จักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า

    ตอนที่ 39 มารอสูรแห่งพสุธา

            ท่ามกลางสายตาอันสั่นไหวของบรรดาผู้วิวัฒน์รุ่นใหม่ที่ยืนรายล้อมอยู่รอบลานพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์


            ทั้งเด็กหนุ่มและหญิงสาวที่เพิ่งผ่านช่วงการปลุกพลังไปก่อนหน้า ล้วนแสดงสีหน้าประหลาดปนตื่นเต้น


            บ้างก็กำมือแน่น บ้างก็กัดริมฝีปากอย่างกดดัน


            แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต่างก็ไม่อาจละสายตาไปจากร่างของชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวกายแดงเข้ม ร่างกายบึกบึนเปี่ยมพลัง ชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกผสมของเผ่าพันธุ์มนุษย์และโอเกอร์บริสุทธิ์ที่ชื่อว่าไคจิน


            รวมถึงสายตาของชายชราจินเกอ และบุคคลจากสองวิหารอย่างอู่หมิงซื่อและเยว่ฉาน


            ทั้งหมดก็ล้วนจับจ้องไปยังเขาอย่างพร้อมเพรียงด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง


            ทุกก้าวที่ไคจินเหยียบย่างขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมโบราณราวกับทำให้พื้นดินสะเทือนตามไปด้วย


            ตัวของเขาแสยะยิ้มและกำหมัดแน่น เส้นเลือดนูนขึ้นจากความตื่นเต้นที่ยากจะปิดบัง


            “มาเลยยยย!”


            จากนั้นสัญลักษณ์เวทโบราณที่จารึกไว้บนพื้นแท่นพิธีก็เริ่มเปล่งแสงขึ้นอย่างเงียบงัน


            มันค่อยๆสว่างขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะแผ่พลังอำนาจออกมาจากจุดศูนย์กลางที่เท้าของเขายืนอยู่


            ลำแสงนับร้อยลอยขึ้น แล้วเคลื่อนตัวพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาในทันที


            พลังเหล่านั้นได้ไหลเวียนเข้าไปในโลหิตที่หล่อเลี้ยงสายเลือดแห่งโอเกอร์และมนุษย์ที่รวมอยู่ในร่างเดียวกัน ความร้อนจากพลังวิญญาณแผ่กระจายไปทั่วผิวหนัง เนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทจนทำให้ชายหนุ่มครางออกมาในลำคอ


            ร่างของเขาสั่นเล็กน้อยเหมือนถูกบดขยี้ด้วยพลังที่ไม่อาจควบคุมได้


            “พวกแกคิดว่าเขาจะได้รับอาณาจักรต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์อะไร?”


            “ไม่เกินไปกว่าศักยภาพระดับจักรพรรดิหรอก วันนี้แค่มีศักยภาพระดับจักรพรรดิปรากฏออกมาคนนึงก็ทำให้ทั้งเมืองหยางหมิงต้องสั่นสะเทือนแล้ว ถ้ามีคนที่สองละก็.. คอยดูเถอะ เมื่อข่าวแผ่กระจายออกไปจะเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งโลกเลยละ”


            “นั่นสินะ การปลุกศักยภาพของเผ่าพันธุ์นั่นไม่ใช่เรื่องที่พึ่งพาแค่พรสวรรค์ แต่มันคือโชคชะตาหรือไม่ก็ดวงชัดๆ”


            “ดูตัวอย่างฉันสิ.. เป็นแค่มดเปลือกแข็ง ศักยภาพระดับแรกเริ่มเท่านั้น!”


            “เฮ้อ อนาคตของฉันในฐานะผู้วิวัฒน์คงจบสิ้นลงแล้วล่ะ..”


            ทุกคนต่างจ้องมองสถานการณ์ที่กำลังคลี่คลายอยู่ตรงหน้าอย่างลุ้นระทึกและไม่กล้ากะพริบตาเลยซักนิด


            กระทั่งในตอนนั้นเองที่ไคจินเริ่มส่งเสียงครางออกมาจากลำคออย่างทรมาน


            ร่างกายของเขาสั่นสะท้านแรงขึ้นทุกขณะ สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ นัยน์ตาคู่ดุของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดั่งเลือดและเปลวอสูร เขาแหงนหน้าขึ้นอย่างช้าๆ แล้วส่งเสียงคำรามกึกก้องออกมา


            “โฮกกกกกกกกกกกก!!”


            เสียงคำรามดังกระหึ่มจนพื้นแท่นพิธีเกิดการสั่นสะเทือน ผนังของวิหารแห่งจุดเริ่มต้นเกิดแรงกระเพื่อม


            ขณะเสาแกะสลักโบราณที่ยืนหยัดมานับหลายพันปียังต้องสั่นไหว ลำแสงเวทย์สีทองที่เคยโอบล้อมแท่นพิธีก็เริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเพลิงโลหิต ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังสายตา


            กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งลานพิธีกรรม ราวกับอากาศโดยรอบได้แปรเปลี่ยนเป็นพิษร้ายแรง


            “นะ.. นี่มัน..”


            ชายชราจินเกออุทานออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ขณะจ้องมองแท่นพิธีด้วยความตกใจและไม่เชื่อสายตาตนเอง


            ก่อนที่ในตอนนั้นดวงตาของเขาจะเบิกโพลงขึ้นด้วยความตื่นตระหนกที่สุดในชีวิต


            เหนือหัวของไคจิน ร่างขนาดมหึมาของสิ่งมีชีวิตตนนึงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันไม่มีเสียง ไม่มีการคำราม ไม่มีแรงกดดันให้รู้สึกเหมือนรุนแรง แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยพลังลี้ลับที่เหมือนจะดูดกลืนทุกเสียงไปสู่ความเงียบงันอันน่าขนลุก


            รูปร่างของมันเป็นเหมือนกับปีศาจโบราณในตำนานที่ไม่มีใครเคยเห็นกับตา ผิวกายสีดำสนิทและมีลวดลายอักขระโบราณเรืองแสงวาดผ่านทั่วทั้งร่าง กล้ามเนื้อปูดโปน ใบหน้าดุร้ายเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม เขาทั้งสองข้างยาวโค้งออกไปด้านหลังราวกับงาช้างสวรรค์


            ปีกสีดำขนาดยักษ์ที่มีปลายแหลมเหมือนดาบทั้งแผ่นค่อยๆกางออกช้าๆ เงาของมันบดบังแม้แต่แสงโคมเวทบนเพดานห้อง


            กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตตนนั้นราวกับกดทับหัวใจของทุกคนให้จมลงสู่หุบเหวแห่งความกลัว


            บางคนทรุดเข่าลงอย่างไม่รู้ตัว บางคนหลับตาแน่นเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว


            “อาณาจักรต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์มารอสูรแห่งพสุธา..”


            จินเกอเอ่ยด้วยเสียงสั่นพร่า


            “ศักยภาพ..”


            “ระดับศักดิ์สิทธิ์?!”


            คำพูดของชายชราเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของผู้คนในห้องโถง


            ทุกคนต่างตกใจจนหน้าถอดสี บ้างถึงขั้นปิดปากด้วยมืออย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน บ้างทรุดเข่าลงไปกับพื้นเหมือนหมดแรงจะยืน


            “ระดับศักดิ์สิทธิ์เหรอ.. เป็นไปไม่ได้..”


            “พระเจ้า ในหมู่ผู้วิวัฒน์นับแสนก็ยังแทบจะไม่มีใครได้ศักยภาพระดับนี้เลยนะ!”


            “นี่กำลังฝันอยู่หรือเปล่า?”


            และแล้วความเงียบอันน่ากลัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในใจทุกคน


            ถึงในภายนอกพวกเขาจะยังคงยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว แต่สายตาและหัวใจของพวกเขานั้นสั่นไหวราวกับคลื่นสึนามิถาโถม


            เพราะศักยภาพระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวขาน แต่คือสิ่งที่อยู่เหนือเหนือเหล่าผู้มีพรสวรรค์ทั้งมวล


            เป็นระดับที่อาจมีเพียงแค่หนึ่งในแสน หรือหนึ่งในล้านคนจากผู้วิวัฒน์ทั้งหมดในเผ่าพันธุ์มนุษย์


            และตอนนี้มันได้ปรากฏขึ้นแล้ว จากชายหนุ่มที่เป็นเพียงครึ่งโอเกอร์ผู้มีสายเลือดมนุษย์ครึ่งหนึ่ง


            ไคจินเองตอนนี้ยังคงหลับตาแน่น ร่างกายแผ่พลังคล้ายคลื่นสีแดงเข้มออกมารอบตัวเหมือนเปลวเพลิงแห่งมารในตำนาน ร่างของเขาเต้นเร้าไปตามจังหวะของสายเลือดที่พุ่งพล่าน ทั้งสองมือของเขากำแน่นเหมือนจะบดกระดูกตนเองเลยก็ว่าได้


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า ที่คุณอ่าน