บทที่ 38
“ว้าวนี่มันสวยมากเลย” ฟีน่าหยิบขึ้นมาดู
“นั่นมันอ่ะไรน่ะลูก” อเล็กซ์ถามหลังจากเห็นของในมือฟีน่า
“น่าจะเป็นกระจกนะคะ เพราะมันสะท้อนภาพหนูด้วย” ฟีน่าบอก
“กระจกที่ทำจากเหล็กนั่นน่ะหรอ” ฟีน่ายื่นให้อเล็กซ์ดู
“นี่มันไม่ได้ทำจากเหล็กนี่นา” อเล็กซ์ค่อยๆพลิกดู
“ค่ะแต่หนูอยากได้จังเลย น่าเสียดายมันแกะสลักเป็นรูปสิงโต ไม่ค่อยเหมาะกับหนูเท่าไร
“ลูกเก็บไว้ก็ได้ แต่กระจกนี่สวยจริงๆเลยนะ ไม่รู้ว่าทำจากอะไร สงสัยต้องรอถามเอริกมัน” อเล็กซ์ส่งกระจกให้ฟีน่า
“ค่ะไว้หนูถามคลาวด์ให้ก็ได้” ฟีน่าบอก
“นั่นสินะปีหน้าจะเข้าเรียนพร้อมลูกนี่นา” อเล็กซ์พยักหน้าจากนั้นฟีน่าก็เดินทางออกจากห้องไป
“ต้องเพิ่มกำลังทหารแต่ละเมืองและออกลาดตระเวนเพิ่มมากขึ้น สินะ” อเล็กซ์พึมพำ พลางคิดถึงออร์คลอร์ดที่ไม่รู้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน มันวางแผนอะไรไว้กันแน่ถึงส่งพวกลูกน้องออกมาทั่วอาณาจักรขนาดนี้
กลับมาที่ขบวนของคลาวด์
“พี่หลุยส์อีกนานมั้ยกว่าจะถึงเมือง” ผมถามพี่หลุยส์ที่มานั่งบนรถม้ากับผม
“ช่วงบ่ายๆก็ถึงแล้วล่ะ” ผมพยักหน้า ตอนนี้ยาแก้คันก็ทำเสร็จไปหลายวันแล้ว ตอนนี้ได้แต่เดินทางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
บ่ายวันนั้นผมก็เดินทางมาถึงเมืองกรีนวิล สภาพเมืองที่ผมเห็นจากระยะไกล ก็ค่อนข้างเละเหมือนกันเพราะกำแพงเมืองแตกและถล่มลงมาเสียหายหนักพอสมควร
พวกเราตอนนี้กำลังเดินทางผ่านประตูเมืองอยู่ทีแรกทหารที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่จะขอตรวจค้นแต่พี่หลุยส์ก็ลงไปอธิบายและบอกถึงเหตุผลที่เราเดินทางมาก็ปล่อยผ่านไปทันที
ด้านในเมืองผมเห็นบ้านเมืองที่พังทลายลงมามากกว่า 60% เสียงดังซ่อมแซมดังไปตลอดทาง พี่หลุยส์พาผมเดินทางไปที่บ้านของเจ้าเมือง ที่กำแพงพังลงไปแถบหนึ่งเหมือนกัน
พี่หลุยส์ พาผมและพี่ดันเต้เดินเข้าไปด้านในห้องทำงาน
ก๊อก !! ก๊อก !! พี่หลุยเปิดประตูเข้าไปทันที
“กลับมาแล้วครับท่านเจ้าเมือง” หลุยส์รายงานกัน
“กลับมาแล้วหรอหลุยส์ ลำบากหน่อยนะแล้วนั่น??” เจ้าเมืองหันมามองที่พวกผม
“คือพวกเค้ามาช่วยพวกเราน่ะครับ แถมยังขนอาหารและยามาด้วยเกือบ 20 คันรถ” หลุยส์รายงาน
“อะไรนะ นี่ลูกพูดจริงหรอ” เจ้าเมืองลุกขึ้นยืนทันที
“ลูก/ลูก” ผมและพี่ดันเต้พูดขึ้นพร้อมกันพร้อมมองหน้าพี่หลุยส์
“อ้าวพี่ยังไม่ได้บอกหรอ” พวกเราส่ายหน้า
“พี่เป็นลูกชายคนโตของเจ้าเมืองกรีนวิล ยินดีที่ได้รู้จักนะ” พี่หลุยส์แนะนำตัว
“นั่นพ่อพี่เองเจ้าเมืองกรีนวิล” พี่หลุยส์แนะนำพ่อตนเอง
“สวัสดีทุกคน ข้าชื่อรอยด์ เป็นเจ้าเมืองกรีนวิล เรียกลุงรอยด์ก็ได้ ขอบคุณพวกเจ้ามากที่มาช่วยเหลือเมืองของข้า” เจ้าเมืองหรือลุงรอยด์บอกพวกผม
“สวัสดีครับลุงรอยด์ผม คลาวด์ ฟัวร์ จากเมืองบาร็อคครับ ส่วนนี่พี่ดันเต้ครับเป็นทหารผู้ทำหน้าที่คุ้มกันพวกผมมาจากเมืองบาร็อค” ผมบอกลุงรอยด์
“ฟัวร์ ฟัวร์ ฟัวร์” ลุงรอยด์พำพับนามสกุลผมก่อนจะค่อยๆจ้องหน้าผม
“คลาวด์ใช่มั้ย เจ้าเป็นอะไรกับเอริก และนาเดียร์” ลุงรอยด์ถามผม
“ลุงรู้จักท่านพ่อกับท่านแม่ผมด้วยหรอครับ” ผมถาม
“พ่อกับแม่เรอะ นี่เจ้าพวกนั้นมีลูกแล้วงั้นหรอ แถมโตขนาดนี้ไม่ส่งข่าวข้าบ้างเลย” ลุงรอยด์อุท่านขึ้นมา
“คือท่านพ่องานยุ่งมากๆครับ เลยไม่ได้ออกจากเมืองเลย ตั้งแต่เกิดผมก็เห็นท่านอยู่ที่เมืองมาตลอด ยิ่งช่วงนี้ มีพวกพ่อค้าเดินทางมามากงานยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่” ผมบอกลุงรอยด์
“เดี๋ยวก่อนพ่อ อธิบายให้ผมฟังหน่อย” พี่หลุยส์แทรกขึ้นมา
“โอ้พ่อจะแนะนำให้รู้จัก นี่ลูกชายของรุ่นน้องพ่อสมัยเรียนเอง” ลุงรอยด์บอกกับลูกชาย ผมที่ได้ยินสรุปว่าเป็นรุ่นพี่ของพ่อสินะ
“อ๋อ แล้ว??” พี่หลุยส์ยังงงอยู่
“ขอแนะนำตัวใหม่นะครับ ผมคลาวด์ ฟัวร์ บุตรชายของเจ้าเมืองบาร็อคครับพี่หลุยส์” ผมแนะนำตัวใหม่อีกครั้ง พี่หลุยส์ตาโตขึ้นนิดหน่อย
“นี่คลาวด์ก็เป็นลูกของเจ้าเมืองเหมือนกันหรอเนี่ย ไม่เห็นบอกพี่เลย” พี่หลุยส์พูดขึ้นมา
“อ้าวก็พี่ไม่ได้ถามผมอ่ะ แต่พี่ก็ไม่ได้บอกผมเหมือนกันนะ” ผมพูดขึ้นมา
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ช่างมันเถอะ” พี่หลุยส์หัวเราะ
“เอาล่ะขอบคุณคลาวด์มากนะ ที่มาช่วยลุงตอนนี้กำลังลำบากเลยนั่งลงกันเถอะ” พวกเรานั่งลงคุยกัน
“ลุงหลุยส์ช่วยบอกสถานการณ์ตอนนี้มาหน่อยครับ” ผมถาม
“อือ ตอนนี้เมืองเราเสียหายมากกว่าครึ่ง ถึงจะเริ่มซ่อมแซมแล้วแต่ก็ยังเหลือความเสียหายอีกหลายส่วน ที่แย่ที่สุดคือฟาร์มสัตว์ ตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลยเพราะแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดรอยแยกตอนนี้น้ำท่วมเต็มไปหมดจนจะกลายเป็นทะเลสาบอยู่แล้ว สัตว์เลี้ยงที่รอดตายก็นำมาเป็นอาหารให้ชาวเมืองหมดแล้ว ที่สำคัญตอนนี้ชาวเมืองมากกว่าครึ่งเป็นโรคระบาด ทำให้ส่วนใหญ่ทำงานไม่ค่อยได้ เพราะโรคนี้” ลุงรอยด์เล่าเรื่องให้ฟัง
“โรคระบาดตอนนี้ผมสามารถช่วยได้ครับ ผมมียารักษาแล้ว ส่วนเรื่องอาหารพวกเนื้อผมมีทั้งหมด 5 คันรถ ที่เหลือเป็นเครื่องปรุงและอาหารแห้งอื่นๆครับ” ผมบอกลุงรอยด์
“ขอบคุณจริงๆเมืองของลุงเป็นหนี้พวกเธอแล้ว” ลุงรอยด์ว่าแบบนั้นผมได้แต่พยักหน้า
“แล้วน้องล่ะครับ” พี่หลุยส์ถามลุงรอยด์
“เห็นทหารรายงานมาว่าแอบออกไปล่าสัตว์กับพวกทหารที่เข้าไปในป่าหาอาหารน่ะ” ลุงรอยด์บอกลูกชาย
“เฮ้อ อ๊ะจริงสิคลาวด์ปีหน้าจะเข้าอาคาน่าใช่มั้ย” พี่หลุยส์หันมาถามผม
“ใช่ครับผมจะเข้าปีหน้า” ผมพยักหน้า
“เข้าปีเดียวกับน้องสาวพี่เลยนะ เอาไว้ฝากดูแลด้วยแล้วกัน” พี่หลุยส์บบอก
“น้องสาว??” ผมสงสัย
“ใช่น้องสาวพี่เอง ชื่อไวโอเลต เอาไว้ถ้ากลับมาแล้วจะแนะนำให้รู้จัก” จากนั้นพวกเราก็คุยกันถึงการช่วยเหลือ ลุงรอยด์ได้ลงมาดูของภายในรถม้า
“นี่มันเครื่องปรุงนี่นาจากเมืองบาร็อคสินะ เมืองลุงก็มีพ่อค้าเอามาขายเหมือนกันแต่ราคาค่อนข้างแพงเลยล่ะ” ลุงรอยด์บอก
“ส่วนนี่อะไรน่ะคลาวด์ กลิ่นไม่ค่อยดีเลยนะ มันทานได้??” ลุงรอยด์เปิดรถม้าที่แขวนเนื้อแห้งพวกนั้นอยู่
“ทานได้สิพ่อ อร่อยเลยล่ะ แถมเก็บได้นานด้วยไม่อยากเชื่อเลยล่ะ ว่าคลาดว์เป็นคนทำมันออกมา” พี่หลุยส์บอกพ่อ
“มันเรียกว่าเนื้อแห้งครับ มันเป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่งโดยการพอกเกลือให้ทั่วแล้วทิ้งไว้จนแห้ง ด้านนอกที่ลุงเห็นมันเป็นเชื้อราครับ ทานไม่ได้เราจะทานเนื้อด้านในครับ” ผมอธิบายลุงรอยด์พยักหน้าเข้าใจจากนั้นลุงรอยด์ก็มอบหมายให้พี่หลุยส์จัดการเกี่ยวกับเสบียงต่างๆเอง
“แล้วยาพวกนี้คลาวด์จะเอายังไงดี ให้ลุงไปเรียกหมอของเมืองเรามาให้มั้ยตอนนี้คงกำลังรักษาพวกชาวบ้านอยู่ที่โรงหมอ” ลุงรอยด์ถามผม
“ผมว่าเราเดินทางไปหาหมอและชาวเมืองเองดีกว่าครับ” จากนั้นผมก็เอารถม้าที่เต็มไปด้วยยาแก้คันเดินทางออกไปที่โรงหมอโดยมีลุงรอยด์นั่งบอกทางผมอยู่ข้างๆ
เมือผมมาถึงโรงหมอผมเห็นชาวบ้านมากมายนั่งเรียงกันอยู่ด้านหน้าเลยแต่ละคนมีสีหน้าทรมาน บางคนก็นั่งเกาขา ผมเข้ามาด้านในผมเห็นหมอกำลังรักษาชาวบ้านอยู่พอดี
“โอ้หมอกำลังรักษาอยู่หรอ” ลุงรอยด์ทักทายคุณหมอที่กำลังรักษาชาวบ้านคนหนึ่งอยู่ ผมดูเท้าของชาวบ้านคนนี้ อืมเริ่มมีหนองแล้ว สงสัยเป็นมานาน
“ใช่แล้วท่านเจ้าเมือง โรคนี้มันรักษายากจริงๆ ผู้ช่วยไปเอานั่นมาให้หน่อย” หมอสั่งผู้ช่วยให้ไปเอาอ่ะไรสักอย่างมา
ไม่นานผมเห็นสิ่งที่ผู้ช่วยยกเข้ามาผมรีบตะโกนทันที
“หยุด!!!......เอามันไปเก็บ” ทั้งห้องมาที่ผมทันที
จบ...