ความสิ้นหวังเย็นเยียบและหนักอึ้งราวกับแผ่นศิลาทับถมลงบนจิตใจของหน่วยเด็ดหัวพญามารที่เหลือรอดชีวิต
เบื้องหน้าคือกำแพงอาคมสีดำแดงที่ส่องประกายอำมหิต มันคือเส้นตายที่ไม่อาจข้ามผ่าน
เบื้องหลังคือเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนของกองทัพพม่าที่กำลังบีบวงล้อมเข้ามา มันคือคลื่นมรณะที่พร้อมจะโถมซัดพวกเขาทุกเมื่อ
คำอินทร์คุกเข่าอยู่บนพื้นดินเรี่ยวแรงของเขาหมดสิ้นลงแล้วโดยสมบูรณ์ เขาพยายามจะโคจรพลังจากแก่นอาคมอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาตามเส้นทางพลังภายในที่บอบช้ำ เขาฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัดมากเกินไป
เขาทำได้เพียงแค่มองดูกำแพงอาคมนั้นแล้วนึกถึงใบหน้าของจอน
ทหารกล้าผู้สละชีพเพื่อให้พวกเขามาได้ถึงจุดนี้
หรือว่าการเสียสละของเขากำลังจะสูญเปล่า...
หัวหน้าหน่วยองครักษ์และทหารที่เหลืออีกไม่กี่นายต่างเข้ามายืนล้อมร่างของผู้นำหนุ่มของตนไว้ พวกเขาตั้งดาบขึ้นหันหน้าออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังจะมาถึง
แววตาของพวกเขาไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไปมีเพียงความสงบนิ่งของผู้ที่ยอมรับในชะตากรรม
ท่านแม่ทัพดูเหมือนว่านี่จะเป็นที่ตายของเรา คำพูดของหัวหน้าหน่วยยังคงก้องอยู่ในหัวของคำอินทร์
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะยอมจำนนต่อโชคชะตา
ในขณะที่ทหารพม่าระลอกแรกปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดพร้อมที่จะเข้าขย้ำเหยื่อที่จนตรอก
พลันบังเกิดเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาทำลายทุกสิ่ง!
วู่วววววววววววววววววววววววววว!
มันไม่ใช่เสียงแตรจากในค่ายพม่าแต่มันคือเสียงแตรเขาสัตว์ของกองทัพสยาม! ที่ดังมาจากทิศทางของกำแพงเมืองชากังราว!
และมันไม่ใช่สัญญาณตั้งรับแต่มันคือสัญญาณ "เข้าโจมตี"!
ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะถล่มทลาย!
"ไชโย! เพื่อท่านเจ้าคุณ! เพื่ออสุราน้อย! ฆ่าพวกมัน!"
ทุกคนทั้งฝ่ายสยามและพม่าต่างหันไปมองยังทิศทางของเสียงด้วยความตกตะลึง!
ภาพที่พวกเขาเห็นคือประตูเมืองทิศใต้ที่เคยพังพินาศ บัดนี้ได้เปิดออกกว้าง! และมีกองทัพทหารม้าและทหารราบของสยามจำนวนนับพันกำลังพุ่งทะยานออกมาจากประตูเมืองข้าใส่ค่ายทหารพม่าที่กำลังโกลาหลจากทางด้านหลัง!
ผู้นำทัพนั้นคือเจ้าพระยาเพชรพิไชยด้วยตนเอง!
ท่านเจ้าเมืองหลังจากที่ได้รับรายงานเรื่องเพลิงไหม้ที่ยุ้งฉาง ท่านก็ตระหนักได้ทันทีว่าแผนการของศัตรูคืออะไรและตระหนักได้ว่าหน่วยของคำอินทร์นั้นได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือการสังหารแม่ทัพใหญ่ของพม่าลงได้สำเร็จ!
ในภาวะที่ศัตรูไร้หัวและกำลังระส่ำระสาย ท่านเจ้าเมืองจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดคือการเปิดประตูเมืองแล้วนำทัพทั้งหมดออกไปเผด็จศึก!
มันคือการเดิมพันครั้งสุดท้ายที่ต้องทุ่มด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี!
กองทัพของเจ้าพระยาเพชรพิไชยเข้าปะทะกับกองทัพพม่าที่กำลังสับสนสร้างความโกลาหลและความแตกตื่นให้แก่พวกมันเป็นทวีคูณ!
เหล่าจอมอาคมของพม่าที่เคยรวมพลังกันเสริมสร้างกำแพงมนตรา บัดนี้กลับต้องตื่นตระหนกและหันไปป้องกันตัวเองจากการโจมตีที่ไม่คาดฝัน! สมาธิของพวกมันแตกกระเจิง!
กำแพงอาคมสีดำแดงที่เคยดูแข็งแกร่งและไม่อาจทำลายได้ บัดนี้พลันเริ่มสั่นไหวและส่องแสงริบหรี่ลง!
คำอินทร์เห็นภาพนั้น! ประกายแห่งความหวังสุดท้ายลุกวาบขึ้นในดวงตาที่ใกล้จะมืดบอดของเขา!
"บัดนี้!" เขารวบรวมแรงทั้งหมดตะโกนขึ้น! "ไป!"
เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ผลักร่างของหัวหน้าหน่วยองครักษ์ให้พุ่งไปข้างหน้า!
เหล่าทหารกล้าที่เหลือรอดเมื่อเห็นโอกาสเดียวที่จะรอดชีวิตก็ออกวิ่งสุดชีวิต! พุ่งเข้าใส่กำแพงอาคมที่กำลังจะสลายไป!
เปรี้ยง!
พวกเขาทะลวงผ่านม่านพลังนั้นไปได้สำเร็จ!
บัดนี้พวกเขากลับมาอยู่ในแดนสังหาร ที่ที่การรบพุ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างดุเดือดรอบตัว
หัวหน้าหน่วยองครักษ์มองหาธงนำทัพของท่านเจ้าเมือง แล้วเขาก็เห็น!
"ไปทางนั้น!"
พวกเขาทั้งหมดช่วยกันพยุงร่างของคำอินทร์ที่แทบจะหมดสติแล้วฝ่าดงดาบและคมหอกมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของเจ้าพระยาเพชรพิไชย
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจนได้
เจ้าพระยาเพชรพิไชยเมื่อเห็นหน่วยเด็ดหัวพญามารที่เหลือรอดชีวิตกลับมา โดยเฉพาะเมื่อเห็นสภาพของคำอินทร์ แววตาของท่านก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความยินดีที่พวกเขาปลอดภัย ทั้งความเศร้าใจต่อผู้ที่ต้องสละชีพและทั้งความภาคภูมิใจในความกล้าหาญของพวกเขาอย่างถึงที่สุด
"กลับบ้าน" ท่านเจ้าเมืองกล่าวกับพวกเขาสั้นๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น
ท่านสั่งให้ทหารม้าเร็วกลุ่มหนึ่งเข้าคุ้มกันหน่วยของคำอินทร์แล้วนำพวกเขากลับเข้าสู่ประตูเมืองโดยด่วนที่สุด
คำอินทร์ถูกพยุงขึ้นไปบนหลังม้า สติของเขาเลือนลางเต็มที...
แต่ในภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
เขาเห็นแสงแรกของรุ่งอรุณที่กำลังสาดส่องขึ้นมาทางทิศตะวันออก
เขาเห็นค่ายทหารพม่าที่กำลังลุกเป็นไฟไม่ใช่ด้วยภาพมายาแต่เป็นไฟที่เกิดจากการสู้รบจริงๆกองทัพที่เคยยิ่งใหญ่ บัดนี้แตกพ่ายและกำลังหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง
และเขาเห็นประตูเมืองชากังราวที่เปิดอ้ารอรับการกลับมาของพวกเขาอยู่
ภารกิจสำเร็จแล้ว
แล้วสติของเขาก็ดับลงสู่ความมืดมิดที่ปราศจากความเจ็บปวด มีเพียงความรู้สึกของชัยชนะและความปลอดภัยที่โอบล้อมกายเขาไว้...