(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 59 ราชันสงคราม

            สมาพันธ์โลก องค์กรขนาดใหญ่ที่รวบรวมประเทศชั้นนำของโลกเอาไว้นับสิบแห่ง


            ภายในองค์กรเต็มไปด้วยนักสู้พันธุกรรมมากมายหลายร้อยล้านคน เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งมากมายเหมือนกับหมู่เมฆบนท้องฟ้า


            ว่ากันว่าระบอบในสมาพันธ์โลกนั้นเข้มงวดอย่างถึงที่สุด พวกเขามียศและตำแหน่งที่แสดงสถานะกันอย่างชัดเจน เป็นรูปแบบทหาร มีระเบียบความเรียบร้อย ใครที่มียศตำแหน่งสูง พวกเขาก็จะได้รับความเคารพยกย่องจากผู้คนทั้งโลก กลายมาเป็นเหมือนผู้ปกครองที่แข็งแกร่ง


            ในสมาพันธ์โลก ยศตำแหน่งก็ถูกแบ่งแยกย่อยออกได้อย่างชัดเจน


            ระดับต่ำสุดคือพลทหาร สิบตรี สิบโท และสิบเอก ตำแหน่งยศทั้งสี่ถือเป็นหน่วยงานที่เต็มไปด้วยผู้คนธรรมดามากมาย พวกเขายังไม่ได้เป็นนักสู้พันธุกรรม อาจมีระดับต่ำมากที่สุดในองค์กรอย่างสมาพันธ์โลก ทว่าเมื่อคนใดสามารกลายมาเป็นนักสู้พันธุกรรมได้ ยศตำแหน่งก็จะถูกเลื่อนขั้นโดยอัตโนมัติ ทั้งยังได้รับเครดิตและทรัพยากรต่างๆในการฝึกฝนทุกเดือนเป็นของตอบแทน


            จ่าสิบตรี จ่าสิบโท จ่าสิบเอก พวกเขาคือนักสู่้พันธุกรรมที่มีระดับขั้นพลังอยู่ที่ 1 - 2 ดาว ถือเป็นผู้ฝึกฝนหน้าใหม่ในวงการของนักสู้


            ในตำแหน่งนี้ พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาติให้ออกไปยังเมืองที่พังทลาย ทุกคนจะต้องเข้ารับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดเป็นเวลากว่าหลายเดือน


            ทรัพยากรจะถูกประเคนมาให้กับพวกเขา เหมือนเป็นกำลังฟูมฟัก เรียกได้ว่าพวกเขาคือนักสู้พันธุกรรมที่เป็นความหวังในอนาคตของสมาพันธ์โลก


            ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 20 ปี และหลังจากที่ฝึกฝนหลักสูตรหรือสามารถผ่านการอบรมในครั้งนี้มาได้อย่างสมบูรณ์แบบ


            พวกเขาจะถูกเลื่อนขั้นมาเป็นยศร้อยตรี ร้อยโทและร้อยเอก ในยศตำแหน่งนี้ทุกคนจะถูกมอบหมายหน้าที่ให้ประจำการตามเมืองป้อมปราการต่างๆ ใครที่มีอิทธิพลและเส้นสายหน่อย พวกเขาก็จะได้รับงานที่ค่อนข้างจะสบาย ไม่ต้องออกไปเสี่ยงภัยอันตรายที่บริเวณโลกภายนอก


            ส่วนใหญ่คนที่มียศตำแหน่งนี้ก็จะเป็นนักสู้พันธุกรรมระดับ 3 - 5 ดาว ค่อนข้างมีพละกำลังและชื่อเสียงที่เลื่องลื่อไปทั่วอาณาเขตบริเวณ


            ถัดไปจากนั้นก็จะเป็นตำแหน่ง พันตรี พันโทและพันเอก ในระดับขั้นนี้พวกเขาจะกลายมาเป็นหนึ่งในหัวหน้าผู้ควบคุมที่แข็งแกร่ง


            ทุกคนต่างครอบครองดัชนีพลังตั้งแต่ 6-7 ดาว ด้วยกันทั้งสิ้น ถือเป็นเสาหลักและมีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา


            สำหรับพลจัตวา พวกเขาคือนายทหารที่มียศชั้นสูง เป็นนักสู้พันธุกรรมระดับ 8 ดาว


            ทว่าในตำแหน่งยศถัดไปของสมาพันธ์โลก สิ่งนี้ถือเป็นเส้นแบ่งที่ทุกคนก็ต่างก็ใฝ่ฝันถึง เรียกได้ว่าเป็นความฝันของนักสู้พันธุกรรมทุกคน


            พลตรีและพลโท พวกเขาจะได้กลายมาเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการกองทัพ ทั้งหมดต้องมีดัชนีพลังอยู่ที่ระดับ 9 ดาว เรียกได้ว่าเป็นขีดจำกัดของพลังที่นักสู้มากมายเลยก็ว่าได้ ทว่าเมื่อพวกเขาสามารถวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นถัดไปได้ พวกเขาจะได้รับตำแหน่งยศพลเอกโดยตรง


            นักสู้แห่งตำนานภายในสมาพันธ์โลกจะถูกเรียกว่าราชันแห่งสงคราม ทุกคนต่างครอบครองพลังและอิทธิพลอำนาจที่ยิ่งใหญ่


            มีพลังที่สามารถบัญชากองทัพนับหมื่นออกไปได้อย่างอิสระ ทั้งยังสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ระดับสูงและคลังทรัพยากรได้ทั้งหมด ขอเพียงมีแต้มทางการทหารที่มากพอ พวกเขาก็จะสามารถซื้อทรัพยากรที่หายากอะไรก็ได้ ซึ่งพวกนี้ก็ถือเป็นทรัพยากรที่ไม่มีขายกันในตามท้องตลาด


            ราชันสงครามคือผู้นำของเมืองป้อมปราการต่างๆ มีนักสู้แห่งตำนานมากมายนับร้อยคนที่ได้รับตำแหน่งราชันสงครามนี้


            แต่ถึงจะมีตำแหน่งและยศที่เหมือนๆกัน ลำดับความแข็งแกร่งของราชันสงครามก็ถูกแบ่งแยกเอาไว้อย่างชัดเจน ใครที่มีตัวเลขลำดับน้อยสุด พวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากกว่าใครเพื่อน ว่ากันว่าราชันย์สงครามลำดับ 1 มีค่าดัชนีพลังมากถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 8 ดาว


            สำหรับผู้บัญชาการสูงสุดหรือจอมพล เขาคือคนที่แข็งแกร่งมากที่สุด แทบจะมีพลังความแข็งแกร่งไม่ต่างไปจากซวนหยวนและหยางจินเหินเลยซักนิด เขาคือเทพแห่งสงคราม ตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของกองทัพแห่งสมาพันธ์โลก มีอิทธิพลรวมถึงพลังอำนาจอันไร้ที่สิ้นสุดเลยก็ว่าได้


            เป้าหมายของทันย่าคือตำแหน่งราชันสงคราม เพราะถ้าเขาสามารถกลายมาเป็นยศพลเอกได้ ชายหนุ่มจะได้เข้าถึงทรัพยากรที่มากมายมหาศาลของสมาพันธ์โลก ซึ่งภายในนั้นก็มีดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้า อาวุธ 10 รูปแบบที่ทรงอำนาจของจักรวาลหลับไหลอยู่อีกด้วย


            เพียงไม่นาน ทันย่าก็ได้เดินทางมาถึงเมืองหรู่หมิง เมืองที่เปรียบได้เป็นศูนย์กลางของโลกมนุษย์ เขาลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือหมู่เมฆ จ้องมองลงไปยังเบื้องล่างที่เป็นเมืองขนาดใหญ่และมีอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาล


            ต่อให้จะเป็นยามค่ำคืน บรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยความคึกโครม


            ผู้คนมากมายต่างทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเป็นเรื่องปกติ แสงไฟที่สาดส่องออกมาได้ทำให้เมืองแห่งนี้ไม่ต่างไปจากกลางวัน


            ถึงเมืองหรู่หมิงจะมีประชากรนับพันล้านคนก็ตาม ทว่าบริเวณหลายแห่งก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่แออัดเลยซักนิด อาจเป็นเพราะเมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากเกินไป


            ทั่วเมืองเองก็ถูกรายล้อมไปด้วยกำแพงโลหะสีดำที่สูงตระหง่านกว่าหลายร้อยเมตร ทอดยาวออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด มีทหารยืนประจำการกันอย่างเข้มแข็ง แม้แต่ยานรบก็ยังบินเข้าออกกันให้ว่อน


            ขณะที่ด้านล่างบริเวณประตูทางเข้าก็เต็มไปด้วยพาหนะเคลื่อนที่มากมาย ผู้คนต่างยืนรอคอยเข้าเมืองกันอย่างคับคั่ง ให้บรรยากาศที่ไม่ต่างไปจากตลาดสดหรืองานเทศกาลกันเลยซักนิด


            “ให้ตายสิ นี่มันชั่งสงบสุขกันซะจริงๆ”


            “แบบนี้มันน่าจะทำลายทิ้งซะให้หมด!”


            ทันย่าเห็นแบบนั้นก็เต็มไปด้วยความเฉยชา พร้อมกับดวงตาที่สว่างวาบไปด้วยจิตสังหาร


            บรรยากาศภายในเมืองแห่งนี้ชั่งแตกต่างไปจากเมืองป้อมปราการที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าด่านอย่างสิ้นเชิง เขาอดไม่ได้ที่จะก่นด่าออกมาอยู่เล็กน้อย


            ยิ่งได้เห็นเช่นนี้ ทันย่าก็นึกอยากจะกลายร่างและออกอาละวาดล้างสังหารพวกมันให้หมด


            ถึงยังไงทันย่าก็ยังคงไม่ลืมเลือนต่อเหตุการณ์ในอดีตที่เคยได้เกิดขึ้น ถ้าตอนนั้นเมืองเทียนหมิงมีผู้แข็งแกร่งมากมายประจำการอยู่เหมือนเช่นเมืองแห่งนี้ เขาก็คงไม่ถูกจับตัวไปและต้องมีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น ไม่ต้องกลายมาเป็นเมียของไอ้พวกชั่วที่ได้ยำยีเขานานนับหลายปี


            เขาคงไม่ต้องมาเกลียดชังพวกเศษเดนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขาคงไม่ต้องมามีชีวิตอยู่เช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งสิ้น


            [ใจเย็นศิษย์รัก สงบสติอารมณ์และอย่าคิดอะไรที่ฟุ้งซ่าน อย่าเพิ่งเกิดความอยากแก้แค้นต่อพวกมันในเวลานี้ ถ้าตอนนี้เจ้าเปิดเผยร่างเบฮีมอท เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน ในเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยนักสู้พันธุกรรมระดับดาวเคราะห์]


            [อย่าลืมนะว่ามีทั้งซวนหยวนและหยางจินเหิน ยังไม่รวมถึงเทพสงครามที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับทั้งสองอีกด้วยน่ะ]


            ดาวาลรีบเปิดเผยตัวตนและเข้ามาปลอบใจลูกศิษย์รักของตน ทำให้ทันย่าเริ่มกลับมามีสติและสูดหายใจเข้าอย่างลึกๆ


            “เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ งั้นก่อนอื่นเราไปลงทะเบียนเพื่อยืนยันสถานะดัชนีพลังเลยละกัน”


            “ได้ยินมาว่าต้องไปที่อาคารของสมาพันธ์โลก ศูนย์ผู้ลงทะเบียนนักสู้พันธุกรรมสาขาหลัก!”


            เมื่อใจเย็นลงแล้ว ทันย่าก็ไม่รอช้าที่จะทะยานผ่านกำแพงโลหะที่สูงตระหง่าน


            ทหารประจำการที่เดินกันอย่างขวักไขว้ก็ได้เห็นถึงร่างเงาที่งดงามบานสะพรั่ง พวกเขาถึงขั้นตกใจจนตาย เพราะหญิงสาวคนนี้กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า หมายความว่านางเป็นนักสู้แห่งตำนาน


            มีเพียงนักสู้แห่งตำนานเท่านั้นที่แตกต่าง พวกเขาสามารถทะยานบนท้องฟ้าได้อย่างรวดเร็ว และมีอิสระเหมือนกับนกเลยก็ว่าได้


            “ทำความเคารพท่านหญิง!”


            ทุกคนไม่รอช้าต่างยืนตัวตรง ยกมือแนบบริเวณอกและแสดงความเคารพในแบบฉบับของทหาร ทันย่าเองก็เหลือบมองอยู่เล็กน้อยและไม่ได้สนใจอีกต่อไป เขาได้มุ่งหน้าตรงไปยังศูนย์ผู้ลงทะเบียนนักสู้พันธุกรรมสาขาหลักอย่างรวดเร็ว มันถูกตั้งอยู่บริเวณนึงภายในเมืองหรู่หมิงแห่งนี้


            ขณะที่ร่างของทันย่าได้บินหายไปจากบริเวณ ทหารมากมายที่ต่างยืนประจำการกันอยู่ก็หันมาพูดคุยกันด้วยความตกตะลึง


            “นั่นใครน่ะ ข้าไม่เคยเห็นนักสู้แห่งตำนานซึ่งเป็นหญิงสาวที่เซ็กซี่เช่นนี้มาก่อนเลย”


            “เอิ๊ก! หรือว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งคนใดที่เพิ่งได้เผยเปิดตัวตนออกมา?”


            “เหอะๆ ความสวยของเธออยู่เหนือยิ่งกว่าเทพธิดาแห่งสงครามซะอีก!”



            ..

            ตายละหว่า ยังไงก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง 55+