ราตรีที่ดวงจันทร์มืดมิดไร้แสง ยามค่ำคืนดึกดื่นที่ผู้คนในจวนแห่งนี้ล้วนจมอยู่ในห้วงนิทรานอน สองร่างเคียงหมอนอยู่บนเตียงไม้สี่เหลี่ยมภายในเรือนนอนโดยต่างฝ่ายต่างไม่รับรู้การมีอยู่ของอีกคนแต่อย่างใด
เป็เช่นนี้อยู่นานหลายคืน จนกระทั่งบุรุษเ้าของเรือนคล้ายเคลือบแคลงในร่องรอยความอุ่นร้อนข้างกายที่หลงเหลือในยามรุ่งสาง
“นายท่าน วันนี้จะเข้าวังหรือไม่ขอรับ”
ชายวัยกลางคนที่เป็พ่อบ้านของจวนเซิ่งแห่งนี้ได้เข้ามาเรียกขานผู้เป็นาย ครั้นเลยเข้ายามเฉิน [1]แล้ว หากยังคงไร้วี่แววการตื่น
“อืม” ร่างสูงส่งเสียงเล็กน้อย คล้ายเป็สัญญาณให้พ่อบ้านเข้ามาภายในได้
เฉินเฉี่ยวเปิดประตูเข้ามาด้านในเรือนจัดเตรียมทุกอย่างเช่นเคย ร่างสูงที่บนกายยังคงสวมสุ่ยผาว[2]สีขาวปรายมองยังพื้นที่ว่างข้างกายจวบจนั์ตาเข้มครึมลง
ผู้ใดกันที่อุ่นเตียง
ครั้นพ่อบ้านจัดเตรียมทุกอย่างในเรือนเสร็จสิ้นก็ได้ออกไปตามด้วยสาวใช้ เซิ่งเหยี่ยนย่างเท้าลงจากเตียงล้างตาล้างตาเปลี่ยนเป็ชุดเฉาฝู[3]เข้าวัง
อีกด้านของบ้านหลังเล็ก ชิงเฟยเองก็ตื่นแล้วเช่นกันเพียงทว่าทุกค่ำคืนเธอมักจะหลับสนิทและอิ่มเอมถึงขั้นเพลินจนเลยเวลาไปบ้างเข้า่สายของวัน หากโชคดีที่วันนี้เธอไม่ได้มีธุระนอกบ้าน นอกจากการเขียนบทความส่งให้ทางบริษัทเท่านั้น
ภายหลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย ชิงเฟยที่ยังคงใส่ชุดนอนก็ได้มานั่งตรงหน้าโต๊ะทำงาน แว่นตาสีเหลี่ยมในกล่องถูกสวมบนใบหน้ามนหากก็ไม่สามารถบดบังประกายฉ่ำวาวของแววตา ผมสลวยตรงถูกมัดขึ้นเป็มวยปม้าอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอกวาดมองยังหน้าจอ มือเรียวเริ่มเคาะแป้นพิมพ์เป็ตัวอักษร
เวลาผ่านไปจนกระทั่งบ่ายแก่ๆ หญิงสาวยังคงอยู่หน้าจอไม่ไปไหน มีเพียงถ้วยบะหมี่ที่เพิ่มเติมเข้ามา ตะเกียบในมือของเธอกำลังขยับคีบเส้นเข้าปาก อีกด้านสายตาก็กำลังกวาดมองตัวหนังสือที่พิมพ์ลงไป
“อืม เป็ใช่ได้” เธอเอ่ยอย่างพึงพอใจ เมื่อการตรวจตราครั้งสุดท้ายเป็ไปด้วยดี บ่งบอกว่าทุกอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน เอกสารก็ได้ถูกส่งไปยังเมล์ในทันทีเหมาะเจาะกับความว่างเปล่าของถ้วยบะหมี่ในมือเธอ
หน้าจอถูกปิดลง ชิงเฟยรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานไม่น้อย แม้จะไม่ใช่การใช้กำลังของร่างกาย หากการทำงานที่ต้องใช้กำลังสมองและการโฟกัสของสายตาก็กินพลังงานร่างกายของเธอไปมากเหลือเกิน
“อ๊า เหนื่อยจังแห่ะ ตาพร่าๆ หลับสักงีบก็แล้วกัน” ชิงเฟยถอดแว่นวางไว้ที่เดิมก่อนที่จะเดินตรงไปยังเตียงนอนและทิ้งดิ่งตัวลง
เข็มของนาฬิกาเดินวนไปช้าๆ พร้อมด้วยเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของหญิงสาวที่อยู่บนเตียง เสียงของนาฬิกาเดินเข็มยาวชี้ครบรอบ แสงตะวันภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ค่อยๆ เลือนหายจนลับตาเฉกเช่นเดียวกับร่างที่พลันเลือนลางไปจากสายตา
เรือนหยกนิลของจวนเสนาบดีมีแขกมาเยือนอีกครั้งในค่ำคืนนี้ เพียงเวลานี้มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากทุกครา ครั้นผู้เป็เ้าของเรือนที่ควรจะหลับไหลกลับกำลังพลิกหน้าหนังสือในมือด้วยท่าทีนิ่งสงบราวกับเฝ้ารอสิ่งใด ั์ตาดุจน้ำหมึกฝนมองไปยังเตียงของตนเป็บางครั้งครา กระทั่งร่างของหญิงสาวที่เลือนหายจากอีกด้านของกาลเวลาได้ปรากฎยังเตียงนอนอีกฝากฝั่ง
แววตาเข้มของเซิ่งเหยี่ยนมองการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยความเงียบสงบ ไร้ริ้วคลื่นความตื่นตระหนกใดแสดงให้เห็น แม้จะเป็ภาพที่ควรตื่นใแก่คนทั่วไป หากเขากลับยังคงท่าทีสงบนิ่งดุจเครื่องปั้น
หนังสือในมือใหญ่ถูกปิดลงอย่างเบามือ เขาย่างก้าวตรงมายังเตียงที่มีร่างของหญิงสาวแปลกหน้าปรากฎ ก่อนล้มตัวลงนอนเพื่อัักระแสความอุ่นร้อนอันคุ้นเคยข้างกาย
ดวงตาเรียวคมภายใต้คิ้วดาบมีระลอกคลื่นเบาบาง เป็เ้าเองสินะ
เปลือกตาของเขาปิดลงเข้าสู่ห้วงนิทรา
[1] ยามเฉิน ( 辰:chén ) คือ 07.00 – 08.59 น.
[2]睡袍 ( Shuì páo ) ชุดนอน
[3]朝服 ชุดขุนนาง