ตอนที่6ฝันประหลาด
เสียงตึงตังของใครคนดังขึ้นจากทางด้านนอกในขณะที่เสียงร้องของดาวยังไม่ขาดคำเสียด้วยซ้ำ ดาวหันไปพบว่าตอนนี้หญิงสาวที่แต่งตัวแบบจีนโบราณชุดขาวในมือถือผ้าสีเดียวกับชุดของนางกำลังยืนมองเธออยู่ที่ประตูนางยืนตาค้างมองดาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มหงายลงไปเสียเฉยๆจนดาวต้องรีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวคนนั้นไว้ก่อนที่นางจะล้มลงไปหัวฟาดพื้นดาวกล่าวเสียงดังลั่น ไม่รู้จะใกับหญิงสาวที่เป็ลมตรงหน้าดีหรือจะใกับสภาพแวดล้อมรอบกายดี
“อ้าว! ตายแล้ว คุณๆอย่าเพิ่งเป็ลม ที่นี่ที่ไหน?”
เสียงฝีเท้าของอีกหลายคนดังใกล้เข้ามาโดยที่ดาวไม่ทันได้ตั้งใจฟังรู้ตัวอีกที หนุ่มสาวที่แต่งกายด้วยชุดจีนโบราณสีขาวก็มาหยุดยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงประตูก่อนที่หญิงคนหนึ่งในนั้นจะล้มฟุบลงไปอีกคนราวกับใบไม้ร่วง
“ทำไมทุกคนที่นี่ต้องเป็ลมกันหมด?”ดาวกล่าวในขณะที่หญิงสาวคนแรกในอ้อมแขนของเธอยังไม่ฟื้น
เธอหันไปหากลุ่มคนที่ยังไม่สิ้นสติแต่สายตาพวกเขาดูประหลาด อันที่จริง พวกเขาดูหวาดกลัวเธอตั้งหาก
“นี่ใจคอพวกคุณจะไม่พูดอะไรก่อนเป็ลมหน่อยเหรอ?อย่างน้อยบอกฉันก็ได้ว่าที่นี่ที่ไหน?” หญิงสาวกล่าวอย่างเหลืออดก่อนที่แววตาหวาดกลัวของพวกเขาจะกลับกลายเป็แววตาฉงนไปเสียอย่างนั้นพวกเขาขมวดคิ้วก่อนจะกล่าวอย่างกล้าๆกลัวๆ
“กูเหนี่ยง!”เสียงของชายคนหนึ่งถูกเปล่งออกมาอย่างกระซิบกระซาบ ดาวถึงกับขมวดคิ้ว
“ฮะ? พูดว่าอะไรนะ?” เธอไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเลยเธอเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
“หนี่ ชื่อ กูเหนี่ยงมา?” ชายในชุดจีนโบราณพูดภาษาจีนใส่เธอเล่นเอาหญิงสาวถึงกับปวดหัวเลยทีเดียวเธอยังคิดอยู่ว่าคนพวกนี้เล่นละครได้สมบทบาทจริงๆ นี่ต้องเป็การแกล้งกันแน่ๆ
ประโยคที่ชายหนุ่มถามก็คือ‘คุณคือกูเหนี่ยงใช่ไหม?’ ปัญหาคือ กูเหนี่ยงแปลว่าอะไร? หรือจะเป็ชื่อคนก็ไม่รู้
เธออาจจะพูดภาษาจีนได้ก็จริง แต่บางคำที่เธอไม่เคยใช้เธอเองก็มึนตึ๊บเหมือนกัน ดาวจึงกล่าวถามพวกเขาออกไปเป็ภาษาจีนเช่นกันถ้าพวกเขาอยากพูด เธอก็จัดให้
“กูเหนี่ยงชื่อเฉินเมอยี่สึอะ?(กูเหนี่ยงแปลว่าอะไรเหรอ?)” คำถามของเธอยิ่งทำให้พวกเขาดูใมากขึ้นกว่าเดิมพลางมองหน้ากันไปมาก่อนที่ชายคนเดิมจะกล่าวขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมชี้นิ้วมาที่เธอ
“หนี่ ชื่อ กูเหนี่ยง(คุณคือกูเหนี่ยงไง?)”
“หว่อ เจี้ยว กูเหนี่ยงมา? (ฉันชื่อกูเหนี่ยงเหรอ?)” เธอยังงงอยู่ดูเหมือนยิ่งพูดก็จะยิ่งงงกันไปใหญ่ หนุ่มสาวพวกนั้นจ้องเธอตาไม่กระพริบก่อนจะถาม
“หนี่ ว่าง จี้ หนี่เตอ ิจื่อ เลอ มา? (คุณลืมชื่อตัวเองไปแล้วเหรอ?)”ประโยคนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวสบสน เธอเอ่ยถามเขาออกไปแบบซื่อๆ
“หว่อ เตอ ิจื่อชื่อ เฉินเมอ อ่า? (แล้วฉันชื่ออะไรเหรอ?)”
หนุ่มสาวเ่าั้เลิกคิ้วสูงพลางมองกันไปมา ดูเหมือนพวกเขาเองก็กำลังสับสนเป็ที่สุด แต่ก็คงแพ้ดาวอยู่ดีเธออยู่ที่ไหนไม่รู้ แถมมีคนมารัวภาษาจีนใส่แบบนี้ เป็ใครก็สับสนกันทั้งนั้น
“ลี่ซิง!”เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกลดาวยังแอบคิดในใจว่าเสียงชายที่เธอได้ยินอยู่นี้คุ้นหูเสียเหลือเกินแต่เธอก็นึกไม่ออกว่าเป็เสียงของใคร เสียงนั้นฟังดูตื่นเต้นเอามากๆ
ในขณะที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์ต่างๆอยู่นั้นร่างเ้าของเสียงก็ปรากฏขึ้นมาจากทางด้านหลังของหญิงชายเ่าั้ก่อนแหวกทางเข้ามาหาเธอ
ดาวถึงกับตะลึงเธอไม่เคยคิดจริงๆว่าจะได้เห็นใบหน้านี้อีกครั้งในชีวิตใบหน้าที่เธอเองไม่เคยลืมและจะไม่มีวันลืม
“พ่อ!” หญิงสาวกล่าวคำนั้นออกมาเป็ภาษาไทยเบาๆก่อนจะผละจากร่างของหญิงสาวคนแรกที่นอนเป็ลมอยู่บนพื้น
เธอค่อยๆยืนขึ้นช้าๆดวงตากลมโตจับจ้องไปยังใบหน้าที่เธอแสนจะคิดถึง เบ้าตาเริ่มร้อนผ่าวพลางบอกตัวเองว่าฝันของเธอตอนนี้ช่างดีเหลือเกิน
ว่าแล้ว ร่างเพรียวก็ถลาเข้าไปกอดผู้เป็พ่อเต็มแรงต่อให้นี่เป็ความฝัน เธอก็ไม่ลังเลที่จะกอด เพราะเธออาจจะไม่ได้กอดเขาอีกหญิงสาวกล่าวออกมาเป็ภาษาไทย เธอละล่ำละลัก
“หนูคิดถึงพ่อจังเลย”นั่นเป็คำพูดสั้นๆที่แทนความรู้สึกทั้งหมด
น้ำตาหยดน้อยหลั่งรินลงสู่แก้มขาวจมูกเล็กๆกลายเป็สีชมพูจากการร้องไห้อย่างหนัก เธอกอดชายที่เธอเรียกว่าพ่อเนิ่นนานซึ่งเขาเองก็กอดตอบและลูบศีรษะเธอเบาๆอย่างรักใคร่
หญิงสาวยอมแลกทุกสิ่งเพื่อที่จะตื่นขึ้นมาพบว่าพ่อยังอยู่กับเธอเธอขออยู่ในความฝันนี้ตลอดไปเลยก็ได้หากมีพ่ออยู่ตรงนี้ด้วย
“หนี่ ก่านจั๋ยเจิ่นเมอ ย่าง? (เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?)” คำถามภาษาจีนของพ่อทำให้ดาวผละออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะถามเป็ภาษาไทย
“พ่อพูดภาษาจีนทำไมคะ?นี่ฝันของหนู พ่อต้องพูดภาษาไทยซิคะ” เธอกล่าวอย่างเอาแต่ใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมในความฝันของเธอพ่อยังจะมาพูดภาษาจีนกับเธออีก ดาวคิดในใจว่า เธอคงฟังมิ้นต์พูดถึงซีรี่ส์จีนมากไปหน่อยถึงได้ฝันอะไรแบบนี้ แต่พ่อของเธอกลับขมวดคิ้ว ก่อนจะกล่าวเป็ภาษาจีนอีกครั้ง
“ลี่ซิง หนี่ ชัวเฉินเมอ ฮั้ว, เว่ยเฉินเมอหว่อทิงปู่ต่ง? (ลี่ซิง นี่ลูกพูดภาษาอะไร? ทำไมพ่อถึงฟังไม่เข้าใจ?)”
ครั้งนี้เป็ดาวที่ขมวดคิ้วสงสัยเหลือกำลังว่านี่เธออยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมพ่อถึงพูดภาษาจีนไม่หยุดแถมเรียกเธอว่า ‘ลี่ซิง’ ทำไมเธอถึงฝันแปลกแบบนี้ดาวเลยลองตอบกลับพ่อเป็ภาษาจีน
“หว่อชัวไท่ยู่(หนูพูดภาษาไทยไงคะ)”
“ไท่ยู่ชื่อเฉินเมอฮัวเหมยทิงชัวกั้ว (ภาษาไทยคืออะไร? ไม่เคยได้ยิน)” คำพูดของพ่อทำให้ดาวเริ่มได้สติ
หญิงสาวยกมือเล็กๆที่ตอนนี้มันขาวราวกับสำลีขึ้นมาเพ่งพินิจอย่างจริงจังเธอลูบแขนขาของตัวเอง บีบนวดให้รู้สึกถึงััของกายเนื้อพยายามหาคำตอบว่าตอนนี้เธออยู่ในภาวะโคม่าที่โรงพยาบาลหรือเปล่าทำไมทุกอย่างมันเกินจริง แต่เหมือนจริงแบบนี้
เธอหันซ้ายหันขวามองหากล้องแอบถ่ายที่อาจจะอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของห้องเพราะเธอคิดว่าอาจจะมีคนแกล้งเธออยู่ตอนนี้ แต่ก็หาไม่เจอ ทุกอย่างมันดูเหมือนจริงไปหมดหากผู้คนเหล่านี้คือนักแสดง พวกเขาก็คงแสดงเก่งมากที่เดียว ไม่มีหลุดคาแรคเตอร์เลยจริงๆขนาดสายตาประหลาดที่พวกเขามองเธออยู่ตอนนี้ ยังทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเธอเองมีเขางอกออกมาเลย
ว่าแล้วดาวก็ถลาผ่านประตูไม้ออกจากห้องไปราวกับจะบินไม่สนใจเสียงร้องเรียกของกลุ่มคนเมื่อครู่ที่กำลังห้ามเธอระงมด้วยภาษาจีนที่ส่วนใหญ่เธอจะฟังไม่เข้าใจแต่พอจับใจความได้บ้างว่า พวกเขาต้องให้เธอเดินช้าลงหน่อย
ตลอดทาง หญิงสาวมองเห็นสวนและบ้านสไตล์จีนเหมือนกับที่เธอเคยเห็นในหนังกำลังภายในท่องยุทธภพที่ดูกับอาแทนเธอประหลาดใจเมื่อชายหญิงสองสามคนที่ใส่ชุดแบบจีนโบราณสีขาวซึ่งกำลังทำงานบ้านอยู่โดดหนีอย่างเร็วเมื่อเห็นเธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปทางพวกเขา ดาวแค่อยากจะเห็นสถานที่โดยรอบว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่ก็เท่านั้น
เธอถลาไปข้างหน้าราวกับกำลังแข่งไตรกีฬาไม่สนใจเสียงคนหลายคนที่วิ่งตามหลังเธอมาแม้แต่น้อย สุดท้าย เธอก็มาหยุดอยู่ตรงบานประตูไม้ขนาดใหญ่ซึ่งดูเหมือนจะเป็ทางเข้าออกบ้านหลังนี้เร็วเท่าความคิด ดาวรีบวิ่งไปเปิดประตูบานหนักนั้นออกด้วยหัวใจที่เต้นรัวกว่าเสียงกลอง
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือหญิงชายมากมายในชุดจีนโบราณกำลังเดินขวักไขว่อยู่เบื้องหน้าประตูเต็มไปหมดพวกเขามองเธอขณะกำลังเดินผ่านหน้าบ้านที่เธอเพิ่งจะเปิดประตูออกไป หญิงสาวอดประหลาดใจไม่ได้ว่าทั้งหมดที่เธอเห็นอยู่นี้เป็ความจริงหรือความฝันหรือนี่จะเป็กองถ่ายซีรี่ส์จีนหรืออย่างไง
ดาวตัดสินใจลิงก้าวเท้าออกมาด้านนอก ก่อนจะพบว่าสถานที่แห่งนี้มันใหญ่โตกว่าที่เธอเคยเห็น หากเป็กองถ่ายจริงคงต้องใช้เงินมากมายในการจัดฉากแบบนี้ขึ้นมาไหนจะผู้ในคนที่แต่งกายในยุคโบราณที่กำลังเดินไปมาบนถนนดิน ซึ่งมันทอดยาวไปสู่บ้านเมืองแบบจีนโบราณทั้งสองฟากฝั่งมีร้านขายของตั้งอยู่เต็มไปหมด ซึ่งนั่นก็ตอบคำถามที่ว่า ทำไมเธอจึงได้กลิ่นอาหารหอมๆคละคลุ้งไปทั่วั้แ่เปิดประตูออกมา
ตอนนั้นเอง ที่ดาวเพิ่งรู้สึกขึ้นได้ว่าอากาศที่นี่หนาวเย็นอย่างที่เธอไม่คุ้นเคยเท่าไหร่รู้ตัวอีกทีใครบางคนก็คลุมผ้าลงบนไหล่ของเธอพลางกล่าวเป็ภาษาจีนที่มีความหมายถึงความห่วงใยและนั่นคือพ่อของเธอเอง
“เข้าบ้านเถอะลูกเสื้อผ้าของเ้าบางเกินไป เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”
หญิงสาวถูกพ่อดึงกลับเข้ามาในบ้านเพื่อสงบจิตใจสาวใช้นำชาอุ่นๆมาให้เธอดื่ม ดาวที่เพิ่งรู้ตัวว่าคอแห้งขนาดไหนเผลอซดชาร้อนๆเข้าไปเต็มกลืนจนมันลวกปากเข้าอย่างจังเธอบ้วนชาร้อนนั้นทิ้งโดยอัตโนมัติท่ามกลางสายที่ตะลึงงันของทุกคน
“ลูกเป็อย่างไรบ้าง?”พ่อของเธอกล่าวถามเป็ภาษาจีน ดาวไม่ตอบแต่กลับถามพ่อกลับโดยเธอเองก็ใช้ภาษาจีนเช่นกัน
“หนูอยู่ที่ไหน?”
ผู้เป็พ่อถึงกับมีสีหน้าหนักใจ ดูเขาจะสับสนกับสิ่งที่ลูกสาวกระทำอยู่ไม่น้อยแต่เขาก็เลือกที่จะตอบอย่างใจเย็น
“ที่นี่บ้านของเราไงลูก บ้านตระกูลหยาง”
หญิงสาวมองไปรอบๆบ้านไม้สไตล์จีนโบราณในหัวตื้อเหมือนกินยาแก้แพ้อากาศไปทั้งกระปุก คำว่าบ้านของเราจากปากพ่อฟังดูอบอุ่นก็จริงแต่ไอ้ที่พ่อบอกว่า ตระกูลหยาง นั้น บอกตามตรงว่าเธอไม่เข้าใจ
“ตระกูลหยางเหรอคะ คือ หนูแซ่หยางเหรอ?”
“นี่เ้าเป็อะไรกัน เ้าเป็ลูกสาวพ่อก็ต้องแซ่หยางอยู่แล้ว เ้าคือ หยางลี่ซิง อย่างไรเล่า”ผู้เป็พ่อกล่าวด้วยสีหน้าเป็ห่วง
สิ่งเดียวที่หญิงสาวคิดได้ตอนนี้คือ ‘งามไส้แล้ว’ นี่มันอะไรกันเธอชื่อหยางลี่ซิงั้แ่เมื่อไหร่? และนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หมอมารึยัง?” ผู้เป็พ่อหันไปถามสาวใช้ดูเขาจะร้อนใจไม่น้อยที่เห็นลูกสาวของตนมีอาการที่แปลกประหลาดเช่นนี้
“กำลังเดินทางแล้วเ้าค่ะ”สาวใช้กล่าวก่อนที่ประตูไม้บานใหญ่ด้านหน้าจะเปิดออกพอดี
ชายชราผมสีดอกเลาพร้อมด้วยชายที่ดูเหมือนจะเป็คนในบ้านของเธอวิ่งหอบเหนื่อยเข้ามาพร้อมกันชายชราผงะเล็กน้อยตอนที่เห็นดาว เขาทำความเคารพพ่อของเธอก่อนจะหันมาจ้องเธอเขม็งอย่างไม่วางตา
“หมอ ช่วยตรวจลี่ซิงหน่อยเถิดนางดูเหมือนจะไม่สบาย”
หมอพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือมาแตะข้อมือหญิงสาวอย่างกล้าๆกลัวดาวเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอมัวแต่มึนงงกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาจนเธอต้องพยายามรวบรวมสติ
หมอชรานิ่งไปครู่หนึ่งสีหน้าของเขาคลายความกังวลลงหลังจากรับรู้ถึงชีพจรของหญิงสาว เขากล่าว
“ชีพจรของคุณหนูปกติดี แปลกตรงที่ ดูเหมือนว่าชีพจรที่เคยเต้นอ่อนๆนั้นกลับเต้นแรงขึ้นอย่างน่าแปลก”
“แล้วมันเป็เื่ดีหรือไม่?”พ่อของดาวถาม
“เป็เื่ดีอย่างแน่นอนตลอดเวลาที่ข้ารักษาคุณหนูมาั้แ่เล็ก ข้าคุ้นชินกับชีพจรที่อ่อนแอของคุณหนูเป็อย่างดีแต่ตอนนี้ ชีพจรเ่าั้กลับมาเต้นเหมือนชีพจรของคนแข็งแรงทั่วไปข้าก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในชีวิต”
พ่อของดาวดูสบายใจขึ้นเล็กน้อย เขาพยักหน้าอย่างพอใจหมอชราจึงกล่าวต่อ
“และนี่ก็เป็ครั้งแรกในชีวิตเช่นกัน ที่ข้าเห็นคนตายแล้วฟื้น”
“อะไรนะ?” หญิงสาวที่ดูสติหลุดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความใ เธอคิดว่าเธอฟังประโยคเมื่อครู่ไม่ผิดแน่หญิงสาวถามต่อ
“คุณบอกว่าฉันตายไปแล้ว และฟื้นขึ้นมาเหรอ?”
ทุกคนที่รายล้อมต่างนิ่งอึ้งกับกิริยาโผงผางของคุณหนูกันไปหมดภาษาจีนของหญิงสาวก็ฟังดูแปลกราวกับเด็กหัดพูดอย่างนั้นแหละแต่พวกเขาก็เลือกที่จะรอดูสถานการณ์ต่อไป เื่นี้เป็เื่ที่ประหลาดจริงๆ
ดาวเพิ่งจะมาสังเกตว่าทั้งพ่อและคนใช้ในบ้านของเธอกำลังสวมใส่ชุดสีขาวแต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า มันเป็ผ้าสีขาวที่ทำมาจากผ้าดิบอย่างคนไว้ทุกข์ในงานศพของคนจีนตั้งหาก
ร่างที่ลุกพรวดขึ้นอย่างแข็งขันเมื่อครู่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรงสาวใช้รีบเข้ามาจับแขนเธอไว้
“คุณหนู เข้าไปพักในห้องก่อนเถอะเ้าค่ะ”สาวใช้กล่าวอย่างห่วงใย แต่หญิงสาวก็รีบขัด
“ไม่ ฉันอยากฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน” ดาวยังคงปรับการพูดภาษาจีนให้เขากับคนที่นี่ไม่ได้ถึงจะสับสน แต่เธอก็ต้องรู้ให้ได้ว่านี่มันเื่อะไรขึ้นกันแน่ เธอหันไปกระตุ้นให้พ่อเป็คนเล่าเื่ทั้งหมด
“พ่อเล่าให้ฟังหน่อยเถอะค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนู?”
พ่อมองใบหน้าของลูกสาวด้วยสายตาที่มีแววความหนักใจอยู่ในนั้นก่อนที่เขาจะเริ่มเล่า
“ลูกป่วยหนักมาหลายวันแล้วเมื่อวานตอนค่ำ ลูกหมดลมหายใจไป โดยที่ท่านหมอก็ได้ตรวจชีพจรเ้าอยู่หลายรอบสุดท้ายท่านก็ลงความเห็นว่าเ้าจากไปแล้วจริงๆกระทั่งเมื่อเช้าที่เ้าฟื้นกลับขึ้นมานั่นแหละ พ่อถึงรู้ว่าเ้ายังมีชีวิตอยู่”
ดาวได้ฟังแล้วก็นึกถึงซีรีส์ที่มิ้นต์เล่าเกี่ยวกับเื่การย้อนเวลาและการข้ามมิติอะไรเทือกนั้น เธอมองพ่อที่อยู่ในชุดขาวไว้ทุกข์พยายามไม่คิดว่าตอนนี้เธอได้มาอยู่ในโลกอีกใบที่มีเธอในอีกเวอร์ชัน เื่ในนิยายพวกนั้นเป็แค่เื่แต่งการย้อนเวลาคงไม่มีอยู่จริงใช่ไหม?
หญิงสาวนั่งห่อไหล่ด้วยใบหน้าที่สับสนมึนงงไปหมดสติของเธอเลื่อนลอยพลางคิดอะไรไปหลายร้อยอย่างในเสี้ยวนาที
“ลี่ซิง ลูกไปพักผ่อนก่อนเถิด” ผู้เป็พ่อกล่าวกับลูกสาวก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ให้พานายหญิงกลับห้องไป ดาวไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดเธอเดินตามสาวใช้ไปอย่างว่าง่าย แต่ติดตรงที่เธอเดินเหมือนซอมบี้ไม่มีผิด ตอนนี้สมองของเธอชาหนึบจนส่งผลให้ร่างกายเคลื่อนไหวประหลาดไปด้วย
เมื่อหัวถึงหมอน ดาวก็หลับไปแทบจะทันทีเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเธอวันนี้มันหนักหนาสาหัสจนทำให้หญิงสาวเหนื่อยและหมดแรงลงไปแทบจะทันทีดาวหวังเพียงแต่ว่า เมื่อตื่นขึ้นมา เธอจะหลุดพ้นจากฝันประหลาดที่เหมือนจริงนี้เสียที
.........................................................................................
ความมืดมิดปกคลุมอยู่ทุกหนทุกแห่งท้องฟ้าไร้แสงจันทร์เพราะเมฆหมอกดำทะมึนกำลังบดบังมันไว้ บ้านเมืองที่เคยครึกครื้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วบัดนี้เงียบสนิทไร้ผู้คน ยามดึกดื่นเช่นนี้ ชาวบ้านต่างก็พากันเข้านอนกันหมดแล้ว
แต่ในเงามืดนั้น เท้าของใครบางคนกำลังวิ่งอยู่บนหลังคาบ้านเรือนอย่างเงียบเชียบบ่งบอกได้ว่า ผู้คนเ่าั้ถูกฝึกฝนวิทยายุทธมาก่อน ชายในชุดดำสามคน สวมผ้าปิดบังใบหน้าสีเดียวกับชุดของพวกเขาทำให้ร่างเ่าั้แทบจะกลืนหายเข้าไปในความมืด ร่างนั้นวิ่งอย่างคล่องแคล่วสลับะโไปตามมุมต่างๆด้วยความชำนาญพวกเขาอยู่ที่นี่ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง
ทั้งสามระวังตัวเป็อย่างมากเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งพวกเขาสอดส่ายสายตาไปรอบๆก่อนจะค่อยๆปีนป่ายไปยังระเบียงห้องเป้าหมายราวกับร่างกายของพวกเขาเบาหวิวฝีเท้าเงียบยิ่งกว่าเสียงใบไม้ปลิดปลิวมือใหญ่ดึงกระบี่สังหารออกจากฝักอย่างเบามือ เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา
ภายในห้องมืดสนิท น้ำตาเทียนร้อนๆในเชิงเทียนบ่งบอกว่ามันเพิ่งจะถูกดับไปเมื่อไม่นานมานี่เองแสงจากโคมไฟด้านล่างส่องให้เห็นเตียงนอนธรรมดาตามโรงเตี๊ยม ที่ตอนนี้เหมือนมีคนนอนอยู่บนนั้นไม่รอช้า หนึ่งในชายชุดดำไม่พร่ำถาม เขาแทงกระบี่ลงบนผ้าห่มเต็มแรงหวังว่าเป้าหมายของเขาจะสิ้นใจภายในคมดาบเดียว
เสียงอาวุธสังหารทะลุเข้าไปดัง ฉับแต่แทนที่จะเืของเหยื่อจะไหลนองพื้นอย่างที่คาดคิด แต่ทุกอย่างกลับเงียบจนน่าแปลกใจหนึ่งในนั้นตัดสินใจเปิดผ้าห่มออก ก่อนจะพบว่าภายใต้ผ้าห่มผืนหนานั้นเป็เพียงกองผ้าธรรมดา
วินาทีต่อมานั่นเอง กระบี่ก็พุงออกมาจากมุมมืดสามทิศทางส่งผลให้ชายชุดดำทั้งสามต้องป้องกันตัวเองพัลวัน ชายฉกรรจ์หกคนโรมรันกันอย่างเอาเป็เอาตายกันอยู่ในห้องที่เกือบจะมืดสนิทหมายให้อีกฝั่งถึงแก่ชีวิต แต่มีหรือผู้ที่ถูกลอบทำร้ายจะยอมพ่ายแพ้พวกเขาทั้งเตะทั้งฟันด้วยวิชาาที่ฝึกฝนกันมาอย่างดี ไหนจะประสบการณ์จากการออกรบมาั้แ่วัยเยาว์ทำให้ชายรูปงามในชุดผ้าเนื้อดีได้เปรียบ
ว่าแล้วรัชทายาทหนุ่มก็สบโอกาสฟันฉับเข้าไปที่ไหล่ข้างซ้ายของผู้บุกรุกคนหนึ่งพระองค์บุกเข้าประชิดต่ออย่างไม่เกรงกลัว หวังให้าแฉกรรจ์ทำให้มือสังหารช้าลงแล้วก็ได้ผล ชายชุดดำเ่าั้รีบปัดป้องกระบี่ที่บุกเข้าใส่อย่างเต็มที่เมื่อถูกต้อนมาที่ระเบียง ชายผู้นั้นก็สบโอกาสะโหนีออกไปอย่างรวดเร็วอีกสองคนก็ไม่รอช้า รีบะโตามไปก่อนจะหายตัวเข้าไปในเงามืดยามราตรี
องครักษ์คู่ใจขององค์รัชทายาทกำลังจะตามไปแต่ถูกร่างสูงหยุดไว้เสียก่อน
“ช้าก่อน สือเหล่ย ปล่อยพวกมันไปเถิดตามไปก็ไม่เกิดประโยชน์” เสียงทุ้มสั่งลูกน้องคนสนิทก่อนจะหันไปหาเสี่ยวเปาที่ตอนนี้กำลังนั่งหอบจนตัวโยน
“เสี่ยวเปา เ้าเป็อะไรหรือไม่?”
ใบหน้ากลมๆส่ายไปมา ในขณะที่จมูกยังคงสูดเอาอากาศเข้าปอดอย่างต่อเนื่องเสี่ยวเปายังอุตส่าห์ตอบ
“ไม่เป็อะไรพ่ะย่ะค่ะ ข้าถามจริงๆเถอะพวกท่านไม่เหนื่อยกันเลยหรือ?”เสี่ยวเปามองไปที่ร่างสูงเพรียวสองร่างที่ยืนมองเขาอยู่โดยไม่มีอาการแม้แต่จะหอบเลยสักนิด
สือเหล่ยเดินไปจุดเทียนภายในห้องที่เละเทะระเนระนาดก่อนจะถอนหายใจ
“เ้าของโรงเตี๊ยมต้องหัวเสียเป็แน่พ่ะย่ะค่ะ”
รัชทายาทหนุ่มที่เพิ่งผ่านความเป็ความตายมาเมื่อครู่ยิ้มมุมปากด้วยอากัปกิริยาที่ยังคงเคร่งขรึมสง่างามก่อนจะตรัส
“ดีนะที่ข้าให้เสี่ยวเปานำเบี้ยติดตัวมาไม่น้อย”
“เป็ไปตามที่พระองค์คาดการณ์ไว้ไม่มีผิดพวกเขาถือโอกาสลงมือในตอนที่พระองค์ออกมาพำนักนอกวังจริงๆ” สือเหล่ยกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียดแต่ดูเหมือนนายของเขาจะยังติดตลก
“เจ็บใจตรงที่ จะสังหารข้าทั้งทีส่งมือสังหารมาเพียงสามคนเท่านั้น ประเมินข้าต่ำถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“นั่นน่ะสิองค์รัชทายาทผ่านศึกมาแล้วนับไม่ถ้วน มือสังหารเพียงสามคนเนี่ยนะ จะล้มพระองค์ได้ คนที่อยู่เื้ัคิดการอันใดอยู่กันแน่”เสี่ยวเปาที่ตอนนี้เริ่มจะหายเหนื่อยแล้วกล่าวเสริมองค์รัชทายาทรูปงามจึงถอนหายใจเบาๆก่อนจะกล่าวต่อ
“เกรงว่านี่จะเป็เพียงการข่มขู่เท่านั้นพวกเขาไม่หวังจะเอาชีวิตข้าแต่เป็การหยั่งเชิงดูเท่านั้นว่าตอนนี้ข้าระวังตัวอยู่หรือไม่ดูแล้วคนที่บงการอยู่เื้ัน่าจะยังอ่านข้าไม่ออกสินะ”
“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อย่างไรกระหม่อมก็ยังอยากให้พระองค์เปลี่ยนพระทัยกลับเมืองหลวงภายในคืนนี้อยู่ดีนะพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวเปากล่าวกับผู้เป็นายด้วยความจงรักภักดี แต่กลับถูกองค์รัชทายาทหยุดไว้
“ข้ามาที่นี่เพียงเพราะอยากจะท่องเที่ยวเยี่ยงสามัญชนธรรมดาข้าไม่อยากให้เื่แค่นี้ต้องทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้หมดสนุก แต่ก็เอาเถอะหากเ้าอยากจะกลับ ข้าจะส่งเ้ากลับไปก่อน ส่วนข้ากับสือเหล่ยจะออกท่องเที่ยวกันเพียงลำพัง”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ พระองค์เสด็จไปที่ใดกระหม่อมก็จะติดตามปกป้องพระองค์ด้วยชีวิตพ่ะย่ะค่ะ”เสี่ยวเปากล่าวอย่างแข็งขันพร้อมประสานมือไว้ด้านหน้าด้วยความเคารพ
อันที่จริงเขาอยากจะออกติดตามท่องเที่ยวมากกว่า ชีวิตในวังหลวงไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นมากนักการออกมาเปิดหูเปิดตาภายนอกบ้างก็ทำให้ชีวิตคนรับใช้ของเขาสนุกขึ้นมามากโขอีกอย่าง เสี่ยวเปามั่นใจแน่แล้วว่า นายของเขาเก่งกาจมากพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้โดยที่เขาจะอยู่เคียงข้างพระองค์ในทุกย่างก้าวอย่างแน่นอน
ในตอนนั้นเองเ้าของโรงเตี๊ยมและคนงานคนหนึ่งก็วิ่งตึงตังมายังหน้าประตูห้องก่อนจะเคาะเสียงดังสือเหล่ยจึงทำหน้าที่เดินไปเปิดประตูก่อนที่ร่างอ้วนๆของเ้าของโรงเตี๊ยมจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทางตกตะลึงเป็อย่างมาก
“ไอ๊หยา นี่มันเกิดอะไรขึ้น?ทำไมห้องของข้าจึงตกอยู่ในสภาพนี้ไปได้?” เข้ารีบเขาไปแตะแจกันใบงามที่ตอนนี้แตกละเอียดอยู่บนพื้น
“เมื่อครู่มีโจรบุกเข้ามาปล้นพวกข้าพวกมันรื้อข้าวของกระจัดกระจาย แถมยังจะทำร้ายข้าและนายน้อยของข้า โรงเตี๊ยมของท่านนี่ไม่ปลอดภัยเอาเสียเลยนะ”เสี่ยวเปาทำท่าทางขึงขัง นายน้อยที่เข้าพูดถึงนั่นก็หมายถึงองค์รัชทายาทนั่นเอง
ตอนนี้ทั้งสามมาพักที่นี่ในฐานะนักเดินทางที่เดินทางผ่านมาเท่านั้นจะให้ใครรู้ฐานันดรที่แท้จริงขององค์รัชทายาทไม่ได้เพราะอาจจะเกิดอันตรายแกพระองค์ขึ้นอีก
“ขโมยงั้นรึ นายท่านข้าต้องขออภัยด้วยที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นข้าสาบานเลยว่านี่เป็ครั้งแรกที่มีโจรขโมยบุกมาทำร้ายคนในโรงเตี๊ยมของข้าเช่นนี้”เ้าของโรงเตี๊ยมรีบขอโทษขอโพยเป็การใหญ่ ก่อนจะถูกองค์รัชทายาทกล่าวตัดบทขึ้นมาเพราะพระองค์้าจะพักผ่อนแล้วมากคำก็มากความกันไปใหญ่โต
“เอาเถอะ ข้าไม่ถือโทษเอาความอันใดแต่ถึงกระนั้น ข้าก็จะชดใช้ที่ข้าวของเสียหาย เื่เงินท่านคุยกับคนสนิทของข้าได้เลยขออย่างเดียว เปิดห้องใหม่ให้ข้า ข้าอยากพักผ่อนแล้ว?”
“ได้แน่นอนนายท่าน เชิญด้านนี้” ว่าแล้วเ้าของโรมเตี๊ยมก็กุลีกุจอพาร่างสูงที่สง่างามกว่าคนธรรมดาไปยังห้องใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหลังจากทราบว่าจะได้เงินชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
ท้ายที่สุดเหตุการณ์ในค่ำคืนไร้แสงจันทร์ก็ผ่านไปโดยไม่มีใครได้รับอันตรายองค์รัชทายาทเผิงซีผู้มีพระพักตร์งดงามทรงพักผ่อนอย่างไร้กังวล ถึงแม้จะผ่านความเป็ความตายมาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วพระองค์คงไม่มีทางรู้หรอกว่า หลังจากวันพรุ่งนี้ ความสงบสุขในพระทัยของพระองค์จะถูกหญิงสาวจอมแก่นผู้หนึ่ง่ชิงไปตลอดกาล