มหาสงครามศิลากำเนิดจักรวาล (The Cosmic War of the Genesis Stone)

    ⚔️ ภาค 2 ตอนที่ 68 : หุบหินกลืนเสียง

    ⚔️ ภาค 2 ตอนที่ 68 : หุบหินกลืนเสียงEbook มีอัปเดทถึงตอที่ 99 ติดตามได้ที่www.danniyay.com

    เช้าวันถัดมา พวกเขาลงสู่รอยแยกที่เวย์หินพาไป
    ทางลงแคบ ชัน และมีหมอกเย็นลอยอยู่ตลอดเวลา
    เสียงลมด้านบนค่อย ๆ หายไป
    เหมือนโลกค่อย ๆ ปิดฝา

    พอถึงก้นหุบ ไครอสรู้สึกได้ทันทีว่า “เสียงในอก” เปลี่ยน
    ไม่ดังขึ้น
    แต่ “ชัดขึ้น” เหมือนคนที่หยุดตะโกน แล้วเริ่มพูดใกล้หู

    มีราหายใจลึก
    “ที่นี่…ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกลับมา”

    อาเรนวาลตอบเสียงเบา
    “เพราะที่นี่กินเสียงโกหก”
    “เหลือแต่เสียงจริง”

    บรอมดัลพ่นลมหายใจ
    “ข้าหวังว่ามันจะไม่กินเสียงบ่นของข้าไปด้วย”

    เวย์หินหัวเราะ
    “ไม่หรอก แคระ เสียงบ่นของเจ้าแข็งกว่าหิน”

     รอยตราที่เริ่ม “หลุดผิว”

    พวกเขายังพาผู้รอดชีวิตบางส่วนมาด้วย—คนที่ยังเดินได้
    คนอื่นถูกฝากไว้กับเครือข่ายพเนจรของธีม (พร้อมสัญญาณนัดหมาย) เพื่อไม่ให้กลุ่มใหญ่เกิน

    ทันทีที่เข้าเขตหุบหิน คนที่มีรอยตราหลายคนเริ่มไอ
    ไม่ใช่ไอเพราะหนาว
    แต่ไอเหมือนมีฝุ่นดำอยู่ในลำคอ

    ชายชื่อเอเรน (คนที่ไครอสช่วยคืนชื่อก่อนหน้า) ทรุดลงนั่ง
    เขากุมอก หอบ
    แล้วพูดเสียงสั่น

    “มัน…เหมือนอะไรบางอย่างกำลังหลุดออกจากชื่อข้า”

    มีราวิ่งเข้าไปจับชีพจร
    คราวนี้ชีพจรไม่กระตุกเหมือนก่อน
    มันเหมือน “กำลังปล่อย”

    อัครอสก้มมองพื้นหิน
    “หุบหินนี้ทำให้คำสั่งตราเงาไม่มั่นคง”
    “เราอาจใช้ที่นี่เป็นที่ ‘ขัดล้าง’ รอยก่อนเข้าเขตเสียงแกล้งที่ลึกกว่า”

    ลิซาเอลหันไปมองไครอส
    “แล้วทำยังไง”

    ไครอสหลับตา
    เขานึกถึงจังหวะเส้นชีพ
    นึกถึงการเรียกชื่อ
    และนึกถึงสิ่งที่เขตเสียงแรกทำกับทุกคน—มันไม่ได้ให้พลังฟรี ๆ
    มันให้ “ความจริง” ก่อน

    เขาเปิดตา แล้วพูดกับคนที่มีรอย
    “ข้าจะให้โลกช่วยดึงรอยออก”
    “แต่พวกเจ้าต้องพูดชื่อของตัวเองดัง ๆ”
    “ไม่ใช่เพื่อข้า เพื่อให้โลกจำ”

    บางคนกลัว
    บางคนสั่น
    บางคนอายเหมือนเด็กที่ไม่กล้าพูดต่อหน้าคนอื่น

    ไครอสไม่เร่ง
    เขาคุกเข่าลงระดับเดียวกับเด็กชายคนนั้นอีกครั้ง

    “เจ้าอยากจำชื่อแม่ไหม” ไครอสถาม

    เด็กพยักหน้าทั้งน้ำตา

    “งั้นเริ่มจากชื่อของเจ้า” ไครอสพูด “เจ้าพูดชื่อเจ้า โลกจะพาเจ้ากลับไปหาแม่เอง”

    เด็กสูดหายใจ
    ปากสั่น
    แล้วค่อย ๆ พูด

    “ข้า…ชื่อ…นีล”

    ทันทีที่ชื่อหลุดออก
    หมอกในหุบเหมือนสั่นเบา ๆ
    เส้นบาง ๆ สีดำที่ติดอยู่รอบตัวเด็กเหมือนฝุ่น ถูกดึงออกจากผิวแล้วแตกกระจาย

    เด็กตาโต
    “ข้าพูดได้…ข้าพูดได้!”

    ไครอสยิ้มบาง
    “ดีมาก”

    คนอื่นเริ่มกล้าตาม
    ทีละคน
    ชื่อดังขึ้นในหุบหิน ไม่ใช่ดังแบบโหวกเหวก แต่ดังแบบคนที่เอาตัวเองกลับมา

    “ข้าชื่อ…เอเรน”
    “ข้าชื่อ…มาร์ยา”
    “ข้าชื่อ…ทิล”
    “ข้าชื่อ…โครน”

    ทุกชื่อที่ดังขึ้น เหมือนหุบหินหายใจ
    และฝุ่นดำของตราเงาก็ค่อย ๆ หลุดออกเหมือนคราบที่ถูกขูด

    มีราน้ำตาไหลเงียบ ๆ
    ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะกลัว
    แต่เพราะเธอเห็น “การรักษา” ด้วยตาตัวเองแบบที่ไม่ต้องโกหกตัวเองว่าทุกอย่างจะดี

    อัครอสเฝ้าดูด้วยตาเปียกนิด ๆ
    เขาพึมพำ
    “โลกยังไม่ทิ้งคนจริง ๆ…”

     ผู้จารตรามาถึง

    ความสงบอยู่ได้ไม่นาน

    ลมเย็นในหุบหินหยุดลงฉับพลัน
    แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านบนรอยแยก
    ไม่ใช่เสียงตะโกน
    แต่เป็นเสียงที่ทำให้กระดูกสั่น

    “เสียงชื่อ…น่ารำคาญ”

    ทุกคนเงยหน้าพร้อมกัน

    ร่างในเสื้อคลุมดำยืนอยู่บนขอบหุบ
    ข้างหลังเขามีเงาทหารสามคน—เหยี่ยวเทา
    แต่คนที่น่ากลัวคือคนหน้า
    มือเขาถือแท่งเหล็กยาวเหมือนปากกา มีปลายเป็นเข็มสีดำ

    อัครอสหน้าเปลี่ยน
    “ผู้จารตรา…”

    ผู้จารตรายิ้มแบบไม่อารมณ์
    “ข้าตามกลิ่นคำสั่งมา”
    สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่ไครอส
    “และข้าตามเสียงชื่อของเจ้า…มาเจอพอดี”

    ไครอสก้าวออกไปข้างหน้า
    ลิซาเอลขยับตาม
    บรอมดัลยกค้อน
    รานเซลปล่อยเงาคลุมกลุ่มผู้รอดชีวิตโดยอัตโนมัติ

    ผู้จารตราเอียงหัว
    “ดี…เอาคนของเจ้ามาเยอะดี”
    “ข้าจะได้เขียนคำสั่งทีเดียวจบ”

    มีราสะอื้นเสียงหลุด
    เธอจำภาพคลังได้ทันที
    มือเธอเย็นวาบ

    อัครอสกระซิบกับไครอส
    “อย่าให้เข็มนั้นแตะพื้น ถ้าแตะ…มันจะตั้งคำสั่งถาวร”

    ไครอสพยักหน้า
    แล้วหายใจช้า
    เขาต้องคุมตัวเองเหมือนตอนบุกคลัง แต่ครั้งนี้ไม่มี “สิบลมหายใจ” ให้พึ่ง
    มีแต่การตัดสินใจสด ๆ

    ผู้จารตรากระโดดลงมาจากขอบหุบอย่างเบาเกินมนุษย์
    เท้าแตะหินแทบไม่มีเสียง

    เขายกเข็มขึ้น
    เริ่มเขียนในอากาศ

    อักขระดำปรากฏเป็นเส้น ๆ เหมือนหมึกบนฟ้า

    “Ordo—vinculum.” (ระเบียบ—จงผูกมัด)

    เส้นหมึกดำพุ่งเข้าหากลุ่มผู้รอดชีวิตเหมือนเชือก
    ลิซาเอลยิงศรชารวดเดียวสามดอก
    สองดอกถูกกิน
    หนึ่งดอกเฉือนเชือกได้ครึ่งเส้น

    บรอมดัลพุ่งชนหมึกดำด้วยค้อน
    ค้อนกระแทกจนหมึกกระจายเป็นละออง แต่ละอองกลับรวมตัวใหม่เหมือนมันมีชีวิต

    ไครอสเห็นชัด
    นี่ไม่ใช่ “ผู้ดูแลตราเงา” ที่คุมระบบ
    นี่คือคนที่ “เขียนคำสั่งเอง” แบบตรง ๆ
    และที่นี่…หุบหินกลืนเสียง ทำให้คำสั่งเขาไม่มั่นคงเท่าในวัง นั่นคือโอกาสเดียว

    ไครอสยกดาบขึ้น ไม่ใช้แสงใหญ่
    ใช้แสงเป็นคมเหมือนเดิม

    “Lumen—filum.” (แสง—เส้นด้าย)

    เส้นแสงพุ่งไป “ผูก” ปลายหมึกดำ ไม่ให้มันรวมตัวทัน
    หมึกดำสะดุดเหมือนเชือกที่ถูกจับปลายไว้

    ผู้จารตราหรี่ตา
    “เจ้าคุมแสงได้ดี…แต่เจ้าเข้าใจหมึกไหม”

    เขากดเข็มลงเกือบแตะพื้น

    ไครอสพุ่งเข้าชนทันที
    ไม่ฟัน
    ไม่ร่าย
    แค่ “ชน” ให้เข็มไม่แตะหิน

    แรงชนทำให้ทั้งคู่เซถอย
    เข็มเฉียดพื้นไปเพียงนิ้วเดียว

    อัครอสสบถเบา ๆ ด้วยความโล่งใจ
    แต่โล่งใจได้แค่เสี้ยววินาที

    ผู้จารตรายิ้ม
    “เจ้าชอบช่วยคน…ข้าก็ชอบ”

    เขาชี้เข็มไปที่เด็กชายที่เพิ่งพูดชื่อได้—นีล
    หมึกดำเส้นหนึ่งพุ่งออกไปเหมือนตะขอ

    มีรากรีดร้อง “ไม่!”

    ไครอสหันไปเร็วกว่าใคร
    เขาฟันหมึกดำเส้นนั้นด้วยคมแสง

    “Lumen—lamina!” (แสง—คมมีด!)

    หมึกดำขาด
    แต่เศษหมึกกระเด็นไปโดนแขนเด็ก
    รอยดำเล็ก ๆ เกาะผิวเหมือนคราบ

    เด็กตกใจร้องไห้
    “ข้าจะถูกลบอีกไหม!”

    ไครอสหายใจแรง
    เขารู้ว่าศัตรูตั้งใจ “ทิ้งรอย” มากกว่าจะจับทันที
    เพราะรอยนั้นทำให้คนหวาดกลัว แล้วความกลัวจะทำงานแทนศัตรู

    ไครอสหันกลับไปมองผู้จารตรา
    ตาเขาแข็งขึ้น
    “พอ”

    ผู้จารตราหัวเราะ
    “คำว่า ‘พอ’ ของเจ้ามีค่าแค่ไหน ในโลกที่คนยอมให้ข้าเขียนคำสั่ง?”

    ไครอสไม่ตอบด้วยคำพูด
    เขาขยับเท้า เปลี่ยนมุม
    แล้วใช้สิ่งที่หุบหินให้—“เสียงจริง”

    เขาตะโกนชื่อของผู้จารตรา…แบบสุ่มไม่ได้
    เขาต้อง “เรียก” ให้ตรงแก่น

    ไครอสหลับตาเสี้ยววินาที
    ฟังจังหวะโลก
    แล้วเอ่ยคำที่หลุดออกมาเอง

    “ผู้จารตรา…เจ้าเคยมีชื่ออื่นมาก่อน”

    ผู้จารตราชะงักทันที
    แค่เสี้ยววินาที
    แต่พอ

    ไครอสพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
    คราวนี้ฟันลงที่ “ปลายเข็ม” ไม่ฟันคน

    คมดาบกระทบเข็ม
    ประกายดำแตกกระจาย
    เข็มร้าว

    ผู้จารตราถอยกร้าว ๆ ครั้งแรก
    ความเยือกเย็นแตกเป็นรอย

    “เจ้ากล้าทำลายเครื่องมือข้า!”

    ไครอสหอบแรง
    “ข้ากล้าปกป้องชื่อคน”

    ผู้จารตรามองไครอส
    แล้วหัวเราะแบบไม่สนุก
    “ดี…งั้นข้าจะกลับไปเขียนคำสั่งใหม่”
    เขาชี้ไปที่ผู้รอดชีวิต “และครั้งหน้า ข้าจะไม่มาแค่สามคน”

    เขากระโดดถอยขึ้นรอยแยกอย่างรวดเร็ว
    เหยี่ยวเทาตามไป
    หุบหินกลับมาเงียบอีกครั้ง

    แต่ความเงียบครั้งนี้…ไม่โล่งใจ
    มันเป็นความเงียบของคนที่รู้ว่า ศัตรูรู้ทางแล้ว

    มีราทรุดลงนั่ง หอบหนัก
    ลิซาเอลจับไหล่เธอไว้
    บรอมดัลเช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วสบถ “ข้าเกลียดหมึก”

    อัครอสเดินไปดูรอยดำที่แขนเด็ก
    สีหน้าเขาหนัก

    “มันไม่ใช่ตราเต็มรูปแบบ…แต่เป็น ‘หมึกตามชื่อ’”
    “ถ้าเราไม่ลบให้หมดก่อน…พวกมันจะตามเราไปถึงเขตเสียงแรกชั้นใน”

    ไครอสเงยหน้า
    “งั้นเราต้องเข้าไปลึกกว่าเดิม”

    อาเรนวาลพยักหน้า
    “และจากนี้ เผ่าอื่นจะเริ่มขยับ”
    “เผ่าศิลาเข้ามาแล้ว ต่อไปอาจเป็นเผ่าลม เผ่าน้ำ หรือแม้แต่…”

    เขาหยุดคำ
    เหมือนลังเลจะพูดชื่อ

    บรอมดัลถาม “หรือแม้แต่มังกร?”

    เวย์หินหัวเราะหึ
    “มังกรไม่ชอบคำสั่งของคน”
    “แต่พวกมันชอบ ‘ของที่เป็นจุดศูนย์กลาง’”
    เขามองไครอส “และเจ้ากำลังกลายเป็นจุดศูนย์กลาง”

    ไครอสเงียบ
    เขาไม่อยากเป็นจุดศูนย์กลาง
    แต่ตอนนี้เขาหนีไม่ได้แล้ว

    ก่อนออกเดินต่อ ไครอสเดินไปหาเด็กนีล
    เขาคุกเข่าลง
    ดูรอยดำที่แขนเด็ก แล้วพูดช้า ๆ

    “เจ้าจำชื่อเจ้าดัง ๆ อีกครั้ง”

    เด็กสั่น แต่พยายาม
    “ข้า…ชื่อ…นีล”

    รอยดำสั่นเบา ๆ เหมือนโดนของที่ไม่ชอบ
    ยังไม่หาย
    แต่ “อ่อนลง”

    ไครอสพยักหน้า
    “ดี”
    “จากนี้ เจ้าจะต้องเรียกชื่อตัวเองทุกครั้งที่กลัว”
    “ไม่ใช่เพื่อให้ข้าได้ยิน แต่ให้โลกได้ยิน”

    เด็กพยักหน้า น้ำตาไหล
    แต่สายตาเขาแข็งขึ้นนิดหนึ่ง

    ไครอสลุกขึ้น
    หันไปมองทางที่ลึกเข้าไปในหุบ
    หมอกหนาและเย็น
    เหมือนปากของความจริงที่ยังไม่พูดหมด

    เขารู้ว่า ตอนต่อไป…เขตเสียงแรกชั้นในจะเริ่มถามคำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ
    และเซเรน่าในวัง—เมื่อผู้ดูแลตราเงารู้แน่ว่ามีคนแทรกจากไกล—นางจะถูกบีบให้เลือกเช่นกัน

    จบตอนที่ 68 : หุบหินกลืนเสียง

    คล้ายกับเรื่องมหาสงครามศิลากำเนิดจักรวาล (The Cosmic War of the Genesis Stone) ที่คุณอ่าน