พริบตาทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์กลับลงมือโเี้นางสังหารผู้าุโระดับสูงของสำนักจินหลี่อย่างไม่ไว้หน้าใครต้องรู้ก่อนว่าในสำนักระดับกลางเช่นนี้ขอบเขตหยวนอิงคือตัวตนสูงส่งเป็รองแค่บรรพชนขอบเขตเทพแปลงเท่านั้น
“นี่!!!!”แม้แต่เ้าสำนักจินหลี่ก็ยังใเขาเองก็ไม่คิดว่าเื่มันจะบานปรายขนาดนี้
“ท่านพ่อ”ทันใดนั้นเองเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นร่างของหลางม่อทะยานออกมาจากพื้นที่ลับด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ไม่ได้นะอย่าเสียมารยาท”บรรพชนรีบผนึกร่างของหลางม่อเอาไว้ทันทีกลัวว่าหลางม่อจะไปกระตุ้นความโกรธของทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
“เ้าเองสินะบรรพชนจินหลี่ที่เป็ผู้หนุนหลังของเ้าสวะพวกนี้”ทูตจากแดนศักดิ์เผยจิตสังหารออกมา
“ผิดแล้วข้าไม่เคยทำเื่เช่นนั้นข้าแค่ช่วยฝึกฝนศิษย์ของข้าเท่านั้น” บรรพชนจินหลี่กล่าวด้วยความหวาดกลัวต่อให้ตนจะอยู่เทพแปลงแต่พลังของทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างไรก็เหนือกว่ายิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าบนร่างของนางอาจจะมีสมบัติเซียนซ่อนอยู่ก็ได้
“ฮึข้าสืบมาแล้วหลายปีมานี้เ้าสนับสนุนพ่อลูกคู่นี้ไปไม่น้อยเลยแม้แต่อำนาจในสำนักพวกมันก็แทบเหนือกว่าเ้าสำนักแล้วปล่อยมันออกมาข้าอยากจะรู้นักว่ามันจะทำอะไร” ทูตแดนศักดิ์สิทธิ์คลายผนึกออกทำให้หลางม่อหลุดออกมา
“ท่านทูตท่านสังหารบิดาของข้าทำไมกัน” หลางม่อคำรามด้วยความโกรธแววตาที่มองมาเผยให้เห็นความแค้น
“สังหารทำไมงั้นเหรอนั่นก็เพราะมันสมควรตายที่ให้กำเนิดเ้าสารเลวอย่างพวกเ้า” ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์เผยจิตสังหารออกมา
“หลางม่อน้องชายของเ้าและบิดาของเ้าหลายปีมานี้ใช้อำนาจที่ท่านบรรพชนมอบให้ทำเื่ต่างๆมากมายลับหลังสำนักมีทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผยเื่นี้เ้าเองก็น่าจะรู้แต่ที่ไม่น่าให้อภัยของน้องชายของเ้าไม่เพียงแต่ไม่สำนึกยังกล้าล่วงเกินท่านทูตอีกความผิดนี้ยากจะให้อภัย”เ้าสำนักจินหลี่กล่าว
“อะไรนะ”สีหน้าของบรรพชนเปลี่ยนไปไม่แปลงที่ท่านทูตจะดูโกรธแค้นขนาดนี้แต่หลางม่อคือผู้สืบทอดที่ตนเลือกไว้หากเกิดอะไรขึ้นย่อมทำให้ทุกสิ่งที่เขาทำไว้สูญเปล่า
“ดูเหมือนสำนักจินหลี่จะไม่เห็นทูตอย่างข้าอยู่ในสายตาเลยสินะถึงกล้าปล่อยให้เกิดเื่เช่นนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะเพิ่มจำนวนคนที่พวกเ้าต้องส่งไปแนวหน้าขึ้นเป็สองเท่าส่วนเ้าสารเลวที่มีสายเือันสกปรกนี่จะต้องถูกทำลายพลังบ่มเพาะและเนรเทศออกไป”ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์กล่าว
“อะไรกัน”หลางม่อกรีดร้องออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ
ตนที่เป็ถึงผู้สืบทอดบรรพชนและใกล้จะได้รับตำแหน่งเ้าสำนักในอีกไม่กี่ปีแต่ตอนนี้กลับถูกตัดสินให้ทำลายพลังบ่มเพาะเขาจะยอมรับได้อย่างไร
‘ท่านทูตโปรดละเว้นด้วย ม่อเอ๋อนั้นไม่รู้เื่ที่บิดาและน้องชายของเขาทำดังนั้นเขาถือว่าไม่ผิด”บรรพชนกล่าว
“โอ้เ้าขอร้องแทนงั้นเหรอ ดีเช่นนั้นข้าจะไม่ทำโทษสวะคนนี้ก็แล้วกันแต่จะลงโทษเ้าแทน” ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์นำสมบัติชิ้นหนึ่งออกมาซึ่งเป็รูปร่างเหมือนกับผลึกสีม่วงพริบตาบนท้องฟ้าก็ปรากฏเสียงอสนีคำราม
‘หากเ้าสามารถผ่านทัณฑ์อสนีนี้ไปได้ข้าจะยอมปล่อยพวกเ้าไป”ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์กล่าว
“สมบัติเซียนผลึกอสนี์” สีหน้าของบรรพชนจินหลี่เปลี่ยนไป
“ท่านบรรพชนหากท่านยอมรับทัณฑ์อสนีนี้ต่อให้ไม่ตายท่านก็อาจจะได้รับาเ็สาหัสจนถึงรากฐาน”เ้าสำนักจินหลี่กล่าว
“ม่อเอ๋อคืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในอนาคตจะบรรลุเทพแปลงอย่างแน่นอนเขาจะเป็อะไรไปไม่ได้เด็ดขาด”บรรพชนตัดสินใจก่อนจะยอมรับทัณฑ์อสนีที่เกิดจากสมบัติในมือของทูต
“ดีในเมื่อเ้าตัดสินใจปกป้องอย่างถึงที่สุดข้าก็จะทำให้เ้าสมหวัง” ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์กล่าว
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!”อสนีคำรามพร้อมกับโจมตีลงมา
“ท่านอาจารย์”หลางม่อกรีดร้องแต่ก็ไม่อาจเข้าใกล้อีกฝ่ายได้
“อ๊ากกกกกกกก”บรรพชนจินหลี่กรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป
“ว้าวผู้หญิงคนนี้อำมหิตจริงๆเพียงแค่ถูกมองตอนอาบน้ำถึงขั้นลงมือสังหารคนไปไม่น้อยเลยเกรงว่าสำนักจินหลี่คงตกต่ำลงอย่างไม่ต้องสงสัยเอาเถอะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับข้าคนที่ทำให้นายท่านไม่ชอบใจก็ต้องถูกกำจัด” เสี่ยวหวงยิ้มก่อนจะร่างหายไป
บรรพชนจินหลี่นำสมบัติออกมาเพื่อต้านทานอสนีอย่างบ้าคลั่งสุดท้ายแม้จะสามารถรอดชีวิตได้แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอายุขัยและขอบเขตที่ถดถอยลง
“จำไว้อย่าให้มีครั้งที่สองอีกไม่งั้นสำนักของพวกเ้าจะต้องถูกลบออกไป” ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้พักต่อแต่ออกเดินทางทันที
“ฮึ่มตอนนี้จะทำยังไงพวกเราต้องส่งผู้มีขอบเขตหลอมแก่นปราณ 40 คนและสร้างรากฐานถึง 200คนจำนวนนี้ไม่ใช่น้อยๆนะ”
“ใช่แล้วลำพังแค่ศิษย์ในสำนักขอบเขตสร้างรากฐานมีไม่ถึง400 ด้วยซ้ำหากส่งไป 200 ศิษย์ในสำนักคงลดลงมากกว่าครึ่งแน่”
“เป็เพราะเ้าสารเลวหลางมู่นั่นแหละที่ทำให้พวกเราต้องเดือดร้อน”
“เพราะท่านบรรพชนให้ท้ายเกินไปจนต้องเจอกับเื่ซวยๆเช่นนี้”เหล่าผู้าุโพากันแสดงสีหน้าไม่พอใจบางคนเริ่มมีใจออกห่างเพราะเห็นได้ชัดว่าสำนักจินหลี่อาจจะไม่ใช่ที่พึ่งที่ดีอีกต่อไป
“ท่านบรรพชนครั้งนี้สำนักเสียหายอย่างหนัก ใครจะรับผิดชอบในเื่นี้” เ้าสำนักกล่าว
“ท่านเ้าสำนักท่านหมายความว่ายังไงท่านอาจารย์ก็แบกรับทัณฑ์อสนีไปแล้วไม่ใช่หรือ” หลางม่อกล่าว
“นั่นเพื่อช่วยชีวิตเ้าไม่เกี่ยวกับสำนักเ้ารู้หรือไม่ว่าต่อจากนี้สำนักจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรการทำให้ทูตจากแดนศักดิ์สิทธิ์โกรธแค้นเท่ากับเป็ศัตรูกับสำนักต่างๆไปด้วยต่อจากนี้สำนักต่างๆจะต้องหาโอกาสเล่นงานพวกเราเพื่อเอาใจท่านทูตแน่และด้วยพลังที่ลดลงของสำนักพวกเราจะเอาอะไรไปสู้” เ้าสำนักกล่าว
“เ้า้าอะไรกันแน่”บรรพชนจินหลี่กระอักเืออกมาตอนนี้อายุขัยถูกใช้ไปเกือบหมดขอบเขตตกลงมาอยู่ขอบเขตหยวนอิงขั้นสมบูรณ์เกรงว่าชีวิตนี้คงไม่อาจกลับไปขอบเขตเทพแปลงได้อีก
“ในเมื่อเื่นี้เกิดขึ้นเพราะตระกูลหลางและท่านบรรพชนอยากจะรักษาชีวิตของหลางม่อดังนั้นข้าจะทำตามกฎของสำนักให้ผู้าุโทุกคนในสำนักเป็คนเลือกว่าจะลงโทษพวกท่านอย่างไร”เ้าสำนักกล่าว
สีหน้าของบรรพชนจินหลี่เปลี่ยนไปพริบตาเหล่าผู้าุโก็พากันมายืนข้างเ้าสำนักเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ชอบบรรพชนผู้นี้และหลางม่อที่ใช้อำนาจกดขี่พวกเขามาหลายปี
“พวกเ้า!!!!!”บรรพชนไม่คิดว่าตอนนี้มดปลวกที่ตนเคยดูถูกจะรวมหัวกันมาเล่นงานตน
“ในฐานะเ้าสำนักขอประกาศปลดท่านออกจากตำแหน่งบรรพชนอำนาจทั้งหมดถูกเก็บคืนส่วนหลางม่อในฐานะพี่ชายของหลางมู่เ้าจะถูกปลดจากสถานะผู้สืบทอดเ้าสำนักและไม่อาจรับตำแหน่งเ้าสำนักได้อีกต่อไป”เ้าสำนักกล่าว
“ได้ยังไงข้าไม่ยอมรับ” หลางม่อคำราม
‘นี่คือความเห็นของพวกเราและตอนนี้สำนักก็ต้องมีคำอธิบายให้กับผู้คนที่ต้องไปสู้แนวหน้าด้วย” ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
“จริงสิหลางม่อก็อยู่ขอบเขตหลอมแก่นปราณนับรวมเข้าไปด้วยเถอะ”
“ข้าเห็นด้วย”
“ข้าเองก็เห็นด้วย”ผู้าุโในสำนักพากันเห็นพ้องต้องกัน
‘ท่านบรรพชนนี่คือสิ่งที่ท่านเลือกเองเช่นนั้นจงยอมรับผลที่ตามมาเสียเถอะ” เ้าสำนักกล่าว
พริบตาขั่วอำนาจในสำนักจินหลี่กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลางม่อดาวเด่นกลับหมดสิ้นอำนาจในพริบตาบรรพชนผู้แข็งแกร่งที่สุดกลับหมดอำนาจและตอนนี้เขาก็ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งที่สุดอีกต่อไป
เื่ใหญ่เหล่านี้หลิงหยวนไม่ได้สนใจเลยหลังจากรอจนหอตำรามนุษย์เปิดหลิงหยวนและหนานเว่ยก็ทำการลงทะเบียนและจ่ายในราคาที่สูงเพื่อเข้าไปหอตำรามนุษย์นั้นมีความสูงถึง 10 ชั้นข้างในล้วนแต่มีตำราอยู่มากมายมีตำราทุกประเภทั้แ่เื่เล่าในตำนานรวมถึงภูมิความรู้ของมนุษย์
“โชคดียังมีคนเก็บรักษามรดกพวกนี้อยู่”หลิงหยวนกล่าวด้วยใจจริง
“ได้ยินว่าตัวตนของเ้าของหอตำรามนุษย์ลึกลับอย่างมากจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็ใครและไม่มีใครกล้าหาเื่คนผู้นี้เช่นกัน”หนานเว่ยกล่าว
“เช่นนี้นี่เองศิษย์พี่เช่นนั้นข้าขอตัวไปสำรวจก่อนนะเวลามีจำกัดข้าอยากจะรีบหาวิชากลไกให้เร็วที่สุด”หลิงหยวนกล่าว
“เช่นนั้นข้าจะพาเ้าไปถามคนที่รู้”หนานเว่ยกล่าว
หนานเว่ยจูงมือหลิงหยวนไปยังชายชราที่นั่งอ่านตำราเล่มหนึ่งอยู่ชายชราทำหน้าที่ดูแลรักษาหอตำรามนุษย์มานานหลายปีแล้ว
“ผู้าุโพอจะรู้หรือไม่ว่าตำราเกี่ยวกับวิชากลไกอยู่ที่ชั้นไหน” หนานเว่ยกล่าว
“หืมผู้ฝึกตนสนใจวิชากลไกงั้นเหรอเ้ายังมีสติดีอยู่หรือไม่” ชายชรากล่าว
“ไม่ใช่ข้าแต่เป็เขา”หนานเว่ยกล่าว
ชายชรามองมาที่หลิงหยวนก่อนจะหรี่ตาลงเพราะเขามองไม่ออกว่าหลิงหยวนเป็ผู้ฝึกตนหรืุ์ธรรมดากันแน่
“ผู้าุโข้าสนใจวิชากลไกและความรู้ของมนุษย์ในยุคโบราณอย่างมาก” หลิงหยวนกล่าว
“ชั้นที่10 สิ่งที่เ้าตามหาอยู่บนชั้นที่ 10 ที่นั่นมีตำราไม่มากและไม่ค่อยมีใครไปนักหรอก”ชายชรากล่าว
หลิงหยวนกุมมือก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปหนานเว่ยเองก็รีบตามไปติดๆถึงแม้นางจะไม่สนใจแต่ก็ไม่อยากอยู่ห่างจากหลิงหยวนมากนักกลัวว่าจะเกิดเื่ขึ้นถึงอย่างไรหลิงหยวนก็มีประสบการณ์ในโลกภายนอกน้อยเกินไป
“ไม่คิดเลยว่าจะยังมีคนสนใจความรู้ของมนุษย์ธรรมดาอยู่อีก”ชายชรายกยิ้มอย่างสนใจ
หลิงหยวนไปถึงชั้นสิบก็เห็นว่ามีตำราอยู่แค่10 เล่มแต่ละเล่มหนาอย่างมากหลิงหยวนไม่รอช้ารีบเปิดอ่านวิชากลไกทันทีหลิงหยวนนั้นมีความทรงจำที่ดีแค่เปิดอ่านรอบเดียวก็สามารถจดจำเนื้อหาได้ทั้งหมด
“อย่างที่คิดเมื่อเทียบกับพวกวิชาเซียนแล้ววิชากลไกซับซ้อนกว่ามากข้าต้องใช้สมาธิมากกว่าปกติหลายเท่า” หลิงหยวนคิดในใจ
หนานเว่ยเปิดตำราเกี่ยวกับตำนานของเผ่ามนุษย์ในยุคแรกรอหลิงหยวนเช่นกันในตอนแรกนางก็แค่เปิดอ่านค่าเวลาแต่เมื่ออ่านไปได้ไม่นานนางกลับรู้สึกสนใจจนจมอยู่ในโลกของตัวเองเช่นเดียวกับหลิงหยวน
“ถึงกับตั้งใจอ่านจริงๆไม่เลวหวังว่าความรู้ที่เ้าได้ไปจะสามารถนำไปช่วยเหลือผู้คนได้บ้าง” ชายชราแอบมองพวกหลิงหยวนสักพักก่อนจะละสายตา
อีกด้านหนึ่งฉินอวี้ซีเดินทางไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในโลกเบื้องล่างนอกจากแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีแล้วก็มีแดนศักดิ์สิทธิ์อีกสองแห่งนั่นคือแดนศักดิ์สิทธิ์เสวี่ยนเต้าและแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ
ฉินอวี้ซีเดินทางมายังแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือและตรงเข้าไปในพื้นที่ของเหล่าผู้แข็งแกร่งโดยตรงไม่นานนางก็มาถึงยอดเขาที่งดงามและบริสุทธิ์อย่างยิ่งที่นี่มีเพียงศิษย์หญิงไม่มีศิษย์ชายแม้แต่คนเดียวหญิงสาวทุกคนล้วนแต่สวมชุดสีขาวอันบริสุทธิ์เดินไปมาเหมาะกับนามแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง