นิยายเื่ ระบบยุทธภพ
เล่มที่ 1
เข้าสู่ยุทธภพ
บทที่ 1
การมาสู่ร่างใหม่
ในยามเช้าที่มันมีแสงแดดอ่อนๆจากยามฤดูร้อนส่องผ่านม่านเมฆลงมาด้านล่าง
ณ ดินแดนห้าธาตุหนึ่งในสิบดินแดนที่ทรงอำนาจบัดนี้มันกำลังมีาบริเวณชายแดนที่มันปะทุอย่างดุเดือดอยู่
บริเวณชายแดนมันคือการห้ำหันกันอย่างดุเดือดของดินแดนห้าธาตุแล้วก็ดินแดนมารมันคือการต่อสู้อันยาวนานที่สืบทอดต่อกันมาั้แ่ภายในอดีตผ่านพ้นมาหลายร้อยปีดินแดนทั้งสองเองก็ยังไม่เลิกสู้กัน
ทวีปแห่งนี้มันคือทวีปที่มีชื่อว่ามหาทวีปหยินหยาง
มันคือทวีปขนาดใหญ่ที่มีดินแดนประกอบอยู่ทั้งหมด 10ดินแดนโดยดินแดนทั้ง 10 นั้นมีรูปลักษณะแล้วก็จุดตำแหน่งที่ตั้งที่แตกต่างกันรวมไปถึงเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ภายในดินแดนนั้นๆด้วยเช่นเดียวกันซึ่งดินแดน 5 ธาตุมันเป็ดินแดนที่มีประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่เป็เผ่ามนุษย์
ส่วนดินแดนมารมันก็เป็ดินแดนที่มีคนอาศัยอยู่ส่วนใหญ่แล้วเป็พวกเผ่ามารซึ่งทั้งสองเผ่าพันธุ์นั้นห้ำหั่นกันมาั้แ่ในยุคสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน
เรียกได้ว่าทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่ทำการห้ำหั่นกันมาั้แ่ในยุคสมัยอดีตมันสืบทอดความแค้นต่อกันมาจนบัดนี้ความแค้นฝังรากลึกจนไม่สามารถย้อนคืนกลับไปจุดเริ่มต้นได้แล้ว
แล้วในครั้งนี้เองก็เป็อีกหนึ่งครั้งที่ดินแดน 5ธาตุแล้วก็ดินแดนมารมันได้ทำการห้ำหั่นกัน
าครั้งนี้เป็าที่เกิดขึ้นในยามเดือน 5 ของปีซึ่งเป็ฤดูร้อนแสงแดดที่ส่องผ่านลงมาก็ให้ความอบอุ่นกำลังดีไม่ร้อนจนเกินไปแล้วก็สามารถปัดเป่าความหนาวใน่ฤดูเหมันต์ที่ผ่านพ้นมาได้
การขัดแย้งในครั้งนี้ก็เป็การขัดแย้งเช่นทุกครั้ง มันเป็เพราะว่าทั้งสองเผ่าพันธุ์เป็เหมือนกับน้ำมันและเปลวเพลิงเมื่อเข้ามากระทบกันก็เกิดกลายเป็เื่ราวใหญ่โต
แต่ผู้ที่ลำบากนั้นไม่ใช่ผู้ที่ทำการก่อาขึ้นมาแต่เป็พวกทหารยศผู้น้อยแล้วก็พวกผู้คนที่ถูกเรียกตัวมารับราชการทหารที่เข้ามาต่อสู้บริเวณชายแดนต่างหาก
ในยาม่ฤดูร้อนที่อากาศกำลังดีเช่นนี้แสงแดด้าให้ความอบอุ่นสู่ด้านล่างไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่าบริเวณชายแดนของทั้ง2 ดินแดนมันกำลังเต็มไปด้วยความยากลำบาก
ลานกว้างขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตามันเป็เหมือนกับลานปะาสำหรับพวกทหารยศผู้น้อยพวกที่นั่งอยู่บนหลังม้าแล้วชี้กระบี่สั่งการพวกมันก็ทำได้เพียงแค่นั้นไม่ยอมออกไปตายด้วยตนเองอย่างแน่นอน
ส่วนผู้ที่ต้องทำการออกไปแลกเืเนื้อเพื่อปกป้องแล้วก็ทำการขับไล่ศัตรูมันคือทหารที่ถูกเกณฑ์มารับราชการอย่างต้อยต่ำ
าเริ่มขึ้นั้แ่ในยามเช้าของวันการต่อสู้มันเต็มไปด้วยความดุเดือดทั้งสองฟาดฟันกันอย่างไม่คิดชีวิต
แล้วภายในกลุ่มคนหลายหมื่นที่กำลังตะลุมบอนอยู่ใจกลางลานกว้างมีคนผู้นึงกำลังนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
รอบร่างกายของเขาเต็มไปด้วยศัตรูมากมายคมกระบี่และคมดาบภายในสมรภูมิเช่นนี้มันคงจะมีแต่เพียงแค่เหล็กแล้วโลหิตเท่านั้น
เคล้ง!!! เคล้ง!!! เคล้ง!!!! เสียงกระทบของโลหะดังขึ้นเป็จังหวะประกายไฟสีส้มปรากฏขึ้นตามจังหวะการกระทบกัน
เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาภายในหูร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่มีร่างกายสูงสง่าปราดเปรียวใบหน้าเองก็ดูหล่อเหลาในระดับหนึ่งมันอยู่ใน่วัยประมาณแรกรุ่นแต่กลับซีดเซียวแล้วก็เหมือนกับคนขี้โรคซึ่งมองจากลักษณะใบหน้ามันช่างดูแตกต่างแล้วก็ไม่เหมาะสมกับ่วัยที่น่าจะมีทั้งพละกำลังแล้วก็มีร่างกายที่แข็งแรงเลยสักนิดเขาเป็เพียงแค่ทหารธรรมดาทั่วไปเท่านั้นดูแม้กระทั่งชุดเกราะที่สวมใส่ยังเป็เพียงแค่ชุดเกราะหนังที่สวมใส่ป้องกันเพียงแค่บริเวณหน้าอกเลย
เขาล้มนอนลงไปกับพื้นด้วยสภาพที่สะบักสะบอมทั่วทั้งร่างกายนั้นเต็มไปด้วยาแมากมายโลหิตสีแดงหลั่งไหลออกมาจากบริเวณาแเ่าั้มองดูก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้ก็เป็อีกหนึ่งชีวิตที่ได้นำโลหิตของตัวเองเข้ามาแลกกับาในครั้งนี้
ร่างกายที่นอนแข็งทื่อแล้วก็นอนจมกองเือยู่กับพื้นมันคือวาระสุดท้ายของชีวิต
จิตสำนึกทุกอย่างมันคือความมืดตอนนี้ประสาทััทั้ง 5มันได้ถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์คนผู้นี้ตายไปแล้วชีพจรที่เคยเต้นนั้นก็ไม่มีอยู่
สาเหตุการตายคงจะเป็เพราะโดนคมกระบี่มากมายทิ่มแทงแล้วก็สร้างาแฉกรรจ์จำนวนมากให้เขาแม้ว่าจะมาตายภายในาแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้ที่หลั่งน้ำตา
ร่างกายที่นอนจมกองโลหิตโดนเขย่าไปมาอย่างเป็จังหวะพร้อมกับเสียงเรียกอย่างเป็ระยะของผู้ที่กำลังคุกเข่าอยู่ข้างกาย “ นายน้อยตื่นสิขอรับ!!! ”
ผู้ที่กำลังเปล่งเสียงนั้นคือข้ารับใช้คนสนิทที่ทำการติดตามนายน้อยของมันเดินทางมาทำาที่บริเวณชายแดนของดินแดน5 ธาตุ มันคืออี้ชิง ข้ารับใช้ของตระกูลหลี่
ในตอนนี้มันกำลังเปล่งเสียงแล้วก็ส่งเสียงเรียกนายน้อยของมันที่กำลังนอนหมดสภาพเบื้องหน้าเพราะว่าฤทธิ์ของาแที่มันประดับอยู่ทั่วทั้งร่างกายของหลี่หยาง
หลี่หยางผู้นี้เป็หนึ่งในสมาชิกของตระกูลหลี่ที่กล่าวได้ว่าเป็ตระกูลขนาดใหญ่ของดินแดน5 ธาตุแห่งนี้ โดยตัวตระกูลนั้นมีฐานที่ตั้งที่ตั้งอยู่ภายในเมืองหลวง
ด้วยอำนาจที่มีของตระกูลหลี่จะพูดได้ว่ามีอำนาจมากมายจนฐานะของพวกเขานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเชื้อพระวงศ์หรือว่าชนชั้นสูงภายในดินแดนแห่งนี้เลย
การที่หลี่หยางผู้นี้ที่เป็หนึ่งในสมาชิกของตระกูลโดนส่งมาเข้าร่วมาชายแดนที่เป็เหมือนกับาที่นำชีวิตของตนเองมาทิ้งมันมีเหตุผลและเบื้องลึกเื้ัที่ซ่อนเร้นเอาไว้มากกว่านั้น
ข้ารับใช้ผู้ที่ติดตามมาเข้าร่วมาครั้งนี้ด้วยเขย่าร่างของนายน้อยของตนเองด้วยความโศกเศร้ามือทั้งสองข้างเขย่าไปมาพร้อมกับดวงตาที่กำลังหลั่งน้ำตาแห่งความเศร้าโศกภายในใจนั้นก็ภาวนาอยู่ลึกๆว่าอยากจะให้นายน้อยของตนเองนั้นฟื้นคืนกลับขึ้นมา แม้ภายในใจจะรู้ดีอยู่แล้วว่านั่นเป็เพียงแค่ความฝันที่ไม่มีวันเป็จริง
ข้ารับใช้ผู้นี้ตระหนักรู้ดีว่านายน้อยของตัวเองสิ้นใจไปแล้ว แต่ด้วยความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นทำให้มันตกอยู่ภายในบ่วงแห่งความทุกข์ความคิดเลยแปรปลี่ยนกลายเป็ความไม่ยอมรับความจริง
อี้ชิงมันเป็บุรุษหนุ่มที่มีวัยมากกว่าหลี่หยางประมาณ 3 ปี ซึ่งตัวของมันก็กล่าวได้ว่าใช้ชีวิตอยู่เพื่อนายน้อยแล้วก็ดูแลหลี่หยางมาั้แ่ยังเด็กส่วนตัวของมันมองในน้อยผู้นี้ว่าเป็เหมือนกับน้องแท้ๆของตนเอง
ความรู้สึกในตอนนี้มันคือความทุกข์ทรมานแสนสาหัสความผูกพันกันมานานหลายสิบปีมันแปรเปลี่ยนกลายเป็ความโศกเศร้าที่ไม่สามารถหลุดพ้นได้
แม้ว่านี่คือใจกลางาที่ไม่รู้ว่าจะโดนคุมดาบหรือคมกระบี่เข้ามาทิ่มแทงเมื่อใดแต่ว่าคนผู้นั้นก็ไม่ได้สนใจอีกแล้ว
กระนั้นราวกับว่า์นั้นตอบรับปณิธานอันแรงกล้าของคนผู้นี้อยู่ๆาแทั่วทั้งร่างกายของซากศพที่นอนตายอยู่เบื้องหน้าก็ได้ค่อยๆสมานเข้าหากันอย่างช้าๆ
มันเป็ปรากฏการณ์ที่น่าอัศจรรย์แล้วน่าตกตะลึงใจ อี้ชิงที่กำลังเขย่าร่างกายของนายน้อยของตนเองอยู่มันได้หยุดมือพร้อมกับเงยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของตนเองขึ้นมา
ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาได้ทำการเงยขึ้นมาแล้วมองไปที่ร่างของผู้ที่เป็นายน้อยของตนเองม่านทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึงมันไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง าแที่มันเป็รอยคมกระบี่ทิ่มแทงเข้ามาภายในร่างกายมากมายหลายสิบแผลมันค่อยๆสมานตัวอย่างรวดเร็ว
แล้วมันก็ทำให้ตัวของคนผู้นี้ประหลาดใจมากขึ้นไปอีกเพราะว่ามันรู้ดีที่สุดว่านายน้อยของมันเป็คนที่ไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธไม่มีทางที่จะมีวิชาอันใดที่สามารถรักษาร่างกายของตนเองได้อย่างแน่นอน
ความรู้สึกในตอนนี้ที่ปรากฏขึ้นคงจะมีแต่เพียงแค่ความตกตะลึงเท่านั้นความตกตะลึงที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็คำพูดได้
เพียงไม่นานนักทั่วทั้งร่างกายาแจากรอยคมกระบี่นับสิบแผลได้หายไปราวกับว่าไม่เคยจะเกิดขึ้น
ดวงตาทั้งสองข้างของหลี่หยางที่มันกำลังพับปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ
ภาพแรกที่มองเห็นคือท้องฟ้าอันว่างเปล่าแสงอรุณที่มันส่องผ่านลงมาจาก้าคือแสงแดดยามฤดูร้อนที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย
กระนั้นมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วคนพูดนี้ไม่ใช่หลี่หยาง เขาคือคนอื่นซีหยวนนั่นคือชื่อของเขาตอนนี้แสงแดดอุ่นๆที่ส่องผ่านเข้ามากระทบกับใบหน้าทำให้คนผู้นี้รู้สึกประหลาดใจหูทั้งสองข้างมันได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายดวงตาทั้งสองที่พร่ามัวเริ่มชัดเจนมากขึ้นสตินั้นก็ยังคงไม่กลับคืนมาเช่นเดิมทุกอย่างมันต้องใช้เวลาเวลาเป็ตัวเรียบเรียงภาพเหตุการณ์ทั้งหมดกลับมาอย่างช้าๆ
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่ค่อยๆปะติดปะต่อมันทำให้คนผู้นี้ยิ่งรู้สึกมึนงงมากขึ้นมันไม่ควรจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้นี่มันอันใดกันก่อนหน้านี้ ตัวของมันนอนอยู่ข้างถนนที่เต็มไปด้วยความมืดและความหนาวเย็น
แต่ในตอนนี้บรรยากาศรอบกายของมันกับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแสงแดดที่ส่องผ่านลงมาจาก้าและแสนอบอุ่นเข้ามาปลอบโลมร่างกายของมันให้รู้สึกแตกต่าง
ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดที่ตอบอันใดเขาได้เลยสถานที่ที่แปลกตาเสียงมากมายที่ดังแว่วเข้ามาภายในหูบรรยากาศที่แตกต่างทุกอย่างที่อยู่รอบกายเปลี่ยนไปจนสมองของเขานั้นไม่สามารถประเมินแล้วก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทันแล้ว
แต่ในขณะที่กำลังเงยหน้ามองท้องนภาอยู่มีบางอย่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขาข้อความปริศนาที่มันลอยปรากฏขึ้นมาบนอากาศอย่างไม่ทันตั้งตัว
----
ยินดีต้อนรับสู่ยุทธภพ
----
ข้อความนั้นปรากฏเบื้องหน้าของเขาหลี่หยางพี่กำลังนอนนิ่งอยู่ดวงตาทั้งสองข้างแม้ว่าจะพร่ามัวอยู่บ้างแต่กับสามารถมองเห็นข้อความที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกตะลึงมีบันไดกันสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของเขาคำถามมากมายมากขึ้นภายในหัว
จบบท