เพียงพริบตาเดียวราวกับโกหกหยางเถาอวี้ออกมาจากเรือนที่ขังตนและไปโผล่อีกทีภายในเรือนขังที่มีโครงสร้างทำด้วยเหล็กอีกหลังหนึ่งนางยังอยู่ภายในมิติช่องว่างของข่าเอ๋อ มองออกไปเห็นสภาพภายนอกทุกอย่างชัดเจน
‘แบบนี้นี่เองที่ข่าเอ๋อใช้ลอบติดตามเรา’หยางเถาอวี้คิด น่าอัศจรรย์ใจจริงๆอย่างนี้มิเท่ากับนางมีตัวช่วยคดโกงชั้นดีอีกอย่างแล้วหรือนี่‘ถ้ายังอยู่กะยายเอียดข้าจะแอบไปหมุนกงล้อวันหวยออกให้นางได้รางวัลที่หนึ่งสักงวดเชียว’
เรือนขังเหล็กแห่งนี้มีไว้คุมขังเชลยที่มีพลังยุทธ์ระดับปฐมตอนปลายขึ้นไปภายในมีผังโครงสร้างเฉกเช่นเดียวกับเรือนขังที่นางแอบหนีออกมาทุกประการเวลานี้หยางเถาอวี้มองเห็นกลุ่มเชลยสวมชุดเครื่องแบบสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนแล้วเป็นชายสามหญิงสอง แต่ละคนมีสภาพไม่สู้ดีนัก มีร่องรอยบาดแผลทั่วตัว เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนคราบเลือด
“ฮือๆทำไมพวกเราโชคร้ายอย่างนี้ เจอคนร้ายไล่ฆ่า หนำซ้ำยังมาเจอโจรป่า พี่หนานเซียงพวกเราจะถูกจับไปขายเป็นนางโลมใช่หรือไม่ ข้าได้ยินผู้คุมสองคนนั่นคุยกัน”ศิษย์หญิงคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบสถานศึกษาฯ น้ำตาไหลอาบแก้มขณะกระซิบพูดกับศิษย์หญิงอีกคน
“เป่ยเซียงเจ้าต้องตั้งสติและเก็บแรงเอาไว้หาหนทางหนี”ดูท่าสองคนนี้คงเป็นพี่น้องกันสินะ ชื่อคล้องจองกันเสียปานนั้นหนานเซียงกับเป่ยเซียง หยางเถาอวี้แอบฟังที่พวกนางคุยกันจากนั้นจึงหันไปมองด้านหน้า
ผู้คุมสองคนกำลังนั่งเล่นกำถั่วแก้เบื่ออยู่ที่โต๊ะด้านหน้าห้องขังหยางเถาอวี้ล้วงผงมึนเมาออกมาขวดหนึ่งพร้อมกับโปรยออกไปกระทั่งทุกคนในเรือนขังแห่งนี้พากันหลับไหลเพราะฤทธิ์ยาเรียบร้อยนางจึงปรากฏกายออกมาพร้อมข่าเอ๋อ
หนึ่งคนหนึ่งตัวแว๊บไปโผล่หน้าโต๊ะผู้คุมหยางเถาอวี้ปลดพวงกุญแจห้องขังออกมาจากเอวของผู้คุมคนหนึ่งจากนั้นจึงนำไปไขเปิดประตูห้องขังทั้งสองฝั่ง
เด็กสาวตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องขังฝั่งสตรีก่อนนางป้อนยาแก้พิษผงมึนเมาให้แก่แม่นางหนานเซียงเป่ยเซียงสองคนที่สวมชุดเครื่องแบบสถานศึกษาฯไม่นานทั้งสองคนก็เริ่มได้สติ
“เอ๊ะนี่.. เราเป็นอะไรไป” เด็กสาวหน้าตาถือว่างดงามอายุราวสิบห้าสิบหกปีที่ถูกเรียกว่าหนานเซียงลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกพร้อมความงงงวยนางยังไม่ทันสังเกตเห็นผู้มาใหม่และสภาพของคนอื่นๆ ในห้องขัง
“พี่สาวๆ”หยางเถาอวี้กระซิบเรียก
“หืมแม่หนูน้อย เจ้าเพิ่งถูกจับมาใหม่หรือ”
“ไม่ใช่ๆข้ามาช่วยท่าน”
“หือ”คราวนี้สองคิ้วของหนานเซียงเลิกสูง บ่งบอกถึงความไม่เชื่อหู “เจ้าว่าอะไรนะ”
“พี่เยี่ยนหรูกลับไปตามอาจารย์หลินที่หมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรพวกเราเดินทางเข้าป่ามาค้นหาพวกท่านแต่ข้าบังเอิญเจอเข้ากับกลุ่มโจรของค่ายหลงจั้น ได้รู้ว่าพวกมันจับตัวท่านมาจึงติดตามมาถึงนี่...” หยางเถาอวี้เล่าสถานการณ์ในเวลานี้ให้ฟังคร่าวๆ
“เป็นเรื่องจริงหรือพวกเราจะรอดตายแล้วใช่หรือไม่”
“เรื่องอื่นเอาไว้ฟื้นขึ้นมาพร้อมกันก่อนแล้วค่อยคุยต่อท่านรีบปลุกพี่สาวอีกคนให้ตื่นเถอะ”
“ตกลง”หนานเสียงรับคำอย่างเชื่อฟัง นางไม่รอช้า รีบหันไปปลุกน้องสาวให้ตื่น
“เป่ยเซียงๆตื่นๆ เร็วเข้า” เด็กสาวที่ชื่อเป่ยเซียงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงียหยางเถาอวี้เห็นเช่นนั้นจึงล้วงหยิบขวดยารักษาอาการบาดเจ็บทั้งภายนอกภายในและยาฟื้นฟูพลังอีกจำนวนหนึ่งออกมาส่วนพิษสลายลมปราณนับว่าได้รับการแก้ไขไปพร้อมกันกับยาแก้พิษผงมึนเมา
“พี่สาวพวกท่านรีบรักษาตัวก่อน”หยางเถาอวี้ส่งมอบขวดยาหลายใบให้หนานเซียงพร้อมอธิบายสรรพคุณแต่ละอย่างให้ฟัง
“ข้าจะไปดูทางฝั่งพวกพี่ชายก่อนนะพวกท่านรีบฟื้นฟูพลังเร็วเข้า”
“ได้เจ้ารีบไปเถอะ”หนานเซียงรับขวดยามารักษาอาการบาดเจ็บทั้งของตนและน้องสาวอย่างเร่งด่วน
หยางเถาอวี้เดินไปไขห้องขังฝั่งชายนางตรงเข้าไปป้อนยาให้เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนทั้งสามคน
“พี่ชายท่านได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่” เด็กสาวจับบ่าเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเขย่า
“อืม...”
“ตื่นเร็วเข้า”หยางเถาอวี้จัดการป้อนยาฟื้นฟูพลังและยารักษาอาการบาดเจ็บแก่เขาเหมือนกับที่ช่วยหนานเซียงเป่ยเซียง
หนุ่มน้อยกลืนยาลงท้องไปอย่างว่าง่ายเมื่อเห็นว่าได้สติมากขึ้นอาการดีขึ้นจนคุยรู้เรื่องแล้วหยางเถาอวี้จึงสรุปเหตุการณ์ให้ฟังอีกรอบหนึ่งเพื่อให้หนุ่มน้อยช่วยเหลือเพื่อนร่วมสำนักอีกสองคนที่เหลือ
ระหว่างที่รอให้ทุกคนฟื้นตัวหยางเถาอวี้ครุ่นคิดหาวิธีการหนีไปจากค่ายโจร คนน้อยแค่นี้แอบพาคนทั้งห้ากลับออกไปจากค่ายกล ไปส่งถึงมือของอาจารย์หลินชิงก่อนดีหรือไม่แต่วิธีนี้มีความเสี่ยงอยู่ที่ว่าหากคนในค่ายรู้ตัวขึ้นมาก็จะตามไล่ล่าพวกเขาไปได้นางเดินวนไปวนมาหลายรอบก่อนจะหยิบจี้สื่อสารออกมาติดต่อเยี่ยนหรู
“อวี้เอ๋อเจ้าอยู่ที่ไหน ดึกมากแล้วเจ้ายังไม่กลับมาเสียที พวกข้าเป็นห่วงยิ่ง”เสียงปลายทางฟังดูร้อนรนใจไม่น้อย
“พี่หรูข้าอยู่ในค่ายโจรหลงจั้น...” นางต้องเล่าเหตุการณ์ให้เยี่ยนหรูฟังอีกรอบ‘เล่าเรื่องเดียวซ้ำสามรอบจนคอแห้งละ อยากมีเครื่องบันทึกเสียงเสียจริงจะได้เปิดวนไป..’ เด็กสาวแอบบ่นในใจ
“แล้วนี่ท่านอาจารย์หลินชิงกลับมาแล้วหรือไม่”หยางเถาอวี้เอ่ยถาม
“กลับมาแล้วท่านร่วมฟังความอยู่ข้างๆ นี่แหละ” เยี่ยนหรูตอบ
“พี่หรูถามอาจารย์หลินชิงให้หน่อยท่านจะให้ข้าพาพวกศิษย์พี่หนีออกไปคืนนี้เลยหรือไม่ ข้ามีแผนการคร่าวๆอยู่บ้างและจดจำวิธีผ่านค่ายกลที่ติดตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าค่ายได้แผนการเป็นดังนี้...” หยางเถาอวี้ร่ายแผนการในใจให้อีกฝ่ายรับทราบและเอ่ยถามความเห็น“พวกท่านเห็นว่าเป็นอย่างไร”
“หากทำตามแผนการนี้เจ้าจะไม่เสี่ยงเกินไปหรือสาวน้อย”เสียงทุ้มลึกดังมาจากปลายทางสื่อสาร คงเป็นเสียงของอาจารย์หลินชิงนั่นเอง
“ข้ามีวิธีเอาตัวรอดอยู่เจ้าค่ะพวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง”
“งั้นก็ตกลงตามนั้นลงมือได้เลย ข้าจะไปทันที”
...
ณจุดนัดหมายของกลุ่มศิษย์สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยน ก่อนออกเดินทาง
หลินชิงสร้างม่านพลังครอบคลุมพื้นที่ค้างแรมของเยี่ยนหรูกับเหล่าศิษย์ที่ช่วยเหลือกลับมาได้อย่างปลอดภัยรวมแปดคนอีกสองคนช่วยเหลือไม่ทัน ยามเขาไปพบเข้าก็เสียชีวิตแล้ว เขาส่งข้อความไปยังกลุ่มผู้อาวุโสที่เดินทางเข้าสู่เขตป่าหมื่นอสูรชั้นในเพื่อแจ้งข่าวผู้อาวุโสคนหนึ่งจะกลับออกมารับพวกเยี่ยนหรูและพากลับไปรอที่หมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรก่อนส่วนตัวเขาออกเดินทางไปยังค่ายโจรหลงจั้นตามเส้นทางที่หยางเถาอวี้อธิบายไว้อย่างละเอียดรวมถึงวิธีการเข้าออกค่ายกลแปดทิศก่อนเข้าสู่หมู่บ้านโจรจุดนัดพบคือปากทางเข้าค่ายหลงจั้น
...
ฝ่ายหยางเถาอวี้เมื่อคุยนัดหมายกับทางอาจารย์หลินชิงเสร็จสิ้นจึงหันกลับมาหากลุ่มศิษย์สถานศึกษาชิงหลงเยี่ยน“พวกท่านได้ยินที่ข้าตกลงกับอาจารย์หลินชิงและพี่หรูแล้วใช่หรือไม่ พร้อมกันหรือยังข้าจะนำทางพวกท่านไปส่งที่ปากทางเข้าหมู่บ้านโจร”
“พวกเราพร้อมแล้ว”เวลานี้หนานเซียงกับเป่ยเซียงสองสาวพี่น้องเดินเข้ามาสมทบกับศิษย์ชายและหยางเถาอวี้ทุกคนฟื้นฟูพลังกลับมาได้อย่างน้อยห้าหกส่วนแล้ว
“งั้นพวกท่านรออยู่ในนี้สักครู่ข้าจะไปเปิดประตูหน้าให้” กล่าวจบหยางเถาอวี้ก็หายไปจากบริเวณนั้นทันทีนางเดินทะลุออกไปยังประตูหน้าพร้อมกับสะกัดจุดหลับยามสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าเรือนขังโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะหยิบกุญแจไปไขประตู
“เร็วเข้ามาทางนี้” หยางเถาอวี้นำหน้าพาทุกคนวิ่งออกจากเรือนขัง
เด็กสาวขอให้ทีเจวันเปิดโหมดพลางตัวครอบคลุมทุกคนไว้
“นี่ข้ามีวิชาลับเฉพาะที่ช่วยพลางตัวมิให้ผู้ใดพบเห็น แต่รัศมีทำการคับแคบเล็กน้อยพวกท่านเดินชิดๆ กันหน่อย ขอเพียงอย่าส่งเสียงเอ็ดไปก็จะไม่มีใครจับได้”พวกศิษย์สถานศึกษาฯ ได้ยินดังนี้จึงพากันเดินตัวลีบแทบติดกันทุกคนจรดฝีเท้าย่องเบาสุดชีวิต พวกเขาไม่ติดใจสงสัยอันใดอันว่าโลกบำเพ็ญเซียนนี้กว้างใหญ่ไพศาลนักเคล็ดวิชาลับเฉพาะของแต่ละสำนักหรือตระกูลย่อมมีอยู่มากมายมิใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดในยุทธภพ
ช่วงเวลาวิกฤตค่อยๆผ่านพ้นไปทีละย่างก้าว ตลอดเส้นทางหลบหนีหยางเถาอวี้ไม่ปล่อยให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์นางผ่านที่ไหนก็ฝากผลงานไว้ที่นั่น หากเป็นจุดลับตาคนหรือเรือนนอนหยางเถาอวี้จะใช้ยามึนเมาโปรยใส่ผู้คนในเรือนเหล่านั้นไปด้วยหากเป็นที่แจ้งด้านนอกเรือนนางเลือกผงพิษที่สร้างความทรมานให้แก่ผู้คนเช่นผงคันหมามุ่ย ยาถ่ายรุ่นพัฒนาพิเศษแค่สัมผัสถูกก็สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าไปสร้างความปั่นป่วนให้กับท้องไส้ได้
ราวสองเค่อต่อมาหยางเถาอวี้จึงพาทุกคนเดินผ่านเวรยามไปถึงจุดนัดพบเมื่อเห็นว่าด้านในค่ายโจรที่จากมายังไม่มีเสียงเตือนภัยใดๆจึงค่อนข้างมั่นใจว่าการหลบหนีของพวกนางยังไม่ถูกจับได้
“เอาล่ะพวกท่านไปหลบรออาจารย์หลินชิงมารับตรงบริเวณป่าทึบนั่นนะ ข้าจะวางค่ายกลพลางตาให้”พูดเสร็จก็เดินนำไปยังจุดที่เล็งไว้หยางเถาอวี้ล้วงเอาหินแปรปรวนออกมาหลายก้อนก่อนที่จะเริ่มวางข่ายมนตร์อย่างง่ายและเร่งด่วนนอกค่ายเช่นนี้ย่อมมีเวรยามคอยเดินตรวจตราเช่นกัน ทุกอย่างล้วนแข่งกับเวลา
“พวกท่านคงรู้ดีห้ามออกจากบริเวณค่ายกลนี้เด็ดขาดและพยายามอย่าส่งเสียงค่ายกลนี้จัดวางอย่างเร่งด่วน ไม่ได้ปิดกั้นเสียงหรอกนะ”ทุกคนล้วนเชื่อฟังและปฏิบัติตามอย่างแข็งขัน หยางเถาอวี้นึกเป็นห่วงนางหยิบพิษมึนเมาออกมามอบให้ศิษย์สถานศึกษาเก็บไว้ติดตัวคนละขวด “เผื่อเกิดปัญหาพวกท่านจะได้มีอาวุธป้องกันตัว”
ทุกคนรอกันเงียบๆอยู่เพียงอีกไม่กี่อึดใจอาจารย์หลินชิงก็ปรากฏกายออกมา
“นั่นอาจารย์หลินชิงมาถึงแล้ว” เด็กหนุ่มผู้หนึ่งตาไวเห็นอาจารย์หลินชิงปรากฏกายออกมาจากดงไม้ เขารีบกระซิบบอกทุกคน
“ท่านอาจารย์”ศิษย์ทุกคนยกสองมือขึ้นกุม ค้อมกายลงคารวะผู้เป็นอาจารย์ทันที
“อย่าเพิ่งมากพิธีตลอดทางมานี้ข้าเห็นกลุ่มคนเดินตรวจเวรยามแน่นหนานัก รีบไปกันเถอะ”
ทุกคนเดินตามอาจารย์หลินชิงไปเป็นขบวนราวลูกเป็ดยกเว้นหยางเถาอวี้ที่หันกายกลับเข้าค่ายไป ศิษย์คนหนึ่งหันกลับมาเห็นจึงรีบทักถาม“เจ้าไม่ตามพวกเราไปหรือ”
“ข้าจะกลับเข้าไปในค่ายโจรเพื่อช่วยชาวบ้านที่เหลือและถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้สักหน่อยเจ้าค่ะไม่งั้นหากพวกมันรู้ตัวและติดตามพวกท่านไปเกรงว่าอาจารย์หลินชิงท่านเดียวจะปกป้องพวกท่านไม่ไหว” โบราณว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟไม่ต้องพูดถึงว่าอาจารย์หลิงชิงจะไม่สามารถต่อสู้ได้เต็มที่หากต้องเผชิญหน้ากับพวกโจรเพราะมีกลุ่มศิษย์ที่ต้องคอยปกป้องทำให้ห่วงหน้าพะวงหลัง
“ไม่ต้องพูดมากแล้วไป!” อาจารย์หลินชิงหันมากำชับ ทุกคนจึงรีบขยับเท้าหนีกันต่อไป
...
หยางเถาอวี้ย้อนกลับไปที่ค่ายโจรตามลำพังนางวิ่งไปยังโรงยุ้งฉางของหมู่บ้านแล้วก็ลงมือวางเพลิงตามด้วยโรงครัวและเรือนพักอีกหลายหลังบริเวณนั้นจากนั้นจึงตรงไปที่เรือนขังทั้งสองแห่งนางวางยามึนเมารอบบริเวณนั้นก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือเชลยทั้งสองเรือนขังโดยบอกทิศทางให้พวกชาวบ้านหนีไปทางด้านหลังของค่ายโจรทิศนั้นมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่านหวังว่าลำน้ำนั้นจะช่วยนำพาชาวบ้านให้หนีไปได้ง่ายขึ้น
เมื่อช่วยเหลือแล้วก็ต้องช่วยเหลือให้ถึงที่สุดกระมังหยางเถาอวี้รุดนำหน้าไปยังประตูท้ายของค่ายโจรเพื่อโปรยยามึนเมาไปตลอดทางโชคดีที่ด้านนี้ไม่ค่อยมีผู้คน ไม่เช่นนั้นคงหลีกเลี่ยงการปะทะได้ยากเนื่องจากชาวบ้านมีจำนวนหลายสิบคน
หลังจากส่งพวกชาวบ้านพ้นประตูท้ายหมู่บ้านโจรออกไปได้หยางเถาอวี้วกกลับเข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้งเพื่อเป้าหมายสุดท้าย
เวลานี้หมู่บ้านโจรเกิดความโกลาหลไปทั่วคนที่ไม่ถูกผงมึนเมาจนหลับไหลไม่ได้สติต่างลุกขึ้นจากเตียงอุ่นพยายามช่วยกันดับไฟตามที่ต่างๆ พวกเขาออกจะแปลกใจเหตุใดดับเรือนนี้เรือนนั้นก็ดันติดไฟขึ้นมาได้อีกราวกับผีกลั่นแกล้งบางคนก็เกิดอาการคันคะเยอจนไม่เป็นอันทำอะไร บางคนก็เอาแต่วิ่งหาห้องน้ำได้ยินเสียงผู้คนร้องตะโกนแก้ไขปัญหากันจ้าละหวั่น
หยางเถาอวี้อาศัยช่วงชุลมุนเช่นนี้หลบไปถึงอาคารเหล็กหลังแรกซึ่งทีเจวันไม่สามารถสแกนด้านในอาคารได้นางจัดการวางยายามสองคนที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าบนตัวยามไม่พบพวงกุญแจสำหรับเปิดประตูเรือนแต่อย่างใดน่ากลัวว่าคงมีผู้รับผิดชอบสิ่งต่างๆ ภายในอาคารหลังนี้เป็นการเฉพาะกระมัง
โชคดีที่นางมีในสิ่งที่คนทั่วไปไม่มี‘ข่าเอ๋อ เป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว พาข้าทะลุผ่านเข้าไปด้านในที’หากไม่จำเป็นหยางเถาอวี้ไม่อยากใช้วิธีนี้เนื่องจากสถานที่ด้านในเป็นสถานที่ที่ข่าเอ๋อไม่เคยเห็นมาก่อนทะลุประตูเข้าไปย่อมทำได้ หากแต่ไม่ทราบว่าสิ่งที่จะต้องเผชิญหน้าคืออะไรจะเป็นอันตรายหรือไม่ไม่อาจทราบ ทว่าเวลานี้ไม่มีทางเลือกมากนักดีกว่าการพังประตูให้เกิดร่องรอยภายนอก
หลังบานประตู
ภายในอาคารแห่งนี้ยังมีค่ายกลกำกับไว้อีกชั้นโชคดีที่หยางเถาอวี้สามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว รูปแบบค่ายกลนับว่าซับซ้อนน้อยกว่ารูปแบบค่ายกลที่บันทึกไว้ในคัมภีร์เฉียนคุนเป็นอันมากเทียบกับในคัมภีร์แล้วค่ายกลตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับระดับเด็กปฐม
ใช้เวลาเพียงสิบลมหายใจหยางเถาอวี้ก็สามารถเดินผ่านค่ายกลแห่งนั้นเข้าไปได้เมื่อเปิดประตูกลชั้นที่สองเข้าไป สองตาของนางพลันเบิกกว้าง อ้าปากหวอจนคางแทบหล่นลงไปถึงอก...