฮาล งั้นรึ วันนี้ไม่ค่อยมีเสียงหรือไง" อาจารย์ผู้สอนพูดสั้นแต่กับเรียกเสียงหัวเราะของผู้เรียนคนอื่นๆได้ เนื่องเพราะครั้งที่แล้ว อาวฮาลก็ได้เสนอตัวเป็นคนแรก แต่กับพูดเสียงดังและพูดจาคมขู่คนอื่น จึงถูกอาจารย์พูดสั่งสอนยกใหญ่ แถมสุดท้ายยังพ่ายแพ้ให้กับคนที่ตัวเองเลือกมาเพื่อต่อสู้ด้วย
"หัวเราะได้ดี หวังว่าพวกเจ้าที่หัวเราะจะไม่พ่ายแพ้ให้กับผู้ที่เจ้าหัวเราะใส่ในวันนี้หรอกนะ" อาจารย์ผู้สอนเปลี่ยนน้ำเสียงของตัวเองเป็นจริงจังก่อนจะเรียกให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวขึ้นไป
"เลือกมาหนึ่งคน ขอเพียงไม่ใช่คนเดียวกับครั้งที่แล้วเจ้าสามารถเลือกใครก็ได้ขึ้นมาบนพื้นที่ประลองแห่งนี้ เจ้าพ่ายแพ้ในครั้งที่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อเจ้าเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากคะแนนในวิชาการต่อสู้ด้วยชีวิต สายตาของผู้คนที่กำลังเฝ้ามองการประลองเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของเจ้า ดังนั้นครั้งนี้ ข้าแนะนำให้เจ้าเลือกให้ดี"
วิชาการต่อสู้ด้วยชีวิต เป็นหนึ่งในสามวิชาที่สำคัญที่สุดในสถาบันการทหาร เป็นวิชาที่ทุกคนต้องเข้าร่วม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลงเรียนวิชานี้ได้จะต้องผ่านเงื่อนไขหลายอย่างจึงจะสามารถลงวิชานี้ได้ การผ่านวิชาการต่อสู้ด้วยชีวิตซึ่งเป็นหนึ่งในสามวิชาที่หากผ่านทั้งสามวิชาแล้ว จะถือว่าจบการศึกษาในสถาบันการทหารและเข้าร่วมกองทัพอย่างเป็นทางการ
แต่การจบการศึกษาด้วยวิธีนี้กับไม่เป็นที่นิยมมากนัก หลายคนยอมเสียเวลาเรียนในสถาบันการทหารต่อจนครบกำหนดสิบปี เนื่องเพราะการจบเช่นนี้ ไม่ใช่หนทางที่สดใสอย่างแท้จริง หลายคนที่จบการศึกษาด้วยวิธีนี้ต่างเป็นเพียงทหารทั่วไปที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรมากนัก แน่นอนว่าเป็นกับคนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคน
อีกวิธีหนึ่งในการจบการศึกษาในสถาบันการทหารแห่งนี้และยังเป็นที่นิยมจนคนส่วนมากยอมที่จะเรียนในสถาบันแห่งนี้ถึงสิบปีก็คือ การถูกดึงตัวเข้ากองทัพโดยหน่วยงานของกองทัพหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เป็นการจบการศึกษาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องผ่านสามวิชาสำคัญเพื่อจบการศึกษาแต่อย่างใด
และคนส่วนมากที่ถูกดึงตัวไปนั้น หลายคนมีหน้ามีตาและได้เลื่อนขั้นรวมไปถึงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานนั้นๆเป็นอย่างดี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวิชาการต่อสู้ด้วยชีวิตซึ่งเป็นหนึ่งในสองวิชาที่มีการประลองจากสามวิชาสำคัญ ถึงเป็นวิชาที่ถูกเฝ้ามองโดยคนจำนวนมาก
"ข้า อาว ฮาล ได้เข้าร่วมวิชาการต่อสู้ด้วยชีวิตเป็นครั้งแรก ผลการประลอง ชนะ 2 แพ้ 1" อาวฮาล พูดอย่างเป็นทางการตามทำเนียมปฏิบัติก่อนจะเลือกท้าประลอง แม้ว่าอาวฮาลจะแพ้ไปหนึ่งครั้ง แต่เขาก็ชนะได้อีกสองครั้งในวันเดียวกันเนื่องจากถูกท้าประลอง ในแต่ละสัปดาห์ทุกคนจะมีสิทธิท้าประลองเพียงแค่ครั้งเดียว
การแพ้ของอาวฮาลครั้งแรกไม่ถือเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าเกลียด เนื่องจากอาวฮาลได้ท้าประลองลูกชายของหัวหน้าหน่วยคนหนึ่ง ที่เข้าร่วมวิชาการต่อสู้ด้วยชีวิตในคลาสนี้ด้วย ควรจะเรียกว่าเป็นความกล้าหาญเสียมากกว่า แต่ความจริงอาวฮาลก็แค่ต้องการชัยชนะเพื่อเป็นใบเบิงทางให้กับตนเอง
"ในครั้งที่แล้ว มีหนึ่งคนในที่นี่ไม่ได้ร่วมประลองแม้แต่ครั้งเดียว ข้าเลือกคนๆนั้น" อาวฮาลชี้ไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายหนุ่มผู้ซึ่งซ้ายขวาถูกประกบด้วยสาวงามสองคน การถูกเลือกเช่นนี้ทำให้คิ้วของชายหนุ่มผู้ถูกเลือกขมวดเข้าหากันในทันที
อาจารย์ผู้สอนเองก็เป็นเช่นเดียวกัน ปากของอาจารย์ผู้สอนขยับเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
ผู้เรียนหลายคนที่ไม่รู้จักชายหนุ่ม จึงไม่ได้ให้ความสำคัญมาก แต่ก็มีบางคนที่ตั้งใจจะเลือกชายหนุ่มในวันนี้เช่นเดียวกับอาวฮาล เพราะครั้งก่อนเป็นครั้งแรกจึงไม่มีใครใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องของชายหนุ่มมากนักแม้จะมีหญิงสาวขนาบข้าง แต่การที่วันนี้ยังคงเป็นเช่นนั้นหมายความว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ผู้เรียนบางคนมีเส้นสายในกองทัพและได้ยินเรื่องราวของชายหนุ่มมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปะทะกับเหล่าผู้นำ การป้องกันการบุกรุกถึงสองครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดต่างมีคนพบเห็นจำนวนมาก หากไม่ถูกสั่งห้ามให้พูดถึง ทุกคนคงได้รู้จักชายคนนี้เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น การเลือกชายหนุ่มคนนี้สำหรับพวกเขาถือเป็นเรื่องที่โง่เขลาอย่างแท้จริง