ตอนที่ 22
พิษและโอสถ 2
เสียงให้สัญญาณเริ่มต้นการรักษาดังขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวของต้าฮวน แต่หลงจิวเมิ่งซึ่งเป็ผู้ที่กำลังจะลงมือรักษากลับนิ่งสงบสมาธิของหลงจิวเมิ่งพุ่งสูงราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ฝึกฝนความสามารถในการรับมือกับความตื่นเต้นและสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ ล้วนเกิดจากผลของการฝึกฝนเคล็ดวิชาจิติญญาจนเข้าใกล้...ระดับจิติญญาเหนือธรรมชาติแล้ว
“พยาธิอยู่ได้เพื่อคงสภาวะ...หยางบำรุงหยางเมื่อร่างกายกลับคืนสู่ธรรมชาติหมดลมหายใจ ก็เท่ากับการกลับคืนสู่จุดศูนย์ก่อเกิดเป็สภาวะ...หยินแตกดับ” แม้ปากเอ่ยคำอธิบายแต่ดวงตาของหลงจิวเมิ่งกลับแน่วแน่ มิได้หันไปสนใจต้าฮวนเช่นก่อนหน้าเพียงจับจ้องไปที่เข็มเงินใจกลางกระหม่อม
เข็มเงินสั่นไหว ลมปราณที่ห่อหุ้มกลายเป็เชื้อหล่อเลี้ยงชีวิตอันแ่เบาฉีดลงไปยังจุดที่เข็มเงินปักลึก พยาธิปรสิตเห็นแสงสว่างในความมืดมิดหากชีพจรของร่างต้นดับลง ลมปราณล้วนสิ้นสูญตาม ยามเห็นเส้นทางรอดสายหนึ่ง พวกมันจึงแย่งชิงกันเคลื่อนไวไปยังจุดที่ลมปราณถูกฉีดเข้ามาบริเวณเข็มเงิน
...การกระทำราวกับเกี่ยวเหยื่อล่อปลาล้วนกระทำได้ผลที่ดีสุด ยามเมื่อปลานั้นหิวโหย
หลงจิวเมิ่งใช้การบังคับควบคุมลมปราณอันละเอียดอ่อนค่อย ๆ ปลดปล่อยลมปราณที่ผสานรวมผ่านเคล็ดวิชา...จิตปราณประสานบีบอัดพิษหยินซุกซ่อนเอาไว้ในลมปราณอันแ่เบาอย่างแยบคาย กลายเป็ปรสิตล้วนหลงกลดูดกลืนลมปราณหยินสังหารเข้าไปในตัว กลายสภาพเป็...พิษหยิน สังหารปรสิตหยางโดยเท่าเทียม มิเกิดผลกระทบตามหลัง ด้วยก่อเกิดสมดุลว่างเปล่าขึ้นในการรักษารูปแบบของพิษต้านพิษสมดังคำย้อนทวนสู่ราก กลับกลายเป็ว่างเปล่า
ร่างแน่นิ่งของหลงหย่งฝู ละเมอคำ...อาขึ้นหนึ่งครา สีหน้ากลายเป็ปรากฏเืฝาดขึ้นหนึ่งส่วนต้าฮวนยิ่งมายิ่งมิอาจสะกดอาการ เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความยินดีและตื่นเต้นแต่เมื่อหันไปมองยังหลงจิวเมิ่ง ที่หน้าตาเคร่งเครียดเหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผากจำต้องสูดหายใจลึกกลับคืน หันไปสังเกตทุกสิ่งด้วยสมาธิดังเดิม
เข็มเงินเล่มแรกผ่านพ้นแต่ปรสิตมิได้มีเพียงหนึ่งหรือสองตัว แถมยังเพิ่มจำนวนได้เอง จึงยากกำจัดด้วยการกินโอสถรักษาที่ไม่รุนแรงพอเพราะการจะรักษาให้หายขาด...หัวใจสำคัญอยู่ที่การจะต้องกำจัดพวกมันให้หมดสิ้นในคราเดียวเท่านั้น
เข็มเงินเล่มที่สอง สาม และสี่ผ่านพ้นใบหน้าเหน็ดเหนื่อยของหลงจิวเมิ่งกลายเป็ขาวซีด การบังคับควบคุมอันละเอียดอ่อนเช่นนี้ล้วนกินเรี่ยวแรงมากเกินกว่าร่างในวัยสิบเอ็ดปีของเด็กหนุ่มจะรับไหวที่หลงจิวเมิ่งยังฝืนรักษาผู้เป็บิดาอยู่ได้นั้นล้วนมาจากพลังของจิตใจอันแน่วแน่ทั้งสิ้น
เวลายิ่งมายิ่งลดน้อยหลังจากเข็มเงินเล่มที่ห้าถูกผลักดันเข้าไป ร่างของหลงจิวเมิ่งก็เริ่มสั่นเทาสติที่มั่นคงเริ่มจะพร่าเลือน แต่เพื่อเรียกสติกลับคืน จึงไม่มีทางเลือกอื่นฝืนใช้ฟันขาวขบกัดริมฝีปากล่างจนเืแดงฉานไหลกลบ อาศัยความเ็ปกระตุ้นความตื่นตัวและสติให้ฟื้นคืน
หันกลับมาที่ต้าฮวน...ั้แ่เข็มเงินเล่มที่สามถูกปักลงไปในร่างจนกระทั่งหลุดออกต้าฮวนก็เริ่มเข้าใจในหลักการและวิธีรักษาของหลงจิวเมิ่งเกินกว่าเจ็ดส่วนตอนนี้เห็นสภาพสหายรักไม่สู้ดี แม้สี่นิ้วอวบยังคงจับแมะชีพจรที่ข้อมือซ้ายของหลงหย่งฝูแต่สายตากลับละความสนใจจากร่างของท่านอาหันมามองดูหลงจิวเมิ่งที่ใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มที
...เคล็ดจิติญญาใช้ควบคุมวัตถุหลายชิ้นของจิวเมิ่งช่างซับซ้อน แต่หากแค่ชิ้นเดียวข้ายังอาจพอกระทำได้ เมื่อตัดเื่เวลาที่บีบกระชั้นออกไปวิธีการของจิวเมิ่งดูจะซับซ้อนจนเกินพอดี
ต้าฮวนใช้ความคิดแม้ตนเองเพิ่งเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาจิติญญาได้ไม่กี่วันแต่ด้วยพร์และความเฉลียวฉลาด กลับสามารถออกแรงยกผลักกระดาษเขียนหนังสือได้แล้วในใจจึงคิดไปว่าหากเป็เข็มเงินหนึ่งเล่มที่อยู่บนร่างของหลงหย่งฝูก็อาจจะพอควบคุมได้ ยิ่งคิดสมองยิ่งวิ่งไว ก่อเกิดจินตนาการวิธีรักษาต่าง ๆ นานา แย่งกันผุดเด่นขึ้นในห้วงความคิดของต้าฮวนไม่หยุดหย่อน
เข็มเล่มที่หกผ่านพ้นแม้แต่ความเ็ปก็ไม่อาจยับยั้งความอ่อนล้าไปมากกว่านี้ปากสั่นเทาของหลงจิวเมิ่ง พลันเอ่ยเสียงแ่เล็ดลอดออกมาด้วยความผิดหวัง“อีกแค่นิดเดียว อีกแค่นิดเดียว...เท่านั้น”
ข้าคิดออกแล้ว !!!
แต่แล้วจู่ ๆต้าฮวนที่จมจ่อมอยู่กับภวังค์สมาธิ พลันเอ่ยะโออกมาด้วยเสียงดัง ทำให้หลงจิวเมิ่งสะอึกร่างผลักดันเข็มเงินเล่มสุดท้าย เข้าไปยังตำแหน่งที่ปักคาเอาไว้ได้พอดิบพอดี
ต้าฮวนหันกลับไปมองยังจุดที่เสียบปักรอยแดงรวมรั้งเป็กลุ่มก้อน พิษสีฟ้าครามไหลกระจายออกจากจุดที่เข็มเงินปักลงทั้งสองสิ่งค่อย ๆ กลมกลืนหักล้างกัน จนิับิดาของสหายรักค่อย ๆกลับคืนสู่สีสันปกติ เพียงแต่เมื่อไล่เรียงไปมองดูยังจุดอื่น ๆที่เข็มเงินถูกชักดึงออกก่อนหน้า กลับพบว่ายังคงมีรอยแดงหลงเหลืออยู่มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกัน
“ไม่สำเร็จหรือนี่...”เมื่อเข้าใจวิธีการ ต้าฮวนเพียงสังเกตแค่ภายนอกพลันรับรู้ถึงผลการรักษามีหรือที่หลงจิวเมิ่งซึ่งบังคับเข็มเงินปักลงบนร่างของผู้เป็บิดาจะไม่ทราบความผิดหวังที่วิธีการซึ่งเค้นสมองคิดค้น กลับผิดพลาดยามใช้ออกล้วนจู่โจมความคิดรุนแรง บวกกับความอ่อนล้าที่ฝืนสะกดข่มเอาไว้กลายเป็กระอักโลหิตคำโตออกมา ก่อนจะล้มหงายหมดสติหน้าคว่ำลงไปบนพื้นดังโครมใหญ่
ต้าฮวนมองตามร่างที่ล้มลงก่อนจะรีบหันกลับไปยังร่างของหลงหย่งฝู ถ้อยคำที่หลงจิวเมิ่งกำชับ
...“การรักษาเช่นนี้ข้าเองก็มิเคยทดลองมาก่อนเชื่อว่ากินเรี่ยวแรงสมาธิและลมปราณยิ่งนักหากข้ากระทำผิดพลาดและหมดสติไประหว่างการรักษาเ้าจงใช้ลมปราณส่งเข้าในร่างของบิดาข้า กระตุ้นจุดชีพจรที่เข็มเงินนั้นยังไม่หลุดออกมาดึงเข็มนั้นออกเสีย และผลักดันลมปราณกลับคืนไปยังชีพจรหัวใจของบิดาข้าในทันที”...
ล้วนผุดเด่นขึ้นในสมอง แต่แล้วเพียบแวบเดียว อีกความคิดที่กำลังครุ่นคิดก่อนหน้าพลันแทรกสอดขึ้นมา แถมขยายใหญ่จนยากหักห้าม
ต้าฮวนะโผึง ผุดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงรีบเพ่งจิตสมาธิ ใช้พลังจิติญญาควบคุมเข็มเงินเล่มที่เจ็ด ซึ่งยังไม่ถูกชักดึงออกเอาไว้แทนที่หลงจิวเมิ่ง
พลังลมปราณที่ต้าฮวนพยายามบังคับให้กลายเป็เส้นสายอ่อนจางไหลเอื่อยลงไปช้า ๆ ยังจุดชีพจรสุดท้ายกลางร่างของบิดาสหายรัก ร่างท้วมสั่นไหวเบาใบหน้าสดใสก่อนหน้า กลายเป็ขาวซีดในพริบตา แสดงให้เห็นว่าการควบคุมบังคับทั้งลมปราณและจิติญญาโดยพร้อมเพรียงนั้นยากเย็นเพียงใดแม้เพียงเข็มเล่มเดียว ต้าฮวนก็แทบจะหมดพลังจิติญญาในร่าง แต่สิ่งที่หลงจิวเมิ่งกระทำก่อนหน้ากลับควบคุมเข็มเงินถึงเจ็ดเล่มพร้อม ๆ กัน แถมยังใช้ออกด้วยเคล็ดวิชา...จิตปราณประสานเพื่อฉีดผสมผสานพิษลงไปอีก แสดงให้เห็นว่าพลังจิติญญาของหลงจิวเมิ่งนั้นสูงล้ำยิ่งนัก
ต้าฮวนมองดูจุดแดงที่หลงเหลือจากบริเวณอื่นค่อย ๆ จางหายและเคลื่อนมารวมตัวกันรอบเข็มเงินเล่มที่เจ็ด แม้ยังไม่มั่นใจปรสิตร้ายเคลื่อนมาจนครบทั้งหมดหรือยังแต่สถานการณ์คับขัน เวลาไม่อาจยืดเยื้อได้อีก จำเป็ต้องตัดสินใจลงมือในสถานการณ์สุดท้ายแล้วว่าจะผลักดันลมปราณกลับคืนไปที่ชีพจรหัวใจตามคำของหลงจิวเมิ่งหรือทำตามวิธีที่ตนเองเพิ่งจะคิดขึ้น
“เอาวะ เป็ไงเป็กัน !!!” ต้าฮวนกระชากคำ มือซ้ายขยับไวคว้าถ้วยจอกดินเคลือบใส่พิษหยินรุนแรงส่วนเกินซึ่งหลงจิวเมิ่งวางเอาไว้บนโต๊ะตระเตรียมผลักดันผสานเข้าไปกับเข็มเงินเล่มที่เจ็ด