เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค​ 80 (จบ)

    บทที่ 40 ดีใจที่มีคนปกป้อง

            บทที่ 40 ดีใจที่มีคนปกป้อง


            ก่อนที่สวี่ชิงจะตอบสนอง โจวจินหนานก็คว้ามือของเธอไว้ จากนั้นก็สาดชาในถ้วยใส่โจวลี่หงอย่างฉับพลัน


            โจวลี่หงไม่อยากเชื่อว่าหลานชายคนโตจะปฏิบัติต่อหล่อนเช่นนี้!


            หล่อนไม่สนใจจะเช็ดน้ำชาที่เปื้อนใบหน้าออก แต่กลับชี้นิ้วไปยังโจวจินหนานด้วยความโกรธ “แก…”


            โจวจินหนานกระแทกถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะอาหารอย่างรุนแรง สาดซุปผักไปทุกทิศทาง


            “ต่อจากนี้ไป หากใครพูดถึงสวี่ชิงแบบนี้อีก ก็อย่าโทษผมที่หยาบคาย! หล่อนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม ผมจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหล่อน ผมไม่ได้ให้หล่อนเข้ามาที่นี่เพื่อโดนคนอื่นเหยียดหยาม!”


            “แต่ถ้าบ้านหลังนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับหล่อน เราก็จะย้ายออกไปอยู่กันเอง!”


            น้ำเสียงอันเย็นชาและเด็ดขาดทำให้โจวลี่หงพูดไม่ออก


            เมื่อเห็นลูกชายปกป้องภรรยาของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ซูฮุ่ยหรูก็หน้าแดงทันที


            สวี่ชิงเงยหน้ามองโจวจินหนาน ดวงตาของเธอแดงก่ำและน้ำตาคลอ


            เธอดีใจที่มีคนดูแล


            อาหารที่ถูกจัดวางบนโต๊ะไม่สามารถรับประทานได้อีกต่อไป แต่โจวจินหนานก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่เพื่อรับประทานอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงเอื้อมจับมือสวี่ชิงพร้อมกล่าว “ไปกันเถอะ”


            เฟิงซูฮวาพอใจกับทัศนคติของโจวจินหนานมาก นางยืนขึ้นมองไปยังโจวเฉินหยิงและโจวคังอันก่อนจะกล่าวอย่างเชื่องช้า “ก่อนหน้านี้ฉันคิดมาตลอดว่าชิงชิงจะไม่โดนกลั่นแกล้งหลังจากแต่งงานเพราะจินหนานไม่มีพี่สาว แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีอาสามีที่ใจเหี้ยมและไร้มารยาทแบบนี้ ถ้าชิงชิงเป็นลูกหลานของคุณบ้าง คุณจะอยากให้หล่อนเจออะไรแบบนี้ไหม?”


            โจวเฉินหยิงและโจวคังอันก็ยืนขึ้นเช่นกัน “ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเราเองค่ะ เราไปกินข้าวและพูดคุยกันต่อที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยดีไหมคะ?”


            สวี่ชิงไม่อาจปฏิเสธได้โดยตรง เธอจำเป็นต้องไว้หน้าโจวเฉินหยิงและโจวคังอัน


            เธอแตะมือโจวจินหนานด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา แสดงความสบายใจแล้วมองไปยังโจวเฉินหยิง “คุณย่าคะ วันนี้วุ่นวายมากแล้ว เราอย่าเพิ่งกินอะไรเลยดีกว่าค่ะ ไว้มีโอกาสฉันขอพาคุณปู่และคุณย่าไปกินเป็ดปักกิ่งนะคะ ฉันไปกินกับพี่จินหนานมาเมื่อวาน อร่อยมากเลยค่ะ”


            โจวเฉินหยิงรู้ดีว่าวันนี้คงไม่เหมาะสมจะรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว แม้จะเปลี่ยนสถานที่ก็คงไม่มีใครกินลง ดังนั้นนางจึงเดินไปหาสวี่ชิงพร้อมกล่าว “ฉันทำผิดต่อเธอ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ใช่แค่จินหนาน แต่ครอบครัวเราทุกคนจะปกป้องเธอ ปู่กับย่าก็เหมือนกัน”


            โจวเฉินหยิงกล่าวพลางถอดกำไลหยกเขียวก่อนจะเอื้อมดึงมือสวี่ชิงพร้อมสวมให้เธอ “นี่ถือเป็นของขวัญจากปู่และย่านะ”


            หลังกล่าวจบนางก็หยิบซองสีแดงออกมาจากกระเป๋ายัดใส่มือสวี่ชิง “นี่คือน้ำใจจากปู่กับย่า เก็บไว้นะ” 


            ในตอนแรกนางไม่ได้ตั้งใจจะมอบกำไลให้สวี่ชิง แต่ความรู้สึกผิดในวันนี้ทำให้ต้องมอบแก่เธอเพื่อชดเชยความรู้สึกที่สูญเสียไป


            โจวลี่หงหน้าแดงก่ำ หล่อนรู้ดีว่ากำไลนั่นเป็นสินสอดทองหมั้นของผู้เป็นแม่ ว่ากันว่ากำไลวงนี้ตกทอดมาแล้วหลายชั่วอายุคนและเป็นวัตถุเก่าแก่!


            หล่อนต้องการมันมาโดยตลอด แต่เฉินหยิงไม่เคยยอมมอบให้


            ไม่คิดเลยว่ากำไลวงนี้จะตกเป็นของสวี่ชิงอย่างง่ายดาย


            น่าเสียดายที่หล่อนไม่กล้าส่งเสียงดังโวยวาย ไม่ว่าจะอิจฉาแค่ไหนก็ทำได้เพียงจ้องมองเฉินหยิงและโจวคังอันขณะที่พวกเขาส่งเฟิงซูฮวาและสวี่ชิงกลับไปอย่างสุภาพ


            หลิวเหวินผิงถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นลูกพี่ลูกน้องผู้น่ากลัวยังคงนั่งอยู่ในห้องอาหาร


            โจวลี่หงถูกโจวจินหนานฉีกหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี ดวงตาของหล่อนแดงก่ำด้วยความโกรธ ยิ่งเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้ก็ยิ่งโมโหร้าย “แกจะร้องไห้ทำไม? แกทำทุกอย่างฟังหมด หุบปากไว้ไม่เป็นรึไง?”


            หลิวเหวินผิงตอบกลับ “แม่ทำนิสัยเดิมเหมือนตอนอยู่บ้านเลยนะคะ”


            เมื่อเห็นโจวลี่หงโกรธจัด ฟ่านเจี๋ยก็ดึงหลิวเหวินผิงออกไปอย่างรวดเร็ว “คุณอาโจว อย่าโกรธเลยนะคะ น้องเหวินผิงยังเด็กคงยังไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ค่อย ๆ สอนน้องดีกว่านะคะ”


            โจวลี่หงกัดฟันด้วยความโกรธ ถึงอย่างไรลูกสาวของหล่อนก็ไม่ได้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร


            ในทางกลับกันนังสวี่ชิงนั่นเป็นเหมือนกับนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เจ้ามารยากระทั่งโจวจินหนานถึงกับเชื่อฟังหล่อน!


            จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!


            … 


            สวี่ชิงให้เฉินหยิงและโจวคังอันไปส่งถึงหน้าประตูเท่านั้น เธอโบกมือลาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม “คุณปู่คุณย่าไม่ต้องลำบากมาส่งฉันถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ”


            โจวจินหนานตะโกนเรียกไป๋หลางก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กลับมาก่อนครับ ผมอยากพาคุณกับคุณย่าไปกินอาหารเย็น”


            เฉินหยิงถอนหายใจ ความโกลาหลที่เกิดขึ้นในวันนี้คงทำให้หลานชายโกรธครอบครัวมาก


            ซูฮุ่ยหรูผู้เป็นแม่ไม่พูดอะไร หรือครอบครัวกำลังจะแตกสลายแล้วจริง ๆ


            สวี่ชิงรอให้พ่อเฒ่าและแม่เฒ่าโจวเข้าไปในบ้านก่อน จากนั้นจึงจ้องมองโจวจินหนานด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษนะคะ ฉันทำทุกอย่างพังหมดเลย”


             โจวจินหนานเม้มปากแล้วหันไปหาเฟิงซูฮวา “คุณย่าครับ ผมดูแลคุณย่าได้ไม่ดีเลย ทั้งยังทำให้ชิงชิงเสียใจ แต่คุณย่าไว้ใจผมได้เลยนะครับ หลังจากที่เราแต่งงานกัน ผมจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”


            ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเรื่องย้ายออกจากบ้านหลังแต่งงาน


            แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เขารู้ว่าหากหลังแต่งงานยังเป็นเช่นนี้ต่อไป สวี่ชิงจะต้องโกรธมากอย่างแน่นอน


            เฟิงซูฮวายังคงพอใจกับการกระทำของโจวจินหนาน แม้นางจะไม่ค่อยชอบคนในตระกูลโจวนัก แต่ตอนนี้สวี่ชิงและโจวจินหนานก็จดทะเบียนสมรสกันแล้ว ดังนั้นจึงถอนหายใจ “ฉันฝากเธอปกป้องและดูแลหล่อนด้วย แม้ฉันจะแก่มากแล้ว แต่ก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นชิงชิงถูกเหยียดหยาม”


            สวี่ชิงจับแขนเฟิงซูฮวา “คุณย่าไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะไม่ยอมทำให้ตัวเองลำบากแน่นอนค่ะ”


            เฟิงซูฮวานึกถึงตอนที่สวี่ชิงสาดน้ำชาใส่หลิวเหวินผิงจึงเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า “ฉันไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นยังไง ขอแค่ในอนาคตหลานมีชีวิตที่ดีกับจินหนานก็พอแล้ว”


            โจวจินหนานนำสวี่ชิงและเฟิงซูฮวาไปยังห้องอาหารของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเพื่อรับประทานอาหาร


            เพราะเขายังมีแผนในใจ จึงไม่ได้เดินทางกลับบ้านหลังส่งสวี่ชิงและเฟิงซูฮวา


            หลังจากส่งทั้งสองคนขึ้นรถ เขาก็ยืนนิ่งอยู่นาน ก่อนพาไป๋หลางไปยังบ้านของเกาจ้าน


            บ้านของเกาจ้านอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่ไกลนัก ใช้เวลาขับรถเพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น


            โจวจินหนานถามทางจนมาถึงบ้านของเกาจ้าน 


            เกาจ้านนั่งอยู่ใต้ซุ้มดอกจื่อเถิง(1)ในลานบ้าน ดื่มชาและฟังเพลงป๊อปจากเครื่องเล่นเทป


            เมื่อเขาเหลือบมองออกไปนอกรั้วไม้ไผ่ของบ้านก็พบโจวจินหนานนำสุนัขเดินมาอย่างเชื่องช้า จึงยืนขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะเดินออกไป


            หลังจากที่โจวจินหนานตาบอด เส้นทางที่เขาสามารถไปได้ด้วยตัวเองมีเพียงบ้านและมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ในการเดินทางไปที่อื่น ส่วนใหญ่แล้วเกาจ้านเป็นคนพาไป


            แม้แต่การไปซอยฮวยซู่ในยามป่วย เกาจ้านก็เป็นคนไปส่งเขา


            ดังนั้นเกาจ้านจึงประหลาดใจที่เขาสามารถนำไป๋หลางมาที่นี่ด้วยตัวเองได้


            เกาจ้านรีบเปิดประตูออกไปทันที “เกิดอะไรขึ้น? นายมาที่นี่ได้ยังไง? นายมองไม่เห็นนี่”


            โจวจินหนานยังคงดูสงบ แต่ภายในใจอับอายอย่างมาก


            สภาพของเขาตอนนี้มีเหงื่อไหลด้วยความเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าด้านซ้ายมีรอยถลอกพร้อมเลือดไหล ซึ่งทำให้เกาจ้านตกใจอย่างมาก “ทำไมนายถึงบาดเจ็บล่ะ?”


            โจวจินหนานยกมือเช็ดเลือดบนบาดแผลที่เกิดจากการเดินชนต้นไม้ก่อนจะกล่าวอย่างเฉยเมย “รีบหาทางยืมเงินสามพันหยวนพร้อมทีมแม่ครัวสำหรับงานเลี้ยงให้ฉันที ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี”


            เกาจ้านตกใจเป็นอย่างมาก คงมีเพียงเศรษฐีแล้วที่สามารถหาเงินสามพันหยวนได้ในคราวเดียว “นายจะเอาเงินพวกนั้นไปทำอะไร? แล้วจะหาทีมแม่ครัวมาทำไม?”


            โจวจินหนานเม้มปาก “ซื้อบ้านและจัดงานแต่งงาน!”

    …………………………………………………………………………………………………………………… 


    ดอกวิสทีเรีย หรือในภาษาญี่ปุ่นคือดอกฟูจิ (ภาพจาก https://baike.baidu.com/item/%E7%B4%AB%E8%97%A4/34712 )


    สารจากผู้แปล

    จริง ๆ แล้วพี่ก็เป็นคนโหดเหมือนกันนะเนี่ย สาดชาใส่อาตัวเองเลย

    พี่จินหนานคิดการใหญ่แล้ว จะหายืมเงินทันไหมนะ

    ไหหม่า(海馬)


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค​ 80 (จบ) ที่คุณอ่าน