บทที่ 168: การเจรจาสันติภาพ
“ท่านเบลก!”
เฮรัค ยืนอยู่บนหอคอยเหนือประตูปราสาทพลางตะโกนเรียกเบลก ที่กำลังเดินทางมาแต่ไกล
เบลกค่อยๆเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามอีกสิบกว่าคน ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกของตระกูลเชอร์ชิลในกลุ่มนั้นมีพ่อมดระดับ 1 สภาวะผลึก ถึงสองคนส่วนที่เหลือเป็นศิษย์พ่อมดปัจจุบันตระกูลเชอร์ชิลมีพ่อมดสภาวะผลึกอยู่ทั้งหมดสามคนและครั้งนี้พวกเขาก็มากันครบทุกคน
สำหรับตระกูลพ่อมดการมีพ่อมดสภาวะผลึกถึงสามคนก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้วเนื่องจากตระกูลทั่วไปมักมีเพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น
ส่วนองค์กรพ่อมดขนาดใหญ่มักจะมีมากกว่านั้นและโดยทั่วไปจะมีพ่อมดระดับ 2 ประจำอยู่ทว่าพ่อมดเหล่านั้นมักไม่ปรากฏตัวให้เห็นบางคนถึงขั้นออกเดินทางท่องโลกและจะกลับมาเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องสำคัญขึ้นเท่านั้นดังนั้นในดินแดนรกร้างแห่งนี้ พ่อมดระดับ 1 สภาวะผลึกจึงถือเป็นเพดานพลังรบสูงสุด
จากศึกทั้งสองครั้งที่ผ่านมาทำให้เฮรัคเข้าใจระดับพลังของตนเองมากขึ้น อย่างน้อยในดินแดนรกร้างแห่งนี้เขาก็มีความสามารถพอที่จะปกป้องตนเอง แม้จะไม่สามารถเอาชนะพ่อมดสภาวะผลึกได้แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าสามารถหลบหนีได้พ้น
เมื่อเบลกและคนของเขาเข้ามาในหุบเขาหินดำสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือการตรวจสอบสภาพของค่ายกลเวทซึ่งพบร่องรอยความพยายามในการแย่งชิงสิทธิ์แต่โชคดีที่อำนาจการควบคุมทั้งหมดยังอยู่ครบถ้วน
“เจ้าสามารถสังหารพ่อมดสภาวะของเหลว และยังขับไล่ตาเฒ่าคาร์ลจากตระกูลมอสไปได้เชียวหรือ?”
แม้เบลกจะทราบข่าวมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นร่องรอยการต่อสู้ เขาก็ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดี
“ข้าเพียงแค่โชคดีเท่านั้นท่านเบลกข้าไม่ได้เข้าปะทะกับเขาตรงๆ เพียงแต่ขัดขวางไม่ให้เขาเข้าถึงแกนกลางค่ายกลได้เมื่อเขาเห็นว่าเวลาใกล้จะหมดลงจึงตัดสินใจล่าถอยไปเองลำพังตัวข้ามิอาจหยุดยั้งเขาไว้ได้หรอก”
เฮรัคกล่าวอย่างถ่อมตัวและไม่ลงรายละเอียดมากนักซึ่งเบลกเองก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพราะในฐานะพ่อมดทุกคนย่อมมีความลับส่วนตัวกันทั้งสิ้น
“แค่นี้ก็นับว่ายากยิ่งแล้วเจ้าเพิ่งจะเลื่อนขั้นสู่สภาวะก๊าซ แต่กลับสามารถรับมือพ่อมดสภาวะผลึกได้แม้อีกฝ่ายจะระวังตัว แต่นี่ก็นับว่าน่าทึ่งมาก”
เบลกทอดถอนใจ
“ทว่าครั้งนี้พวกเราก็สูญเสียหนักเหลือเกินคนที่พวกเราบ่มเพาะไว้ในหุบเขาหินดำแทบจะสิ้นชีพไปจนหมด”
“ฝ่ายตรงข้ามคือใครกันแน่ท่าน?”
เฮรัคถามเพราะเขายังไม่ทราบตัวตนที่แน่ชัดของศัตรู
เบลกกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ตระกูลมอส พวกมันจ้องจะทำลายธุรกิจยาวิเศษของตระกูลเรามานานแล้วและครั้งนี้ถึงคราวที่พวกเราต้องตอบโต้เสียที”
ดวงตาของเบลกเต็มไปด้วยเพลิงโทสะแม้อีกฝ่ายจะยึดหุบเขาหินดำไม่สำเร็จ แต่มันก็ได้สร้างความเสียหายไว้อย่างสาหัสตระกูลเชอร์ชิลย่อมไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้และกำลังเตรียมการเอาคืน
อย่างไรก็ตามเฮรัคยังไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในศึกโต้กลับนี้เพราะเขายังมีหน้าที่สำคัญอื่นที่ต้องจัดการ
“ในช่วงนี้ข้าจะจัดสรรคนใหม่เข้ามาดูแลพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งล้วนเป็นคนในตระกูลทั้งสิ้นหลายเรื่องข้าคงต้องรบกวนให้เจ้าช่วยชี้แนะพวกเขาด้วย” เบลกกล่าว
เนื่องจากศิษย์พ่อมดและอัศวินส่วนใหญ่จบชีวิตลงแต่การจัดการสวนวัตถุดิบยังต้องดำเนินต่อไปตระกูลจึงต้องย้ายคนที่ไว้ใจได้มาจากที่อื่นซึ่งคนเหล่านี้ยังไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนในหุบเขาหินดำโดยเฉพาะรูปแบบการจัดการเฉพาะตัวของเฮรัค
“ไม่มีปัญหาท่านเบลกเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด”
ไม่กี่วันต่อมา
สมาชิกใหม่สิบห้าคนได้เข้าประจำการในหุบเขาหินดำเฮรัคเริ่มอธิบายตารางงานและความสำคัญของการรายงานข้อมูลต่างๆเนื่องจากทุกคนเป็นคนในตระกูลและมีความเฉลียวฉลาดเป็นทุนเดิมเขาจึงไม่ต้องออกแรงมากนักในการจัดระเบียบให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง
ในขณะเดียวกันการตอบโต้ของตระกูลเชอร์ชิลก็เริ่มเปิดฉากขึ้นพวกเขาพุ่งเป้าโจมตีทรัพย์สินและกิจการหลายแห่งของตระกูลมอสโดยเฉพาะกองคาราวานสินค้าทั่วไปซึ่งเป็นธุรกิจหลักของศัตรู
การปล้นชิงคาราวานสร้างความเสียหายหนักให้อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องเมื่อทราบแน่ชัดแล้วว่าใครคือศัตรู เป้าหมายในการทำลายล้างจึงชัดเจนยิ่งขึ้นแน่นอนว่าตระกูลมอสเองก็ตอบโต้กลับจนสถานการณ์เริ่มยืดเยื้อและเกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย
ในที่สุดสถานการณ์ก็นำไปสู่การเจรจาสันติภาพโดยมีสถาบันออกัสตัสทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย ร่วมกับตระกูลพ่อมดอื่นๆที่เข้าร่วมประชุมหน้าที่หลักของสถาบันออกัสตัสคือการรักษาความมั่นคงในดินแดนรกร้างดังนั้นสงครามใหญ่ระหว่างสองตระกูลจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นได้
ผลการเจรจาสรุปได้ว่าตระกูลมอสต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนหนึ่งแสนหินเวทให้แก่ตระกูลเชอร์ชิล และในปีนี้ตระกูลมอสจะถูกลดโควตาการสำรวจซากปรักหักพังหนองมรณะลงในขณะที่ตระกูลเชอร์ชิลจะได้รับโควตาเพิ่มขึ้นแทน
ซากปรักหักพังหนองมรณะ คือขุมทรัพย์สำคัญของดินแดนรกร้างที่เป็นแหล่งวัตถุดิบเลอค่าและอาจเป็นกุญแจสำคัญสู่การเลื่อนขั้นเป็น พ่อมดระดับ 2
การก้าวข้ามสู่ระดับ 2จำเป็นต้องเข้าถึง "กฎของโลก" ซึ่งเป็นกระบวนการที่ลึกลับและยากลำบากหากพึ่งพาเพียงความเข้าใจส่วนบุคคลพ่อมดบางคนอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่อาจบรรลุ ในดินแดนรุ่งอรุณพ่อมดส่วนใหญ่จึงนิยมใช้วัตถุที่บรรจุพลังแห่งกฎมาเป็นตัวช่วยเร่งการทำความเข้าใจ
ทว่าในดินแดนรกร้างวัตถุที่บรรจุพลังแห่งกฎกลับหาได้ยากยิ่งซึ่งโอกาสเดียวที่จะพบของล้ำค่าเช่นนี้ได้ก็มีเพียงที่ หนองมรณะ แห่งนี้เท่านั้น