ขณะเดียวกัน มวลพลังมหาศาลที่ปะทุออกมาจากส่วนลึกของมหาสมุทร ได้ก่อเกิดปรากฏการณ์ที่สะเทือนทั้งท้องทะเลและพื้นพิภพ
การต่อสู้ที่ดุเดือดของสิ่งมีชีวิตลึกลับและวาฬเพชฌฆาตโลหิตได้ก่อคลื่นพลังที่แผ่กระจายไปไกลเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
แม้แต่ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรยังได้รับผลกระทบจากพลังที่ปลดปล่อยออกมา ปรากฏการณ์พลังงานนี้ได้ส่งผลให้ อาซาเลีย ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับสัญญาณพลังสัมผัสได้ทันที
ดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบนอกชั้นบรรยากาศ ได้จับภาพเหตุการณ์นั้นอย่างละเอียด
มันมองเห็นการต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีพลังมหาศาลและวาฬเพชฌฆาตโลหิต
สัญญาณพลังงานที่แผ่กระจายออกมานั้นสูงจนเกินขอบเขตที่คุ้นเคย แสงสีทองที่ปะทุออกจากร่างของสิ่งมีชีวิตลึกลับในยามที่มันต่อสู้กับวาฬเพรชฆาตโลหิตถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด ราวกับเป็นการระเบิดของพลังที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
เสียงการแจ้งเตือนดังก้องไปทั่วระบบของสมาพันธ์โลก ระบบเตือนภัยทำงานทันที
เมื่ออาซาเลียระบุว่าพลังงานที่ถูกตรวจจับ มาจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน การแจ้งเตือนเหล่านี้ส่งตรงไปยังผู้นำและกองกำลังป้องกันชั้นนำของสมาพันธ์ เสียงสัญญาณเตือนดังก้องไปทั่วห้องโถงหลัก สายตาของทุกคนหันไปมองหน้าจอที่แสดงภาพการต่อสู้และข้อมูลพลังงานที่กำลังประมวลผล
“เบฮีมอทหรือ.. ไม่ใช่ ร่างกายของมันแตกต่างไปจากเบฮีมอทอยู่เล็กน้อย”
หลี่จิ้งและราชันสงครามคนอื่นๆที่มีหน้าที่ต่างได้รับข้อมูลข่าวสารทันที
ตัวชายชราเองก็มองภาพโฮโลแกรมด้วยความตึงเครียด ภาพการต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่อยู่ใต้ทะเลทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้ เพราะพลังงานนั้นสูงเกินกว่าที่จะคาดคิดได้
“นี่คืออะไร... ”
“มันไม่ใช่มอนสเตอร์อย่างเบฮีมอท”
“ตัวของเบฮีมอทมีสองเขา แต่เจ้านี่มีเขาสีทองเพียงแค่หนึ่ง?”
หลี่จิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล พร้อมกับราชันสงครามคนอื่นๆที่เริ่มประชุมกันในห้องโถงใหญ่
การประมวลผลพลังงานที่ได้จากอาซาเลีย แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เกินขอบเขตของสิ่งมีชีวิตธรรมดา ความรุนแรงที่ถูกบันทึกไว้ในดาวเทียมทำให้ทุกคนต่างตระหนักได้ว่าพลังนี้อาจเป็นภัยคุกคามใหม่
ไม่เพียงแต่หลี่จิ้งเท่านั้นที่ถูกเรียกตัวให้มาดูสถานการณ์นี้ ทันย่าและโรซาเลียก็ได้รับแจ้งเตือนเช่นเดียวกัน เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปะทะกันในมหาสมุทร พวกเขาต่างรู้สึกถึงความรุนแรงของพลังงานนั้น
แม้ว่าทันย่าจะยังซ่อนความลึกลับของตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้ แต่พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากสิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นทำให้เขาต้องใส่ใจ
โรซาเลียเองก็ไม่ต่างกัน เธอเฝ้ามองภาพจากดาวเทียมด้วยสายตาที่เยือกเย็นวิเคราะห์
ทุกการเคลื่อนไหวและการโจมตีถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด พวกเขาต่างรู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวนี้ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ประหลาดธรรมดา
มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงสมดุลของโลกใบนี้ได้
เมื่อการตรวจสอบและการเฝ้าดูการต่อสู้นั้นดำเนินไปเรื่อยๆ ทีมงานของสมาพันธ์โลกรวมถึงหลี่จิ้ง และเหล่าราชันสงครามต่างมองหน้าจอด้วยความตึงเครียด
พวกเขาเห็นค่าดัชนีพลังของวาฬเพชฌฆาตโลหิตและฝูงของมันที่ค่อยๆลดลงอย่างรวดเร็ว
ทุกตัวถูกทำลายไปอย่างไร้ปรานีโดยสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬที่ทรงพลัง บัดนี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เคยครองอำนาจใต้มหาสมุทรได้ตกตายลง มีเพียงร่างของสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬนั้นที่ยังคงยืนหยัดอย่างโดดเด่น มันส่องประกายด้วยพลังที่ไม่อาจหยั่งถึง
“ขะ..แข็งแกร่ง!”
“เจ้าสิ่งมีชีวิตตนนี้มันอะไรกัน”
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่ได้เฝ้าดู พลังอันมหาศาลและความสามารถในการทำลายล้างของสิ่งมีชีวิตลึกลับนั้นเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดเดาได้ ไม่มีใครในสมาพันธ์เคยพบเจอสิ่งมีชีวิตที่สามารถทำลายกองทัพมอนสเตอร์ขนาดมหึมาเช่นนี้ได้มาก่อน
ภาพการต่อสู้นั้นรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวจนทุกคนในห้องโถงใหญ่ต้องนิ่งอึ้ง
[นี่คือ.. เป็นไปไม่ได้!]
ดาวาลเองก็เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ด้วย เธอรู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อเห็นร่างของสิ่งมีชีวิตสีดำทมิฬที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ส่วนลึกมหาสมุทร
ในชั่วขณะนั้น ความรู้สึกอันหวาดหวั่นได้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีหัวใจจริงๆ แต่ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการหัวใจหยุดเต้นก็เริ่มเกิดขึ้น มันได้ครอบงำเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เกิดเป็นความหวาดกลัวที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
[ผะ..เผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาว สัตว์อวกาศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากที่สุดของจักรวาล]
[ทะ..ทำไมมันถึงมาอยู่บนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ หรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ยีนพันธุกรรมของทันย่าต้องสั่นไหว]
[ใช่แล้ว มันต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ เพราะยีนพันธุกรรมหลักของเบฮีมอทมีส่วนนึงในเผ่าพันธุ์ที่เป็นดั่งพระเจ้านี้อยู่ด้วย]
ดาวาลพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่เสียงนั้นก็สะท้อนออกมาจากความตกใจภายใน
เธอจำพลังและรูปลักษณ์นี้ได้ สิ่งมีชีวิตลึกลับที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่สิ่งใดนอกจากสัตว์ประหลาดในตำนาน—ผู้ที่ครอบครองความมืดมิดและพลังที่ไม่มีใครในห้วงจักรวาลจะต่อกรได้
“ท่านพูดว่าอะไรนะ?!!”
ทันย่าได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาของตนเองขึ้น จากนั้นเขาก็ได้สูดหายใจลึกๆ และหันมองไปยังภาพโฮโลแกรมของสิ่งมีชีวิตตนนี้
“สมญาผผผู้ทำลายล้างดวงดาว หรือที่ทุกคนเรียกเผ่าพันธุ์ของพวกมันในอีกชื่อนึงว่า.. ดราโกเนีย และเผ่าพันธุ์นี้ก็ถือเป็นยีนพันธุกรรมหลัก เปรียบได้เป็นดั่งศูนย์กลางพลังอันยิ่งใหญ่ของเบฮีมอท”
ขณะที่พูด นัยน์ตาของทันย่าก็สว่างวาบไปด้วยความเฉยชา ตัวของเขาเหมือนได้มาเห็นศัตรูที่แท้จริงของตนเอง
นอกจากเทคนิควิชาคริสตัลจิตดาวฤกษ์ ในเวลานี้ทันย่าก็ครอบครองวิชาพลังทั้งหมดของเผ่าพันธุ์นี้ ซึ่งนั้นก็รวมถึงเทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาวที่เป็นแก่นหลักอีกด้วย
ตัดกลับมาทางส่วนลึกของห้วงมหาสมุทร เศษซากของวาฬเพชฌฆาตโลหิตและมอนสเตอร์ตัวอื่นๆได้ถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำทีละชิ้น
พร้อมกับที่มวลน้ำได้ถูกดูดเข้าไปพร้อมกับเศษซากที่ถูกกลืนกิน มันสร้างกระแสน้ำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เปลี่ยนท้องทะเลให้กลายเป็นสนามพลังที่ควบคุมไม่ได้ ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่เมื่อครู่ถูกทำลายลงด้วยเสียงของการเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งของน้ำและคลื่นพลังงาน
การกลืนกินนี้ไม่ได้เพียงแต่ทำลายเศษซากเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะเป็นการเสริมพลังให้กับสิ่งมีชีวิตลึกลับไปด้วย
สิ่งมีชีวิตตนนี้มีความสามารถที่จะกลืนกินและครอบครองพลังของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตนเอง
ไม่นาน หลุมดำที่อยู่ในปากของสิ่งมีชีวิตลึกลับยังคงหมุนวนและดึงดูดทุกสิ่งก็ได้จางหายไป เศษซากทั้งหมดถูกกลืนกินจนหมด
พวกมันไม่เหลืออะไรไว้เลย ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการต่อสู้หรือซากของวาฬเพชฌฆาตโลหิต สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังทั้งหมดหายไปจากอาณาเขตบริเวณ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และเมื่อสิ่งมีชีวิตสีดำปิดปากของมัน หลุมดำที่น่าหวาดหวั่นก็จางหายไปทั้งหมด
“โฮกกกกกกกกกกกกกกก!”
สิ่งมีชีวิตลึกลับคำรามออกมาอีกครั้ง เสียงคำรามนั้นดังกึกก้องไปทั่ว เป็นการประกาศชัยชนะเหนือทุกสิ่งที่อยู่ในท้องทะเลแห่งนี้
แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากร่างของมันยังคงส่องสว่างและเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม เปรียบได้ดั่งสัญลักษณ์ของการเป็นผู้ครอบครองอำนาจที่แท้จริง ผู้ที่สามารถกลืนกินและครอบครองพลังของทุกสิ่งเพื่อเสริมสร้างความยิ่งใหญ่ของตนเอง
“ครืนนนนนนนนนนนนน!”
แต่ก่อนที่มันจะได้พักผ่อนจากการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ เสียงของการเคลื่อนไหวที่หนักหน่วงก็ดังก้องขึ้นมาจากทิศทางนึงของส่วนลึกมหาสมุทร
ร่างขนาดมหึมาอีกหนึ่งร่างค่อยๆปรากฏขึ้น มันแหวกว่ายผ่านกระแสน้ำอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ราวกับเป็นภูเขาที่กำลังเคลื่อนไหวได้
สิ่งมีชีวิตนี้มีขนาดใหญ่ไม่ต่างจากวาฬเพชฌฆาตโลหิต ความน่าเกรงขามของมัน ไม่อาจมีสิ่งมีชีวิตใดในท้องทะเลที่เทียบเคียงได้