สีหน้าหลี่ชางหลี่ขาวซีด“คือ...นี่ไม่ใช่ความโลภส่วนตัวของข้า ร่างกายนี้ได้มาจากบิดามารดาตอนนี้ร่างกายข้าไม่ครบสามสิบสองส่วน หากอนาคตข้าตายไป...วิญญาณก็คงไม่กล้าสู้หน้าพวกท่าน”
อันเจิงถาม“เจ้าเป็นถึงขันทีของตำหนักจิงเซี่ยว หากร่างกายกลับมาครบสามสิบสองส่วนไม่กลัวจะได้รับโทษรึ?”
หลี่ชางหลี่พูด“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงแค่คุณชายสามารถฟื้นฟูร่างกายข้าได้ไม่เพียงแค่ราคาอุกกาบาตที่จะขายให้ท่านต่ำลง ในตัวข้ายังมีของวิเศษอย่างอื่นด้วยคุณชายสามารถเลือกไปได้เลย ถือว่าเป็นของขอบคุณจากข้า”
อันเจิงพยักหน้า “เรื่องที่เจ้าพูดใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้แต่ทำไม...ฝีมือการแพทย์ของแคว้นเยี่ยนทำไม่ได้?”
“คนที่ทำได้มีเพียงคนเดียว แต่คนคนนี้ข้าไม่กล้าใช้หากไทเฮาทรงรู้ขึ้นมาละก็ ข้าเกรงว่าตัวเองคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
อันเจิงพยักหน้ารับ “หมอที่ติดตามข้ามาถึงแม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังในจักรวรรดิต้าซี แต่เรื่องที่เจ้าพูดมาก็ไม่ถือว่ายากอะไรเรื่องที่ยากที่สุดไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องอื่นมากกว่า...เพราะวิธีที่ดีที่สุดก็คือตัดส่วนลับของคนอื่นออกมาจากนั้นก็ต่อให้เจ้าทันที หากเส้นเลือดไม่เข้ากันก็ไม่อาจใช้ได้ ฉะนั้นต้องหาคนที่มีเส้นเลือดเช่นเดียวกันกับเจ้า”
เรื่องเหล่านี้หลี่ชางหลี่รู้ดีและเขาก็ได้เตรียมทั้งหมดเอาไว้นานมากแล้ว
“ข้าเตรียมไว้แล้ว!”
หลี่ชางหลี่มีความหวังขึ้นมาทันทีฉะนั้นเขาจึงดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก “เดิมทีคนคนนี้ก็อยากเข้าวังเป็นขันทีอยู่แล้วแต่พอดีกับที่ข้าเจอว่าเขามีเส้นเลือดที่ตรงกับข้ามาก ฉะนั้นจึงเก็บเขาเอาไว้แล้วรอจนถึงวันนี้เพียงแค่คุณชายหาหมอมารักษาข้าได้ ข้ายินดีมอบของวิเศษเป็นการขอบคุณ”
อันเจิงถอนหายใจยาว“หากรู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก ตอนนั้นจะทำเช่นนั้นทำไม?”
หลี่ชางหลี่พูด “เป็นเพราะความจำเป็น”
“อย่างนั้นก็เป็นพรุ่งนี้เถอะเจ้านำคนมาที่โรงชิงไจ ข้าจะให้คนตรวจสอบดูว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ อีกอย่างเจ้าต้องเตรียมยาห้ามเลือด โอสถวิญญาณระดับสีแดงที่มีพลังเยาโซ่วสามเม็ดโอสถวิญญาณเลือด และสมุนไพรต่อชีวิต”
เมื่อฟังอันเจิงพูดถึงสิ่งเหล่านี้หลี่ชางหลี่ก็เชื่อโดยไม่มีข้อสงสัยแล้ว ท่ามกลางของเหล่านี้นอกจากโอสถวิญญาณระดับสีแดงที่มีพลังเยาโซ่วที่ไม่รู้ว่าจะเอามาทำไมนอกนั้นตัวเขาก็เตรียมไว้หมดแล้ว
“คืนนี้!”
หลี่ชางหลี่รีบพูด“ไม่ต้องรอถึงวันพรุ่งนี้ คืนนี้ข้าก็สามารถเตรียมของจนครบได้”
อันเจิงส่ายหน้า“ยังมีของอีกชิ้นหนึ่ง...หมอที่ข้าพามาไม่มีปัญหาอะไร แต่เพราะไม่ได้นำเตาหลอมโอสถมาด้วยที่โรงชิงไจมีเตาหลอมโอสถดาวทองขั้นล่างชิ้นหนึ่งเจ้าลองไปถามว่าหลี่อวี้หมิงจะขายหรือไม่ หากขายเจ้าก็ซื้อไว้ข้าใช้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
หลี่ชางหลี่รีบส่ายหน้า“ในตำหนักจิงเซี่ยวมีเตาหลอมโอสถดาวทองขั้นสูงอยู่หนึ่งชิ้นสามารถฝึกโอสถวิญญาณระดับสีม่วงได้ ข้าจะนำมาเอง”
อันเจิงพยักหน้ารับ “เมื่อได้ของครบแล้ว ก็มาหาข้าที่โรงชิงไจ”
หลี่ชางหลี่ขวางทางอันเจิงไว้อีกครั้ง“คุณชาย...ไม่ต้องไปถึงโรงชิงไจแล้วล่ะ? ท่านกลับไปเชิญหมอมาที่นี่แล้วจัดการเรื่องทั้งหมดที่จวินเยว่โหลวเป็นอย่างไร? รับประกันว่าที่นี่ปลอดภัยอีกทั้งยังเงียบสงบ”
เขามองไปยังด้านนอก“เมื่อครู่ก็ราวกับคุณชายจะถูกใจตัวเสี่ยวโยวไม่น้อย ให้ข้าเรียกนางมาปรนนิบัติดีหรือไม่?”
“ใครคือเสี่ยวโยว?”
“ก็คือหญิงสาวที่ยกน้ำชามาให้คุณชายเมื่อครู่”
อันเจิงกลอกตาทั้งสองข้างไปมาจากนั้นก็พยักหน้า “ได้ ข้าจะรอเจ้าที่นี่ก็แล้วกัน”
อันเจิงหันกลับไปนั่งลง ส่วนหลี่ชางหลี่ก็ออกไปเรียกหญิงสาวคนเมื่อครู่เขาหันกลับมามองอันเจิงแวบหนึ่ง ในใจคิดว่าหัวงูถึงขั้นนี้เชียวรึ
หลี่ชางหลี่เดินออกไปหาหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวโยวจากนั้นก็พูดขึ้นข้างหูนางด้วยเสียงเบา “อีกประเดี๋ยวเจ้าเข้าไปปรนนิบัติคุณชายที่มาจากจักรวรรดิต้าซีนะไม่ว่าเขาอยากให้เจ้าทำอะไร เจ้าก็ต้องทำตามทุกอย่างทำให้เขาพอใจในตัวเจ้าแล้วก็หลอกถามข้อมูลมา ถามให้ชัดเจนว่าเขามาจากที่ไหนของจักรวรรดิต้าซีมีตระกูลอะไรอยู่เบื้องหลัง”
เสี่ยวโยวพยักหน้า “ข้าน้อยจะจำไว้”
หลี่ชางหลี่โบกมือ “ไปเถอะโต้ตอบอย่างระมัดระวัง หากเจ้าทำได้ดีข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างงาม”
อืม...เสี่ยวโยวขานรับจากนั้นก็กลับไปยกผลไม้หนึ่งจานเดินไปยืนหน้าประตู ในแววตานางฉายความลำบากใจออกมาหลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ นางก็ประกายรอยยิ้มแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าไร้เดียงสาและน่าเอ็นดู
หลี่ชางหลี่รีบเดินทางกลับตำหนักจิงเซี่ยว เขาทูลเรื่องที่เจอมาในวันนี้กับไทเฮาทั้งหมด
ซูไทเฮาทรงสวมเพียงฉลองพระองค์ผ้าบาง ๆและพลิ้วไหว ส่วนด้านในไม่มีอะไรอยู่เลยสักชิ้น เนินพระอุระทั้งสองของพระนางกำลังกระโดดโลดเต้นไม่ต่างจากกระต่ายขาวจุดแดงเป็นประกายสองจุดบนเนินพระอุระนั้น เมื่อมองผ่านฉลองพระองค์สีขาวเบาบางจึงดูคล้ายลูกเชอร์รี่ก็ไม่ปานแล้วยังราวกับจะแข็งตึงขึ้นมาแล้วด้วย
พระนางทรงเอนพระวรกายลงและยื่นพระหัตถ์ที่ดูเกียจคร้านมาด้านหน้าหลี่ชางหลี่รีบไปประคองพระหัตถ์นั้นไว้ทันที ซูไทเฮาทรงหาวพลางยื่นพระเพลาขาวเรียวงามทั้งสองออกมาจากผืนผ้าบางๆ ชายพระภูษาแยกออกเป็นสองข้าง แล้วกอหญ้าสีทึบก็ค่อย ๆ เผยออกมา
“ในเมื่อเป็นคุณชายที่มาจากตระกูลใหญ่ในจักรวรรดิต้าซีเรื่องการเงินก็ดูไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่สืบที่มาที่ไปให้ละเอียดก็พออีกทั้งเงินทองก็ให้ได้ทันที จะขายของให้เขาก็ไม่มีปัญหาอะไรตำหนักจิงเซี่ยวซ่อมแซมมานานหลายปี จะรีรอต่อไปไม่ได้แล้ว”
หลี่ชางหลี่ตอบกลับ “กระหม่อมทราบดีว่าไทเฮาทรงร้อนใจฉะนั้นช่วงนี้จึงหาโรงประมูลตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้น อุกกาบาตนี้มีค่ามากจึงไม่มีใครสามารถชำระเงินทั้งหมดได้ภายในครั้งเดียวโดยเฉพาะคนที่อยู่ในแคว้นเยี่ยน ไม่มีใครอยากซื้อไปด้วยซ้ำ”
ซูไทเฮาพยักพระพักตร์ “มีแต่พวกปอดแหกเกรงว่านำของจากข้าไปก็คงไม่ปลอดภัย”
“ในเมื่อไทเฮาทรงไม่มีเรื่องอื่นชี้แนะอย่างนั้นกระหม่อมจะรีบกลับจวินเยว่โหลวเพื่อตกลงเรื่องนี้?”
ซูไทเฮาตรัสด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย“จำเป็นต้องรีบขนาดนั้น?”
พระนางทรงกางพระเพลาทั้งสองช้า ๆทันใดนั้นก็เห็นน้ำไหลออกมาเป็นสายเล็ก ๆ “น่าโมโหจริง ๆ เลย...”
ทันใดนั้น สีหน้าของหลี่ชางหลี่ก็ขาวซีด เขาสูดลมหายใจถี่ขึ้นกว่าเดิมซูไทเฮาทรงยื่นพระหัตถ์ไปกดหัวหลี่ชางหลี่ทันที เขาโน้มตัวตามแรงกดแล้วหมอบลงที่หว่างพระเพลาของพระนางไม่นานซูไทเฮาก็ทรงครางออกมา พระวรกายสั่นไหวไปตามพระอารมณ์
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูไทเฮาก็ทรงถีบหลี่ชางหลี่กระเด็นออกมาอย่างกะทันหันจากนั้นก็ตรัสขึ้นอย่างดุดัน “ต่อให้ทักษะการเลียจะเก่งกาจ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร?เจ้ามันไร้ประโยชน์นัก!”
“กระหม่อมผิดไปแล้ว”
ซูไทเฮาเอนพระวรกายลงไปด้านหลังจากนั้นก็ทอดพระเนตรขึ้นเบื้องบนแล้วตรัสราวกับไม่พอพระทัย “ข้านึกเสียใจขึ้นมาแล้วจริงๆ หากตอนนั้นไม่ตอนเจ้าแล้วเอาเข้าวังจะดีมากแค่ไหน...ไสหัวไปตอนนี้ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าแล้ว”
หลี่ชางหลี่คลานถอยไปด้านหลังหลังจากออกไปก็หันกลับมามองแวบหนึ่งแล้วพูดพึมพำกับตัวเอง “ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะทำให้เจ้าร้องขอเลยล่ะ”
หลังจากออกจากตำหนักจิงเซี่ยวแล้วเขาก็เดินทางไปบ้านของตัวเองที่ถนนหนิวโถว เพื่อไปหาหญิงสาวที่ตนเลี้ยงเอาไว้ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับของวิเศษหลายชิ้น จากนั้นก็ไปถนนตงซือจิ่วแล้วพาชายร่างกำยำตัวใหญ่เดินทางไปจวินเยว่โหลวอย่างเร่งรีบ
ตอนที่หลี่ชางหลี่ไปถึงจวินเยว่โหลวฟ้าก็เริ่มมืดแล้วเขาเดินขึ้นชั้นบนอย่างเร่งรีบ และเห็นหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวโยวยืนรออยู่ด้านนอก
“เป็นอะไร?”หลี่ชางหลี่ถาม
เสี่ยวโยวถอนหายใจ“ข้าน้อยก็อยากปรนนิบัติคุณชายท่านนั้น แต่สุดท้าย พอเหล้าตกถึงท้องเพียงไม่กี่จอกก็หลับไปเสียแล้ว”
หลี่ชางหลี่คิดในใจว่าคุณชายท่านนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยขนาดปล่อยสาวงามประดุจดั่งดอกไม้ให้อยู่ด้วยแล้วยังหลับลงได้
“คนของเขามารึยัง?”
เสี่ยวโยวตอบกลับ “มาแล้วองครักษ์คนนั้นออกไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พาหญิงสาวรูปงามกลับมาด้วยสองคน”
หลี่ชางหลี่มองสีหน้าของเสี่ยวโยวในใจคิดว่าที่แท้ก็เพราะถูกกดลงไปนี่เอง มิน่าล่ะ นางถึงมีอาการโมโหเช่นนี้หลี่ชางหลี่ให้คนของตัวเองยืนรออยู่ด้านนอก จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องเพียงคนเดียว
ภายในห้องมีคนสี่คน อันเจิงกำลังหลับอยู่จงจิ่วเกอแสร้งทำตัวเป็นองครักษ์เฝ้าอยู่ข้างกายอย่างจงรักภักดี ส่วนสาวงามทั้งสองที่เสี่ยวโยวพูดถึงกำลังนั่งอ่านตำราเงียบๆ อยู่ด้านข้าง ขณะที่หลี่ชางหลี่เห็นหญิงสาวทั้งสอง ในใจก็ชะงักไปทันที ไม่แปลกที่คุณชายท่านนี้ไม่มีความรู้สึกต่อเสี่ยวโยวเพราะข้างกายเขาก็มีสองสาวรูปงามคอยปรนนิบัติแล้ว ถึงแม้อายุจะมากไปสักหน่อยแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนรู้สึกชอบใจ
หญิงสาวงดงามทั้งสองแน่นอนว่าเป็นชวีหลิวซีและกู่เชียนเยว่ปลอมตัวมาเมื่อผ่านฝีมือการแปลงโฉมของจงจิ่วเกอ ตอนนี้พวกนางทั้งสองดูอายุราวสามสิบปีโดยประมาณบนร่างมีความงดงามสะพรั่งดั่งหญิงที่โตเต็มวัยแล้ว ความงดงามนี้ทำให้ผู้มองรู้สึกใจสั่น
เมื่อหลี่ชางหลี่เข้ามาอันเจิงก็ตื่นขึ้นเขาหรี่ตามองหลี่ชางหลี่ “หาของครบเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?”
หลี่ชางหลี่รีบเปิดกระเป๋าออกทันที“ของที่ท่านพูดมาไม่ขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียว”
เขานำเตาหลอมโอสถดาวทองขั้นสูงออกมา“นี่เป็นของที่มีค่ามากในตำหนักจิงเซี่ยว เมื่อใช้แล้วข้ายังต้องนำกลับไปคืน”
อันเจิงพยักหน้าจากนั้นก็โบกมือให้ชวีหลิวซีมาดู ชวีหลิวซีเดินมาอยู่ตรงหน้าโต๊ะอย่างช้า ๆแล้วก้มหน้ามองของตรงหน้า “ระดับพลังของโอสถดูอ่อนไปหน่อย แต่หากจำเป็นก็ใช้ได้พลังของโอสถวิญญาณระดับสีแดงก็ดูธรรมดามาก โอสถเลือดอยู่ในระดับสีขาว ใช้ไม่ได้แต่อีกประเดี๋ยวข้าจะใช้เตาหลอมโอสถดาวทองมาฝึกก็คงใช้ได้แล้วสมุนไพรต่อชีวิตใช้เพียงต้นเดียวก็เพียงพอ ของที่เหลือข้ามีหมดแล้ว”
อันเจิงพูดอย่างพึงพอใจ “งั้นก็ดีในเมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ อีกอย่าง...อุกกาบาตที่ข้าต้องการ เจ้านำมารึยัง?”
หลี่ชางหลี่อึกอัก “คือว่า...ขอพูดตามตรงของแบบนี้จะพกติดตัวตลอดไม่ได้ เพียงแค่คนของท่านรักษาข้าจนหาย ของก็จะส่งมาที่นี่ทันที”
สีหน้าอันเจิงเปลี่ยนไปราวกับอยากลงมือหลี่ชางหลี่จึงรีบพูดขึ้น “คุณชาย ไม่ใช่ข้าน้อยไม่เชื่อใจท่านแต่เป็นเพราะเรื่องนี้สำคัญสำหรับข้ามาก อุกกาบาตไม่ใช่เพียงแค่ของนอกกายแต่เป็นเหมือนตัวข้าเลย...”
“ช่างเถอะ ไม่อยากหาเรื่องคนอย่างเจ้าเจ้าให้คนไปหาที่เงียบ ๆ หน่อย ห้ามใครเข้ามารบกวนทั้งนั้นเมื่อทำเรื่องที่เจ้าต้องการเสร็จแล้ว เราค่อยมาคุยเรื่องอุกกาบาตกัน”
หลี่ชางหลี่รีบกล่าวขอบคุณจากนั้นก็หยิบของออกมาสองอย่าง “นี่เป็นอาวุธระดับสีแดงขั้นสูงสุดเรียกว่าหลิงอวินตู้เฟย ส่วนนี่คือโอสถวิญญาณระดับสีแดงเรียกว่าโอสถวิญญาณเทวดา...”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของชวีหลิวซีก็เปลี่ยนไปทันทีนางรีบเดินไปเปิดกล่องแล้วมองดูอย่างละเอียด “เป็นโอสถวิญญาณเทวดาจริง ๆแต่ทว่าระดับพลังอ่อนไปหน่อย หากจำเป็นก็ยังถือว่าเข้าระดับสีแดงได้”
หลี่ชางหลี่พูดชมเชย“พี่สาวท่านนี้สายตาเฉียบคม”
ชวีหลิวซีพูดขึ้น“ที่เรียกว่าโอสถวิญญาณเทวดา เพราะเพียงชั่วพริบตา ผู้ฝึกพลังวัตรก็สามารถเข้าสู่ขอบเขตสุมารุขั้นสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว หากเป็นผู้ที่มีพลังวัตรในขอบเขตสุมารุอยู่แล้วก็จะสามารถมีพลังในขอบเขตกิเลสมารได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ถึงกระนั้น เวลาก็สั้นเกินไปหน่อยโอสถวิญญาณเทวดาระดับสีทองขึ้นไปสามารถทำให้มีพลังมากขึ้นหนึ่งชั่วโมง ส่วนเม็ดนี้มากสุดก็รักษาระดับพลังได้เพียงห้านาทีโดยประมาณเท่านั้น”
อันเจิงพยักหน้า “ก็ยังถือว่าเป็นของดีแต่ถึงกระนั้น หากผู้ฝึกพลังวัตรที่อยู่ขั้นต่ำใช้ เช่นนั้นก็ไม่ต่างไปจากการฆ่าตัวตาย”
หลี่ชางหลี่เห็นว่าอันเจิงและคนติดตามที่งดงามมีประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดาจึงเชื่อมั่นในตัวพวกเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย“ทั้งสองชิ้นนี้ถือว่าให้ท่านเป็นคำขอบคุณ ท่านเก็บไว้เถอะ”
อันเจิงลุกขึ้น จากนั้นก็หยิบหลิงอวินตู้เฟยขึ้นมาดู“นี่คืออาวุธของผู้อาวุโสท่านหนึ่งในจักรวรรดิต้าซี ผู้อาวุโสท่านนี้มีพลังถึงขอบเขตจุลภาคขั้นสูงสุดแล้วได้ยินว่าหายตัวไปหลายปี นึกไม่ถึงว่าอาวุธชิ้นนี้จะตกมาอยู่ในแคว้นเยี่ยน”
สีหน้าอันเจิงแลดูราบเรียบและไม่มีความรู้สึกใดๆ แต่ความเป็นจริง ในใจเขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก ความจริงแล้ว หลิงอวินตู้เฟยเป็นกระจกสะท้อนด้านหลังมีภาพวาดก้อนเมฆ ตอนนั้นหนึ่งในคนที่ลอบโจมตีอันเจิงก็มีผู้อาวุโสท่านนั้นด้วยเช่นกันเพียงแค่ตอนที่อันเจิงถูกลอบโจมตี เขาไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจนฉะนั้นจึงไม่แน่ใจในตัวตนของคนที่ลอบโจมตีเขา ตอนนี้ เมื่อเห็นหลิงอวินตู้เฟยอย่างน้อยเขาก็รู้ว่าผู้อาวุโสท่านนั้นต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนและยิ่งแน่ใจว่าหลี่ชางหลี่ต้องรู้เรื่องนี้ด้วยแน่