บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 18 อาจารย์นักเขียนยันต์

            เมื่อราตรีเริ่มย่างกรายเข้ามาเยือนแสงจันทร์เฉิดฉายกระจ่างตา สรรพสิ่งถูกปกคลุมอยู่ใต้ม่านแสงจันทรา


            ในสนามฝึก

            เนี่ยหลีเดินตรงไปยังสถานที่ที่เคยพบเซียวหนิงเอ๋อร์ครั้งก่อนมองจากที่ไกลๆ ภายใต้แสงจันทร์แม่นางน้อยผู้หนึ่งสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายบางเบากำลังยืนสงบนิ่งอยู่วันนี้ดูเหมือนนางบรรจงแต่งตัว เรือนผมดำขลับปล่อยไล่ละลงมาราวม่านน้ำตก ด้านบนประดับด้วยแถบผ้าสีเงินใบหน้าขาวผ่องงดงามยิ่ง สองคิ้วเรียวยาวดังภาพวาด งดงามเรียบร้อยยิ่ง ราวกับมิใช่ความเป็นจริงแม้แต่น้อย

            ช่างสมกับเป็นโฉมงามคู่เยี่ยจื่ออวิ๋นเสียจริง

            “ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว?” สายตาของเซียวหนิงเอ๋อร์จรดอยู่ที่เนี่ยหลี

            “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ” เนี่ยหลียิ้มเล็กน้อย“ไม่ว่าจะยุ่งสักเพียงใดก็ต้องมารักษาอาการป่วยของเจ้าก่อน”

            “ข้าขอบใจเจ้ายิ่งนัก” เซียวหนิงเอ๋อร์ก้มหน้ากระซิบ ในใจเต็มไปด้วยความยินดี

            เนี่ยหลีก้มมองเซียวหนิงเอ๋อร์ ชุดที่เซียวหนิงเอ๋อร์สวมใส่วันนี้ชวนมองยิ่งกว่าเดิม กระโปรงไหมสีขาวช่วยเสริมส่งโครงร่างยวนตายิ่งนักทรวงอกอวบอูมเล็กน้อย ชุดยาวคลุมจากหน้าอกลงไปถึงเข่า เพราะความขยันฝึกตน ท่อนขาเรียวยาวจึงกระชับเต็มไปด้วยความยืดหยุ่น

            “วันนี้น่าจะดีขึ้นแล้ว” เนี่ยหลีประคองเท้าของเซียวหนิงเอ๋อร์ ข้อเท้างดงามของนางงามราวกับหยกหิมะ มือที่กุมสัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นงดงาม บริเวณรอยจ้ำสีจางลงไปบ้างแล้ว

            “อืม ใช่แล้ว” เซียวหนิงเอ๋อร์ผงกศีรษะ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณหลังจากที่ได้รับการนวดจากเนี่ยหลี หลายคืนมานี้นางหลับฝันดีเป็นพิเศษ ไม่ทรมานเหมือนแต่ก่อน

            แม้นางเคยถูกนวดมาแล้วครั้งหนึ่งแต่เมื่อเท้าของนางถูกกุมอยู่ในฝ่ามือของเนี่ยหลีอยู่ขณะนี้ ยังอดรู้สึกขวยเขินมิได้

            ขณะช่วยนวดให้เซียวหนิงเอ๋อร์ ปากก็พูดว่า “ข้าอยากจะขอร้องเจ้าอย่างหนึ่ง ไม่ทราบว่าเจ้าจะช่วยข้าได้หรือไม่?”

            “ไม่ว่าเรื่องอะไร หากข้าทำได้ ข้าก็ยินดี” ดวงตาของเซียวหนิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยความจริงใจ

            “ข้ามีเงินอยู่หนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูร ข้าอยากให้เจ้าช่วยส่งคนออกไปยังร้านสมุนไพรต่างๆช่วยข้าซื้อหญ้าจื่อหลัน” เนี่ยหลีเปิดปากพูด

            “หญ้าจื่อหลันรึ?” เซียวหนิงเอ๋อร์ค่อนข้างแปลกใจจึงเอ่ยถาม “เจ้าจะเอาหญ้าจื่อหลันไปทำสิ่งใด?”หญ้าจื่อหลันเป็นหญ้าที่มีราคาถูกอย่างยิ่ง ปกติใช้รมควันไล่ยุง เมื่อนำมันไปตากแดดจากนั้นเผามันเหมือนเผาฟืน ควันที่เกิดขึ้นสามารถไล่แมลงต่างๆ ได้

            หญ้าจื่อหลันมีอยู่มากมายและราคาถูกยิ่ง เงินหนึ่งเหรียญจิตอสูรก็สามารถซื้อได้เป็นกระบุงแล้วทุกๆ ปี ทุกบ้านในเมืองกวงฮุยไม่ทราบเผามันไปเท่าไหร่

            นอกจากควันของมัน หญ้าจื่อหลันก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อื่นใดอีกเนี่ยหลีอยู่ดีๆ ยอมจ่ายเงินถึงหนึ่งเหรียญจิตอสูรเพื่อซื้อหญ้าจื่อหลันจำนวนมากมายเจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?

            “ข้ามีวิธีที่จะใช้มันมากมาย”เนี่ยหลีพูด เหตุผลที่เขาต้องการให้เซียวหนิงเอ๋อร์ช่วย ก็เพราะว่าหากให้เซียวหนิงเอ๋อร์ออกหน้าจัดการจะไม่เป็นที่จับตามองมากเกินไป เนี่ยหลีเวลานี้ถูกจับตามอง ดังนั้นจึงควรเก็บเนื้อเก็บตัวบ้าง

            “เจ้าต้องการหญ้าจื่อหลันเท่าไหร่รึ?”

            “ยิ่งมากยิ่งดี ในตลาดมีอยู่เท่าไหร่ข้าก็ต้องการเท่านั้น” เนี่ยหลีพูด

            เซียวหนิงเอ๋อร์ไม่เข้าใจจริงๆ หญ้าจื่อหลันจะเอาไปใช้ทำสิ่งใดได้?

            “เรื่องพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเองข้าจะช่วยเจ้าจ่ายก่อน หนึ่งหมื่นเหรียญจิตอสูรสำหรับข้าไม่นับว่าไม่มากสักเท่าไหร่!”เซียวหนิงเอ๋อร์พูด แม้ขณะนี้ฐานะครอบครัวของเซียวหนิงเอ๋อร์ถือว่าตกต่ำลงแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังเป็นหนึ่งในครอบครัวมีอันจะกิน เซียวหนิงเอ๋อร์เป็นสายเลือดโดยตรงในครอบครัวพรสวรรค์ก็โดดเด่นยิ่ง แต่เล็กจนโตไม่ขาดเงินทอง ปกตินางก็ไม่ได้ใช้จ่ายอะไรมาก ดังนั้นจึงมีเงินเก็บอยู่มากรวมแล้วร่วมแสนเหรียญจิตอสูร

            เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้า“ก็ได้ เจ้าซื้อให้ข้าก่อน ยิ่งมากยิ่งดี ช่วยข้าจ่ายก่อน เมื่อข้าได้ราคาเป็นสองเท่าจะรีบใช้คืนให้เจ้า”

            “มิจำเป็นดอก เงินเล็กน้อยแค่นี้ไม่นับว่าหนักหนามาก”เซียวหนิงเอ๋อร์รีบพูดว่านางยินดีที่จะช่วยเนี่ยหลี ไม่ว่าอย่างไร ความกรุณาของเนี่ยหลีที่มีต่อนางนับว่ามากมายเกินไปนางไม่ทราบว่าจะตอบแทนอย่างไร เงินเหรียญจิตอสูรจำนวนน้อยนิดถือว่าไม่สลักสำคัญอันใด

            หลังจากนวดเท้าของเซียวหนิงเอ๋อร์เสร็จสิ้นลงสองแก้มของเซียวหนิงเอ๋อร์ก็ยิ่งแดงระเรื่อ ทั้งที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน นางก็ยังขัดเขินกับจุดที่น่าลำบากใจนั้นนางก้มศีรษะลงปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด วันนี้เซียวหนิงเอ๋อร์พันตัวด้วยแถบผ้าสีชมพูซึ่งยิ่งช่วยขับเน้นเสน่ห์และความดึงดูดใจกว่าเดิมส่วนที่อวบอูมออกมาน้อยๆ กับผิวขาวผ่องงดงามมองเห็นอยู่รางๆ

            สีชมพูยั่วยวนยิ่งดึงดูดใจกว่าเดิม เผยให้เห็นร่องลึกบางส่วนเนี่ยหลีจึงรีบเลื่อนสายตาออกไป จดจ่ออยู่กับการช่วยเซียวหนิงเอ๋อร์นวดรอยจ้ำ

            “เมื่อกลับไปแล้วเจ้าได้กินยาตามที่ข้าบอกหรือไม่?”เนี่ยหลีเอ่ยถาม ใช้สองมือนวดคลึงรอบบริเวณที่เป็นรอยจ้ำอย่างเบามือดังนั้นรอยจ้ำจึงค่อยๆ กระจายตัว บางครั้งก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มยวนใจนั้น

            “อืม” ใบหน้าของเซียวหนิงเอ๋อร์แดงจัด เปี่ยมเสน่ห์ชวนมองยิ่งนางครุ่นคิดถึงหนก่อนที่เนี่ยหลีช่วยนางปรับปรุงเคล็ดวิชายุทธ์ จึงกล่าวขึ้นอย่างจริงจัง“เนี่ยหลี ตั้งแต่ข้าฝึกพลังปราณตามวิธีที่เจ้าช่วยแก้ไขให้ ข้ารู้สึกว่าพลังวิญญาณก้าวหน้าขึ้นเป็นอันมากข้าคิดว่าเจ้าเป็นจอมอัจฉริยะที่แท้จริง แม้ทุกคนยังไม่รู้ถึงอัจฉริยภาพในตัวเจ้า แต่สักวันหนึ่งเมื่อเจ้าเปิดเผยความจริงออกมา เจ้าจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน!”

            เซียวหนิงเอ๋อร์จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของเนี่ยหลีแล้วก็เริ่มหลงใหลลึกลงไปในหัวใจของนางแฝงความรู้สึกเศร้าและเหงาหงอย เพราะเมื่อถึงวันที่เนี่ยหลีเปล่งประกายนางคงไม่สามารถยืนอยู่ข้างกายเขาได้อีก ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ เซียวหนิงเอ๋อร์จึงพยายามฝึกยุทธ์อย่างหนักในหลายวันที่ผ่านมา

            ได้ยินคำพูดของเซียวหนิงเอ๋อร์ เนี่ยหลียิ้มบาง เขารู้ดีว่าเซียวหนิงเอ๋อร์กำลังปลุกปลอบให้กำลังใจเขา หลังจากเกิดใหม่หัวใจเนี่ยหลีก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เขาไม่สงสัยว่าวันหนึ่งข้างหน้าเขาจะได้ยืนอยู่บนยอดเขาสิ่งที่เขาต้องการเป็น แข็งแกร่งกว่าสิ่งที่เซียวหนิงเอ๋อร์และคนอื่นจะจินตนาการถึงได้!

            แต่ไม่ว่าอย่างไรเนี่ยหลีรู้สึกขอบคุณความห่วงใยของเซียวหนิงเอ๋อร์

            ตระกูลเสินเซิ่ง

            ห้องโถงของผู้อาวุโสผู้ดูแลตระกูล

            เสิ่นหมิงผู้อาวุโสผู้ดูแลตระกูลเสินเซิ่งเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินผู้หนึ่ง แม้ฝีมือมิได้แข็งแกร่งนักเขาก็ยังคงมีฐานะอยู่ในตระกูลเสินเซิ่งได้เพราะเขาเป็นคนที่มีความสามารถในการจัดการดูแลครอบครัว

            เมื่อได้ยินรายงานเสิ่นหมิงมีสีหน้าโกรธจัด

            “นักเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นผู้หนึ่งกลับกล้าท้าทายตระกูลเสินเซิ่งของข้า!”เสิ่นหมิงระเบิดสีหน้าโหดเหี้ยม การเปิดโปงเรื่องยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงของเนี่ยหลีก่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบจากหลายตระกูลหลักเพื่อที่จะกำจัดความรู้สึกด้านลบเหล่านั้น เสิ่นหมิงต้องใช้วิธีการมากมาย ส่งคนออกไปยังครอบครัวชั้นสูงต่างๆเหล่านั้นเพื่ออธิบายความจริง

            เรื่องนี้มีผลกระทบต่อรากฐานและผลประโยชน์ของตระกูลเสินเซิ่งทว่าตระกูลเสินเซิ่งกลับไม่อาจเล่นงานเนี่ยหลีได้เพราะพวกเขาได้ยินมาว่าผู้มีอำนาจท่านหนึ่งมีความสนใจในตัวเนี่ยหลี

            ไม่กี่วันต่อมา ข่าวอีกเรื่องหนึ่งก็ถูกส่งมาถึงเนี่ยหลีเอาชนะเสิ่นเยวี่ย สายเลือดตรงของตระกูลเสินเซิ่งได้

            “อีกไม่นานคุณชายน้อยเสิ่นเยวี่ยก็จะเลื่อนขึ้นเป็นนักสู้ระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้วมิใช่หรือ?เหตุใดจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเนี่ยหลีได้?” เสิ่นหมิงสงสัยจ้องมองลูกน้องของตนด้วยสายตาเย็นชา

            ชายผู้นั้นรู้สึกได้ถึงสายตาเย็นชาของเสิ่นหมิงเนื้อตัวหนาวสั่นขึ้นมาทันที เขาพูดว่า “ข้าน้อยก็ไม่แน่ใจนักคุณชายน้อยเสิ่นเยวี่ยเล่าว่าพลังกายและพลังวิญญาณของเขาสูงกว่าเนี่ยหลี ไม่ทราบเนี่ยหลีใช้เวทมนตร์อะไรจึงเอาชนะคุณชายน้อยเสิ่นเยวี่ยได้”

            ได้ยินคำพูดจากชายผู้นั้น เสิ่นหมิงใบหน้าบูดบึ้งเวทมนตร์อะไรกัน เสิ่นเยวี่ยคงมีฝีมืออ่อนด้อย พอพ่ายแพ้ก็หาเหตุผลข้ออ้างให้กับตนนักเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นผู้หนึ่งจะแข็งแกร่งได้ถึงแค่ไหนกันเชียว? เกรงว่าจะไม่ถึงระดับทองแดงหนึ่งดาวด้วยซ้ำไป

            “ท่านผู้ดูแล ท่านจะรายงานเรื่องนี้ให้ท่านประมุขทราบหรือไม่?”

            “ไม่ เรื่องนี้ไม่อาจรายงานท่านประมุขได้ท่านประมุขกำลังเก็บตัวเพื่อทะลวงด่านขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนาน หากมิใช่เรื่องเป็นตายของครอบครัวท่านประมุขก็มิจำเป็นต้องรู้” ในความคิดของเสิ่นหมิง เนี่ยหลีไม่อาจเป็นภัยต่อตระกูลเสินเซิ่งได้“เจ้าสืบมาหรือยังว่าเนี่ยหลีเป็นคนของตระกูลใด?”

            “ขอรับ ท่านผู้ดูแล พวกเราตรวจพบแล้วเป็นตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน!”

            “ตระกูลตราสวรรค์เทียนเหินอย่างนั้นรึ?หึๆ ครอบครัวขุนนางธรรมดาครอบครัวหนึ่งกลับกล้าท้าทายพวกเราซึ่งเป็นตระกูลหลักอย่างนั้นรึ?เจ้าเด็กจองหองผู้นี้อาจจะบังเอิญไปสะดุดเจอที่มาของยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงและอดไม่ไหวที่จะอวดเบ่งออกมา”เสิ่นหมิงคิด เป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลเสินเซิ่งจะเห็นตระกูลขุนนางเล็กๆอยู่ในสายตา หากเขาส่งใครสักคนไปจัดการตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน ตระกูลอื่นๆ ก็จะต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอนและถึงเวลานั้น ตระกูลเสินเซิ่งก็จะต้องถูกมองว่าใจแคบ “ให้คุณชายน้อยเสิ่นเฟยไปสั่งสอนเนี่ยหลีผู้นี้ยังจะดีกว่าหากพวกเด็กหนุ่มมีเรื่องต่อสู้กันในโรงเรียน เช่นนั้นย่อมสมเหตุสมผลพอให้เข้าใจได้!”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลูกน้องของเสิ่นหมิงก็พลันเข้าใจความหมายในคำพูดนี้เสิ่นเฟยเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินหนึ่งดาวแล้ว พลังของเขายิ่งกว่าเพียงพอที่จะจัดการเนี่ยหลีได้ความหมายของเสิ่นหมิงก็คือให้คุณชายน้อยเสิ่นเฟยจัดการเนี่ยหลีในโรงเรียน

            คิดอีกที เสิ่นหมิงทอดถอนใจอีกครา “ข่าวลือเรื่องนี้ยังไม่จางหายไป รอดูกันไปก่อน จนกว่าข่าวคราวจะเงียบหายไปค่อยให้คุณชายเสิ่นเฟยลงมือ!” ในฐานะผู้ดูแลตระกูลเสินเซิ่ง เขาต้องรับมือให้เหมาะสมไม่อาจปล่อยให้ผู้คนนินทาได้

            “ขอรับ!”

            ภายในจวนเจ้าเมือง ในห้องของเยี่ยจื่ออวิ๋นห้องที่ตกแต่งเอาไว้อย่างประณีตงดงาม

            ที่หน้าโต๊ะตัวหนึ่ง เยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังศึกษาอะไรบางอย่างบางครั้งนางก็หยุดชะงัก สองคิ้วขมวดมุ่นครุ่นคิด นางพยายามค้นคว้าที่มาของยันต์ลมเหมันต์สลาตันที่เนี่ยหลีเขียนให้จากหนังสือโบราณต่างๆแต่ก็ล้มเหลว

            เนี่ยหลีไปหายันต์ชุดนี้มาจากที่ใดกัน?

            สักครู่หนึ่ง สตรีรูปโฉมงดงามผู้หนึ่งสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเดินเข้ามา

            “คุณหนู ท่านเรียกหาข้าไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใด?”สตรีรูปโฉมงดงามผู้นั้นยิ้มแย้มถ่อมตน

            “ท่านป้าเซวีย ท่านเป็นอาจารย์ด้านการเขียนยันต์ผู้หนึ่ง ท่านรู้ที่มาของยันต์ลมหิมะสลาตันนี้หรือไม่?”เยี่ยจื่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นถามฮูหยินโฉมงาม

            สายตาของเซวียยินจรดอยู่ที่กระดาษตรงหน้าเยี่ยจื่ออวิ๋นดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจและเอ่ยถาม “คุณหนูท่านได้ยันต์นี้มาจากที่ใด เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นมาก่อน?”

            “แม้แต่ท่านป้าเซวียก็ยังไม่เคยเห็นยันต์ชุดนี้มาก่อนหรือ?”เยื่ยจื่ออวิ๋นตกตะลึงไปชั่วครู่ เซวียยินเป็นอาจารย์นักเขียนยันต์ผู้หนึ่ง!แม้กระทั่งนางก็ยังไม่เคยเห็น หรือว่าเนี่ยหลีจะเขียนมั่วๆ มาอย่างนั้นหรือ?

            “ดูเหมือนกับยันต์ลมเหมันต์สลาตัน แต่ทว่าในเวลาเดียวกันก็มิใช่ ดูเหมือนมีความแข็งแกร่งกว่ายันต์ลมเหมันต์สลาตันมาก”เซวียยินวาดมือลงบนรูปยันต์ แล้วกล่าวว่า “ลายเส้นได้ส่วนเหล่านี้ไม่แน่ใจว่าเป็นผลงานของอาจารย์ท่านไหน เซวียยินน้อมรับความพ่ายแพ้ หรือว่าคุณหนูได้พบอาจารย์นักเขียนยันต์ท่านหนึ่งหรือ?”

            เนี่ยหลีเป็นอาจารย์นักเขียนยันต์หรือ? นี่เป็นไปไม่ได้? เนี่ยหลีอายุเท่าไหร่กันเชียว?แต่เมื่อคิดถึงท่าทางตอนเนี่ยหลียกพู่กันขึ้นมาตวัดวาดภาพยันต์ภายในไม่กี่ลายพู่กันในใจของเยี่ยจื่ออวิ๋นก็ยิ่งสับสน!

            ----------------------------------

    *ฮูหยิน หมายถึงสตรีที่แต่งงานแล้ว