(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 136 เผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาว ดราโกเนีย

            ขณะเดียวกัน มวลพลังมหาศาลที่ปะทุออกมาจากส่วนลึกของมหาสมุทร ได้ก่อเกิดปรากฏการณ์ที่สะเทือนทั้งท้องทะเลและพื้นพิภพ


            การต่อสู้ที่ดุเดือดของสิ่งมีชีวิตลึกลับและวาฬเพชฌฆาตโลหิตได้ก่อคลื่นพลังที่แผ่กระจายไปไกลเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด


            แม้แต่ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรยังได้รับผลกระทบจากพลังที่ปลดปล่อยออกมา ปรากฏการณ์พลังงานนี้ได้ส่งผลให้ อาซาเลีย ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับสัญญาณพลังสัมผัสได้ทันที


            ดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบนอกชั้นบรรยากาศ ได้จับภาพเหตุการณ์นั้นอย่างละเอียด


            มันมองเห็นการต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีพลังมหาศาลและวาฬเพชฌฆาตโลหิต


            สัญญาณพลังงานที่แผ่กระจายออกมานั้นสูงจนเกินขอบเขตที่คุ้นเคย แสงสีทองที่ปะทุออกจากร่างของสิ่งมีชีวิตลึกลับในยามที่มันต่อสู้กับวาฬเพรชฆาตโลหิตถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด ราวกับเป็นการระเบิดของพลังที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน


            เสียงการแจ้งเตือนดังก้องไปทั่วระบบของสมาพันธ์โลก ระบบเตือนภัยทำงานทันที


            เมื่ออาซาเลียระบุว่าพลังงานที่ถูกตรวจจับ มาจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน การแจ้งเตือนเหล่านี้ส่งตรงไปยังผู้นำและกองกำลังป้องกันชั้นนำของสมาพันธ์ เสียงสัญญาณเตือนดังก้องไปทั่วห้องโถงหลัก สายตาของทุกคนหันไปมองหน้าจอที่แสดงภาพการต่อสู้และข้อมูลพลังงานที่กำลังประมวลผล


            “เบฮีมอทหรือ.. ไม่ใช่ ร่างกายของมันแตกต่างไปจากเบฮีมอทอยู่เล็กน้อย”


            หลี่จิ้งและราชันสงครามคนอื่นๆที่มีหน้าที่ต่างได้รับข้อมูลข่าวสารทันที


            ตัวชายชราเองก็มองภาพโฮโลแกรมด้วยความตึงเครียด ภาพการต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่อยู่ใต้ทะเลทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้ เพราะพลังงานนั้นสูงเกินกว่าที่จะคาดคิดได้


            “นี่คืออะไร... ”


            “มันไม่ใช่มอนสเตอร์อย่างเบฮีมอท”


            “ตัวของเบฮีมอทมีสองเขา แต่เจ้านี่มีเขาสีทองเพียงแค่หนึ่ง?”


            หลี่จิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล พร้อมกับราชันสงครามคนอื่นๆที่เริ่มประชุมกันในห้องโถงใหญ่


            การประมวลผลพลังงานที่ได้จากอาซาเลีย แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เกินขอบเขตของสิ่งมีชีวิตธรรมดา ความรุนแรงที่ถูกบันทึกไว้ในดาวเทียมทำให้ทุกคนต่างตระหนักได้ว่าพลังนี้อาจเป็นภัยคุกคามใหม่


            ไม่เพียงแต่หลี่จิ้งเท่านั้นที่ถูกเรียกตัวให้มาดูสถานการณ์นี้ ทันย่าและโรซาเลียก็ได้รับแจ้งเตือนเช่นเดียวกัน เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปะทะกันในมหาสมุทร พวกเขาต่างรู้สึกถึงความรุนแรงของพลังงานนั้น


            แม้ว่าทันย่าจะยังซ่อนความลึกลับของตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้ แต่พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากสิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นทำให้เขาต้องใส่ใจ


            โรซาเลียเองก็ไม่ต่างกัน เธอเฝ้ามองภาพจากดาวเทียมด้วยสายตาที่เยือกเย็นวิเคราะห์


            ทุกการเคลื่อนไหวและการโจมตีถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด พวกเขาต่างรู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวนี้ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ประหลาดธรรมดา


            มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงสมดุลของโลกใบนี้ได้


            เมื่อการตรวจสอบและการเฝ้าดูการต่อสู้นั้นดำเนินไปเรื่อยๆ ทีมงานของสมาพันธ์โลกรวมถึงหลี่จิ้ง และเหล่าราชันสงครามต่างมองหน้าจอด้วยความตึงเครียด


            พวกเขาเห็นค่าดัชนีพลังของวาฬเพชฌฆาตโลหิตและฝูงของมันที่ค่อยๆลดลงอย่างรวดเร็ว


            ทุกตัวถูกทำลายไปอย่างไร้ปรานีโดยสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬที่ทรงพลัง บัดนี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เคยครองอำนาจใต้มหาสมุทรได้ตกตายลง มีเพียงร่างของสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬนั้นที่ยังคงยืนหยัดอย่างโดดเด่น มันส่องประกายด้วยพลังที่ไม่อาจหยั่งถึง


            “ขะ..แข็งแกร่ง!”


            “เจ้าสิ่งมีชีวิตตนนี้มันอะไรกัน”


            ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่ได้เฝ้าดู พลังอันมหาศาลและความสามารถในการทำลายล้างของสิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดเดาได้ ไม่มีใครในสมาพันธ์เคยพบเจอสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำลายกองทัพมอนสเตอร์ขนาดมหึมาเช่นนี้ได้มาก่อน


            ภาพการต่อสู้นั้นรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวจนทุกคนในห้องโถงใหญ่ต้องนิ่งอึ้ง


            [นี่คือ.. เป็นไปไม่ได้!]


            ดาวาลเองก็เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ด้วย เธอรู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อเห็นร่างของสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ส่วนลึกมหาสมุทร


            ในชั่วขณะนั้น ความรู้สึกอันหวาดหวั่นได้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีหัวใจจริงๆ แต่ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการหัวใจหยุดเต้นก็เริ่มเกิดขึ้น มันได้ครอบงำเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เกิดเป็นความหวาดกลัวที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน


            [ผะ..เผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาว สัตว์อวกาศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของจักรวาล]


            [ทะ..ทำไมมันถึงมาอยู่บนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ หรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ยีนพันธุกรรมของทันย่าต้องสั่นไหว]


            [ใช่แล้ว มันต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ เพราะยีนพันธุกรรมหลักของเบฮีมอทมีส่วนนึงในเผ่าพันธุ์ที่เป็นดั่งพระเจ้านี้อยู่ด้วย]


            ดาวาลพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่เสียงนั้นก็สะท้อนออกมาจากความตกใจภายใน


            เธอจำพลังและรูปลักษณ์นี้ได้ สิ่งมีชีวิตลึกลับที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่สิ่งใดนอกจากสัตว์ประหลาดในตำนาน—ผู้ที่ครอบครองความมืดมิดและพลังที่ไม่มีใครในห้วงจักรวาลจะต่อกรได้


            “ท่านพูดว่าอะไรนะ?!!”


            ทันย่าได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาของตนเองขึ้น จากนั้นเขาก็ได้สูดหายใจลึกๆ และหันมองไปยังภาพโฮโลแกรมของสิ่งมีชีวิตตนนี้


            “สมญาผผผู้ทำลายล้างดวงดาว หรือที่ทุกคนเรียกเผ่าพันธุ์ของพวกมันในอีกชื่อนึงว่า.. ดราโกเนีย และเผ่าพันธุ์นี้ก็ถือเป็นยีนพันธุกรรมหลัก เปรียบได้เป็นดั่งศูนย์กลางพลังอันยิ่งใหญ่ของเบฮีมอท”


            ขณะที่พูด นัยน์ตาของทันย่าก็สว่างวาบไปด้วยความเฉยชา ตัวของเขาเหมือนได้มาเห็นศัตรูที่แท้จริงของตนเอง


            นอกจากเทคนิควิชาคริสตัลจิตดาวฤกษ์ ในเวลานี้ทันย่าก็ครอบครองวิชาพลังทั้งหมดของเผ่าพันธุ์นี้ ซึ่งนั้นก็รวมถึงเทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาวที่เป็นแก่นหลักอีกด้วย


            ตัดกลับมาทางส่วนลึกของห้วงมหาสมุทร เศษซากของวาฬเพชฌฆาตโลหิตและมอนสเตอร์ตัวอื่นๆได้ถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำทีละชิ้น


            พร้อมกับที่มวลน้ำได้ถูกดูดเข้าไปพร้อมกับเศษซากที่ถูกกลืนกิน มันสร้างกระแสน้ำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เปลี่ยนท้องทะเลให้กลายเป็นสนามพลังที่ควบคุมไม่ได้ ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่เมื่อครู่ถูกทำลายลงด้วยเสียงของการเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งของน้ำและคลื่นพลังงาน


            การกลืนกินนี้ไม่ได้เพียงแต่ทำลายเศษซากเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะเป็นการเสริมพลังให้กับสิ่งมีชีวิตลึกลับไปด้วย


            สิ่งมีชีวิตตนนี้มีความสามารถที่จะกลืนกินและครอบครองพลังของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตนเอง


            ไม่นาน หลุมดำที่อยู่ในปากของสิ่งมีชีวิตลึกลับยังคงหมุนวนและดึงดูดทุกสิ่งก็ได้จางหายไป เศษซากทั้งหมดถูกกลืนกินจนหมด


            พวกมันไม่เหลืออะไรไว้เลย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการต่อสู้หรือซากของวาฬเพชฌฆาตโลหิต สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังทั้งหมดหายไปจากอาณาเขตบริเวณ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และเมื่อสิ่งมีชีวิตสีดำปิดปากของมัน หลุมดำที่น่าหวาดหวั่นก็จางหายไปทั้งหมด


            “โฮกกกกกกกกกกกกกกก!”


            สิ่งมีชีวิตลึกลับคำรามออกมาอีกครั้ง เสียงคำรามนั้นดังกึกก้องไปทั่ว เป็นการประกาศชัยชนะเหนือทุกสิ่งที่อยู่ในท้องทะเลแห่งนี้


            แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากร่างของมันยังคงส่องสว่างและเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม เปรียบได้ดั่งสัญลักษณ์ของการเป็นผู้ครอบครองอำนาจที่แท้จริง ผู้ที่สามารถกลืนกินและครอบครองพลังของทุกสิ่งเพื่อเสริมสร้างความยิ่งใหญ่ของตนเอง


            “ครืนนนนนนนนนนนนน!”


            แต่ก่อนที่มันจะได้พักผ่อนจากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ เสียงของการเคลื่อนไหวที่หนักหน่วงก็ดังก้องขึ้นมาจากทิศทางนึงของส่วนลึกมหาสมุทร


            ร่างขนาดมหึมาอีกหนึ่งร่างค่อยๆปรากฏขึ้น มันแหวกว่ายผ่านกระแสน้ำอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ราวกับเป็นภูเขาที่กำลังเคลื่อนไหวได้


            สิ่งมีชีวิตนี้มีขนาดใหญ่ไม่ต่างจากวาฬเพชฌฆาตโลหิต ความน่าเกรงขามของมัน ไม่อาจมีสิ่งมีชีวิตใดในท้องทะเลที่เทียบเคียงได้


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน