ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่288 ภูเขาน้ำแข็ง

“คุณหญิง เรื่องนี้ไม่สามารถล้อเล่นได้นะครับ ใครก็รู้ว่าผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งห้างเซ็นตร้าคือใคร แล้วจะเป็นคุณเจมส์ นักธุรกิจหน้าใหม่ไปได้ยังไงล่ะ” โชครู้จักตัวตนของคุณหญิงดี เขาเคยเจอหล่อนตามงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ บวกกับฐานะของตน จึงเข้าหาเธอได้ง่าย

แต่กระนั้นผู้หญิงสวยคนนี้กลับมองข้ามเขา ไม่เหลียวแล โชคจึงได้ภรรยาเป็นคนอื่นไม่ใช่หญิง

“นั่นสิครับคุณหญิง ล้อเล่นไม่ดีเลยนะครับ” ฉัตรชัยมาถึงตอนนี้ก็รู้ว่าท่าไม่ดีแล้ว แต่เขาไม่สามารถถอยกลับได้ มีเพียงต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อชนกับเจมส์

“ล้อเล่น...ให้ตายสิคะ ในฐานะผู้ถือหุ้นฉันจะล้อเล่นได้ยังไง อีกอย่างนี่ไม่ใช่เด็กเล่นขายของ ฉันเป็นนักธุรกิจที่เล็งเห็นผลกำไรจะมาพูดจาล้อเล่นส่งผลเสียต่อตัวเองได้ยังไง เพราะฉะนั้นหากยังโง่ไม่รู้อะไรเลย ก็ควรรีบติดต่อหาคนรู้จัก ถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภายใน ไม่ใช่มาขึ้นเสียงเหมือนกับคนไร้การศึกษา!” หญิงพูดเข้าตรงจุด ไม่มีคำว่าอ้อมค้อม และใช่เธอทำให้พวกเขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาผู้ถือหุ้นที่สนิทกัน

ไม่นานหลังจากนั้น ใบหน้าของโชคและคณะถึงกับซีดเผือด มองเจมส์ราวกับเห็นผี

“เป็นไงคะ ดูจากสายตาคงรู้แล้วสิว่าไม่เป็นอย่างที่ตัวเองคิด” หญิงเผยอยิ้มมุมปาก

พวกที่คิดว่าตัวเองสูงส่งก็มีวันนี้เหมือนกัน หน้าแตก อับอายขายหน้าต่อธารกำนัล หึหึ...ต่อหน้าคุณเจมส์นี่ไม่ต่างจากตลกคาเฟ่

ภายใต้การจัดการของเจมส์ อิทธิพลของ'แมวปิดตา' อาจจะใช้เวลานานไปสักหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า ราคาหุ้นห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้าร่วงกราว ไม่มีคนเข้าไปใช้บริการ กระทบถึงหลายสาขาด้วยกัน สุดท้ายผู้ถือหุ้นรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะลงทุนต่อ

พวกเขาทยอยกันเทหุ้นออกสู่ตลาด เจมส์ใช้จังหวะนั้นช้อนซื้อ โดยเป็นเงินจาก'นิ้วทองคำ' เขาไม่ได้เข้าซื้อในคราวเดียว เรียกได้ว่าเป็นการตอดเล็กตอดน้อยทีละนิดทีละนิด กว่าจะครบปีก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ใครหลายคนไม่คาดคิด!

และแน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการทำงานของหุ่นแบนเนอร์เข้าไปช้อนซื้อ ก่อนจะโอนมาให้เขาภายหลัง เมื่อเป็นแบบนี้ทุกคนจึงไม่รู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังแท้จริงคือใคร จะรู้ก็เมื่อหุ้นถูกส่งไปอีกทอดนึง

เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าทำเอาผู้ก่อตั้งห้างเซ็นตร้าถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ แต่หมากตานี้ได้โยนลูกเต๋าไปแล้ว แม้จะสงสารแต่เจมส์ไม่สามารถหยุดได้

“เอาล่ะ ขอทุกท่านทานอาหารด้วยความอร่อยนะครับ” เจมส์ไม่ได้พูดถึงโชคและคณะหรือแม้แต่มอง นั่นทำให้พวกเขาหนาวไปถึงสันหลัง

“บ้าเอ้ย มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง เขาเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้รวย พอที่จะซื้อหุ้นของห้างเซ็นตร้า นอกจากนั้นยังครอบครองเรือสำราญมูลค่าล้านล้าน แท้จริงแล้วผู้ชายคนนี้รวยเท่าไหร่กันแน่!” ฉัตรชัยขบกรามแน่น ตัวตนของเจมส์ต่างจากที่จินตนาการไว้อย่างสิ้นเชิง

ตอนแรกพวกเขาคิดว่าหลังจากใช้อำนาจเข้ากดดันนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ เจมส์จะต้องไว้หน้าเพราะหากต้องทำธุรกิจในประเทศไทย ย่อมต้องพึ่งเส้นสายของพวกเขา

ดังคำกล่าว น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่ดูเหมือนความจริงเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร ก็ยืนอยู่จุดสูงสุดแล้ว

“ไม่รู้ว่านี่ใช่ยอดน้ำแข็งของเขาหรือเปล่า หรือว่าเป็นแค่ส่วนล่างเล็กๆ เท่านั้น” โชคยกน้ำขึ้นมาดื่ม ลิ้นฝาดจนทานอะไรก็จืดไปหมด

“คุณหมายความว่ายังไง” หนึ่งในพันธมิตรถาม

“หมายความว่า ความร่ำรวยของเขาอาจมีมากกว่านี้จนไม่สามารถประเมินได้ ดูจากการกระทำของเขาเรือลำนี้เป็นแค่ของเด็กเล่น หากพูดตามตรงเรือลำนี้มีมูลค่ามากกว่าบริษัทเซ็นตร้า แต่เขาพูดเหมือนกับว่าในอนาคตจะใช้มันเดินทางข้ามประเทศ นั่นหมายความว่าเขาสามารถที่จะซื้อเรือลำนี้มากกว่า 1 ลำ ลองคิดตามผมดูสิว่ามันหมายความว่ายังไง”

แค่เรือ 1 ลำมูลค่าก็มากมายมหาศาล เกินกว่าธุรกิจที่พวกเขาครอบครอง แต่ถ้าหากมากกว่านี้เช่น 10 ลำ มูลค่าของมันราวกับภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ ต่อให้ฉัตรชัยแหงนหน้ามองขึ้นไปสักเท่าไหร่ เกรงว่าคงไม่เห็นยอดน้ำแข็ง

“ไม่ได้การ พวกเราต้องรีบไปขอโทษคุณเจมส์!”

ไม่รู้ว่าใครพูดขึ้น แต่ทุกคนเห็นด้วย

“ทำไมเราต้องขอโทษ ก่อนหน้านั้นพวกคุณบอกว่าเขาเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ไม่ใช่เหรอ ไม่ต่างจากเนื้อบนเขียง เราสามารถตัดขาเขาได้ทุกเมื่อ และนอกจากนั้นเขายังต้องพึ่งพาเส้นทางการค้าของเรา เป็นเขาสิต้องขอโทษและอ้อนวอนเรา”

ฉัตรชัยมองภรรยาของโชคระคนใจหาย แลซ้ายแลขวาที กลัวว่าจะมีคนของเจมส์มาได้ยิน

“นี่โชค ช่วยบอกให้ภรรยาของคุณระวังคำพูดด้วย ผมยังไม่อยากกลายเป็นเศรษฐีล้มละลายหรอกนะ!”

“นั่นสิ สวยแต่โง่ก็ไม่ไหวนะ คนรวยอย่างพวกเราไม่ขาดผู้หญิงสวยอยู่แล้ว ที่สำคัญคือต้องมีสมอง ผู้หญิงประเภทสวยแต่ไร้สมองอย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นแม่ของลูก ผู้หญิงแบบนี้ดีแค่นอนให้ผมระบายความใคร่เท่านั้นแหละ”

“หุบปาก!” โชคตวาดเสียงดังลั่น แม้จะรู้ว่าทุกคนพูดถูกแต่เขามีความไม่พอใจเต็มอก “พวกคุณทุกคนกำลังดูถูกผม ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง จะยอมให้ใครที่ไหนก็ได้มาด่าภรรยาได้ยังไง”

“แล้วคุณจะเอายังไง!” วิโรจน์ถาม ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม คล้ายกับทั้งคู่เป็นศัตรูกัน

“ถ้าหากพวกคุณขอโทษภรรยาผม ผมจะไม่ออกจากการเป็นพันธมิตรอาหารแห่งประเทศ แต่ถ้าหากยังไม่ยอมขอโทษล่ะก็ อย่าหาว่าผมไม่เตือนแล้วกัน!” โชคยื่นคำขาด คิดว่ายังไงทุกคนก็ต้องฟัง แต่ผิดคาด วิโรจน์และคณะกลับหัวเราะเยาะ

“งี่เง่า! ตอนนี้คุณเจมส์คือตัวตนที่พวกเราต้องรีบเข้าไปขอโทษโดยเร็วที่สุด คุณน่ะรู้แต่ว่าแค่ไม่อยากจะทำเท่านั้นเอง สาเหตุก็เพราะหลงเมียนั่นแหละ ไปกันเถอะพวกเรา ไปขอโทษคุณเจมส์กัน!”

“นี่พวกคุณ!” โชคโกรธจนต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มองฉัตรชัยเดินออกไปด้วยสีหน้าหมองคล้ำ

“คุณคะ อย่าโกรธไปเลย ปล่อยให้พวกลิ้นไม่มีกระดูกไปเถอะ ถึงไม่มีพวกเขาเราก็อยู่กันได้” ภรรยาเข้ามาปลอบ โชคผงกศีรษะเข้าใจ

............

เจมส์นั่งอยู่บนโต๊ะของตัวเอง ที่นี่มีแค่เดย์กับเขาและทอย ส่วนปลายฝนไม่อยากมานั่ง ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในครัว ทำอาหารเลี้ยงแขก

นักรบเดินเข้ามาทักทาย และแนะนำเรืองฤทธิ์ให้รู้จัก เจมส์พยักหน้ารับ ก่อนจะเชิญให้พวกเขานั่งลงที่โต๊ะ

“เรานั่งที่นี่ได้จริงๆ เหรอคะ” เจสซี่ คู่หมั้นเรืองฤทธิ์ถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ต้องรู้ก่อนนะว่าเจมส์รวยมาก เขาจะอยากนั่งกับคนที่ยังไม่เริ่มอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแบบเธอได้ยังไง

“ได้สิ อายุพวกเราไล่เลี่ยกัน นั่งกับพวกคุณแล้วดูท่าจะไม่อึดอัด อีกเดี๋ยวพวกตาแก่ก็คงเข้ามาทักทายผม แบบนี้พวกคุณก็มาคอยกันพวกเขาให้ผมด้วยไง” เจมส์หัวเราะว่า มีความใจกว้างและไม่มองคนที่ภายนอก ทำให้เจสซี่ค่อนข้างประทับใจ ตัดสินใจเงียบๆ ว่าภายหลังหากมีธุรกิจเป็นของตน จะขอเช่าสถานที่บนเรือเปิดช้อปเล็กๆ

“การทำแบบนี้ดูเหมือนว่าพวกเราปกป้องคุณ แต่ในความจริงแล้วพวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณ” นักรบมองออก เมื่ออาศัยฐานะของเจมส์ในงาน ตัวตนของพวกเขาที่ได้นั่งโต๊ะเดียวกันจะถูกยกระดับ นั่นหมายถึงคอนเนคชั่น

“เรื่องเล็กน้อยน่า ว่าแต่นักรบ บ้านของคุณทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเดินทางมาร่วมประมูลวันนี้?” เจมส์ถาม

“เขาไม่ได้มาร่วมประมูล แต่เห็นว่าถูกพ่อลากมา เพราะอยากให้ทำความรู้จักคนใหญ่คนโตน่ะ” โจชิงตอบ แม้จะรู้ว่าเจมส์ร่ำรวย น้ำเสียงยังไม่เปลี่ยน คล้ายกับกำลังพูดกับเพื่อนสนิท

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง” เจมส์เข้าใจได้ง่าย จากนั้นพวกเขาก็เริ่มทานอาหาร โดยไวน์ราคาแพงเป็นสิ่งที่แขกเหรื่อต่างพูดถึงเป็นหลัก นี่คือไวน์ชั้นดีอย่างไม่ต้องสงสัย ราคาขวดละ 1 ล้านไม่ถือว่าแพงเลย

ไม่ใช่วิโรจน์กับคณะที่เข้ามาขอโทษเจมส์รายแรก แต่เป็นเวย์และพี่สาว

“คุณเจมส์ เรื่องตกปลาวันนั้นผมต้องขอโทษด้วย ผมยังเด็กอยู่ในวัยคึกคะนอง หวังว่าคุณจะให้อภัย นอกจากนั้นออมสิน...ผมกับเธอเราไม่ได้เป็นแฟนกัน” นี่คือสิ่งที่เวย์ต้องกัดฟันพูด เพราะถูกพี่สาวบังคับ

“ตกปลา...” เจมส์จำเวย์ไม่ได้ต้องให้ทอยกระซิบบอก จึงร้องอ๋อว่าเป็นใคร “ที่แท้คุณนั่นเอง เรื่องวันนั้นช่างเถอะ ผมไม่ได้เก็บมาใส่ใจ นอกจากนั้นผมไม่ได้ชอบออมสิน ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่สเปคของผม หวังว่าคุณจะเข้าใจและไม่ต้องพูดถึงเธอต่อหน้าผมอีก”

“แล้วสเปคของคุณเจมส์เป็นแบบไหนคะ”

“คุณคือ...”

“เอ่อ...ขอโทษที่เสียมารยาท ฉันซันนี่พี่สาวของเวย์ เป็นเจ้าของโรงเรียนเอกชนที่มีสาขาทั่วประเทศ” ซันนี่รีบถามจนลืมรักษามารยาทผู้ดี แต่กระนั้นก็แก้สถานการณ์ได้เร็ว

“อ้อ...คุณนั่นเอง สเปคของผมเหรอ ตอนนี้ก็คงต้องบอกว่าผู้หญิงเก่ง ทำงานเป็น หน้าตาสวย ผิวขาว...ประมาณนี้แหละครับ”

เมื่อก่อนมุมมองของเจมส์คือหน้าสวย ผิวขาวอกโต แต่พอเขาเติบโตขึ้น กลายเป็นนักธุรกิจที่มีกิจการหลากหลาย ผู้หญิงที่เข้าตาตอนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไปหรือนักศึกษา ต้องเก่งด้านใดด้านหนึ่ง หรือมีความสามารถพิเศษและฉลาด