ตอนที่ 180 อยากเห็นก็จะได้เห็น
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“ลูกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม?” คุณหมอสมคิดเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“ครับ มันได้เวลาแล้ว” เฟิร์สเอ่ยอย่างจริงจัง
จริงอยู่ที่ว่าเขาสามารถทำให้รูปลักษณ์ของคุณหมอสมคิดอ่อนเยาว์ได้ แต่อายุขัยของเขายังเท่าเดิม นั่นหมายความว่าคุณหมอสมคิดนั้นก็มีเวลาไม่มากนัก
เขาไม่ต้องการให้แม่ของเขาตื่นขึ้นมาในวันที่สาย
อย่างน้อยๆ ถ้าหากเธอตื่นได้เร็วกว่านี้ ก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับพ่อของเขาได้มากขึ้น
“พ่อจะไม่ห้ามลูก ...” คุณหมอสมคิดหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ขอให้ลูกทำสำเร็จได้อย่างปลอดภัยนะ”
“ครับ” เฟิร์สเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นไปบนฟ้าแล้วร่างก็หายวับไป
ยอเน๊เห็นภาพนี้เขาพอดี เขานั้นตกใจจนอ้าปากค้างคางยานจนจะถึงพื้น
“คุณหมอ ... ลูกของคุณ ...” ยอเน๊พูดออกมาไม่เป็นคำ ท่าทางดูตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เขาไม่คิดเลยว่าลูกชายของคุณหมอจะร้ายกาจถึงขนาดเดินเหินบนท้องฟ้าได้
แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาจะได้รับคำชี้แนะจากเฟิร์สอยู่บ่อยๆ ก็ตาม
คุณหมอสมคิดไม่ได้พูดอะไร เขามองไปยังเส้นขอบฟ้าทิศทางที่เฟิร์สจากไปอย่างเงียบงัน
………………
แคลนนิวโฮปภาคเหนือ
ภายในห้องทำงานที่เป็นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่เป็นจุดสูงสุดของสถานที่แห่งนี้
ชายชราผมขาวกำลังนั่งอ่านเอกสารอย่างเคร่งเครียด ด้านข้างมีหญิงสาวที่เป็นเลขานุการกำลังกอดแฟ้มเอกสารไว้กลางอก
“ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับชายแดนของเราปรากฏอบิสสีน้ำเงินขึ้นอย่างนั้นหรอ?” ผู้กำกับพิเชษกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
“ใช่ค่ะ ได้ข่าวว่าพวกเขารีบเร่งระดมกำลังเพื่อจัดการกับอบิสแห่งนั้น แต่น่าเสียดายที่เวเนเตอร์ของพวกเขายังไม่แข็งแกร่งพอ อีกทั้งยังมีปัญหาภายในประเทศ จึงต้องร่อนสารขอความช่วยเหลือจากทั่วโลก เพื่อจัดการกับอบิสแห่งนี้” เลขานุการสาวรายงาน
“นี่เป็นปัญหาใหญ่ไม่ใช่น้อย อบิสสีน้ำเงินแห่งนี้ปรากฏขึ้นใกล้กับชายแดนของพวกเรามาก ถึงต่อให้ปรากฏขึ้นไกลกว่านี้ หากอบิสแตกขึ้นมา พวกเราจะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ อย่างแน่นอน” ผู้กำกับพิเชษเอ่ยอย่างเป็นกังวล
“นี่เป็นสิ่งที่พวกเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ประเทศของพวกเราจะต้องส่งแรงค์ SS เข้าไปในภารกิจนี้ น่าเสียดายที่พม่าแม้จะมีแรงค์ SSS แต่เธอก็เป็นสายสนับสนุนที่ช่วยไม่ได้นัก”
“ท่านกำลังหมายถึงหมอดูคนนั้น?”
“ใช่แล้ว แม้พลังการทำนายของเธอจะแข็งแกร่งมาก แต่มันใช้ประโยชน์กับอบิสระดับสีน้ำเงินได้น้อยมาก แล้วทางบัญชาเมฆว่ายังไงบ้าง”
“ทางแคลนบัญชาฟ้าได้ตอบรับภารกิจนี้แล้ว คาดว่าบัญชาเมฆที่เป็นผู้นำจะลงเทรดนี้อย่างแน่นอน และยังมีข่าวลือว่าทางมหาเถรปัญโญแห่งแคลนธรรมจักรเองก็ตอบรับภารกิจนี้ด้วย แรงค์ SSS ทั้งสองคนของประเทศไทยยืนยันว่าจะช่วยเหลือประเทศพม่า”
“มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว หากอบิสแตกขึ้นมาประเทศของเราคงจะไม่รอดไปด้วย สถานการณ์เลวร้ายที่สุด ภูมิภาคนี้อาจจะกลายเป็นถิ่นของมอนสเตอร์แห่งใหม่ ที่พวกเขาติดต่อพวกเรามาคงจะให้ส่งไลท์นิ่งซันไปเข้าร่วมด้วยใช่ไหม?”
“ค่ะ พวกเขาต้องการรวบรวมแรงค์ SS ในการลงเทรดนี้ให้มากที่สุด พวกเขาจึงอยากสอบถามว่าคุณไลท์นิ่งซันต้องการเข้าร่วมหรือไม่?”
“งานนี้คงจะใหญ่โตไม่เบา เอาล่ะ ... ฉันอนุมัติคำสั่งนี้ ส่งให้ไลท์นิ่งซันพิจารณาได้เลย สุดท้ายแล้วการที่เขาจะเข้าร่วมหรือไม่ก็คงอยู่ที่การตัดสินใจของเขา”
เลขาสาวยิ้มอย่างจนใจ “ฉันว่าเขาคงไม่ปฏิเสธแน่นอน”
“ทั้งเธอและฉันต่างก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ยังไงก็ตามฉันก็หวังว่าพวกเขาจะทำมันได้สำเร็จ” ผู้กำกับพิเชษเอ่ยด้วยความหวัง
ตัวเขาเองแม้จะเป็นผู้นำของแคลนนิวโฮปภาคเหนือ แต่ก็เป็นแค่เวเนเตอร์แรงค์ S+ เท่านั้น เขายังติดอยู่ในขอบเขตของดาราแดงเก้าแฉก วันแล้ววันเล่าจนกระทั่งเขาอายุเกือบแปดสิบปีแล้วขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถโจมตีเข้าสู่ขอบเขตดาราน้ำเงินได้
“ฉันจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้” เลขาสาวเอ่ย
แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไป ประตูภายในห้องก็ถูกเปิดออก โดยที่เธอไม่ได้รับแจ้งด้วยซ้ำว่าจะมีแขกขึ้นมาถึงที่นี่
ปัง!
ร่างของเด็กหนุ่มที่คุ้นตาปรากฏท่ามกลางสายตาของพวกเขาทั้งสอง
สีหน้าของพวกเขาดูตกใจเป็นอย่างมาก เขามองเด็กหนุ่มคนนั้นราวกับได้พบเจอภูติผี
“ฟะ ... เฟิร์ส คุณเฟิร์สวัน” เลขาสาวถึงกับทำแฟ้มเอกสารล่วงลงจากอ้อมอกในทันที
ชายชราอย่างผู้กำกับพิเชษก็มีท่าทีอึ้งตะลึงงันไม่ต่างกัน
“เฟิร์สวัน นี่คุณจริงๆ หรอ?” ผู้กำกับพิเชษเอ่ยอย่างอึ้งๆ
ตัวตนที่ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่แรงค์ SSS ที่หายตัวไปเมื่อเจ็ดปีก่อน กลับปรากฏตัวอีกครั้งที่นี่จะไม่ทำให้พวกเขาตกใจได้อย่างไร
“เป็นผมจริงๆ นั่นแหละ” เฟิร์สเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่สบายๆ
เขานั่งลงบนโซฟารับแขกอันหรูหราและเอ่ย “ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะมาแอบฟังพวกคุณ แต่สัญญาของผมกับนิวโฮปยังเหลืออีกหนึ่งปี นั่นหมายความว่าผมยังเป็นพนักงานของนิวโฮปอยู่ใช่ไหม?”
เลขาสาวที่ตั้งสติขึ้นมาได้ก็รีบเอ่ยตอบในทันที
“ใช่ค่ะ ผู้อำนวยการเฟิร์สวัน”
ได้ยินคำพูดของหญิงสาว เด็กหนุ่มพลันขมวดคิ้วมุ่นในทันที
เขาไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นผู้อำนวยการตั้งแต่เมื่อไหร่?
ผู้กำกับพิเชษไม่ได้ปล่อยให้เฟิร์สได้สงสัยนาน เขาจึงเอ่ยอธิบายออกไปว่า “ความจริงแล้วก่อนหน้าที่คุณจะเข้าไปในอบิสสีแดงระดับสูงแห่งนั้น ทางนิวโฮปได้ทำหนังสือแต่งตั้งคุณเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 10 พิเศษ ในก่อนหน้านั้นแล้ว เพียงแต่คุณได้บอกเองว่าจะเข้าไปรับการปรับตำแหน่งหลังจากที่คุณออกมาจากการลงเทรดอบิส ภายหลังแม้ว่าคุณจะหายตัวไป แต่คำสั่งนี้ยังไม่ถูกยกเลิกอย่างสิ้นเชิง”
“โอ้ ดูเหมือนจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ” เฟิร์สเริ่มนึกขึ้นได้ แต่เขาไม่คิดว่านิวโฮปจะอวยยศให้เขาเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับ 10 เลยทีเดียว
“แบบนี้ก็ง่ายขึ้นหน่อย เอาเป็นว่าผมจะตอบรับคำขอความช่วยเหลือของประเทศพม่า นี่คงไม่มีปัญหาใช่ไหม?” เฟิร์สกล่าวอย่างสบายๆ
ท่าทีของเขาทำให้สองคนในห้องนี้รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
แม้พวกเขาจะรู้ว่าเฟิร์สนั้นเก่งกาจและถูกคาดว่าเป็นระดับแรงค์ SS แต่นั่นก็ไม่ได้รับการยืนยันโดยตรง การลงอบิสสีน้ำเงินนั้นมีอันตรายเป็นอย่างมาก และจะอนุญาตให้แค่เวเนเตอร์แรงค์ SS เท่านั้นที่ลงเทรดได้ แม้แต่ผู้กำกับพิเชษเองก็ยังไม่มีคุณสมบัตินั้นด้วยซ้ำ
“แต่ ...”
เฟิร์สที่เห็นท่าทางอึกอักของชายชรา เขาจึงเอ่ยออกมา “เชิญคุณพูดตรงๆ ออกมาได้เลย”
“หากคุณได้ฟังการพูดคุยมาก่อนหน้านี้ก็น่าจะรู้ว่ามีเพียงแต่แรงค์ SS เท่านั้นที่มีคุณสมบัติลงเทรดอบิสนี้ได้ มีข่าวมากมายแพร่ออกมาว่าทางพม่าได้ส่งเวเนเตอร์ระดับแรงค์ S ขึ้นไปเข้าไปข้างในนั้น แต่สุดท้ายแล้วก็มีแต่แรงค์ SS ไม่กี่คนเท่านั้นที่รอดกลับมา นี่ไม่ใช่วิกฤตของไทยโดยตรง เพื่อความปลอดภัยและการรักษาเสถียรภาพของประเทศ พวกเขาจึงอนุญาตให้แรงค์ SS ที่มีฝีมือเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติรับภารกิจนี้ได้ ไม่ทราบว่าคุณในตอนนี้มีพลังบ่มเพาะอยู่ในระดับขั้นใดแล้ว?” ผู้กำกับพิเชษเอ่ยออกมาตามตรง
แม้ความจริงแล้วเขาจะมีคำถามมากมาย เช่นเฟิร์สออกมาจากอบิสแห่งนั้นได้อย่างไร หรือเขาออกจากอบิสแห่งนั้นมาก่อนหน้านี้แล้ว แล้วทำไมเขาถึงไม่ปรากฏตัว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงเจ็ดปีขนาดนี้
และหากเขาติดอยู่ในอบิสแห่งนั้นจริง เขามีวิธีการใดที่ทำให้ออกมาได้
คำถามมากมายเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขา แต่ด้วยตำแหน่งและพลังรบของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้แล้ว เขาย่อมไม่กล้าที่จะพูดอะไรอย่างไม่ไตร่ตรอง
“ไม่ต้องเกร็งกับการพูดคุยกับผมก็ได้ มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้วที่คุณจะสอบถามถึงคุณสมบัติของคนที่จะเข้าไปในอบิสระดับสีน้ำเงิน เมื่อคุณถามขึ้นมาอย่างนั้นผมก็จะแสดงให้คุณได้เห็น”
ทันทีที่เฟิร์สเอ่ยคำพูดจบ เขาก็เผยความแข็งแกร่งที่ปกปิดไว้ออกมา
ภายในห้องทั้งห้องพลันปรากฏแรงกดดันมหาศาล อากาศโดยรอบราวกับจะไม่สามารถรองรับแรงกดดันนี้ได้ไหว
เลขาสาวที่การบ่มเพาะอ่อนด้อยถึงกับสลบฟุบลงกับพื้นในทันที
แม้แต่ผู้กำกับพิเชษที่เป็นผู้แข็งแกร่งแรงค์ S+ เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่มคนนี้แล้วกลับรู้สึกไม่มีแม้แต่พลังที่จะโต้ตอบ
โชคดีที่พลังของเด็กหนุ่มถูกเขาจำกัดไว้แค่ภายในห้องนี้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในสำนักงานแคลนจะต้องแตกตื่นจากพลังนี้เป็นแน่