แม้จะหงุดหงิดที่เสียเวลาตั้งแต่เช้าแต่คุณหนูเหยาก็คงยังไม่ไปไหนแล้วดูการทดสอบไปเรื่อย ๆ เพราะการที่นางมาในครั้งนี้ก็ได้บอกบิดาของนางไปว่าอยากจะช่วยดูว่า ทำไมผลการสอบของปีหลัง ๆถึงได้ตกต่ำลง ดังนั้นแล้วไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องอยู่ดูทุกคนอยู่ดี
“เห้ยนั่นคุณชายเหลยสอบผ่านด้วยล่ะ...”
“เขาเพิ่งสอบครั้งที่สามเองใช่ไหมสุดยอดเลย”
“อา... เขาช่างงดงาม เสียจริง ๆแถมยังเก่งกาจอีกด้วย”
“หืออ... เขาไม่มีคะแนนเพิ่มเติม แสดงว่าเขาทำการทดสอบที่สามไม่ได้เลยงั้นหรือ ....”
“คุณชายแค่มาสอบเพื่อเอาใบรับรองเท่านั้นแหละน่าอีกอย่างแค่สอบผ่านได้ก็เก่งมากแล้ว”
เสียงพูดคุยกันดังขึ้นมาท่ามกลางผู้เข้าทดสอบและศิษย์สำนักคนอื่น ๆที่รายล้อมอยู่ในบริเวณ และหญิงสาวต่างก็หลงไหลในกริยาท่าทางของคุณชายผู้สูงศักดิ์เพราะในที่สุดวันนี้ก็มีคนสอบผ่านสักที แถมยังเป็นคนที่ทุกคนชื่นชมอีกด้วย
“หึไม่เบาเหมือนกันนี่ แต่ก็ยังห่วยแตกอยู่ดี” คุณหนูเหยายืนกอดอกมองดูคุณชายเหลยที่เดินยิ้มแย้มออกมาจากห้องสอบแล้วบ่นพึมพำ ส่วนลี่จ้งก็แอบเหล่ตามองนางครู่หนึ่งก่อนจะรีบดึงสายตากลับไปที่สนามสอบพลันคิดในใจว่า “หากท่านไม่ได้ร่ำเรียนกับเจ้าสำนักในทุกวันท่านก็ไม่ต่างกับคนอื่นนักหรอก เหอะ .....”
และหลังจากนั้นตลอดจนการสอบของเทียนคงก็ไม่มีใครสอบผ่านอีกเลยนับว่าการสอบครั้งนี้มีผู้สอบผ่านน้อยที่สุดเป็นประวัติการเลยทีเดียวและตอนนี้สีหน้าของลี่จ้งก็ดูไม่ได้เลยสักนิด เพราะส่วนใหญ่ศิษย์ที่มาสอบในวันนี้เป็นศิษย์ของเขาเองและนี่มันก็บ่งบอกได้ว่าการสอนของเขานั้นย่ำแย่เพียงไร
“ดูท่าเจ้าจะต้องปรับปรุงการสอนเยอะเลยนะศิษย์เจ้าแต่ละคนก็ไม่ใช่ขี้ไก่ขี้กา รู้ไหม ...” คุณหนูเหยาพูดคุณมาลอยๆโดยที่ไม่ได้มองที่ลี่จ้งเลยแม้แต่น้อย สองมือยังคงกอดอกแล้วมองตรงไปที่สนามสอบ
“เข้าใจแล้วขอรับข้าจะพิจารณาตัวเอง แล้วไปรับโทษกับเจ้าสำนักด้วยตัวเอง คุณหนูโปรดวางใจ ข้าจะปรับปรุงการสอนให้ดียิ่งขึ้นแน่นอน”ลี่จ้งรับคำแต่โดยดี และแม้มันจะไม่ได้มีบทลงโทษอะไรจากผลการสอบแบบนี้แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่นิ่งนอนใจกับเรื่องแบบนี้ และไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปได้เช่นกัน
ผู้เข้าสอบที่เข้าทดสอบกันไปแล้วส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่สนามสอบแห่งนี้เพราะว่าพวกเขาต่างรอดูว่า คนนอกที่ริอาจมาสอบขอใบรับรองนักเล่นแร่แปรธาตุที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุดในทุกสายอาชีพจะทำได้ขนาดไหน แถมยังเป็นครั้งแรกของเขาอีกด้วย ชื่อเสียงเรียงนามอะไรก็ไม่มี
แต่อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเขาอายุน้อยมาก เมื่อเทียบกับผู้เข้าสอบคนอื่น ๆที่จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 25 ปีน้อยสุดคือ 20 ปี และมากสุด 31 ปี ซึ่งคนที่อายุ 20 ปีแล้วมีพลังระดับเชี่ยวชาญขั้นหนึ่งนั้นไม่ค่อยมีให้เห็น และจะต้องเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งแน่นอน เลยทำให้ตอนนี้เรื่องของเทียนคงจึงเป็นที่พูดคุยของศิษย์สำนักว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใครมาจากไหน เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในประวัติ ก็มีแค่ว่าเป็นเด็กกำพร้าและถูกเลี้ยงดูมาโดยเจ้าเมืองประกายเงิน
เทียนคงเดินเข้าห้องทดสอบท่ามกลางเสียงซุบซิบและสายตาที่ถูกจับจ้องและพอเดินเข้าไปในห้องทดสอบ ที่จะถูกกั้นไว้เป็นห้อง ๆโดยฉากกั้น ซึ่งก็กว้างพอสมควรโดยมีระเบียงที่ยื่นออกมาเป็นห้องที่กรรมการใช้มองลงมายังผู้เข้าสอบทั้ง 10คนในแต่ละรอบ ซึ่งในรอบสุดท้ายนี้มีเพียง 7 คน
“หือออ... อะไรน่ะ .... ลี่จ้ง กระจกนี่มองจากสนามไม่เห็นคนด้านในใช่ไหม” คุณหนูเหยาที่จับจ้องเทียนคงตั้งแต่เขาเดินเข้ามารู้สึกสะดุ้งไปแวปหนึ่งเพราะจู่ ๆสายตาของเทียนคงก็เหล่มองมาที่นางด้วยความเย็นเยียบ แม้จะเพียงครู่เดียวแต่คือเขามองมาที่นางจริง ๆ แถมยังส่งรังสีอำมหิตมาอีกด้วย จนจู่ๆนางก็เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาเฉย ๆ
“แน่นอนขอรับคุณหนูคนจากข้างนอกไม่มีทางมองเห็นด้านในนี้แน่นอน แม้กระทั่งเสียงก็ไม่ได้ยินมีอะไรหรือขอรับ ...” ลี่จ้งที่ก็จับตามองเทียนคงอยู่เช่นกัน เขาไม่ได้รู้สึกใดๆเพราะเทียนคงไม่ได้มองมาที่เขา และเขาก็ไม่เห็นว่าเทียนคงได้มองไปที่คุณหนูเหยาเลยสักนิด
“ปะเปล่า .... ไม่มีอะไร .........” คุณหนูเหยายังคงไม่หายตกใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะนางเองก็เกิดความไม่แน่ใจขึ้นมาว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่มันอาจเป็นนางที่คิดไปเองก็ได้
ซึ่งนางไม่ได้คิดไปเองเทียนคงสัมผัสได้ตั้งแต่เข้ามาที่สนามสอบ ว่ามีสายตาจ้องมองเขาอยู่สองคนแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่สัมผัสได้ว่าหนึ่งในสองคนนี้จ้องมองมาด้วยจิตอาฆาต ซึ่งนั่นก็มาจากคุณหนูเหยานั่นเองนี่จึงเป็นเหตุที่ว่าเทียนคงเหล่ตามองไปที่นางแวปหนึ่ง
เทียนคงไม่ได้แสดงความผิดปกติใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย แล้วเริ่มลงมือในการทดสอบที่หนึ่ง เขาคัดแยกอัญมณีบนโต๊ะที่กองรวมกันออกอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงรอสัญญานจากกรรมการ
“ติ๊งงงง”เสียงสัญญานว่าเขาสอบผ่านดังขึ้นพร้อม ๆกับไฟสีเขียวที่เปล่งประกายออกมาจากหลอดไฟหน้าโต๊ะเทียนคงยิ้มบางแล้วเริ่มการทดสอบที่สอง
“โฮ่ไม่ธรรมดาแหะ” คุณหนูเหยามองดูเทียนคงคัดแยกและจัดเรียงอัญมนีบนโต๊ะเสร็จก็ประหลาดใจไม่น้อยเพราะความเร็วของเทียนคงนี้พอ ๆกับนางตอนที่สอบเลย จนบอกไม่ได้ว่าใครเร็วกว่าใคร แต่นางหาได้รู้ไม่ว่าเทียนคงได้ชะลอเวลาไปกว่าครึ่งแล้วเพื่อไม่ให้มันรวดเร็วเกินไปจนผิดสังเกต
การหลอมอัญมนีนั้นก็มีหลายเทคนิคอย่างง่ายที่สุดก็คือการใช้กำลังเข้าว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ที่จะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุได้จะต้องมีพลังอย่างน้อยระดับเชี่ยวชาญเสียก่อน เพราะเพียงแค่การหลอมอัญมนีระดับหนึ่งให้กลายเป็นระดับสอง ก็ต้องใช้พลังในระดับเชี่ยวชาญแล้ว
การใช้กำลังก็คือการส่งพลังเข้าไปบีบอัดอัญมนีให้หลอมรวมกันเป็นก้อนเดียวซึ่งใช้ทักษะและความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างอัญมนีน้อยที่สุดแต่ด้วยความที่เป็นการใช้กำลังบีบอัด อัตราความสำเร็จจึงน้อยตามไปด้วยและความเสียหายจากความล้มเหลวก็รุนแรงเช่นกัน ยิ่งระดับการหลอมอัญมนีสูงขึ้นอัตราความสำเร็จยิ่งน้อยลงและความรุนแรงเมื่อล้มเหลวก็มากขึ้นเป็นทวีคูณ
ส่วนวิธีต่อมาคือการสกัดเอาพลังจากอัญมนีก้อนอื่น ๆถ่ายเทไปยังอัญมนีอีกก่อนหนึ่งทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆจนอัญมนีที่รับพลังมามีพลังมากขึ้นเรื่อย ๆจนยกระดับได้ วิธีนี้ดูเหมือนง่ายแต่กลับเป็นวิธีที่ยากที่สุด ตรงกันข้ามกับการใช้กำลังเลย หากเข้าใจโครงสร้างอัญมนีและโอนถ่ายพลังได้อย่างต่อเนื่อง อัตราความสำเร็จแทบจะ 10 ใน 10 ส่วน และหากพลาดก็ไม่เกิดความเสียหายแต่อย่างใด เพียงแต่อัญมนีจะสูญเสียพลังไปเท่านั้น
และวิธีสุดท้ายก็คือการผสมผสานระหว่างวิธีแรกกับวิธีที่สองเข้าด้วยกันขึ้นอยู่กับการประยุกต์และความคิดสร้างสรรค์ของนักเล่นแร่แปรธาตุและส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีนี้กัน เพราะไม่มีใครสามารถรู้โครงสร้างของอัญมนีได้ทั้งหมดดังนั้นหากมองกันในความเป็นจริงตอนนี้ วิธีที่สองนั้นจึงเป็นได้เพียงทฤษฏีและยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
เทียนคงเองก็ได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้มาพอสมควรแล้วและเขาก็ได้ลองฝึกการหลอมอัญมนีนี้ ผลปรากฏว่า เขาสามารถทำวิธีที่สองได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างของอัญมนีด้วยซ้ำเพราะจากความสามารถพิเศษของเขาที่สามารถดูดซับพลังงานรอบตัวได้นั้นมันสามารถดูดพลังออกมาจากอัญมนีได้ด้วย ทำให้เขาดึงเอาพลังจากอัญมนีออกมาแล้วถ่ายเข้าไปยังอัญมนีอีกก้อนได้เพียงแค่ชั่วพริบตา
ดังนั้นแล้วการหลอมอัญมนีของเทียนคงนั้นอัตราความสำเร็จคือ10 ใน 10 ส่วน ขอแค่มีอัญมนีมากพอ เขาก็จะสามารถหลอมมันไปได้จนถึงระดับสูงสุดเพียงไม่กี่วินาทีมันช่างน่าเหลือเชื่อจนเทียนคงเองยังอดตะลึงไม่ได้ เขานึกภาพไม่ออกจริง ๆว่าคนที่สามารถสร้างตัวเขาขึ้นมาได้จะมีลักษณะเป็นอย่างไรและยิ่งค้นพบความสามารถของตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่ ความกระหายใคร่รู้ก็ยิ่งทวีคูณเขาอยากรู้อย่างมากว่าเขาเป็นใครกันแน่
กลับมาที่การทดสอบเมื่อรู้ตัวว่าความสามารถที่มีมันพิเศษเพียงไร มีหรือเขาจะใช้มันสุ่มสี่สุ่มห้าเทียนคงจึงเลือกการหลอมอัญมนีด้วยการใช้พลัง เขากางมือสองข้างออก มวลพลังงานหมุนวนและเคลื่อนไหวรอบบริเวณอัญมนีที่อยู่บนโต๊ะ 10 ก้อน ค่อยลอยขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มจับคู่กัน แล้วหลอมละลายเป็นก้อนเดียวกันเพียง5 ก้อน และจากนั้น อัญมนีทั้ง 5 ก้อนก็จับกลุ่มกันทีเดียวและหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอัญมนี เพทาย ระดับสอง เสร็จสมบูรณ์แล้ว
“เหลือเชื่อจริงๆ เขาทำได้จริง ๆด้วย แถมยังเร็วมากด้วยอีกต่างหาก ลี่จ้งไปตรวจสอบความสมบูรณ์เร็ว” คุณหนูเหยามองเทียนคงที่หลอมอัญมนีสำเร็จด้วยดวงตากลมโตสองมือที่เคยกอดอกไว้ ได้กางออกมาจับกระจกด้วยความตื่นเต้น แล้วเอ่ยบอกลี่จ้งให้รีบไปตรวจสอบเพราะหากเทียนคงสามารถทำให้ความสมบูรณ์ของอัญมนีที่หลอมได้มากกว่า 8 ใน 10 ส่วนเขาจะกลายทำลายสถิติเดิมของนางทันที และนางก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นด้วย เพราะนางถือตัวว่าคืออันดับหนึ่งมาตลอดและไม่อยากรู้สึกถึงความพ่ายแพ้
ลี่จ้งเดินลงมา และเมื่อเห็นสภาพอัญมนี เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะความสมบูรณ์ของมันอยู่ที่8 ใน 10 ส่วน เท่ากันกับที่คุณหนูเหยาเคยทำได้ ก่อนหน้านี้เขาเคยหมั่นไส้เทียนคงที่ไม่ฟังเขาแต่ตอนนี้เขารู้แล้ว ว่าเป็นเขาเองที่ดูคนผิด จึงรู้สึกผิดไม่น้อยที่ตัดสินเทียนคงไปตั้งแต่ยังไม่เห็นความสามารถ และในใจเขาแอบหวังเล็กๆว่าเทียนคงจะเอาชนะคุณหนูเหยาผู้หยิ่งผยองคนนี้ได้ แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาเท่ากันก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว เพราะหากเทียนคงเอาชนะคุณหนูเหยาได้จริง ๆคงได้มีเรื่องปวดหัวตามมาอีกมากแน่ๆ
“ยอดเยี่ยมมากเจ้าหนุ่มเจ้าสอบผ่านการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุแล้ว การทดสอบที่สาม เจ้าจะทดสอบหรือไม่ก็ได้หากไม่ทดสอบ เจ้าก็จะได้ใบรับรองนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหนึ่งในทันทีตอนนี้ แต่หากเจ้าเลือกทดสอบและทำคะแนนได้มาก ก็จะสามารถได้ใบรับรองในระดับที่สูงขึ้นตามไปด้วย จะลองดูไหม”
ลี่จ้งตอนนี้มองดูเทียนคงด้วยความชื่นชม ผิดกับก่อนหน้านี้อย่างกับคนละคนตอนนี้เขาดูเหมือนคุณตาที่เอ็นดูหลานชายยังไงยังงั้น
เทียนคงลุกขึ้นโค้งคำนับให้ทีหนึ่งแล้วยิ้มบางรับ ก่อนจะตอบไปว่า “ขอบคุณมากขอรับ ข้าจะลองดูสักหน่อย ท่านอาโปรดแนะนำ”ด้วยคำตอบนี้ยิ่งทำให้ลี่จ้งชื่นชมเทียนคงมากขึ้นไปอีก เพราะเทียนคงไม่มีลักษณะของเด็กอวดดีที่เขามักจะเจอบ่อยๆเลย เป็นของหายากที่แทบจะหาไม่ได้ง่าย ๆเลย ท่ามกลางกลุ่มคนชั้นสูงเหล่านั้นเขายิ้มรับเช่นกัน แล้วพูดว่า “ข้าไม่มีอะไรต้องแนะนำเจ้าหรอก ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถทำคะแนนได้พอสมควร”ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
“เป็นอย่างไรเขาทำได้เท่าไหร่” คุณหนูเหยาหันมาถามลี่จ้งทันทีด้วยความร้อนใจ
“เขาทำได้เท่ากันกับท่านขอรับ”ลี่จ้งก้มหน้าตอบ สองมือประสานกันที่ท้องน้อย
“เท่ากันกับข้า........... เชอะ แต่จะเอาชนะข้าได้ต้องได้คะแนนการทดสอบที่สามมากกว่า 20 คะแนนมาดูกันว่าเจ้าจะแน่แค่ไหน” คุณหนูเหยาตอนนี้สนใจแต่ผลการทดสอบอย่างเดียวแล้วเพราะนางไม่อยากแพ้จริง ๆ ชีวิตนี้นางยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับใครหน้าไหนเลย ในสายอาชีพการเล่นแร่แปรธาตุที่ช่วงอายุที่เท่า ๆกัน ดังนั้นมันจะต้องไม่เกิดขึ้น อีกอย่างนางเป็นถึงบุตรีของเจ้าสำนัก ดังนั้นยิ่งแพ้ไม่ได้
เทียนคงสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตจากด้านบนนั้นอีกครั้งแล้วพลันคิดในใจว่า “คงไม่ใช่ท่านอาคนนั้นหรอก ใครกันนะ เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายจริง ๆ ..... คงไม่ใช่ว่าข้าทำคะแนนได้มากเกินหน้าเกินตาใครไปหรอกนะ........ น่าจะเป็นอย่างนั้นแหะ ......”
เมื่อคิดได้อย่างนี้เทียนคงจึงลดระดับความสำเร็จที่ตั้งใจจะทำให้ได้ลงไปอีก เพราะการสกัดอัญมนีนี้เทียนคงก็สามารถทำได้ง่าย ๆเช่นกัน เพราะการสกัดอัญมนีให้กลายเป็น มุกดาหาร มันก็คือเทคโนโลยีในการสร้างอุปกรณ์กักเก็บพลังงานสำรองของเขานั่นเองแม้จะไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ก็คล้ายกันมาก อุปกรณ์กักเก็บพลังจะมีโครงสร้างภายในที่คล้ายกับมุกดาหาร ดังนั้นแล้ว สิ่งที่เทียนคงต้องทำ ก็แค่ดึงเอาพลังเดิมของอัญมนีออกแล้วใส่พลังงานบริสุทธ์เข้าไปใหม่เท่านี้อัญมนีนั้นก็จะกลายเป็น มุกดาหาร แล้ว ช่างง่ายดายเหลือเชื่อจริง ๆ
เทียนคงควบคุมอัญมนีสองก้อนแล้วทำท่าทางเหมือนกำลังพยายามอย่างหนัก จนเหงื่อซึมและไหลออกมา จากนั้นเขาก็หอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อนแล้ววางอัญมนีลง ก่อนจะเอ่ยว่า “ท่านอา ข้าทำได้เพียงเท่านี้ โปรดตรวจสอบด้วยขอรับ”
แม้เทียนคงเสแสร้งอย่างที่สุดแล้วแต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับยิ่งทำให้ลี่จ้งและคุณหนูเหยาตะลึงตาค้าง เพราะสิ่งที่เทียนคงทำคือการลดประสิทธิภาพของอัญมนีอีกก่อนหนึ่ง ถ่ายโอนไปให้อีกก้อนหนึ่งทำให้อัญมนีอีกก้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังเพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุดเสียด้วยซึ่งมันก็ไม่ได้ง่ายไปกว่าการสกัดให้เป็นมุกดาหารเท่าไหร่เลยนะ .....