มองหน้าใครวะ อี้เหิงส่งเสียงหาเื่ในใจก้มใบหน้าลงต่ำเล็กน้อยไม่สบสายตาด้วย
"ข้าเป็ห่วงท่านมากเลยนะเ้าคะเพิ่งได้รับข่าวท่านฟื้นแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมที่จวนโชคดียิ่งนักที่ได้มาเจอพี่อี้หรานที่นี่" เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างรัวเร็วดีใจยิ่งนักที่ได้เจอญาติสาวคนสนิท
อี้เหิงมองคนทั้งสองหนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษตรงหน้าที่เข้ามาทักทายแสร้งทำหน้างงงันฮุ่ยเจียงที่อยู่ใกล้แอบกระซิบ สาวน้อยชุดเขียวมีนามว่าจางซีซวนส่วนบุรุษที่อยู่ด้านหลังดูมีอายุเยอะกว่ามีนามว่าจางเฟยอวี่ ทั้งสองเป็คนจากสกุลจางแต่เดิมสกุลจางเป็สกุลเดิมของฮูหยินฮั่ว สกุลฮั่วและสกุลจางสนิทสนมกันมาก
"ญาติผู้น้องเป็อย่างไรบ้างท่านพ่อข้าเป็ห่วงเ้ายิ่งนัก"เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเป็ห่วงของจางเฟยอวี่ดังขึ้น
"ข้าหายดีแล้วเ้าค่ะแต่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาความทรงจำกลับหายไปหมด ทำให้จดจำอันใดไม่ได้เลย ขออภัยด้วยจริงๆ"
"จริงหรือเ้าคะ" จางซีซวนเอ่ยขึ้นมานางทำหน้าเห็นใจต่อญาติของตัวเอง
"โธ่ พี่อี้หราน ไม่เป็ไรนะเ้าคะพี่จะต้องหายดีโดยเร็วแน่เ้าค่ะ" จางซีซวนพูดด้วยความห่วงใย
"เพราะพี่อี้หรานจำข้าไม่ได้ข้าจะเล่าเื่ราวของพวกเราให้ท่านฟังเองเ้าค่ะ"นางพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นพร้อมกับดึงตัวอี้เหิงให้เดินตามไปนั่งในศาลา
เดี๋ยว ๆ ข้าไม่อยากไปกับเ้าถึงแม้ว่าแต่ก่อนข้าจะชอบคุยกับสตรีแต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วเดี๋ยวเผยพิรุธออกไปก็จะมีเื่ยุ่งยากเข้าไปอีก
อี้เหิงคิดอย่างร้อนใจพลางรีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังคนสนิทฮุ่ยเจียงแต่ก็ต้องหันหน้าหนีเพราะบังเอิญไปสบตากับจางเฟยอวี่เข้าพอดี
อี้เหิงนั่งฟังเื่ราวความสัมพันธ์ของฮั่วอี้หรานกับสกุลจางจากจางซีซวนโดยมีจางเฟยอวี่คอยเสริมเป็ระยะ
นี่มันหายนะสำหรับเขาชัด ๆหลังจากฟังเื่ราวแต่หนหลังของฮั่วอี้หรานกับเห็นสายตาเลศนัยไปมาระหว่างตนกับพี่ชายของจางซีซวนถึงกับทำให้หนังตากระตุกโดยไม่รู้ตัว
นี่ฮั่วอี้หรานปลูกต้นท้อกับจางเฟยอวี่หรือนี่ แค่คิดก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว แต่มันไม่ใช่เื่แปลกอะไรฮั่วอี้หรานอายุปานนี้แล้วแถมยังไม่ได้แต่งงาน นางอาจจะมีคนรู้ใจแล้วก็เป็ได้ อี้เหิงคิดอย่างเงียบๆ ในใจ
"พี่อี้หรานอีกสามวันข้างหน้าที่จวนข้าจะจัดงานเลี้ยงชมบุปผาขึ้น ท่านต้องไปให้ได้นะเ้าคะจวนข้าเชิญอันอ๋องมาด้วยนะเ้าคะ"ประโยคสุดท้ายจางซีซวนขยับเข้ามาใกล้แอบกระซิบบอก
อี้เหิงตาสว่างวาบ
์ นี่แหละโอกาสของข้า
อี้เหิงรับปากสาวน้อยจางซีซวนจากนั้นมีสาวใช้เล็กมาตามตัวเขานางบอกฮูหยินผู้เฒ่าตื่นแล้วให้นางรีบมาพบโดยด่วน อี้เหิงเลยถือโอกาสนี้บอกลาสองพี่สอง
"ข้าจะรอท่านที่จวนนะเ้าคะ"จางซีซวนเอ่ยลา
อี้เหิงเดินกลับไปทางเดิมระหว่างทางเจอผู้คนบางตาเพราะเวลานี้ล่วงเข้ายามเว่ย[1]แล้วเดินไปสักพักเจอแม่นมซ่งที่ออกมารอรับเขา
"ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังสนทนาธรรมกับนักพรตซือไต้คงอยู่เ้าค่ะข้าจะพาท่านเข้าไปนะเ้าคะ"
อี้เหิงพยักหน้ารับเชิงรับรู้แล้วเดินตามหลังไปยังห้องสวดมนต์
ฮูหยินผู้เฒ่าสนทนาธรรมกับนักพรตซือไต้คงงั้นหรือแล้วจะเอาเขาไปฟังด้วยทำไม
เมื่อเข้าไปในห้องสวดมนต์อี้เหิงเข้าไปนั่งใกล้กับฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วเขาเหลือบตามองท่านนักพรตเล็กน้อยนักพรตซือไต้นั่งหลับตาท่านมีใบหน้ากลมหางตาชี้สูงดูเป็คนบริสุทธิ์ไม่ยุ่งกับเื่ทางโลก
จู่ ๆ ท่านนักพรตซือไต้คงกก็ลืมตาขึ้นมามองตรงมาที่ร่างงดงาม
ว๊าก ใหมด ทำไมถึงมองมาที่ตัวเขาได้เล่า หรือท่านนักพรตจะมองร่างจริงของเขาออก อี้เหิงแตกตื่นในใจ
"นางคือหลานสาวที่สีกาเล่าให้อาตมาฟังใช่หรือไม่"
"ใช่เ้าค่ะ" ฮูหยินผู้เฒ่าตอบ
ท่านนักพรตซือไต้คงหลับตาลงอีกครั้งในมือหมุนลูกประคำทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
"เื่ของฟ้าดิน์เป็ผู้กำหนดจิติญญาที่อาศัยอยู่ในร่างของหลานสาวท่าน ก็คือจิตแท้จริงของร่างกายนี้อย่ากังวลนักเลยสีกา อมิตาภพุทธ"
หลังจากเงียบไปนานท่านนักพรตก็พูดประโยคนี้ขึ้นมาสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าดูผ่อนคลายลง สายตามองที่เขาเหมือนจะอ่อนโยนขึ้น
อี้เหิงอยู่ในห้องซึ่งกำลังทำหน้าตาเหลอหลาก่อนหน้านี้ทั้งสองสนธนาเื่อะไรกัน อะไรคือร่างิญญาที่แท้จริงหรือความลับเขาจะแตกเสียแล้ว
"รบกวนท่านนักพรตมามากแล้วข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ"
"อมิตาภพุทธ"นักพรตซือไต้คงตอบกลับมา
จิตแท้จริงของกายนี้งั้นหรือข้าเป็ชายแท้โว้ยย พระเก๊นี่ ฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วท่านโดนหลอกแล้วอี้เหิงได้แต่ะโบอกในใจ
[1] ยามเว่ย เวลา 13.00 – 14.59 น.