มหาศาสตรากู้แผ่นดิน

    ตอนที่ 69 ต่อสู้กับไอ้ลาย

    ตอนที่69 ต่อสู้กับไอ้ลาย

     

    หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันเสร็จแล้วในวันนั้นกล้วยก็ไม่ได้คิดที่จะฝึกซ้อมต่อสู้ใดๆแต่เขาเลือกที่จะอัญเชิญยักษ์วิรุฬกัณฐ์ออกมาอีกครั้งเพื่อทดสอบดูว่ายักษ์วิรุฬกัณฐ์มีความสามารถอย่างไรบ้างและเขาสามารถอัญเชิญยักษ์วิรุฬกัณฐ์ได้นานแค่ไหน......

     

    ซึ่งผลที่ออกมาก็คือยักษ์วิรุฬกัณฐ์นั้นแข็งแกร่งกว่าเขาเป็นอย่างมากเพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่าเขาก็ไม่อาจที่จะทนทานได้แล้วส่วนระยะเวลาในการอัญเชิญยักษ์วิรุฬกัณฐ์นั้นตัวเขาสามารถคงวิญญาณอัญเชิญของยักษ์วิรุฬกัณฐ์ได้หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น.....

     

    แต่ถึงระยะเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงจะดูน้อยทว่าแค่หนึ่งชั่วโมงนี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงการต่อสู้ในบางสถานการณ์ได้แล้วโดยเฉพาะการต่อสู้กับศัตรูที่มีพลังต่ำกว่าหรือเท่ากับยักษ์วิรุฬกัณฐ์ในวินาทีฉุกเฉินที่ศัตรูไม่รู้ตัวซึ่งนั่นจะทำให้กล้วยสามารถพลิกกลับจากเสียเปรียบเป็นชนะได้เลย......

     

    เมื่อทดสอบความสามารถและระยะเวลาในการอัญเชิญยักษ์วิรุฬกัณฐ์ออกมาแล้วกล้วยก็กลับไปพักฟื้นเพื่อกู้คืนพลังชาญของเขาให้กลับคืนดังเดิมซึ่งปกติแล้วคนทั่วๆ ที่อยู่ระดับเดียวกันกับกล้วยในตอนนี้นั้นไปเมื่อเสียพลังจนเกือบหมดพวกเขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันหรือหนึ่งวันครึ่งเลยทีเดียวถึงจะสามารถฟื้นคืนพลังให้กลับมาได้.....

     

    แต่สำหรับกล้วยแล้วเขาสามารถฟื้นคืนพลังของเขากลับมาได้ในระยะเวลาแค่หกชั่วโมงเท่านั้นนั่นก็เพราะว่าความบริสุทธิ์ของพลังชาญที่อยู่ภายในร่างกายของเขามันสามารถดึงเอาพลังของธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัวเข้ามาเติมเต็มพลังที่ขาดหายไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกลั่นกรองและปรับเปลี่ยนให้เขากับตัวเขาเหมือนกับผู้ฝึกตนคนอื่นๆนั่นจึงเป็นสามารถที่ทำให้เขาใช้เวลาน้อยกว่าผู้อื่นในการกู้คืนพลัง......

     

    ลำพังเพียงแค่การเลื่อนระดับพลังอย่างรวดเร็วของเขาก็ทำให้ทุกคนอิจฉาจนตาร้อนได้แล้วถ้าพวกเขารู้ว่ากล้วยสามารถกู้คืนพลังได้อย่างรวดเร็วอีกพวกเขาคงจะสำลักเลือดคำโตออกมาแน่นอน....

     

    ช่วงบ่ายของวัน.......

     

    ตุงตุง ตุง!!

     

    กล้วย!

     

    กล้วยโว้ย!!

     

    แย่แล้วกล้วย!!

     

    แอ๊ดดดดดดด!!

     

    “เกิดอะไรขึ้นไอ้จ๋อ แหกปากร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ได้แล้วเรื่องแย่อันใดกันที่เอ็งพูดถึง?”

     

    กล้วยที่กำลังฟื้นคืนพลังชาญของเขาอยู่ภายในอาศรมรีบเปิดประตูออกมาดูทันทีเมื่อเขาได้ยินเสียงตะโกนอย่างดังและร้อนใจของไอ้จ๋อจากข้างนอกอาศรมก่อนที่เขาจะถามมันด้วยสีหน้าที่จริงจังเพื่อให้รู้ว่าเหตุใดมันจึงมาตะโกนเสียงดังเพื่อรบกวนเขาเช่นนี้.....

     

    “ก็ไอ้ลายน่ะสิ! จู่ๆ วันนี้มันก็มาที่เขตแดนอาศรมและพยายามที่จะพุ่งชนเขตแดนเพื่อทำลายม่านอาคมเข้ามาข้างในนี้ในตอนแรกข้าก็ไม่คิดอันใด แต่พอมันพุ่งชนไปได้ไม่นาน ม่านอาคมก็เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นและดูเหมือนว่าอีกไม่นานมันคงจักต้องแตกออกอย่างแน่นอนข้าถึงได้รีบมาบอกเอ็งนี่ไง! แล้วแบบนี้พวกเราจักเอาเยี่ยงไรต่อดี?”

     

    ไอ้จ๋อรีบบอกสาเหตุที่ทำให้มันดูร้อนใจและเป็นกระวนกระวายให้กล้วยรู้ทันทีซึ่งสาเหตุที่ทำให้มันเป็นเช่นนี้เพราะว่าเสือตัวใหญ่ที่พวกเขาทั้งสองเรียกกันว่าไอ้ลายได้มาสร้างปัญหาขึ้นที่นี่และดูเหมือนว่าการกระทำของมันกำลังจะสำเร็จแล้วด้วย......

     

    หือ?

     

    ไอ้ลายกระนั้นรึ?

     

    กล้วยได้เช่นนั้นเขาก็รู้สึกตกใจไม่น้อยแต่ไม่นานเขาก็สงบลง เพราะลำพังแค่ไอ้ลายตัวเดียวเขาสามารถรับมือกับมันได้แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถกู้คืนพลังที่เสียไปกลับมาได้ทั้งหมดแต่มันก็มากพอที่จะฆ่าเสือร้ายตนนี้แล้ว......

     

    “ไม่ต้องกังวลไปดอก เดี๋ยวข้าจักเป็นคนจัดการไอ้เสือร้ายตนนี้เอง ส่วนเอ็งข้าอยากให้เอ็งไปดูพื้นที่อื่นๆ ด้วย ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เพราะข้าเชื่อว่าแค่ไอ้ลายตัวไม่น่าจักกล้าทำอาจหาญเช่นนี้!”

     

    ตามที่คิดไว้กล้วยเลือกที่จะเป็นคนไปจัดการกับเสือร้ายตนนี้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะไว้ใจและคิดว่าเสือร้ายตัวนี้จะมาสร้างความวุ่นวายให้กับที่นี่แค่ตัวเองอย่างแน่นอนดังนั้น เขาจึงบอกให้ไอ้จ๋อออกไปสำรวจพื้นที่อื่นๆที่ใช้เป็นทางเข้าออกเขตพื้นที่อาศรมด้วย......

     

    ตกลง!

     

    ไอ้จ๋อรีบตอบรับคำขอของกล้วยในทันทีเพราะตัวมันไม่อาจที่จะสู้กับเสือร้ายได้ ดังนั้นแล้วสิ่งที่มันทำได้คงมีเพียงแค่การเป็นหูเป็นตาและสำรวจพื้นที่รอบๆ ก็เท่านั้น......

     

    อีกอย่างไอ้จ๋อ!

     

    “ถ้าเอ็งพบเจอพวกสัตว์ร้ายจริงๆแล้วพวกมันระดับพลังต่ำกว่าหรือที่เอ็งคิดว่าสู้ได้เอ็งก็จัดการตามที่เอ็งต้องการเลยนะ แต่ถ้าสู้ไม่ได้ก็อย่างฝืนละ มิเช่นนั้นหากเอ็งตายไปแล้ว ข้าอาจจะเนื้อของเอ็งมาทำอาหารกินก็ได้นะ!”

     

    ไอ้บ้าเอ้ย!!

     

    “เอ็งนี่มัน.........หึ! ข้ามิมีทางยอมมอบเนื้ออันมีค่าของข้าให้กับเอ็งดอกอย่าได้ฝันไปเลย!!”

     

    ไอ้จ๋อรู้ดีว่าคำพูดของเขาไม่ได้จริงมันแต่มันเป็นเพียงแค่การกระตุ้นให้มันระมัดระวังตัวเองให้มากกว่าปกติที่เคยเป็นซึ่งนั่นทำให้มันรู้สึกดีใจและมีความสุขไม่น้อย แทบความรู้สึกร้อนใจและเป็นกังวลใจก่อนหน้านี้ก็พลันสงบลงไปด้วยทำให้ในตอนนี้มันมีสติและปัญญาครบถ้วน.......

     

    ณนอกเขตพื้นที่อาศรม.......

     

    ตึงตึง ตึง!!

     

    ปัง!!โครมมมมมมม!!

     

    ปัง!โครมมมมมมม!!

    ไอ้ลายพยายามอย่างมากเพื่อที่จะใช้หัวของมันเพื่อชนทำลายม่านอาคมคุ้มกันพื้นที่อาศรมให้แตกกระจายออกเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนมันสัมผัสได้ว่าพลังของม่านอาคมคุ้มกันนี้เบาบางลงกว่าเก่าอย่างมากและเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่มันสัมผัสได้เป็นความจริงหรือไม่ วันนี้มันจึงมาทดสอบดูและผลก็ปรากฏออกมาให้เห็นแล้วว่า พลังของม่านอาคมคุ้มกันนี้เบาบางลงจริงๆเพราะถ้าไม่อย่างนั้นมันคงจะไม่เกิดรอยร้าวขึ้นเช่นนี้.......

     

    ฮ่าฮ่า ฮ่า!

     

    “ในที่สุดข้าก็จักได้ล้างแค้นไอ้เด็กมนุษย์จอมอวดดีกับไอ้ลิงหน้าโง่นั่นเสียที!”

     

    ปัง!โครมมมมมมมมม!!

     

    ฟิ้ววววววววว!!

     

    หือ?!

     

    พลั่ก!!!!

     

    ครืดดดดดดดดดด!!

     

    ทว่าในระหว่างที่ไอ้ลายกำลังจะพูดชนม่านอาคมคุ้มกันอีกครั้งนั้นจู่ๆ ก็มีเงาร่างของมนุษย์พึ่งเข้ามาใส่มันพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรงและแน่นอนว่าด้วยไอ้ลายที่เป็นถึงนักล่าในห่วงโซ่อาหารระดับสูงแล้วมันยังสัมผัสถึงจิตสังหารนี้ได้ แต่ถึงมันจะสัมผัสได้ มันก็ยังไม่สามารถหลบการโจมตีของร่างเงามนุษย์คนนี้ได้อยู่ดีโชคดีที่มันยังพาป้องกันได้บ้างจึงทำให้มันแค่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและถูกผลักให้ถอยหลังกลับไปเพียงราวๆห้าหกก้าวเท่านั้น........

     

    ใคร?!

     

    “ใครมันบังอาจหักหาญลอบโจมตีข้า?!”

     

    ไอ้ลายที่ได้สติกลับมาพยายามที่จะมองหาคนที่ลอบโจมตีมันด้วยแววตาที่โกรธเคืองและโมโหร้ายในทันทีและหากว่าสายตาของมันนี้สามารถฆ่าคนได้ ศัตรูของมันคงตายไปนานแล้ว.......

     

    ฮึ!

     

    “สามารถป้องกันการลอบโจมตีของข้าได้ถึงขนาดนี้เอ็งนี่ไม่ธรรมดาเลยนะไอ้ลายน้อย!”

     

    หือ?

     

    นั่นเอ็ง!

     

    ในขณะนั้นเสียงพูดของใครบางคนก็ดังขึ้นก่อนที่คนๆนั้นจะเผยร่างให้ไอ้ลายได้เห็นอย่างชัดเจนและชัดมากยิ่งขึ้นเพราะทั้งคู่ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบเมตรซึ่งแน่นอนว่าคนที่ลอบโจมตีมันนี้ไม่ใช่ใครไหนเลย แต่เป็นกล้วยนั่นเอง ดังนั้นเมื่อไอ้ลายเขาคนที่ลอบโจมตีมัน มันจึงจำได้ในทันที......

     

    “ดูเหมือนว่าเอ็งจะแข็งแกร่งขึ้นนะไอ้เด็กมนุษย์จอมอวดดี? แต่แค่แข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อย เอ็งอย่าได้ย่ามใจเกินไปนักเลย มิเช่นนั้นคนที่เสียใจจักเป็นเอ็งหนา!”

     

    ไอ้ลายไม่ได้โง่ดังนั้นมันจึงสัมผัสได้ว่ากล้วยแข็งแกร่งขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ที่มันได้พบเจอกับกล้วยและไอ้จ๋อกล้วยไม่ได้ดูแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่ากล้วยจะแข็งแกร่งขึ้นเสือร้ายตนนี้ก็ไม่คิดว่ากล้วยจะแข็งแกร่งยิ่งไปกว่ามันที่สัตว์ร้ายระดับนักรบชั้นนายพันขั้นต้นช่วงปลาย........

     

    แต่ไอ้ลายไม่ได้รู้เลยว่าการลอบโจมตีของกล้วยเมื่อครู่นี้นั้นกล้วยใช้พลังออกไปเพียงแต่เจ็ดส่วนสิบเท่านั้นเขายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของเขาเลยเพราะกล้วยอยากที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของไอ้ลายกับตัวเขา ดังนั้นเขาจึงต้องลองหยั่งเชิงมันก่อนและผลที่ออกมามันก็ทำให้กล้วยแอบยิ้มเยาะอยู่ภายในใจของเขาอย่างมีความสุขเมื่อรู้ว่าพลังเจ็ดส่วนของเขาสามารถทำได้เช่นนี้......

     

    “แล้วเยี่ยงใด? ถึงแม้ว่าข้าจักมีพลังเพียงเท่านี้แต่เอ็งก็อย่าได้คิดว่าจักเอาชนะข้าได้ง่ายๆ ดอกหนาหากเอ็งคิดว่าข้าจักเป็นเพียงแค่ไก่ในเล้ารอให้เอ็งไปกินละก็มันจักเป็นเอ็งนั่นแหละที่จักสูญเสียและถูกข้าผู้นี้สังหาร ไอ้ลายน้อย!”

     

    กล้วยในตอนนี้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วดังนั้นเขาจึงยิ่งดูสงบมากยิ่งขึ้นในระหว่างที่พูดตอบกลับไอ้ลายไป และที่สำคัญเลยในระหว่างที่เขากำลังพูดกับไอ้ลายอยู่นั้นเขาได้แอบท่องคาถาวิชามนต์อาคมบางคาถาไปด้วยในใจ......

     

    ฮึ!

     

    “ช่างเป็นมนุษย์ที่ปากกล้าและโอ้อวดยิ่งนักเอ็งรู้ไหมว่ามีมนุษย์อวดดีเช่นเอ็งมากมายแค่ไหนแล้วที่ต้องมาตายตกด้วยน้ำมือของข้า?มันนับไม่ได้เลยละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!และวันนี้เอ็งก็จะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย........ตายซะ!”

     

    โฮกกกกกกกกก!!

     

    การโจมตีของพวกสัตว์ร้ายนั้นตายตัวเป็นอย่างมากมันไม่เหมือนกับมนุษย์หรือพวกยักษ์ที่ยืนสองข้าและมีสองแขนหรือเผ่าพันธุ์อื่นที่มีร่างกายคล้ายๆกันเพราะพวกเขาสามารถใช้ทักษะวิชาการต่อสู้จำเพาะผสมกับอาวุธคู่กายของพวกเขาได้ดังนั้น การโจมตีจึงมีหลากหลายรู้แบบ ส่วนพวกสัตว์ร้ายนั้นพวกมันจะโจมตีตามลักษณ์ทางสายพันธุ์ของพวกมัน อย่างเช่นตระกูลเสือสิงห์หรือสัตว์สี่เท้าที่มีกรงเล็บอันแหลมคมพวกมันจะใช้กรงเล็บของพวกมันในการโจมตีซึ่งไอ้ลายที่อยู่ต่อหน้ากล้วยนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน.......

     

    พึ่บ!!

     

    ตู้มมมมมมมมมม!!

     

    แม้การโจมตีของพวกมันจะตายตัวและเป็นรูปแบบที่ซ้ำๆกัน ทว่าพละกำลังและความว่องไวในการโจมตีของพวกมันกลับสูงกว่าเผ่าพันธุ์ไหนๆและยิ่งสัตว์ร้ายพวกนี้มีระดับพลังสูงมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่พวกมันก็ยิ่งทรงพลังและว่องไวมากขึ้นเท่านั้น เว้นแต่พวกที่มีร่างกายใหญ่โตอย่างพวกช้างหรืออื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน พวกมันจะมีความเร็วที่ลดลงแต่พลังโจมตีเพิ่มมากขึ้น.......

     

    แต่ถึงการโจมตีของไอ้ลายจะรุนแรงและรวดเร็วเพียงใดกรงเล็บของมันก็ไม่อาจที่จะเตะเนื้อต้องตัวของกล้วยได้แม้แต่นิดเดียวนอกจากพื้นดินกับก้อนหินแล้ว สิ่งที่มันสัมผัสได้ก็มีเพียงแต่ความว่างเปล่าของอากาศธาตุเท่านั้นเพราะในเวลาที่มันพุ่งเข้ามาโจมตีกล้วยกล้วยก็ได้กระโดดสูงขึ้นและอ้อมไปอยู่ข้างหลังของมันเรียบร้อยแล้วและนอกจากกระโดดหลบแล้วกล้วยยังได้ทิ้งรอยแผลยาวไว้ที่หลังของมันไอ้ลายด้วยเช่นกัน.......

     

    โฮกกกกกกกกก!!!

     

    เสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวดดังขึ้นเมื่อไอ้ลายรู้สึกตัวว่าถูกกล้วยโจมตีที่หลังจนเกินเป็นรอยแผลยาวขึ้นแม้ว่าแผนที่เกิดขึ้นนี้จะไม่ได้ลึกมากนักแต่มันก็ทำให้ไอ้ลายเจ็บปวดได้ไม่น้อยเลย......

     

    ไอ้บัดซบ!

     

    “วันนี้ไม่เอ็งก็ข้าที่จักต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!!”

     

    โฮกกกกกกกกก!!

     

    ไอ้ลายกลายเป็นโกรธจัดแล้วในนี้และเพราะอารมณ์โกรธที่พึ่งสูงขึ้นของมัน สติปัญญาและการตัดสินใจของมันก็ลดน้อยลงนอกจากฆ่าและก็แก้แค้นแล้ว ในหัวของมันไม่มีสิ่งอื่นเลยและเพื่อให้ตัวเองสมดังหวังที่คิดเอาไว้ ไอ้ลายจึงไม่รอช้าที่จะระดมโจมตีใส่กล้วยด้วยกรงเล็บจากเท้าหน้าทั้งสองข้างของมันสลับกันไปมาอย่างเป็นจังหวะ.......

     

    ฮึ!

     

    “ในเมื่อเอ็งไม่มีสติและกลายเป็นสัตว์ร้ายที่แท้จริงแล้ว เช่นนั้นเอ็งก็อย่าได้ถือโทษโกรธข้าเลยก็แล้วกันที่ต้องสังหารเอ็งเสียตรงนี้!”

     

    เมื่อกล้วยเห็นว่าไอ้ลายไม่สามารถคงสติได้อีกต่อไปและกลายเป็นสัตว์ร้ายอันป่าเถื่อนที่สู้โดยใช้เพียงสัญชาตญาณดิบเพียงเท่านั้นเขาก็ไม่คิดที่จะปล่อยมันเอาไว้อีกต่อไป และเพื่อที่จะจบการต่อสู้นี้ลงกล้วยจึงได้ชักเอาดาบคู่ที่อยู่ข้างหลังของเขาออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมไว้ก่อนที่จะใช้กระบวนท่าทักษะการต่อสู้ด้วยดาบคู่ออกไป.......

     

    [ทักษะเพลงดาบคู่คชสาร]

     

    [กระบวนท่าที่หนึ่งประสานงาช้าง]

     

    แป๊น!!!

     

    เมื่อทักษะถูกใช้ออกมาก็พลันเกิดเป็นร่างของคชสารตัวใหญ่ขึ้นที่ด้านหลังของกล้วยซึ่งคชสารตัวนี้ได้ส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างดังในช่วงที่กล้วยแทงดาบคู่ออกไปทำให้การโจมตีครั้งนี้ของกล้วยดูน่าเกรงขามและทรงพลังมากยิ่งขึ้นด้วย......

     

    ฟิ้วววววววววว!!

     

    ฉึก!ฉึก!!

     

    โฮกกกกกกกกกกกกก!!!