ผู้คนโดยรอบต่างพากันสาปแช่งอี้เฉิน คิดว่าอี้เฉินเป็นคนหลอกพวกเขา มีแม้แต่เหล่า องค์หญิงองค์ชาย ตั้งราคาค่าหัวของอี้เฉิน มันจึงทำให้หมู่ชนรอบด้านเดือดดาลบ้าคลั่ง
กลุ่มคนที่ปิดล้อม อี้เฉินร่วมๆ 20คนพวกเขาเองก็ เริ่มเก็บโทสะไว้ไม่ไหวอีกต่อไป อายสังหารโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะ หาญเจียแห่งศาลา ซากศพ ที่เคยถูกอี้เฉินฆ่าสังหารไปก่อนหน้านี้แล้วรอบหนึ่ง ใบหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยความไม่จำยอม ทำให้เขาในยามนี้ไม่มีชีวิตที่สองค้ำประกันอีกต่อไป "ดูสิเจ้าจะหนีรอดไปได้อย่างไร"
เหยียนเซียวแห่ง ศาลายาเองก็เช่นกัน ถึงเขาจะมีชีวิตที่สองเหลืออยู่แต่เขา ก็ยังไม่หายแค้นเคืองอี้เฉิน ที่กล้าฉีกหน้าเขาให้อับอายต่อหน้าหมู่ชน ปล่อยให้ชายหนุ่มอัปลักษณ์ หลบหนีไปจากกรงขังเพลิง ด้วยความหวัดหวั่นในยามนั้น
..ทั้งสองในยามนี้ จึงเหมือนเป็นแกนนำหลัก ในการบุกทะลวง ฆ่าสังหารชายหนุ่ม ครั้นพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณได้ ฝ่ามือของทั้งสอง ก็วาดกลางอากาศอย่างฉับพลัน ระเบิดปราณพลังออกมาทั่วทิศ ชนิดไม่เก็บออม มองเห็นปราณพลังพรั่งพรู แผ่ซ่านออกไปทั่วกายา หมายมั่นจะหยั่งเชิง ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ที่นั่งขัดสมาธิหลับตา โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน
กระบี่ปราณพลัง กับ ลูกบอลเพลิง ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาจากปราณพลัง พุ่งเข้าใส่สองหนุ่ม ที่หลับตาพริ้ม นั่งหยั่งรู้ อย่างรวดเร็ว หมายมั่นจะกลืนกินพวกเขาสองคนให้ตายตก "พวกเจ้าช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก เมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย ยังจะโอหังได้อีก"
ซีเผิง ที่สัมผัสถึงบางสิ่งที่พุ่งเข้าทำร้ายตัวเขากับอี้เฉิน เขาลืมตาตื่นจ้องมองไปด้วยแสงคมกล้า เสียดแทง เหยียนเซียวแห่งศาลายา จนใบหน้ามืดครึ้ม ประหนึ่งอยู่ต่อหน้า ผู้สูงส่ง "อี้เฉินชายหนุ่มโอหังผู้นี้ข้าจัดการเอง เจ้าจัดการอีกคนแล้วกัน" ฉับพลันที่ซีเผิง เอ่ยคำพูดเสร็จสิ้น เพลิงสีฟ้าคราม เท่าเม็ดข้าวสาร ก็ถูก ซีเผิงดีดออกไปอย่างรุนแรง ทำลายบอลเพลิงปราณพลังจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เสียงปังดังออกมากู่ก้อง
หมู่ชนที่เห็นพวกเขาถึงกับตกตะลึง ไม่คิดชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แม้แต่องค์ชายใหญ่ทั้งสอง ที่มองดูชมเรื่องสนุก ยังขมวดคิ้วมุ่น
อี้เฉินที่หลับตา ครั้นได้ยินเจ้าสมิงขู่ฟอด จนห่างตั้งชัน แล้วพุ่งหนีหายเข้าไปภายในแหวนมิติ ของเขา อี้เฉินเปิดเปลือกตาออกมาในทันที ปรายตามองไปที่กระบี่เล่มใหญ่ที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาคมกล้า สำแดงพลังกายาออกมาหยุดดาบปราณพลังเล่มใหญ่ไว้ ก่อนที่จะบีบฝ่ามืออย่างแรง เสียงปราณพลังระเบิดดังออกมา กึกก้อง
ผู้คนที่จับจ้องดูการปะทะของเหล่ายอดยุทธ์ พวกเขาต่างมีสีหน้าบึ้งตึง รับรู้ได้ในทันทีว่า เจ้าสมิงน้อยตัวนั้น ชายหนุ่มเพียงแค่เอามันออกมาข่มขู่เท่านั้น
หลายๆ คน ที่สูญเสียสมุนไพรให้กับ เจ้าแมวจอมตะกละ พวกเขาเหล่านั้นถึงกับเดือดดาลบ้าคลั่ง "เจ้า เจ้าบัดซบ เจ้าถึงกับหลอกพวกเราเลยงั้นหรือ" ทว่าเมื่อพวกเขา เห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ ระเบิดปราณพลังออกมา คำพูดเหล่านั้นก็ถูกกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว
ฉับพลันอายสังหารจากตัวของอี้เฉิน ก็โหมซัดอย่างรุนแรง ทะลุทะลวงออกไปทั่วทิศ ราวกับมารผู้ชั่วร้ายย่างกรายลงมาเยือน ในเสี้ยววินาที ที่อี้เฉินดีดนิ้ว ปราณโลหิตก็ถูกเขาสำแดงออกมาอย่างไม่เก็บออม ร่างของเขาประหนึ่งถูกจุดตราประทับขึ้นมา กายาส่องแสงสีแดงในฉับพลัน ส่งกลิ่นอายคาวเลือดความตายออกมารอยคละคลุ้ง ไปทั่วบริเวณ ก่อนปราณโลหิตที่พรั่งพรูออกมา จะปรากฏปราณโลหิตรูปลักษณ์มังกรตัวใหญ่ แหวกว่ายล้อมรอบสารพางค์กายอี้เฉินไม่ห่าง ส่งเสียงคำรามออกมากู่ก้อง สอดประสานไปกับผู้เป็นนาย
อี้เฉินยกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง พุ่งปราดออกไปปานสายฟ้าแลบ หมุนควงกำปั้น ที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล ต่อยเข้าใส่ หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ "เจ้าหรือข้า ใครกันแน่ที่รนหาที่ตาย"
ฉับพลันเสียงปังก็ดังออกมาก้อง มาพร้อมเสียงกระดูกแตกร้าวของ หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ แขนของเขาถึงกับบิดงอ กระดูกแตกหัก ร่างลอยกระเด็นออกไปหลายสิบจั้ง ในพริบตา ปากกระอักเลือดออกมากองใหญ่ ก่อนจะยันร่างขึ้นมายืนได้ "เจ้า เจ้า บัดซบเอ๊ย" ทว่าเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้อี้เฉิน สั่งกลุ่มคน โดยรอบเข้าตะลุมบอน ใส่พวกเขาสองคนในทันที จนรอบๆ เกิดความวุ่นวายไม่น้อย
เสียงปะทะกันดังออกมากู่ก้องไม่ขาด ปราณพลังที่บ้าคลั่งซัดสาดไปทั่วทิศ เลือดค่อยๆ หลั่งไหล อาบย้อมลานหินหยั่งรู้ จนแดงฉาน เสียง"ฆ่า"ของกลุ่มคนที่ปะทะกัน คำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง เข้าห้ำหั่น ฆ่าสังหาร ชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน
หมัดที่กระแทกภูเขาทั้งลูกให้สั่นคลอนของอี้เฉิน หมุนเหวี่ยง ไปด้วยพลังทำลายล้างที่บ้าคลั่ง ครั้นเมื่อโดนหน้าอกของชายหนุ่มผู้หนึ่ง มันก็ทำให้บุรุษผู้นั้น ร่างแหลก แตกระเบิดในทันที "ตู้ม" เศษเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วลานหินหยั่งรู้ ในฉับพลัน
"เจ้า เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก" หลายคนที่ปะทะ ครั้นเห็นกำปั้นที่เต็มไปด้วยศักยภาพทำลายล้าง ของอี้เฉิน พวกเขารู้สึกหวาดหวั่นกันไม่น้อย เลี่ยงที่จะปะทะกับชายหนุ่มอัปลักษณ์ ซึ่งๆ หน้า ในทันที
แม้ว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ร่วม10คน จะต่อสู้เกี่ยวพันกับตัวอี้เฉินอยู่ไม่ห่าง ทว่าฤทธิรณ ของคนผู้นี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย ต่อให้ร่างกายเริ่มจะมีบาดแผลฉีกขาด เลือดสาดกระเซ็นจนอาภรณ์ แต่งแต้มไปด้วยโลหิต ตัว อี้เฉินเขาก็ยืนหยัดอยู่เช่นนั้นไม่มีถอยหนี
"พวกเจ้า ฆ่ามันให้ได้ อย่าให้มันพักหายใจ" แววตาของเขายิ่งต่อสู้ ยิ่งมีแต่ความหวาดหวั่น ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจพวกเขาช้าๆ ตามเวลาที่ต่อสู้
ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ ที่อยู่ด้านบนลานหินสูง ครั้นเห็นปราณโลหิต ของชายหนุ่มอัปลักษณ์ เขามีสีหน้าบึ้งตึง 'เหตุใดปราณพลังของคนผู้นี้ถึงคลับคล้ายคลับคลา ชายหนุ่มร่างผอมบางที่มาจากดินแดนเบื้องล่าง ที่เขาเคยพบเจอภายในโลกปราณจิต มันทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ก่อนเขาจะสลัดความคิดนั้นออกไป เขามั่นใจชายผู้นั้นได้ตายตกกลายเป็นปุ๋ยในดินไปแล้ว ด้วยเข็มสลายปราณจิตของเขา' ทว่าชายผู้นี้กลับดึงดูดใจของเขาไม่น้อย
ทางด้าน หาญเจีย แห่งศาลาซากศพ ครั้นเห็น อี้เฉินเริ่มมีท่าทีหอบเหนื่อย หายใจถี่ขึ้นมา เขายกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าไอ้เวรเจ้าจะทนไปได้อีกเท่าใดกันเชียว เอากระบี่มาร ของข้าไปกินเสีย" ก่อนคลื่นกระบี่ที่บ้าคลั่ง จะพุ่งเข้าใส่อี้เฉิน เสียง"ปัง"ดังออกมากู่ก้อง ก่อนร่างอี้เฉินจะถอยกระเด็นออกไปหลาย10จั้ง กายาเริ่มมีรอยแตกร้าว จากการถูกปราณกระบี่ที่รุนแรง
แต่ว่ามังกรโลหิตตัวเขื่อง ที่สอดประสานโจมตีไปพร้อมกับอี้เฉิน ในช่วงเสี้ยววินาที ที่เขาถอยกระเด็น อี้เฉินบังคับมือ ควบคุมมังกรโลหิต พุ่งเข้าฆ่าสังหารเหล่ายอดยุทธ์ ที่ไม่ทันระวังในฉับพลัน ร่างขาดวิ่นคาปากมังกรโลหิต ตายตกไปถึงสองคนในชั่วพริบตา ส่งเลือดสาดกระเซ็น ไปทั่วลานหินหยั่งรู้ มันจึงทำให้ ชายหนุ่ม หญิงสาวที่ปะทะกับอี้เฉิน มีสีหน้าบึ้งตึง ไม่คิดการปะทะกับคนผู้นี้ มันจะสามารถทำให้พวกเขาตายตกได้ทุกเมื่อ หากไม่ระวังเพียงนิด
"เหตุใดจู่ๆ ลานหินหยั่งรู้ถึงพุ่งขึ้นมาพรวดพราดเช่นนี้เล่า" หมู่ชนโดยรอบตกตะลึงกัน อีกครา จู่ๆ ลานหินที่4 ซึ่งเป็นลานหินที่ต่ำที่สุด อยู่ๆ ก็พุ่งพรวดพราดขึ้นมา อยู่ระดับไล่ๆ ลานหินหยั่งรู้อื่นๆ ราวกับการปะทะกัน ของเหล่าจอมยุทธ์ พวกนั้นช่วยขับเคลื่อนลานหินให้ขึ้นไปอย่างไรอย่างนั้น มันจึงทำให้หมู่ชนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เหล่าจอมยุทธ์ ผู้สูงส่งครั้นเห็นหลายๆ คน เริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไปหมายมั่นจะลงไปต่อสู้ องค์ชายชิงไป๋ยี่ สั่งห้ามกลุ่มคนพวกนั้นในทันที แม้แต่ลานหินอื่นๆ ยังเอ่ยห้ามปรามเช่นกัน หากมันเกิดจากการต่อสู้ จะไม่กลายเป็นพวกเขาที่ส่ง ทรัพยากรไปให้ชายหนุ่มอัปลักษณ์ กับชายหนุ่มปริศนางั้นหรือ "พวกเจ้าเร่งการหยั่งรู้เร็วเข้า วิหารจักรพรรดิ อยู่แค่เอื้อมมือพวกเราเท่านั้น อย่าคิดอะไรฟุ้งซ่าน"