เรื่องสั้น เรื่องแซ่บ เรื่องเสียวหลากรส

    ไซ่ง่อนร้อนรัก-เดินเที่ยวกลางดึก


    เสียงสัญญาณเตือนจากนาฬิกาข้อมือของผมดังขึ้นเบาๆ บ่งบอกเวลาเที่ยงคืนตรงเป๊ะ
    ผมเดินกึ่งกังวลปนตื่นเต้นออกมารอลินห์ที่บริเวณตรอกแคบๆ ด้านหลังบาร์เบียร์ตามที่เขียนนัดแนะไว้ในกระดาษโน้ตใบเล็ก
    บรรยากาศในตรอกค่อนข้างมืด มีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลจากสปอตไลท์ดวงเก่าส่องจากหลังคาลงมาบางๆ
    อากาศตอนเที่ยงคืนของไซ่ง่อนมีสายลมโชยพัดพาความเย็นมาปะทะผิวกาย แต่ตัวผมกลับไม่ได้รู้สึกหนาวเลยสักนิด
    ตรงกันข้าม... ความตื่นเต้นเร้าใจปนความอยากรู้อยากลอง และอาการแก่นกายแข็งขึงขังใต้เป้ากางเกงที่ยังไม่ยอมสงบลงเลยตั้งแต่ในบาร์
    มันกำลังทำหน้าที่สูบฉีดเลือดลมให้วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนตัวผมร้อนรุ่มและอัดแน่นไปด้วยความกระวนกระวายใจ
    ผมก้าวเดินสลับเท้าขยับตัวไปมา คอยเหลียวมองบานประตูหลังร้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเด็กวัยรุ่นแอบทำความผิด

    ผมยืนจดจ้องมองเงาทางเดินไม้สลัวๆ หลังร้านอยู่ประมาณห้านาทีเต็มๆ
    ในหัวก็นึกย้อนถึงประโยคบอกเลิกสุดเจ็บแสบของแฟนเก่าสลับกับคำพูดกระซิบออดอ้อนของลินห์ที่บาร์เมื่อครู่
    ทันใดนั้น...

    แกรก...

    เสียงบานประตูเหล็กดัดหลังร้านเปิดออกช้าๆ พร้อมแสงสว่างลอดออกมาแวบหนึ่ง
    ร่างบางของลินห์ก้าวเดินออกมาในสไตล์ที่ทำเอาผมแทบลืมหายใจและหัวใจสะดุดหยุดเต้นทันที!
    ลินห์เปลี่ยนจากชุดพนักงานเสิร์ฟร้านเดิมมาสวมใส่ชุดเที่ยวเล่นที่เซ็กซี่ร้อนแรงป่าเถื่อนยิ่งกว่าเก่าหลายเท่าตัว
    เธอสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวบางเฉียบรัดรูปตึงเปรี๊ยะเน้นทรวดทรงองค์เอวคอดกิ่ว
    เนื้อผ้าสีขาวบางๆ ที่ไร้ซับในและไม่มีร่องรอยของเสื้อยกทรงบราเซียร์ปิดบังอยู่เลยแม้แต่น้อย!

    มันเผยให้เห็นเต้าอกคู่อวบอิ่มสองเต้าขนาดสะบึมผงาดค้ำผ้าเป็นรูปทรงกลมกลึงเด่นชัดตระหง่านคาแสงไฟ
    ยอดปทุมถันสีชมพูสองข้างแข็งชันเป็นไตชูช่อดันเนื้อผ้าบางๆ ยื่นเด้งออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจนน่ามอง
    ส่วนท่อนล่าง... เธอสวมเพียงกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดเว้าสูงปรี๊ดที่เน้นเรียวขาขาวจั๊วะยาวเรียวและสะโพกกลมกลึงผึ่งผาย
    และจากจังหวะการเยื้องย่างที่ชายกางเกงยีนส์ขยับรั้งสูงขึ้นตามจังหวะก้าวขา...
    มันทำให้ผมแทบสำลักน้ำลายใจสั่นระรัวเพราะรู้ทันทีว่าภายใต้กางเกงยีนส์ตัวสั้นกุดนั้น... เธอไม่ได้สวมกางเกงในเลยสักชิ้นเดียว!

    “รอนานไหมคะพี่เทพคนดี...” ลินห์เอ่ยทักทายพลางส่งยิ้มหวานเชื่อมสะกดใจ
    ลินห์เดินสะบัดสะโพกตรงเข้ามาหาผมทันที สองมือเรียวเอื้อมมากระชับโอบต้นแขนของผมไว้แน่น
    ปทุมถันคู่อวบหนานุ่มนิ่มเบียดอัดเข้าหาท่อนแขนผมตรงๆ ตั้งแต่แรกเจอโดยไม่มีการเหนียมอาย
    ความอุ่นหยุ่นของเนื้อหน้าอกเธอทำเอาผมตัวสั่นสะท้าน ซ่านวาบไปทั่วอก

    “มะ... ไม่นานเลยครับลินห์...” ผมตอบเสียงแหบพร่า สบสายตาละหลบหลีกยอดอกของเธอแทบไม่ได้เลย

    “ไปกันค่ะ... ลินห์เอาเจ้าป๊อปปี้คันเก่งมา... เดี๋ยวลินห์แว้นพาพี่เทพเที่ยวไซ่ง่อนฉบับพิเศษเองค่ะ”
    ลินห์ยิ้มคิกคักพลางดึงมือผมให้เดินไปที่รถจักรยานยนต์คลาสสิกคันเล็กสีขาวที่จอดอยู่ใกล้ทางออกตรอก
    เธอขึ้นขี่คร่อมมอเตอร์ไซค์ เผยบั้นท้ายกลมกลึงผึ่งผายเบียดเบาะหนังแน่นตึง
    ผมก้าวขึ้นซ้อนท้ายเบาะหลังตามคำชวนของเธอทันที
    เนื่องจากเบาะนั่งมีขนาดสั้นและแคบมากตามสไตล์มอเตอร์ไซค์ไซส์เล็ก ทำให้ร่างของผมกับลินห์ต้องนั่งชิดติดกันจนไม่มีช่องว่าง
    ผมจำต้องเอื้อมวงแขนสองข้างไปกอดโอบรอบเอวคอดบางของเธอไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้หงายหลัง

    บรึ๋น... บรึ๋น...

    มอเตอร์ไซค์แล่นโรดออกไปตามท้องถนนหนทางของเมืองไซ่ง่อนที่เริ่มเงียบสงัด
    ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าและเป่าเส้นผมยาวสลวยหอมกลิ่นเชอร์รี่ของลินห์มาสัมผัสแก้มผม
    ตลอดการเดินทาง ลินห์ขับขี่ลัดเลาะผ่านแรงกระแทกจากพื้นถนนปูนเก่าแก่สไตล์ฝรั่งเศสรอบเมือง
    และทุกครั้งที่รถขยับตกหลุมขรุขระหรือเบรกรถฉับพลันตามสภาพจราจร...
    สองเต้าเนื้ออวบหนาขนาดสะบึมด้านหน้าของเธอที่ปราศจากบราเซียร์ขวางกั้น ก็จะขยับกระเพื่อมส่ายไปมาบดเบียดเข้ากับแผ่นอกของผมเต็มแรง!

    ปึก! นุ่มหนึบ! บดเบียด!

    “ซี๊ดดด...” ผมเผลอสูดปากครางเบาๆ ทุกครั้งที่แผ่นอกรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของทรวงอกเธอ

    เนื้อเนียนอุ่นๆ สัมผัสผ่านเสื้อยืดขาวบางเบาเสียดสีกับเสื้อยืดของผม
    ความเสียวซ่านและแรงขับทางเพศพุ่งปรี๊ดจนแก่นกายของผมแข็งตึงผงาดค้ำยันติดบั้นท้ายแน่นกลมกลึงของลินห์จากด้านหลัง

    ลินห์รับรู้ได้ถึงตัวตนของผมที่แข็งขึงค้ำยันหลังของเธออยู่ แต่เธอไม่หนี กลับแอบขยับบดสะโพกเบียดวนเบาๆ เป็นระยะตอบรับ

    เธอนำทางผมขับผ่านหน้าโบสถ์นอร์เทรอดามไซ่ง่อน ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นกลางแสงไฟสลัวสีนวล
    สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกโบราณสวยงามจับใจ แต่วินาทีนี้ในสมองของผมไม่ได้สนใจสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์เลยสักนิด
    เพราะความรุ่มร้อนและกลิ่นอายความเงี่ยนกระสันในตัวลินห์มันดึงดูดสติของผมไปจนหมดตัว

    ลินห์เลี้ยวรถเข้าไปจอดริมขอบถนนข้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใจกลาง District 1
    สวนสาธารณะตอนตีหนึ่งกว่าเงียบงันปานป่าช้า ร่มไม้ใหญ่ครึ้มหนาของต้นยางสูงบดบังแสงไฟริมถนนจนแทบมืดสนิท
    มีเพียงแสงสว่างสลัวจางๆ ของดวงจันทร์และโคมไฟริมทางไกลๆ ลอดผ่านกิ่งก้านใบไม้หนาลงมาบนพื้นดิน

    “ลงเดินเล่นกันค่ะพี่เทพ... อากาศดี ลมเย็นสบายดีจังเลย...”
    ลินห์จูงมือผมเดินลึกเข้าไปตามทางเดินหินกรวดข้างในสวนที่ปราศจากผู้คน
    รอบข้างเงียบจนได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีตามแรงลมทะเลพัดโชย
    ความเปล่าเปลี่ยวเงียบสงบยิ่งขับอารมณ์สวาทให้ระอุขึ้นในตัวเราสองคน

    ลินห์ชวนผมไปนั่งลงบนเก้าอี้ม้านั่งหินอ่อนตัวยาวที่ตั้งหลบมุมอยู่ใต้ร่มเงาไม้ครึ้มหนา
    ในมุมมืดที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลยหากไม่มีคนเดินเข้ามาจ้องมองใกล้ๆ
    พอนั่งลงปุ๊บ ลินห์ก็ขยับตัวปีนขึ้นมานั่งคร่อมเกยอยู่บนตักกว้างของผมทันทีอย่างกล้าหาญ!

    สวบ!

    สะโพกอวบกลมกลึงพิงทับบนหน้าขาขยับเสียดสีกับเป้ากางเกงยีนส์ของผม สองขาเรียวขาวคร่อมขาผมไว้แน่น
    ลินห์โน้มตัวเข้ามาประคองกอดรอบคอของผม แววตาของเธอในความมืดสลัวเปล่งประกายหื่นหวานเร้าใจ
    เสื้อยืดสีขาวบางของเธอยิ่งบางโปร่งลงไปอีกในแสงไฟสลัว เผยผิวเนียนละมุนชวนลูบไล้
    ผมสูดหายใจกระชั้นชิด มือสองข้างเอื้อมไปโอบบีบสะโพกแน่นนุ่มของเธอตามสัญชาตญาณความต้องการที่พลุ่งพล่าน

    “พี่เทพคะ... สาวไทยเขาห้ามทำแบบนี้ในที่สาธารณะใช่ไหมคะ?”
    ลินห์กระซิบถามเสียงหวานพร่า สูดลมหายใจเป่ารดข้างแก้มและใบหูผมจนขนลุกซู่
    “ใช่ครับ... มันค่อนข้างหวาดเสียวและดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะลินห์...” ผมตอบเสียงแหบพร่าสั่นสะท้านในลำคอ

    “แต่สาวเวียดนามแบบลินห์... ชอบลองของแปลกใหม่และหวาดเสียวค่ะ...”
    ลินห์ยิ้มมุมปากเผยเขี้ยวเสน่ห์ แววตาดุดันปนเจ้าเล่ห์หื่นจัด
    ทันใดนั้น... ลินห์เอื้อมมือมาจับกุมข้อมือขวาของผมไว้แน่น
    แล้วค่อยๆ ดึงบังคับนำทางข้อมือของผมให้เลื่อนต่ำลงไปใต้ชายกระโปรงกางเกงของเธอ...

    ฟึ่บ!

    มือของผมสัมผัสกับเนื้อผ้ายีนส์สากหนาของกางเกงขาสั้นกุดของเธอ
    ก่อนที่ลินห์จะบังคับนิ้วมือของผมให้มุดสอดเลื่อนผ่านขอบกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เว้าสูงตัวนั้นเข้าไปข้างในอย่างง่ายดายรวดเร็ว
    และสิ่งที่นิ้วมือของผมสัมผัสได้ทันทีคือ...
    ผิวเรียบเนียนอุ่นร้อนลื่นมือของเนินเนื้อและกลีบสวาทของลินห์ที่เปลือยเปล่าไร้ชุดชั้นในปิดกั้นร้อยเปอร์เซ็นต์!

    แจ๊ะ... แจ๊ะ... พรึด...

    “ซี๊ดดด... พี่เทพขา... เสียวจัง...” ลินห์ครางเสียงแผ่วสะท้าน พลิกใบหน้าซุกซบกับลาดไหล่ของผมร่างสั่นริก
    นิ้วมือขวาของผมเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำหล่อลื่นใสอุ่นเหนียวที่รินไหลเยิ้มออกมาท่วมรูสวาททางรักของเธอจนเฉอะแฉะ
    กลีบเนื้ออุ่นร้อนขยับตัวขมิบตุบๆ รับปลายนิ้วสอดลึกของผมที่เริ่มขยับสอดนิ้วขยี้ปุ่มเสียวเม็ดกระสันของเธอในกางเกงยีนส์ตามแรงกระสันสวาท
    เสียงน้ำสวาทชุ่มชื้นแจ๊ะๆ ดังแผ่วเบาปะทะสายลมหนาวพัดยอดไม้
    ความเสียวซ่านและความตื่นเต้นสะท้านใจที่กลัวจะมีคนเดินมาเจอมันบีบขั้วหัวใจของผมจนแข็งเกร็งเสียวปวดไปหมด
    แก่นกายใต้กางเกงยีนส์ของผมแข็งปั๋งดุนดันเป้ากางเกงจนสั่นระริกพร้อมประจัญบานศึกใหญ่

    ผมขยับนิ้วกดบดขยี้ปุ่มสวาทเปียกแฉะของลินห์แรงขึ้น ลินห์โยกสะโพกขยับโยกตอกสะโพกเบียดสู้มือผมจนตัวสั่นระริก


    ทันใดนั้นเอง...
    แสงสว่างวาบของกระบอกไฟฉายดวงใหญ่แสงสีขาวนวลจากระยะห่างไกลประมาณสิบกว่าเมตรก็พลันส่องสว่างแวบตรงมายังม้านั่งหินอ่อนที่เรานั่งอยู่ทันที!
    แสงไฟสลัวสว่างเผยให้เห็นพุ่มไม้และตัวเก้าอี้หินอ่อนเกือบทั้งหมดอย่างชัดเจนคาตา
    เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสาธารณะของสวนกำลังเดินตรวจเหยียบย่ำดินปนหินกรวดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

    “เฮือก!...”
    ผมสะดุ้งตัวแข็งทื่อเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง หัวใจหล่นวูบด้วยความกลัวโดนจับและอับอายสุดขีดในต่างแดน
    ผมพยายามจะดึงมือขวาออกจากกางเกงยีนส์เปียกแฉะของลินห์ทันทีเพื่อเตรียมตัววิ่งหนีหนีความผิด

    แต่ทว่า...
    ลินห์กลับเอื้อมมือบีบข้อมือขวาของผมไว้แน่นหนาหนึบราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมให้ผมชักมือหนีออกไป!
    เธอกดสะโพกเบียดกลีบเนื้อเปียกอัดเข้าหาฝ่ามือผมให้ขยำร่องรักอุ่นแฉะตอดขมิบคาไว้อย่างนั้นอย่างกล้าท้าทาย
    ก่อนที่ลินห์จะขยับปีนเกยแนบหน้าอกคู่อวบใหญ่อัดเบียดเข้าหาแผ่นอกผมจนหน้าอกชนอกไม่มีช่องว่าง
    กระซิบข้างหูด้วยเสียงสั่นสะเทือนสยิวกายปนความกระสันจัดสุดเหวี่ยงว่า...

    “ชู่ววว... ห้ามขยับหนีนะคะพี่เทพ... อยู่นิ่งๆ ค่ะ... ยามเดินเข้ามาใกล้แล้ว...”

    แสงไฟฉายสีขาวส่ายไปมาอยู่ห่างออกไปเพียงพุ่มไม้กั้นไม่กี่ก้าว ลมหายใจของลินห์หอบถี่ร้อนผ่าวปะทะซอกคอผมอย่างสยิว
    ขณะที่มือขวาของผมยังคงคาอยู่ในร่องเนื้อเปียกเยิ้มตอดขมิบตุบๆ ของเธอคาตาแสงไฟฉายยามขยับไปมา
    ความเสียวสุดขั้วและความหวาดกลัวกลัวโดนจับตัวสั่นระริกสะท้านใจพุ่งปรี๊ดทะยานสู่แกนสมองกลายเป็นประสบการณ์ราตรีที่ไม่มีวันลืมเลือน!