บทที่ 12 : ไหนเสื้อผม?
อาเถากินซาลาเปาไปมองมารดาด้วยความเคลือบแคลงใจ วันนี้แม่ของเขามีผ้าสีใหม่มาปักอีกแล้ว ผืนสีแดงก่อนหน้านี้ที่ปักให้เขาเสร็จหรือยังนะ? หนังแกะนั่นดูนุ่มฟูน่าจะใส่สบาย อาเถารู้สึกตั้งตารออย่างมีความหวัง “แม่ เสื้อชุดใหม่ของผมล่ะ?”
ซ่งอี้หรานเงยหน้าจากผ้าปักมองบุตรชายด้วยความสงสัย “ผ้าของลูก?”
“ตัวสีแดงที่แม่ปักให้ผมไงครับ ที่ปักนกบนต้นไม้” อาเถาว่าพลางกัดซาลาเปาคำโต แม้จะไม่ได้อยากใส่สักเท่าไรก็ตาม ในเมื่อมารดาตั้งใจเพียงนี้ เขาจะใส่ไปโอ้อวดสหายในหมู่บ้านเสียหน่อย
ซ่งอี้หรานนึกออกทันที เ้าเด็กตัวเหม็นนี้คิดว่าเธอตัดเสื้อผ้าให้เขาซินะ “แม่เอาไปขายแล้ว ไว้เก็บเงินซื้อจักรยานได้แล้วจะปักทำเสื้อให้อาเถาใส่กับเอี๊ยมหนังกระต่าย”
ที่เธอไม่ตัดชุดใหม่ให้บุตรชาย เพราะเสื้อผ้าเขาตอนนี้ไม่ได้แย่ มันถูกทำขึ้นโดยคุณแม่หลินและคุณแม่อี้ ความรักของคุณย่าและคุณยาย มีหรือจะทำออกมาไม่ดี
ใบหน้าอาเถาเริ่มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เขากลืนซาลาเปาแสนอร่อยลงท้องอย่างฝืดคอ “ขายไปแล้ว!?”
ซ่งอี้หรานเห็นอาการของบุตรชายก็เข้าใจทันที ลูกชายคิดว่านั่นคือของเขา จึงเฝ้ารอ แล้วสุดท้ายมารู้ว่ามารดาขายมันไปแล้ว ความผิดหวังปรากฎขึ้นบนใบหน้าเล็กจ้อย ซาลาเปาเกือบหลุดมือ
“ไว้เก็บเงินซื้อจักรยานได้แล้วแม่จะทำให้ อาเถาไม่อยากนั่งจักรยานอวดเพื่อนๆ เหรอ?” เธอจงใจเอาจักรยานมาหลอกล่อปลอบใจ
ความเศร้าหมองถูกคำว่าจักรยานขจัดปัดเป่าไปจนสิ้น “จักรยาน? แม่ต้องพาผมขี่จักรยานไปรอบหมู่บ้านนะครับ!”
“แม่ต้องทำแบบนั้นอยู่แล้ว ลูกชายคนเดียว จะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซ่งอี้หรานสังเกตเ้าเด็กบ้ายอที่ยืดอกพยักหน้ารับอย่างพออกพอใจแล้วอยากจะดึงเขามากอดเสียจริง แต่ตอนนี้ที่ตัวมีแต่เศษด้ายกับเศษผ้า
อาเถากินซาลาเปาพอใจแล้วแล้วก็แบกตะกร้าขึ้นหลัง “แม่ ผมจะไปจับปลากับโกวจื่อ วันนี้เราจะกินแกงปลากัน!”
ซ่งอี้หรานวางผ้าปักในมือลงทันที “อย่าลงน้ำ มันอันตราย” ชาติก่อนบรรดาองค์ชายองค์หญิงจมน้ำตายกันหลายต่อหลายคน เธอไม่อยากให้ลูกชายเสี่ยงชีวิตเพื่อปลาไม่กี่ตัว
“แม่ท่านลืมไปแล้วเหรอ? ลำธารหมู่บ้านเราส่วนใหญ่น้ำตื้นแค่หัวเข่าผม ปลาก็มีแต่ตัวเล็กๆ ปลาใหญ่อยู่แถวหมู่บ้านก่อนหน้าเราทั้งนั้น น่าเสียดายที่มันอยู่ไกลไปหน่อย ผมเดินไม่ไหว ไม่งั้นต้องไปหาปลาที่นั่นแน่!”
“พูดอย่างกับว่าลูกจะจับมันได้ ปลาตอนอยู่ในน้ำเร็วอย่างกับอะไร” ซ่งอี้หรานค่อยโล่งใจเมื่อรู้ว่าน้ำไม่ลึกมาก
“พ่อสอนผมยิงธนู ผมเคยยิงปลาได้ด้วยนะ แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ผ่านมาเห็นเลยขอไปทำน้ำแกงบำรุงน้อง ตอนนั้นน้องไม่สบายพอดี” วันนั้นอาเถาจับปลาได้ แม้ตัวไม่ใหญ่ แต่ในยุคนี้ปลาตัวนั้นสามารถต่อชีวิตคนได้หลายคนเลยทีเดียว พอสะใภ้ใหญ่เห็นก็โอดครวญราวกับลูกตนเองจะขาดใจตาย หากไม่ได้กินแกงปลา ดังนั้นอาเถาจึงยกปลาตัวนั้นให้ ทั้งที่ตนเองก็ไม่มีอะไรกินเหมือนกัน
“ป้าสะใภ้ใหญ่?” ดูเหมือนบ้านพี่ใหญ่จะเอาเปรียบพี่น้องคนอื่นๆ โดยเฉพาะเฉินซานสามีเธอ เงินสิบหยวนยุคนี้มากพอให้กินใช้อย่างสุขสบาย ยิ่งพี่ใหญ่ได้ทำงานในหน่วยงานรัฐของอำเภอมีเงินเดือนเกือบสามสิบหยวน มีอะไรไม่พอใช้กัน?
“น้องรองไม่สบาย เขาป่วยอยู่บ่อยๆ” อาเถาอยากไปเล่นกับน้องๆ แต่ป้าสะใภ้ใหญ่มักจะไม่ยอมให้เขาเจอน้อง และบอกว่าน้องเรียนหนักมาก ต้องตั้งใจขยันศึกษา วันหน้าโรงเรียนต่างๆ จะกลับมาเปิดสอนตามปกติเหมือนเมื่อหลายปีก่อน คนมีความรู้ติดตัวย่อมได้เปรียบ ดังนั้นอาเถาจึงไม่ค่อยสนิทกับลูกของป้าสะใภ้ใหญ่ ส่วนป้าสะใภ้รองนั้นแค้นเคืองที่บิดาไม่ยอมหางานดีๆ ให้ลุงรอง จึงพาลโกรธไม่ให้พี่น้องมาเล่นกับเขา อ้างเหตุผลว่ากลัวจะผิดใจกันเพราะเื่ของเด็กๆ
“ต่อไปใครขอเนื้อก็อย่าไปให้ เราสุขสบายกว่าพวกเขาไม่เท่าไรหรอก ยิ่งพวกผู้ใหญ่อาเถาไม่จำเป็ต้องใจดีเห็นใจ คนพวกนั้นทำงานเลี้ยงตัวเองได้แล้วยังคิดมาเอาเปรียบเด็กน้อยตาดำๆ”
“ไม่เป็ไร น้องไม่สบายผมให้ได้ เดี๋ยวผมก็จับได้ใหม่ แม่ไม่ต้องห่วง” อาเถาพูดอย่างใจกว้าง พ่อมักสอนให้เขารักพี่น้อง คนเราเมื่อถึงคราวลำบากมีแต่ครอบครัวที่ไม่อาจทิ้งกันได้
“งั้นก็ให้น้องชายลูกป้าสะใภ้ใหญ่คนนั้นซื้อซาลาเปาให้ลูกกิน แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยปักผ้าจนหลังขดหลังแข็งมาซื้อให้เ้าเด็กจิตใจดีงามแบบอาเถาอีก” ซ่งอี้หรานตั้งใจดัดนิสัยใจกว้างของบุตรชาย ผู้คนอดอยากทั่วทุกหัวระแหงจะไปช่วยเหลือผู้อื่นพร่ำเพรื่อได้อย่างไร คนเราพอได้รับแล้วจะเคยตัวแบบบ้านพี่ใหญ่ ลองให้เธอโวยวายไม่ยอมมอบเงินสิบหยวนให้ทุกเดือนซิ อยากรู้เหมือนกันหมาป่าตาขาวพวกนั้นจะใส่ร้ายเธอว่าอย่างไรบ้าง
“ต่อไปนี้ผมจะไม่ให้เนื้อป้าสะใภ้ใหญ่อีกแล้ว ผมจะหาเนื้อให้แม่กินคนเดียว” อาเถาพูดอย่างมุ่งมั่น มือกำสายสะพายตะกร้าแน่น
“อาเถาของแม่เป็เด็กดี แต่อย่าหาเนื้อจนไม่ระวังอันตราย ลูกต้องไปกับโกวจื่อและต้าเกอ อย่าไปคนเดียวทั้งที่ป่าและลำธาร” เธอสั่งลูกชายรัวๆ
“ครับ ผมรู้แล้ว ไปก่อนนะครับแม่!” อาเถาวิ่งตรงออกจากบ้านไปสู่ลำธารของหมู่บ้าน ซึ่งเป็จุดนัดพบของเด็กๆ
อาเถากินจนอิ่มท้อง เขามีแรงหาปลาเกือบชั่วยามจนได้มาสองตัว จริงๆ ฝีมือการยิงธนูของเขาดียิ่งกว่านายพรานบางคนในหมู่บ้านเสียอีก
โกวจื่ออยากหาเนื้อไปให้มารดากินบ้าง เขายืมธนูอาเถามาลองยิงปลา แต่ดันเหยียบโขดหินพลาด ลื่นล้มก้นจ้ำเบ้า แถมยังทำธนูหัก!
“ธนูของฉัน!” อาเถารีบวิ่งมาหยิบธนูของตนเองที่ตอนนี้หักเป็สองท่อน ลืมเป็ห่วงเพื่อนสนิทไปชั่ววูบ “พ่อทำให้ฉัน แล้วเมื่อไรพ่อจะกลับมาซ่อมให้ฉันได้!”
โกวจื่อค่อยๆ ลูกขึ้น แขนของเขามีเืออกเพราะลื่นตะไคร่น้ำ ทำให้ล้มไม่เป็ท่าจนทำของเพื่อนเสียหาย
“อาเถาฉันขอโทษ ฉันจะลองซ่อมมันให้”
“ไม่ต้องหรอก ธนูนี้มีแค่พ่อฉันที่ซ่อมได้ มันค่อนข้างพิเศษน่ะ” พิเศษที่ว่าคือมันเป็ของแทนใจ ที่บิดามอบให้เขาไว้ปกป้องตนเองและมารดา ไม่อาจมีใครมาเปลี่ยนได้
“ฉันรู้จักบ้านช่างไม้หมู่บ้านเรา จะลองให้เขาซ่อมให้” โกวจื่อมีแผลที่แขนขนาดไม่เล็กเลย
อาเถาเพิ่งสังเกตเห็น “โกวจื่อนายาเ็!”
เด็กน้อยรีบประคองเพื่อนเดินออกมาจากบริเวณโขดหิน
“ฉันไม่เป็ไร ขอโทษนายเื่ธนูด้วยจริงๆ” ใบหน้าของโกวจื่อเศร้าหมองกว่าอาเถาด้วยซ้ำ อาเถาและเขาใช้ธนูนี้หากินมานานแล้ว หากไม่มีมัน เวลาเจอสัตว์ป่าพวกเขาคงได้แต่มอง
“ไม่เป็ไร ปกติพ่อฉันจะกลับมา่นี้ในบางปี ฉันจะให้แม่ส่งจดหมายไป” เขาพอจำความได้ บิดากลับบ้านได้สามครั้งต่อปี ทว่ามารดาชอบหาเื่ บางครั้งก็ขอเงินหรือสิ่งของที่มากเกินไป พอบิดาเขาให้ไม่ได้ก็ทุบตี ตลอดจนนั่งทับ! แม่ตัวใหญ่ขนาดนั้น เขาสงสารพ่อมากจริงๆ
……………………………อีบุ๊คเล่ม 1https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30