เมื่อเห็นบรรดาลูกหลานมีท่าทางร้อนรนตู้จื้อสยงก็ยิ้มออกมา จากนั้นกล่าวเสียงดังว่า “ขณะนี้ ข้าขอประกาศว่าการประลองฝีมือประจำปี เริ่มต้น ณ บัดนี้”
“แกร๊ง!”
หลังจากที่บุรุษท่านนั้นพูดจบทั่วทั้งสนามประลองก็มีเสียงคึกคักเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้น วัยรุ่นหนุ่มสาวแต่ละคนต่างเืพล่านตื่นเต้นกันใหญ่ มีพลังปราณไหลเวียนอยู่โดยรอบ ทำให้บริเวณรอบๆมีคลื่นลมไหลเวียนติดต่อกันไปทั่ว
ทันใดนั้นก็เกิดพลังปราณหลากสีะเิกระจายไหลเวียนอยู่ทั่วทั้งบริเวณนั้นทุกคนต่างแข่งกันแสดงความสามารถ วัยรุ่นหญิงชายแต่ละคนเริ่มถอยห่างกันเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนรอบข้างลอบโจมตีจนต้องพ่ายแพ้ไปการแข่งรอบคัดเลือกที่ชุลมุนเช่นนี้ ทุกคนต่างลงมือเดี่ยวๆ กันทำให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงมาก
“ปึงๆๆ!”
ทว่าในขณะนั้นเริ่มมีการต่อสู้โจมตีกันแล้ว
“พี่ตู้เฮ่าสู้ๆ”
“ตู้เสวี่ยสู้ๆ”
ณสนามประลอง เริ่มการโจมตีต่อสู้กันอย่างชุลมุนมีพวกวัยรุ่นะโข่มขู่และให้กำลังใจกันอย่างเมามันทุกคนต่างะโร้องสนับสนุนให้คนที่ตัวเองชอบสุดเสียง
“เอ๊ะเ้าทึ่มนั่นไม่ได้เข้าไป คิดว่าเขาจะเข้าร่วมการประลองด้วยเสียอีก”
“เ้าทึ่มนั่นจะกล้าเข้าไปได้อย่างไรคิดว่าแค่มาดูการประลองเท่านั้นแหละ”
คนของบ้านสกุลตู้ที่มาชมการประลองสังเกตเห็นว่าตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ลงสนามยิ่งแสดงสายตาเหนื่อยหน่ายและรังเกียจให้ สุดท้ายก็ไม่มีใครสนใจตู้เซ่าฝู่อีกต่างจับจ้องไปที่การประลองอย่างดุเดือดบนสนาม
ตู้จื้อสยงและนายท่านคนอื่นๆต่างถอยไปประจำที่เก้าอี้ที่เตรียมไว้สำหรับชมการประลอง มีสตรีสวมชุดเรียบๆคนหนึ่งมองไปที่สนาม จากนั้นพูดกับบุรุษร่างกายกำยำที่อยู่ข้างๆ คนนั้นว่า“นายท่านรอง เหล่าลูกหลานของเราครั้งนี้แสดงความสามารถกันได้ไม่เลวเลย”
“ไม่เลวเลยจริงๆสายรองของตระกูลมีหลายคนก็มีฝีมือใช้ได้เลย”
ตู้จื้อสยงจ้องมองไปทางตู้เซ่าฝู่ที่ขณะนี้ไม่ได้ลงสนามั์ตาของเขาสั่นเล็กน้อย ดูเหมือนว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างได้ยินคำพูดของสตรีที่สวมชุดเรียบๆ คนนั้นจึงได้สติหันกลับไปชมการประลองที่สนาม
“ทว่าสุดท้ายแล้วสายรองก็สู้สายหลักไม่ได้เลย”มีชายชราคนหนึ่งมองที่สนามสำรวจเหตุการณ์อยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกบทสนทนา
ตู้จื้อสยงยิ้มไม่ได้พูดอะไรต่อสายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่สนามการประลองที่สู้กันอย่างดุเดือดตู้เซ่าฝู่ก็กำลังชมอย่างสนใจอยู่ในกลุ่มผู้ชม
“ตุ้บๆๆ!”
การต่อสู้ในสนามประลองดุเดือดขึ้นเรื่อยๆมีคนแพ้ถูกคัดออกเรื่อยๆ มีเสียงทุบตีเตะต่อยจากการต่อสู้ดังขึ้นมาไม่หยุดคนบ้านสกุลตู้ที่มาชมที่อยู่รอบๆ ต่างก็ร้องโห่ถกเถียงแสดงความเห็นกันเสียงดังทั่วสนาม เป็ภาพการแข่งที่ดุเดือดลุกเป็ไฟสุดๆ
หลังจากการประลองกันอย่างดุเดือดหลายรอบสุดท้ายก็เป็ดั่งที่ผู้ชมคนบ้านสกุลตู้คาดการณ์ไว้ ในตอนท้ายเหลือแค่ตู้เฮ่าตู้ชง ตู้เหยียนสามคนที่ยังยืนอยู่ในสนามมีสายตาที่ชื่นชมและอิจฉามองไปที่พวกเขาจำนวนมาก
“ตามกฎการประลองฝีมือของตระกูลครั้งนี้ ตู้เฮ่าได้ที่หนึ่ง ตู้ชงได้ที่สองและตู้เหยียนได้ที่สาม”
มีนายท่านของบ้านสกุลตู้หลายคนยิ้มพอใจเมื่อได้ยินผลการประกาศการประลองฝีมือของตระกูลในครั้งนี้
“ข้าบอกแล้วโลหิตสกัดของอสูรหมาป่าเป้าสือต้องเป็ของข้า”
ตู้เฮ่าแสดงสีหน้าพอใจเดินตรงไปที่โต๊ะยาวที่เหล่านายท่านประจำบ้านสกุลตู้นั่งอยู่คว้าขวดหยกที่ขนาดประมาณฝ่ามือที่บรรจุโลหิตสกัดของอสูรหมาป่าเป้าสือไว้ในมือ
ตู้ชงกับตู้เหยียนก็เดินตามไปติดๆคว้ากล่องผ้าฝ้ายที่บรรจุยาสร้างรากฐานปราณไว้ในมือของตนเช่นกัน
เมื่อเห็นพวกเขาสามคนได้รับโลหิตสกัดของอสูรหมาป่าเป้าสือและยาสร้างรากฐานปราณไว้ในมือทุกสายตาต่างจ้องมองพวกเขากันอย่างอิจฉาตาร้อน
“พี่ตู้เฮ่าสุดยอดไปเลย”
“ยินดีด้วยพี่ตู้เฮ่ายินดีด้วยพี่ตู้ชง”
ตู้เฮ่าพร้อมกับอีกสองคนถือโลหิตสกัดของอสูรหมาป่าเป้าสือและยาสร้างรากฐานปราณออกจากสนามประลองไป บรรดาวัยรุ่นหนุ่มสาวต่างเข้ามารุมล้อมจนที่นั่นก็เกิดความวุ่นวาย ทางที่พวกเขาเดิน มีเสียงแสดงความยินดีตลอดทาง
ตู้เซ่าฝู่จ้องไปที่พวกตู้เฮ่าพวกเขาสามคนั์ตาสั่นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินจากไป
“พี่เฮ่าดูสิเ้าทึ่มนั่นเผ่นหนีไปแล้ว”
“เ้าทึ่มนั่นไม่กล้าแม้กระทั่งเข้าร่วมการประลองตอนนี้ยังหนีไปอีก คาดว่าคงกลัวถูกซ้อมกระมัง”
“เ้าทึ่มนั่นต้องรู้แน่เลยว่าอีกเดี๋ยวพี่ชงกับพี่เฮ่าจะไปอัดให้มันแขนเดี้ยงข้างหนึ่งดังนั้นจึงหนีไปก่อน”
“ฮ่าๆๆรู้จักหนี ก็ไม่ได้ทึ่มขนาดนั้นนี่”
“...”
กลุ่มวัยรุ่นชายหญิงที่มามุงล้อมรอบตู้เฮ่าทั้งสามคนนั้นพบว่าตู้เซ่าฝู่หมุนตัวเดินจากไปต่างจึงพูดเยาะเย้ยถากถางกันเสียงดัง
“ปล่อยให้เ้าทึ่มนั่นหนีไปแล้วกันถือว่าวันนี้มันโชคดี พวกเราไปดื่มเหล้าฉลองกันเถิด วันนี้ข้าเลี้ยงเอง!”
ตู้ชงตู้เฮ่าสองคนนั้นตั้งใจว่าอีกเดี๋ยวจะไปชำระบัญชีเดิมกับตู้เซ่าฝู่ใครจะรู้ว่าตู้เซ่าฝู่เผ่นออกจากสนามไปเฉย สามคนนั้นวันนี้อารมณ์ดีมากเป็พิเศษแค่ส่งสายตาอาฆาตตามหลังตู้เซ่าฝู่ไป ไม่ได้วางแผนจะตามไปลงมือต่อวันนี้อย่างไรเสียการจัดการไอ้ทึ่มคนหนึ่ง ยังมีเวลาให้ทำอีกมาก
“ใช่แล้วพี่เฮ่ากับพี่ชงช่างใจกว้างเหลือเกิน วันนี้เ้าทึ่มนั่นโชคดีไป”
“ตอนนี้พวกเราควรไปฉลองกันได้แล้ว ยินดีกับพี่เฮ่า พี่ชงพี่เหยียนที่ได้รับรางวัลจากตระกูล”
กลุ่มชายหนุ่มสาวน้อยตามรุมล้อมตู้เฮ่าและคนอื่นๆทั้งสามคนออกจากสนามประลอง คนที่ติดตามเอาแต่เยินยอกันไม่ขาดสายพวกเขาตั้งใจจะไปเฉลิมฉลองกัน
ณทางออกจากสนามประลอง มีประตูเหล็กบานใหญ่ ขณะที่ตู้เฮ่า ตู้ชงตู้เหยียนที่มีกลุ่มคนล้อมรอบแสดงความยินดีกำลังเดินออกจากประตูใหญ่ของสนามประลองทันใดนั้นก็มีเงาคนคนหนึ่งปรากฏตัวข้างหน้าเพื่อขวางทางทุกคนเอาไว้
คนนั้นคือหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่สวมชุดสีม่วงั์ตาสุกใสเป็ประกาย มีใบหน้าคมคายดูเด็ดเดี่ยว มีรอยยิ้มบางๆ
“เอ๋เ้าทึ่มกลับมาแล้ว”
“เ้าทึ่มกลับมาวอนหาที่ตายหรือ”
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มชุดม่วงคนนั้นหลายคนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป คนที่ปรากฏตัวคือตู้เซ่าฝู่
เมื่อตู้ชงตู้เฮ่า ตู้เหยียนสามคนนั้นเห็นว่าคนที่ขวางหน้าประตูทางออกสนามประลองคือตู้เซ่าฝู่ต่างก็หันไปสบตากัน จากนั้นก็แสดงสีหน้าไม่เป็มิตรให้ไป
มีเสียงพูดจาถากถางตู้เซ่าฝู่ของคนรอบๆดังขึ้นมา แต่เขาก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องตู้เฮ่าและพรรคพวกทั้งสามคนนั้นเขายิ้มด้วยแววตาที่เป็ประกาย อ้าปากพูดเบาๆ ว่า “ข้ามาปล้น!”
ประโยคง่ายๆสั้นๆ แต่ทุกคนได้ยินชัดเจน กลุ่มคนที่อยู่รอบๆ ต่างเงียบกันหมด
สายตาของทุกคนที่มองไปที่ตู้เซ่าฝู่ล้วนดูประหลาดใจกันมากต่างคิดว่าตัวเองฟังผิดไป เพียงแค่เวลาหายใจหนึ่งเฮือกกลุ่มวัยรุ่นพวกนั้นต่างก็ะเิหัวเราะขึ้นมากันราวกับว่าได้ยินเื่ตลกที่สุดบนโลกพวกเด็กหนุ่มตลกมากถึงขนาดกับหัวเราะกุมท้องยืนตัวตรงไม่ได้ส่วนพวกเด็กสาวยกมือปิดปากหัวเราะคิกคักกันใหญ่...
“ฮ่าๆๆๆ...!”
“ได้ยินหรือไม่เ้าทึ่มบอกจะปล้น”
“คิดจะสู้กับพี่เฮ่ากับพี่ชงเ้าทึ่มนั่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วกระมัง!”
“ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่ทุกครั้งเป็พวกข้าต่างหากที่ไปปล้นเขา เ้าทึ่มนี่นับวันยิ่งทึ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ”
“ทำไมข้ารู้สึกว่าเ้าทึ่มนี่นับวันยิ่งน่ารักขึ้นนะ”
“...”
“เ้า...เ้าว่าอย่างไรนะเ้าจะปล้นพวกเราอย่างนั้นหรือ? พวกเราไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่ ฮ่าๆ...”
ตู้เฮ่าตู้ชง ตู้เหยียนทั้งสามคนหัวเราะชอบใจ ตลกจนหัวเราะน้ำตาเล็ดออกมา