ผู้นำตระกูลหลี่กล่าวต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม:
“แดนลับสระทมิฬ เป็นสถานที่ลับที่ตกทอดจากยุคบรรพชน ภายในนั้นมี สระน้ำวิญญาณ อยู่รอบขอบเขตถึง 6 แห่ง และตรงใจกลางคือ สระทมิฬ — บ่อน้ำวิญญาณสีดำสนิท ที่ลือกันว่าหากจิตใจไม่มั่นคง อาจถูกดูดกลืนพลังไปจนสิ้น”
“ในส่วนลึกของแดนลับนั้น… เชื่อว่ามี สัตว์อสูรชนชั้นจอมอสูร ระดับจอมพลขั้น 8 หลับใหลอยู่ หากเผชิญหน้าโดยไม่พร้อม พวกเจ้าจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้ร้องขอชีวิต!”
คำพูดนั้นทำเอาเหล่าเยาวชนกลืนน้ำลายเงียบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นผสมความกลัว
“แต่อย่าลืม—สมบัติยิ่งใหญ่ ย่อมซ่อนอยู่ในอันตรายที่แท้จริง แก่นอสูร ที่ตระกูลนำมาแจกจ่ายเป็นรางวัลในการประลอง… ล้วนมาจากแดนลับแห่งนี้!”
จากนั้นเขากวาดตามองทุกคนอีกครั้ง ก่อนกล่าวสรุป:
“ข้าขอให้พวกเจ้าแยกย้ายไปเตรียมตัวให้พร้อม… อีกสามวันเราจะเริ่มพิธีเปิดแดนลับสระทมิฬ ใครจะได้วาสนา หรือใครจะต้องทิ้งร่างไว้ที่นั่น—ขึ้นอยู่กับโชคชะตาและความกล้าหาญของพวกเจ้า!”
เมื่อเสียงปิดประกาศจากผู้นำตระกูลสิ้นสุดลง เหล่าเยาวชนทยอยแยกย้ายกันกลับไปเตรียมตัวเข้าสู่แดนลับตามคำสั่ง ทันใดนั้น หลี่เทียนไห่ ผู้นำตระกูลก็หันมาทางหลี่หยาง พลางเอ่ยเสียงชัด:
“หลี่หยาง เจ้าตามข้ามา ยังมีเรื่องรางวัลของเจ้าที่ต้องจัดการ!”
เหล่าคนในตระกูลที่ยังอยู่ ณ ลานพิธีต่างหันมามองด้วยความสนใจ หลายคนรู้ดีว่ารางวัลพิเศษซึ่งผู้นำตระกูลประกาศก่อนหน้านี้ ว่า “อันดับหนึ่งมีสิทธิ์เลือกของใดก็ได้หนึ่งชิ้นจากคลังสมบัติของตระกูล” — ไม่ใช่คำกล่าวลอย ๆ
หลี่หยางเดินตามหลังผู้นำตระกูลไปอย่างเงียบงัน แววตาสงบนิ่งแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความคิด
— คลังสมบัติของตระกูลหลี่… ข้าอาจได้ของสำคัญที่ช่วยเสริมแม่ทัพบุปผา หรือจิ้งจอกก็เป็นได้…
พวกเขาเดินผ่านทางเดินลับที่มีอักขระเรืองแสงประทับบนผนัง หยุดลงหน้า ประตูหินสีทองแดง ที่ถูกปิดผนึกด้วยตราโลหิตของตระกูล ผู้นำตระกูลหลี่วางฝ่ามือลงบนประตู พร้อมส่งพลังวิญญาณเข้าไป
ประตูส่งเสียง “ครืด…” หนักแน่น ก่อนเปิดเผยให้เห็น คลังสมบัติลับ อันโอ่อ่า — ภายในมีตู้หยกแกะสลักเรียงราย กล่องไม้จิตวิญญาณจำนวนมากเรียงเป็นชั้น ชั้นบนสุดมีอาวุธระดับสูงยันโอสถล้ำค่ากับแผ่นยันต์โบราณหลากชนิด
“หลี่หยาง ของทุกชิ้นในนี้ ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูล เจ้ามีสิทธิ์เลือกได้เพียงหนึ่ง — คิดให้รอบคอบ”
ภายในคลังสมบัติลับของตระกูลหลี่ แสงเรืองรองจากอักขระป้องกันบนเพดานสะท้อนลงมาเป็นลำ ทำให้สมบัติต่าง ๆ แวววับราวอัญมณีที่มีชีวิต
อาวุธวิญญาณวางอยู่บนแท่นศิลา ห่อหุ้มด้วยผ้าลินินวิญญาณ บางชิ้นส่งคลื่นพลังสะท้านแม้ยังไม่ถูกแตะต้อง:
• ดาบสายลมหมื่นคม – ดาบบางเฉียบที่แฝงไว้ด้วยพลังลม สร้างคลื่นกระแทกจากระยะไกล
• ง้าวโลหิตฟ้าคราม – ง้าวขนาดใหญ่ มีพลังสังหารรุนแรงทุกการฟาดฟันแฝงคลื่นวิญญาณอาฆาต
• ฉมวกเงาอสนี – ฉมวกขว้างประจุสายฟ้า ยิงได้ไกลและทะลวงเกราะได้ดี
• ธนูอาคมเก้ารัตติกาล – ธนูโบราณที่สามารถแฝงอาคมยิงศรสะกดจิตศัตรู
แก่นอสูรที่ถูกบรรจุอยู่ในขวดผลึกวิญญาณ ส่องแสงสลัว ราวกับยังเต้นอยู่:
• แก่นอสูรระดับนักรบ – เหมาะใช้เสริมสัตว์อสูรระดับต่ำ ช่วยเพิ่มคุณลักษณะบางด้าน
• แก่นอสูรระดับจอมพล – บรรจุไว้แยกต่างหาก มีเหลืออยู่เพียง 2 ชิ้นเท่านั้น แสงเรืองรองของพวกมันทำให้ห้องรอบข้างสั่นสะเทือนเล็กน้อย เป็นแก่นอสูรระดับจอมพล ขั้น 6และ7
วัตถุดิบล้ำค่าต่างๆรวมถุงสมุนไพรถูกจัดเรียงอยู่ในหีบหรือขวดที่มีอาคมปิดผนึกอย่างแน่นหนาไม่ว่าจะเป็น
• กลีบดอกทมิฬพันราตรี – วัตถุดิบจำเป็นต่อวิวัฒนาการของสัตว์อสูรเงา
• ผลึกสายฟ้า – ผลึกที่กักเก็บพลังแห่งสายฟ้า
• เถาวัลย์พิษโลหิตสลายใจ – ใช้เพิ่มพิษแก่สัตว์อสูรสายพิษ หรือทำโอสถร้ายแรง
• แก่นผลึกจิตวายุ – วัตถุดิบหายากใช้เสริมสัตว์อสูรสายลมหรือใช้สร้างยันต์ล่องหน
ตำราลับวางเรียงบนชั้นหินที่มีค่ายกลป้องกันอย่างแน่นหนา:
• ตำราวิชาร้อยพิษล่องนภา – เคล็ดวิชาควบคุมพิษหลากชนิด ช่วยเสริมแม่ทัพบุปผา
• ม้วนคัมภีร์วิญญาณจันทรา – เคล็ดเสริมพลังสัตว์อสูรธาตุเงาและจันทรา
• บันทึกการวิวัฒน์สัตว์อสูรระดับต่ำ – ตำราที่รวบรวมทฤษฎีวิวัฒนาการสัตว์อสูร
• เคล็ดจิตซ้อนเร้น – ฝึกพลังจิตและการซ่อนพลังแฝงจากผู้ตรวจจับ
หลี่หยางยืนเงียบอยู่ท่ามกลางสมบัติไร้ค่าเทียบเหล่านี้ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่รู้ตัว…
“ของทุกชิ้น…ล้วนมีคุณค่าอย่างยิ่ง ข้าต้องเลือกเพียงหนึ่ง…”
ใต้ชั้นวัตถุดิบแถวหนึ่ง ที่เหมือนถูกวางทับไว้นานปี — สายตาของหลี่หยางเหลือบไปเห็นขนนกสีขาวขนาดฝ่ามือ ส่งประกายแสงสีเงินบางเบา… ในประกายแสงสีเงินนั้นได้แอบแฝงไว้ด้วยประกายแห่งสายฟ้าบางเบา พริบไหวรอบขนนั้นราวกับสายฟ้าที่กักเก็บไว้กลางเวหาหากไม่พิจารณามองให้ดี หรือมีทักษะเฉพาะ แทบไม่มีใครสังเกตเห็นได้เลย
“นี่มัน…?” เขายื่นมือแตะเบา ๆ พลันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่ไม่ธรรมดา
เขาหลับตาลง ใช้พลังแฝง “จิตหยั่งรู้” สำรวจลงไปอย่างละเอียด
“ขนนกแห่งอัสนีศักดิ์สิทธิ์…?”
สิ่งที่เขาสัมผัสได้ ทำให้หัวใจเต้นถี่ขึ้น มันคือขนของอสูรวิหคสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์—พลังแห่งสายฟ้าอันบริสุทธิ์ที่แทบไม่อาจพบได้ในดินแดนซีหลงแห่งนี้!
และทันใดนั้น เขาก็คิดถึง อสูรของปู่ของเขา—เหยี่ยวลมคราม ซึ่งติดอยู่ที่ขอบขั้นจอมพลมาเนิ่นนาน แม้ถูกเรียกว่าไร้ทางเติบโต แต่เขาเคยใช้พลังแฝงตรวจสอบและพบ…เศษเสี้ยวของเส้นทางที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
“ข้ารู้สึกได้…หากมีขนนี้ มันอาจหลอมรวมกับสายเลือดของเหยี่ยวลมคราม เปิดทางวิวัฒนาการที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน…”
แม้ไม่ใช่วัตถุดิบของจิ้งจอกเงาจันทร์ดังที่เขาคาดหวังไว้
แต่สิ่งนี้—กลับเป็นโอกาสอันล้ำค่าในการ คืนคุณ ให้ผู้ที่เลี้ยงดูเขามา
เขาหยิบขนนกสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอย่างแน่วแน่ ก่อนหันไปหาผู้นำตระกูล
“ข้าขอเลือกสิ่งนี้
ผู้นำตระกูลหลี่ เทียนไห่ จ้องมองขนนกในมือของหลี่หยางด้วยสีหน้าฉงน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่น้ำเสียงแฝงด้วยความเป็นห่วง
“เจ้ามั่นใจหรือว่า…จะเลือกสิ่งนี้?”
“ขนนกนี้เป็นของที่ไร้ค่าในคลังนี้ ไม่มีใครใช้ประโยชน์จากมันได้เลยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แม้แต่ระดับสื่อวิญญาณย่างข้าก็ไม่อาจกระตุ้นมันได้”
เขาขยับเดินเข้าใกล้หลี่หยาง
“เจ้าชนะอันดับหนึ่ง มีสิทธิ์เลือกของล้ำค่าในคลังตระกูลเพียงหนึ่งอย่าง นี่คือโอกาสสำคัญที่สุดของเยาวชนรุ่นเจ้า เจ้าจะเสียมันไปกับสิ่งที่ ‘ไร้ประโยชน์’ เช่นนี้หรือ?”
แต่หลี่หยางกลับยืนนิ่ง ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาเงยหน้ามองผู้นำตระกูลเต็มตา ก่อนเอ่ยเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“ของในนี้ทุกชิ้นล้วนแล้วแต่ล้ำค่าอย่างยิ่งจนข้าเลือกไม่ถูกแต่ข้ารูสึกว่าขนนกนี้ไม่ธรรมดา ตอนนี้มันอาจไร้ค่า แต่ข้าเชื่อว่าสักวันข้าจะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้”
เขาครุ่นคิดภายในใจ ด้วยแววตาจริงจัง
“ข้าไม่ได้คิดเพียงเพื่อข้าเอง… ข้าอยากใช้มันช่วยให้ปู่ของข้า—หลี่เทียนหยุน ผู้แบกรับศักดิ์ศรีของตระกูลมาตลอดชีวิต ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนอีกครั้ง!”
“ดี… ในเมื่อเจ้ายืนยันเช่นนั้น ข้าจะไม่ขัด”
เขาโบกมือเบา ๆ ส่งสัญญาณอนุญาต พร้อมเอ่ยเสียงต่ำ
“หวังว่า…เจ้าจะเปลี่ยนของไร้ค่า ให้กลายเป็นคุณค่ายิ่งใหญ่ได้จริงๆและนี่สำหรับเจ้าในเมือเจ้าเลือกของแบบนั้นออกจากคลัง ข้าขอมอบสิ่งนี้เพิ่มให้เจ้า ”
ผู้นำตระกูลส่งถุงที่บรรจุหินปราณระดับสูง 100 ก้อน ให้ แก่หลี่หยาง