รุ่งเช้า จูเม่ยเสียนนอนอยู่ฝั่งขวา ฟางจื่อซินอยู่ฝั่งซ้าย หลันอิงเย่นอนบนตัวนนท์ ทั้งัน้อยยังสลบไสลอยู่ในรอยแยกของหลันอิงเย่
นนท์ตื่นขึ้นมองเห็นหลันอิงเย่อยู่บนกายตน จำได้ว่าครั้งสุดท้ายเป็หลันอิงเย่ที่ควบม้าแล้วหลับไป นนท์กระตุ้นัน้อย
" อ๊า " เสียงหวานของหลันอิงเย่ " ท่านพี่ " เสียงครวญครางของหลันอิงเย่ปลุกอีกสองภรรยา " ท่านพี่ทำให้ข้าด้วย " อีกสองภรรยาออดอ้อน นนท์จึงจัดให้สามภรรยาอีกคนละยก หลังเสร็จศึก สามภรรยาไปจัดเตรียมอาหาร
ที่โต๊ะอาหาร " เสียนเอ๋อร์ เหตุใดเ้าจึงอยู่ที่เขาอสูรเขตในได้ " นนท์ถามจูเม่ยเสียน
" ท่านพี่ข้ามาฝึกในเขตกลาง แต่เจอกลุ่มโจรไล่ล่าจึงหลุดเข้ามาในเขตใน " จูเม่ยเสียนตอบ
" แล้วเกิดเื่นี้ขึ้นบิดาของเ้ารู้เื่หรือยัง " นนท์ถาม
" ยังไม่รู้ เพราะองครักษ์ต้องเข้ารายงานต่อบิดาของข้าในทุกๆสามวัน นี่ก็หนึ่งวันแล้ว " นนท์พยักหน้า
" เ้าจะกลับวันใดข้าจะไปส่งเ้า " นนท์บอก
" ท่านพี่ ข้าอยากอยู่กับท่าน อยากอยู่กับพี่หญิง " จูเม่ยเสียนบอกนนท์
" อีกสองวันค่อยกลับ แล้วข้าจะไปพบบิดาของเ้า " นนท์บอก
" อีกสองวันเราฝึกตนอยู่ในนี้กัน " นนท์บอก
หลังอาหารนนท์พาสามสาวเดินเที่ยวเล่นสำรวจพื้นที่ ทั้งสี่เดินไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยม นนท์เดินไปที่ประตู ประตูพลันเปิดออก
ทั้งสี่จึงก้าวเท้าเข้าไป แต่ปรากฎว่าสามภรรยาถูกดีดออกมาเข้าได้แค่นนท์
นนท์เดินต่อไปพลันปรากฎเงาร่างขึ้น " ในที่สุดเ้าก็เข้ามา เ้าหนุ่ม "
" ท่านเป็ใคร " นนท์ร้องถามเสียงปริศนา
" ข้าคือจิตทัศนะของพระผู้สร้าง คงอยู่ที่นี่มานานแสนนาน เพื่อคอยช่วยเหลือผู้ที่ได้รับสิ่งสืบทอด " จิตทัศนะกล่าว
" ผู้าุโ สิ่งสืบทอดคืออะไร " นนท์ถามเื่ที่ค้างใจ
" สิ่งสืบทอดนี้คือเจดีย์แปดเหลี่ยม ถูกสร้างโดยพระผู้สร้าง เป็สมบัติล้ำค่าระดับจักรวาลาสูงสุด " จิตทัศนะตอบ
" ผู้าุโ พระผู้สร้างคือใคร " นนท์ถาม
" พระผู้สร้างถือกำเนิดจากความว่างเปล่า เป็ผู้สรรสร้างทุกสรรพสิ่งในเอกภพนี้ " จิตทัศนะตอบ
" ผู้าุโ ข้าใช้เืล้ำค่าหงษ์์สามสิบหยดในการฝึกเคล็ดวิชาเทพอสูร แล้วเหตุใดไขกระดูกของข้าจึงเป็ไขกระดูกหงษ์์ได้ " นนท์ถาม
" เ้าหนุ่ม เ้าฝึกวิชานี้สำเร็จรึ " จิตทัศนะถาม นนท์พยักหน้า
" วิชาเทพอสูรนี้ฝึกได้ยากมาก เพราะต้องตีความเคล็ดวิชาให้ถ่องแท้ และการฝึกต้องใช้เืของสัตว์อสูรในการฝึก หากเ้าฝึกวิชานี้สำเร็จ เ้าก็จะมีพลังเทียบเคียงกับเทพได้
ส่วนเื่ไขกระดูกของเ้าเหตุจึงกลายเป็ไขกระดูกหงษ์์นั้น เป็เพราะเคล็ดวิชาเทพอสูรจะผันแปรเืและไขกระดูกในกายเ้าให้เป็เือสูร " จิตทัศนะตอบ นนท์พยักหน้า
" ผู้าุโ เป็เพราะเหตุใดข้าถึงได้หยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งเต๋า และกฎเกณฑ์แห่งหงษ์์ มิใช่ว่าต้องอยู่ที่ขั้นฝึกตนขั้นิญญานิรันดร์หรอกรึ " นนท์ถาม
" ดี ดี ดี เ้าหนุ่มเ้าหยั่งรู้สองกฎเกณฑ์แล้ว เป็เพราะโลกเก่าที่เ้าจากมานั้นอายุมากกว่าโลกนี้เยอะนัก สิ่งที่เ้าเรียนรู้จากโลกเก่าจึงมีประโยชน์ต่อเ้าในโลกนี้ สมองของเ้าไม่เหมือนกับผู้คนที่นี่
เพราะสิ่งที่เ้ารู้จักจากโลกเก่าถือเป็สิ่งที่แปลกใหม่สำหรับที่นี่ " นนท์พยักหน้าพลางคิด คงเป็เพราะการศึกษา การอ่าน จึงทำให้สมองได้รับการพัฒนามากกว่าคนที่นี่
" ผู้าุโ โลกเก่าของข้านั้น เหตุใดไม่มีผู้ฝึกตน " นนท์ถาม
" ใช่ว่าจะไม่มี เมื่อนานมาแล้วมีผู้ฝึกตนระดับที่แข็งแกร่งมาก และเกิดาผู้ฝึกตนจนเกิดการทำลายโลกเก่า พลังปรานฟ้าดินสูญสิ้น
ทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างขึ้น ดับสูญไปหมด " นนท์คิด มิน่าถึงขุดสำรวจพบซากอารยธรรมโบราณต่างๆ
" ที่ผู้าุโทงเทียนบอกว่าเหลือเวลาอีกไม่นานคือสิ่งใด " นนท์ถาม
" เื่นั้นยังไม่ถึงเวลาที่เ้าจะได้รู้ " นนท์พยักหน้า ทั้งนนท์และจิคทัศนะพูดคุยกันอีกหลายเื่ราว
" เอาล่ะเ้าหนุ่มเ้าออกไปได้แล้ว สามภรรยาของเ้ารออยู่ข้างนอก " จิตทัศนะบอกนนท์
" แล้วข้าจะเข้ามาที่นี่ได้อีกหรือไม่ " นนท์ถาม
" เ้าอยากมาเมื่อใดย่อมอยู่ที่เ้า " จิตทัศนะตอบ
" หากข้าอยู่ด้านนอกของเจดีย์นี้ ข้าจะสามารถพูดคุยกับท่านได้รึไม่ " นนท์ถาม
" เ้าย่อมทำได้ เพียงเ้ากำหนดจิต " จิตทัศนะตอบ
" ผู้าุโมีวิธีปลดผนึกแก่นโลหิตัรึไม " นนท์ยื่นหินประหลาดให้จิตทัศนะดู
" เ้าหนุ่มนี่คือไขกระดูกราชันย์เทพัทองา มิใช่แก่นโลหิต เป็เทพโดยกำเนิด และเป็ราชันย์ตนแรก แล้วเ้าเอามาจากที่ใด " จิตทัศนะถาม นนท์เล่าเื่วันประมูลให้ฟัง
" หึๆ เ้าหนุ่มช่างมากวาสนายิ่งนัก ผู้คนมากมายออกค้นหา แต่เ้ากลับประมูลได้ในราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ เ้าอยากหลอมไขกระดูกของราชันย์เทพัทองรึ เ้าแน่ใจแล้วรึ " จิตทัศนะกล่าว
" ขอรับ " นนท์ตอบ จิตทัศนะเริ่มทำการปลดผนึกไขกระดูกราชันย์เทพัทอง
" เสร็จแล้ว เ้านำไปหลอมเสีย ข้าคงต้องพักเพื่อฟื้นฟูพลัง ่นี้อย่ารบกวนข้า " จิตทัศนะบอกนนท์
" ขอรับ ผู้น้อยขอตัว " นนท์นำขวดหยกมาใส่ไขกระดูก แล้วจึงเดินออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม
" ท่านพี่ ท่านออกมาแล้ว " สามภรรยายังรอที่หน้าเจดีย์แปดเหลี่ยม
" ข้าอยู่ข้างในนานรึไม่ เหตุใดพวกเ้าไม่เข้าไปข้างใน " นนท์ถาม
" ท่านพี่ ท่านเข้าไปไม่นาน " จูเม่ยเสียนตอบ
" พวกเราเข้าไปข้างในไม่ได้ " หลันอิงเย่ตอบนนท์
" กลับบ้านกัน " นนท์ชวนสามภรรยากลับบ้าน
ที่ห้องฝึกตน " เสียนเอ๋อร์ เ้ามีธาตุไฟ นี่เป็เืล้ำค่าหงษ์เพลิงเ้าหลอมเถิด " จูเม่ยเสียนรับเืล้ำค่าหงษ์เพลิงสามหยด จึงแยกตัวไปฝึก
" ท่านพี่ ท่านกังวลสิ่งใด " หลันอิงเย่ถามนนท์
" สิ่งที่พี่ชายศพบอก ข้ายังไม่ได้คำตอบ จึงยังเป็กังวล " นนท์ตอบ
" เย่เอ๋อร์ เ้านอนลงข้าจะฝังเข็มเปิดจุดชีพจรให้เ้า " นนท์บอก
" ท่านพี่ ท่านทำเป็รึ " หลันอิงเย่ถาม
" ไม่เป็ แต่ข้ามีตำรา " นนท์หยิบตำราจากแหวนมิติออกมา
" เย่เอ๋อร์ ถอดชุดออก " นนท์บอก
หลันอิงเย่ถอดชุดอย่างว่าง่าย พลางนอนหงาย " เย่เอ๋อร์ ขัารู้สึกว่าูเาของเ้าใหญ่ขึ้น " นนท์พลางลูบไลู้เาสองลูกของหลันอิงเย่
" ท่านพี่ แล้วท่านชอบรึไม่ " หลันอิงเย่ถามสามี นนท์มองสบตา พร้อมก้มลงใช้ลิ้นดุนดันยอดเขา " อาห์ ท่านพี่ เย่เอ๋อร์รักท่านยิ่งนัก " หลันอิงเย่บอกนนท์
ฟางจื่อซินไม่รอช้า ถอดชุดพร้อมนอนหงายเคียงข้างพี่หญิงรองของตน " ซินเอ๋อร์ ูเาของเ้าก็เหมือนจะใหญ่ขึ้น นนท์เอื้อมมือไปคลึงูเาสองลูกของฟางจื่อซิน พร้อมก้มลงงับยอดเขา " อาห์ ท่านพี่ สามีซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์รักท่าน " นนท์ถอดชุดและเปิดศึกกับสองภรรยาอีกคนละยก
" เอาล่ะ เริ่มกันเสียที " นนท์หยิบเข็มทองออกมา มือหนึ่งถือตำราฝังเข็ม อีกมือถือเข็ม นนท์แทงเข็มผ่านจุดต่างๆตามร่างกาย ของสองภรรยาจนครบตามจำนวนจุดชีพจรสามสิบหกจุดทั้งหน้าและหลัง
" เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ ข้าฝังเข็มเสร็จแล้ว เ้าทั้งสองปรับสมดุลในร่างกายเถิด นี่เป็เดล็ดวิชาโคจรลมปรานในร่าง ให้โคจรลมปรานในร่างไปตามจุดชีพจรต่างๆ "
เมื่อสองภรรยาเร่งโคจรลมปรานในร่างตามเคล็ดวิชาเก้ารอบ " ตูม " บังเกิดเสียงในตันเถียนของทั้งคู่ นนท์พยักหน้า
" เย่เอ๋อร์ เ้าทะลวงขั้นพลังย่อยอีกสองขั้น ซินเอ๋อร๋เ้าทะลวงเข้าขั้นเทวะขั้นที่หนึ่งแล้ว " นนท์กล่าว
สองภรรยาลืมตาขึ้นมา มองสำรวจร่างกายตน " ว้าย " เสียงร้องใของสองภรรยา เมื่อปรากฎว่าร่างกายของตนนั้นมีสิ่งสกปรกไหลออกมามากมาย ทั้งสองจึงรีบลุกไปอาบน้ำ
ส่วนจูเม่ยเสียน หลอมเืล้ำค่าหงษ์เพลิงเสร็จสิ้น จึงเดินมาที่นนท์ " เสียนเอ๋อร์มานั่งตรงนี้ " นนท์ตบที่หน้าขาตน จูเม่ยเสียนถอดชุดแล้วนั่งลง
บนตักนนท์ พลันัน้อยฟื้นตื่น จูเม่ยเสียนจึงแปลงกายเป็จ้อกกี้สาวควบขี่อาชาอย่างเมามันจนถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกัน
หลังเสร็จศึก " เสียนเอ๋อร์เ้าทะลวงพลังห้าขั้นย่อยเลยรึ " นนท์กล่าว " ข้าจะฝังเข็มเปิดจุดชีพจรให้เ้า " หลังฝังเข็มเสร็จจูเม่ยเสียนรีบวิ่งจากไปพร้อมร่างกายที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก
" ลองฝังเข็มตัวเองดีกว่า " ว่าแล้วนนท์จึงทำการฝังเข็มตนเองจิ้มผิดจิ้มถูกอยู่หลายครั้งจนสำเร็จ นนท์โคจรลมปรานในร่างเก้ารอบ " ไม่พอ " นนท์จึงเพิ่มอีกเก้ารอบ นนท์ส่ายหน้าแล้วโคจรลมปรานเพิ่มอีกเก้ารอบ " ตูม " เสียงดังในตันเถียนของตน " อืม ทะลวงสองขั้นย่อย " ว่าแล้วจึงลุกไปที่อ่างอาบน้ำเพื่อชำระสิ่งสกปรกที่ไหลออกมาจากกายตน