ท่ามกลางสายตาอันสั่นไหวของบรรดาผู้วิวัฒน์รุ่นใหม่ที่ยืนรายล้อมอยู่รอบลานพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
ทั้งเด็กหนุ่มและหญิงสาวที่เพิ่งผ่านช่วงการปลุกพลังไปก่อนหน้า ล้วนแสดงสีหน้าประหลาดปนตื่นเต้น
บ้างก็กำมือแน่น บ้างก็กัดริมฝีปากอย่างกดดัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต่างก็ไม่อาจละสายตาไปจากร่างของชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวกายแดงเข้ม ร่างกายบึกบึนเปี่ยมพลัง ชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกผสมของเผ่าพันธุ์มนุษย์และโอเกอร์บริสุทธิ์ที่ชื่อว่าไคจิน
รวมถึงสายตาของชายชราจินเกอ และบุคคลจากสองวิหารอย่างอู่หมิงซื่อและเยว่ฉาน
ทั้งหมดก็ล้วนจับจ้องไปยังเขาอย่างพร้อมเพรียงด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง
ทุกก้าวที่ไคจินเหยียบย่างขึ้นไปบนแท่นพิธีกรรมโบราณราวกับทำให้พื้นดินสะเทือนตามไปด้วย
ตัวของเขาแสยะยิ้มและกำหมัดแน่น เส้นเลือดนูนขึ้นจากความตื่นเต้นที่ยากจะปิดบัง
“มาเลยยยย!”
จากนั้นสัญลักษณ์เวทโบราณที่จารึกไว้บนพื้นแท่นพิธีก็เริ่มเปล่งแสงขึ้นอย่างเงียบงัน
มันค่อยๆสว่างขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะแผ่พลังอำนาจออกมาจากจุดศูนย์กลางที่เท้าของเขายืนอยู่
ลำแสงนับร้อยลอยขึ้น แล้วเคลื่อนตัวพุ่งเข้าใส่ร่างของเขาในทันที
พลังเหล่านั้นได้ไหลเวียนเข้าไปในโลหิตที่หล่อเลี้ยงสายเลือดแห่งโอเกอร์และมนุษย์ที่รวมอยู่ในร่างเดียวกัน ความร้อนจากพลังวิญญาณแผ่กระจายไปทั่วผิวหนัง เนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทจนทำให้ชายหนุ่มครางออกมาในลำคอ
ร่างของเขาสั่นเล็กน้อยเหมือนถูกบดขยี้ด้วยพลังที่ไม่อาจควบคุมได้
“พวกแกคิดว่าเขาจะได้รับอาณาจักรต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์อะไร?”
“ไม่เกินไปกว่าศักยภาพระดับจักรพรรดิหรอก วันนี้แค่มีศักยภาพระดับจักรพรรดิปรากฏออกมาคนนึงก็ทำให้ทั้งเมืองหยางหมิงต้องสั่นสะเทือนแล้ว ถ้ามีคนที่สองละก็.. คอยดูเถอะ เมื่อข่าวแผ่กระจายออกไปจะเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งโลกเลยละ”
“นั่นสินะ การปลุกศักยภาพของเผ่าพันธุ์นั่นไม่ใช่เรื่องที่พึ่งพาแค่พรสวรรค์ แต่มันคือโชคชะตาหรือไม่ก็ดวงชัดๆ”
“ดูตัวอย่างฉันสิ.. เป็นแค่มดเปลือกแข็ง ศักยภาพระดับแรกเริ่มเท่านั้น!”
“เฮ้อ อนาคตของฉันในฐานะผู้วิวัฒน์คงจบสิ้นลงแล้วล่ะ..”
ทุกคนต่างจ้องมองสถานการณ์ที่กำลังคลี่คลายอยู่ตรงหน้าอย่างลุ้นระทึกและไม่กล้ากะพริบตาเลยซักนิด
กระทั่งในตอนนั้นเองที่ไคจินเริ่มส่งเสียงครางออกมาจากลำคออย่างทรมาน
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านแรงขึ้นทุกขณะ สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ นัยน์ตาคู่ดุของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดั่งเลือดและเปลวอสูร เขาแหงนหน้าขึ้นอย่างช้าๆ แล้วส่งเสียงคำรามกึกก้องออกมา
“โฮกกกกกกกกกกกก!!”
เสียงคำรามดังกระหึ่มจนพื้นแท่นพิธีเกิดการสั่นสะเทือน ผนังของวิหารแห่งจุดเริ่มต้นเกิดแรงกระเพื่อม
ขณะเสาแกะสลักโบราณที่ยืนหยัดมานับหลายพันปียังต้องสั่นไหว ลำแสงเวทย์สีทองที่เคยโอบล้อมแท่นพิธีก็เริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเพลิงโลหิต ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณจนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังสายตา
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งลานพิธีกรรม ราวกับอากาศโดยรอบได้แปรเปลี่ยนเป็นพิษร้ายแรง
“นะ.. นี่มัน..”
ชายชราจินเกออุทานออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ขณะจ้องมองแท่นพิธีด้วยความตกใจและไม่เชื่อสายตาตนเอง
ก่อนที่ในตอนนั้นดวงตาของเขาจะเบิกโพลงขึ้นด้วยความตื่นตระหนกที่สุดในชีวิต
เหนือหัวของไคจิน ร่างขนาดมหึมาของสิ่งมีชีวิตตนนึงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันไม่มีเสียง ไม่มีการคำราม ไม่มีแรงกดดันให้รู้สึกเหมือนรุนแรง แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยพลังลี้ลับที่เหมือนจะดูดกลืนทุกเสียงไปสู่ความเงียบงันอันน่าขนลุก
รูปร่างของมันเป็นเหมือนกับปีศาจโบราณในตำนานที่ไม่มีใครเคยเห็นกับตา ผิวกายสีดำสนิทและมีลวดลายอักขระโบราณเรืองแสงวาดผ่านทั่วทั้งร่าง กล้ามเนื้อปูดโปน ใบหน้าดุร้ายเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม เขาทั้งสองข้างยาวโค้งออกไปด้านหลังราวกับงาช้างสวรรค์
ปีกสีดำขนาดยักษ์ที่มีปลายแหลมเหมือนดาบทั้งแผ่นค่อยๆกางออกช้าๆ เงาของมันบดบังแม้แต่แสงโคมเวทบนเพดานห้อง
กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตตนนั้นราวกับกดทับหัวใจของทุกคนให้จมลงสู่หุบเหวแห่งความกลัว
บางคนทรุดเข่าลงอย่างไม่รู้ตัว บางคนหลับตาแน่นเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว
“อาณาจักรต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์มารอสูรแห่งพสุธา..”
จินเกอเอ่ยด้วยเสียงสั่นพร่า
“ศักยภาพ..”
“ระดับศักดิ์สิทธิ์?!”
คำพูดของชายชราเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของผู้คนในห้องโถง
ทุกคนต่างตกใจจนหน้าถอดสี บ้างถึงขั้นปิดปากด้วยมืออย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน บ้างทรุดเข่าลงไปกับพื้นเหมือนหมดแรงจะยืน
“ระดับศักดิ์สิทธิ์เหรอ.. เป็นไปไม่ได้..”
“พระเจ้า ในหมู่ผู้วิวัฒน์นับแสนก็ยังแทบจะไม่มีใครได้ศักยภาพระดับนี้เลยนะ!”
“นี่กำลังฝันอยู่หรือเปล่า?”
และแล้วความเงียบอันน่ากลัวก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในใจทุกคน
ถึงในภายนอกพวกเขาจะยังคงยืนนิ่งด้วยความหวาดกลัว แต่สายตาและหัวใจของพวกเขานั้นสั่นไหวราวกับคลื่นสึนามิถาโถม
เพราะศักยภาพระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวขาน แต่คือสิ่งที่อยู่เหนือเหนือเหล่าผู้มีพรสวรรค์ทั้งมวล
เป็นระดับที่อาจมีเพียงแค่หนึ่งในแสน หรือหนึ่งในล้านคนจากผู้วิวัฒน์ทั้งหมดในเผ่าพันธุ์มนุษย์
และตอนนี้มันได้ปรากฏขึ้นแล้ว จากชายหนุ่มที่เป็นเพียงครึ่งโอเกอร์ผู้มีสายเลือดมนุษย์ครึ่งหนึ่ง
ไคจินเองตอนนี้ยังคงหลับตาแน่น ร่างกายแผ่พลังคล้ายคลื่นสีแดงเข้มออกมารอบตัวเหมือนเปลวเพลิงแห่งมารในตำนาน ร่างของเขาเต้นเร้าไปตามจังหวะของสายเลือดที่พุ่งพล่าน ทั้งสองมือของเขากำแน่นเหมือนจะบดกระดูกตนเองเลยก็ว่าได้