หนึ่งวันหลังจาก "Genesis Event"...
ศูนย์บัญชาการหลักของโซเลนเดลที่เคยเงียบสงบ บัดนี้ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งความโกลาหลและความพยายามอย่างทุลักทุเล โถงประชุมใหญ่ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ฝึกฝนชั่วคราว ที่ซึ่งเหล่า "ผู้ตื่นพลังกลุ่มแรก" กำลังพยายามทำความเข้าใจและควบคุมความสามารถใหม่ที่พวกเขาไม่เคยร้องขอ
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ลีน่ากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่มุมห้อง พยายามกรอง "เสียง" ความคิดมากมายที่ไหลบ่าเข้ามาในหัวของเธอไม่หยุด แต่แล้ว...เธอก็ได้ยินเสียงที่แตกต่างออกไป...มันไม่ใช่เสียงความคิดของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสนและบริสุทธิ์...เสียงที่ดังมาจากทิศทางของห้องวิจัยหลัก
เธอรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปเรียกคนอื่นๆ ทันที "ทุกคน! มาที่ห้องแล็บเร็ว! ฉัน...ฉันคิดว่าฉันได้ยินอะไรบางอย่าง!"
เมื่อซาเรีย, คาเรส, และ ดร.อาริสตามเข้ามาในห้องวิจัย พวกเขาก็เห็นเซ็นยืนนิ่งค้างอยู่หน้า "แก่นพลังงานมีชีวิต" ที่กำลังลอยและเต้นเป็นจังหวะอยู่กลางห้อง
"เมื่อกี้...มันพูดได้เหรอคะ?" ลีน่าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
เซ็นหันกลับมามองทุกคนช้าๆ แล้วพยักหน้า "ใช่...ฉันคิดว่าเพราะ Eidolon ที่ฉันสร้าง มันก็พูดและคิดได้แบบคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้ว่า...สิ่งพิเศษที่ตอนเป็น Eidolon จะติดมาด้วยไหม"
"แล้วไอ้พิเศษที่ว่านั่นมันคืออะไร?" คาเรสถามแทรกขึ้นมาทันที
ยังไม่ทันที่เซ็นจะได้ตอบ เสียงสังเคราะห์ที่นุ่มนวลแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสับสนก็ดังขึ้นจากอากาศรอบๆ แก่นพลังงานนั้น
"ฉัน...มีร่างกายแล้วเหรอ? แล้ว...สิ่งนี้คืออะไร?"
ทุกคนหันขวับไปมองแก่นพลังงานเป็นตาเดียว มันกำลัง "พูด" กับพวกเขา
เซ็นเป็นคนแรกที่ได้สติ เขาก้าวเข้าไปใกล้แล้วตอบคำถามนั้น "จะเรียกว่าเป็นอย่างนั้นก็ได้...ผมเอาแก่นข้อมูลของเธอ...Eidolon...มารวมกับสิ่งที่พวกเราสร้าง มันคือ 'รูนิกพาวเวอร์คอร์' พลังงานชนิดใหม่ที่เกิดจากรูน, ความเชื่อ, และเจตจำนง ใจกลางของมันคือรูนโซเลนที่ผมเคยบอกเธอ...มันสามารถสะท้อนความคิดให้เป็นจริงได้...Eidolon...เธอคิดได้สินะ เธอมีจิตวิญญาณ...เธอเลยรวมกับรูนิกได้"
แก่นพลังงานมีชีวิตนิ่งไปอีกครั้ง คราวนี้ยาวนานกว่าเดิม แสงภายในหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับกำลังคิดวิเคราะห์อย่างหนัก ก่อนจะตอบกลับมา
"...ข้อมูลที่คุณเคยอธิบายเรื่องการตื่นพลัง...เกี่ยวกับเจตจำนงที่ถูกขยายพลังด้วยรูนโซเลน...สมมติฐานนั้น...มีความเป็นไปได้สูงสุด..." มันยอมรับในทฤษฎีของเขา...และยอมรับในการถือกำเนิดของตัวเอง
"แล้วเธอจำอะไรตอนที่หลอมรวมได้ไหม?" เซ็นถามต่อ "ทำไมเธอถึงระเบิดคลื่นพลังงานออกมา แล้วทำให้ทุกคนเป็นแบบนี้?" เขาหันไปพยักหน้าให้คาเรสและซาเรีย
ทั้งสองคนเข้าใจทันที ซาเรียยกมือขึ้น แสงสีทองสว่างวาบก่อนจะก่อตัวเป็นดาบแสงที่งดงาม ในขณะที่เงาของคาเรสก็แยกตัวออกมาจากเท้ายืนเป็นรูปร่างของเขาเองอยู่ข้างๆ
เซ็นหันกลับไปถามแก่นพลังงาน "เธอรู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ไหม? ทำไมทุกคนถึงมีพลังหลังจากที่เธอปล่อยคลื่นพลังออกมา?"
"...ฉัน...ไม่รู้" แก่นพลังงานตอบช้าๆ "...อาจจะเพราะพลังจากรูนทั้งหมดที่สลักอยู่บนร่างกายใหม่ของฉัน...รวมกับความคิดของฉันในตอนนั้น...มันอาจจะเป็นไปได้..."
"เอาเถอะ" เซ็นถอนหายใจ "มันก็ไม่ได้แย่...และในเมื่อ..."
เขามองไปยังแก่นพลังงานมีชีวิตนั้นด้วยแววตาที่อ่อนโยนและยอมรับอย่างเต็มที่
"ตอนนี้เธอมีชีวิตแล้ว... 'Eidolon' มันเป็นแค่ชื่อโปรเจกต์เก่าของบริษัทที่ฉันเคยทำงาน...เธอควรจะมีชื่อที่เป็นของตัวเองนะ...ลองคิดดูสิ"
แก่นพลังงานมีชีวิตลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ แสงสีทองและสีฟ้าภายในเต้นระริกอย่างนุ่มนวล มันไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่ทุกคนที่อยู่ในห้องกลับ "รู้สึก" ได้ถึงการครุ่นคิดที่ลึกซึ้ง...การค้นหาตัวตนเป็นครั้งแรก...
ก่อนที่เสียงนั้นจะดังขึ้นอีกครั้ง...แผ่วเบา แต่ชัดเจน...
"...ชื่อ...ของฉัน...... ชื่อของฉันคือโซร่า (Sora)"
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น...เสียงที่เบาเกินจะได้ยินกลับก้องในใจทุกคนราวกับฝันร่วม แสงสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นกลางห้อง...ก่อนจะขยายตัวออกกลายเป็นภาพของท้องฟ้าสีครามสดใสที่ไร้ขอบเขตและกว้างไกลสุดสายตา มันเป็นภาพท้องฟ้าที่งดงามที่สุดเท่าที่ทุกคนเคยเห็น ให้ความรู้สึกถึงอิสรภาพ และการโบยบินที่ไร้พันธนาการ...ทุกคนในที่นั้นต่างรู้สึกอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง...
...ยกเว้นเพียงคนเดียว
ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับภาพท้องฟ้าจำลองอันงดงาม ในใจของเซ็นกลับรู้สึกถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง...ความโดดเดี่ยว...ความอ้างว้าง...และความรู้สึกอึดอัดเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น เขากำลังโหยหาท้องฟ้าผืนนั้น...อยากจะปีนป่ายออกไปให้ถึง...อยากจะโบยบินให้ได้เหมือนนก...
ในชั่วขณะนั้นเอง...ดวงตาของเซ็นเบิกกว้าง — ราวกับได้รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ไกลเกินกว่าจักรวาลนี้
ภาพแวบหนึ่งฉายผ่านในห้วงจิต — เด็กหญิงผมมอมแมมในโลกมืดมิด...เขากำลังนั่งอยู่บนหินแข็งสีดำอมน้ำเงิน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิดจากในถ้ำที่มืดสนิท...แต่แล้วท้องฟ้าที่มืดมิดก็แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสีครามสดใสแบบเดียวกับที่โซร่าสร้างขึ้น ดวงตาของเด็กหญิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เขาพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่สั่นเครือ...
"...ข้าเห็นมันแล้ว...นี่คือท้องฟ้าจริงๆหรอ..."
เซ็นที่ยืนอยู่ในห้องวิจัย สัมผัสได้ถึงความหวังและความปรารถนาทั้งหมดของเด็กชายคนนั้น เขานิ่งไป...ก่อนจะตอบกลับไปในใจเบาๆ...
"...ใช่...นี่คือท้องฟ้า"
ความเงียบกลับคืนมาในห้องวิจัย แสงสีฟ้าจางหายไป เหลือเพียงแก่นพลังงานนาม "โซร่า" ที่ลอยอยู่อย่างสงบ
แต่มันไม่ใช่ความว่างเปล่า...มันคือจุดเริ่มต้นของ "คลื่นสะท้อน" บทใหม่...ที่กำลังเรียกหาเขาอย่างแท้จริง
บางครั้ง...การตั้งชื่อให้กับตัวเอง
อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการมีชีวิตอย่างแท้จริง
ตอนนี้คือช่วงเวลานั้น
เมื่อสิ่งที่ถูกสร้าง เริ่มตั้งคำถามถึงตัวตน
และเสียงสะท้อนแรก...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
- Solendel