หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

อ้อมกอดที่โหยหา

ขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังเดินทางกลับไปหาครอบครัวอยู่นั้น ในทางกลับกันทางด้านของตระกูลราชามังกรอัสนีบาตตอนนี้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ ท้องฟ้าบริเวณถ้ำบำเพ็ญของเซียนมู่หรงตอนนี้เมฆสีดำได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของสายฟ้า

 

ใช่แล้ว! นี่คือทัณฑ์สวรรค์! อีกทั้งยังเป็นทัณฑ์สวรรค์ที่รุนแรงมากของระดับเทพราชัน ซึ่งเจ้าของทัณฑ์สวรรค์นี้เองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเซียนมู่หรงบิดาของลั่วอู่หลิน

 

"ดูนั่น ท่านเทพสงครามไร้พ่ายกำลังก้าวขึ้นสู่ระดับเทพราชันแล้ว"ศิษย์คนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

"ช่างเป็นบุญตาของข้าแท้ๆ ที่ได้เห็นทัณฑ์สวรรค์ระดับสูงเช่นนี้"ศิษย์อีกคนกล่าวเสริมแววตาเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส

 

"ทัณฑ์สวรรค์ระดับสูง หึ! พวกเจ้าพูดเรื่องตลกอะไรกัน นี่มันเกินขอบเขตคำว่าระดับสูงไปแล้วโว้ย พลังทำลายน่าจะเทพเท่าทัณฑ์สวรรค์ของเทพจักรพรรดิเลยได้เลย"ผู้อาวุโสศิษย์สายนอกตะโกนก้อง

 

บทสนทนาเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งตระกูลราชามังกรอัสนีบาตเลยก็ว่าได้ ในเวลาเดียวกันเซียนมู่หรงทะยานขึ้นสู่ทั้งนภา ดวงจิตอสูรเทวะราชามังกรอัสนีบาตที่มีสายฟ้าสีแดงฉานปรากฏขึ้นมาจากนั้นกลายเป็นเส้นแสงหลอมรวมกับร่างกายเป็นเกราะสีเงินเงางาม เซียนมู่หรงยืนตระหง่านรอการมาเยือนของทัณฑ์สวรรค์ในทันทีทันใด

 

"เปรี้ยง!"

 

สายฟ้าสายแรกผ่าลงอย่างรุนแรงแต่เซียนมู่หรงก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ได้ ทางด้านล่างลั่วหนิงซินผู้เป็นภรรยานั่งเฝ้ามองภาพนี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ด้านขุนเขาสูงสุดที่เป็นคฤหาสน์ของผู้นำตระกูลก็เช่นกันบิดา มารดา และพี่สาวของเซียนมู่หรงก็กำลังลุ้นกับการเลื่อนขั้นครั้งนี้ของลูกชาย

 

"หรงเอ่อร์รากฐานแน่นมากจริงๆ ทัณฑ์สวรรค์ของเขารุนแรงกว่าทัณฑ์สวรรค์ระดับเทพจักรพรรดิของข้าเสียอีก นี่สินะที่ว่าคลื่นลูกใหม่ย่อมแรงกว่าคลื่นลูกเก่า"เซียนเจียงเฉินมองไปที่ลูกชายด้วยแววตาชื่นชม

 

อีกด้านหนึ่งเฟยหรงก็นั่งโอบกอดเซียนหนิงซีและมองดูเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกัน แต่เมื่อเฟยหรงเบนสายตามามองภรรยาสาวเขาก็อดขำในใจไม่ได้จริงๆ เนื่องจากนางกุมมือไว้ตรงหน้าอกและภาวนาแด่พระเจ้าแห่งมังกรขอให้คุ้มครองบิดาตน

 

เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าจะโดนอะไรบ้างถ้าหากนางรู้ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้าแห่งมังกรที่นางภาวนาถึงคือสามีของตัวนางเอง

 

"เปรี้ยง!"

 

ทัณฑ์สวรรค์สายที่แปดฟาดลงที่เซียนมู่หรงอีกครา จนถึงตอนนี้เกราะสีเงินแตกละเอียดไม่มีชิ้นดีร่างกายเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน เซียนมู่หรงยังคงยืนตระหง่านอดทนต่อความเจ็บปวดอยู่เช่นนั้นและเงยหน้าขึ้นมองทัณฑ์สวรรค์สายสุดท้าย

 

แต่ทว่าทันใดนั้นเองท้องนภาพลันกลายเป็นสีแดงฉานในพริบตา สมาชิกตระกูลราชามังกรอัสนีบาตพากันตื่นตัว จากนั้นก็ปะทุตบะของตนเองขึ้นในทันที ในเวลาต่อมาก็มีลำแสงสีทองพุ่งตรงมายังเซียนมู่หรงด้วยความเร็วสูงเกินบรรยายทั้งยังแฝงไปด้วยจิตสังหารอันมากล้น

 

"แย่แล้ว พวกมันคิดจะโจมตีหรงเอ่อร์"

 

เซียนเจียงเฉินพุ่งเข้าไปอยู่ระหว่างกลางของแสงนั้นและเซียนมู่หรง จากนั้นก็ปะทุพลังระดับมหาเทพออกมารับลำแสงการโจมตีนั้นเอาไว้ แต่มันกลับไม่หมดเพียงเท่านั้น

 

ด้านหลังของเซียนมู่หรงมีเปลวเพลิงและลำแสงซึ่งเป็นการโจมตีระดับมหาเทพพุ่งเข้ามาเช่นเดียวกัน ทำให้บรรพชนระดับมหาเทพของตระกูลต้องออกมาต้านเอาไว้

 

"เปรี้ยง!"

 

ขณะที่ทุกคนกำลังป้องกันการโจมตีของศัตรูที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทัณฑ์สวรรค์สายที่เก้าพลันผ่าลงบนร่างกายอันไร้การป้องกันของเซียนมู่หรงอีกคราจนเขาถึงกับหน้าตาบิดเบิ้ยวกำหมัดแน่นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ปริปากร้องออกมาแต่อย่างใด ตอนนั้นเองหอกสีดำทมิฬก็โผล่ออกมาจากมิติพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มที่กำลังรับทัณฑ์สวรรค์

 

บรรพชนทั้งสามท่านที่กำลังรับมือการโจมตีของอีกฝ่ายไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวออกไปรับหอกนั้นได้ทัน

 

"ท่านพ่อ!!"

 

เซียนหนิงซีถึงกับร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกตกใจ เนื่องจากหอกนั้นเข้าใกล้บิดาของนางมากขึ้นทุกที เฟยหรงที่นั่งอยู่ข้างๆก็เตรียมจะใช้ความคิดเข้าช่วยเหลืออยู่เหมือนกัน ไม่ต่างอะไรจากลั่วหนิงซินที่เตรียมการช่วยเหลือเอาไว้แล้ว

 

แต่ในวินาทีนั้นขณะที่หอกนั้นห่างจากตัวของเซียนมู่หรงเพียงสิบจั่ง มิติด้านหลังของเซียนมู่หรงก็พลันแตกออกสงผลให้เห็นชายหนุ่มผมสีเงินดวงตาสีแดงทับทิมที่หน้าตาหล่อเหลาเกินบรรยาในชุดเกราะสีทองอร่ามงามตา

 

ชายหนุ่มง้างหมัดและต่อยไปยังหอกสีดำจนมันแตกสลายไป ในพริบตาต่อจากนั้นก็ดึงหอกระดับสวรรค์ของตนเองออกมาแผ่จิตสำนึกแห่งพระเจ้าแล้วพุ่งมันออกไปสุดแรง

 

การโจมตีนี้เต็มไปด้วยลมปราณแห่งการทำลายล้าง หอกระดับสวรรค์พุ่งตรงไปยังทิศทางของภูเขาใหญ่ลูกหนึ่งจนทำให้มันระเบิดเป็นหายวับไปกับตา

 

"หึ! มีระดับมหาเทพขั้นกลางพาพวกมันหนีไปได้งั้นหรือ ช่างเถอะ เอาไว้ค่อยคิดบัญชีภายหลัง"ชายหนุ่มกล่าว จากนั้นก็หันไปที่เซียนมู่หรงที่บัดนี้ได้ผ่านทัณฑ์สวรรค์เก้าสายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังถูกแสงสวรรค์ฟื้นฟูเยียวยาอยู่ในตอนนี้ รอยยิ้มแห่งความยินดีเผยออกมาบนใบหน้าอันหล่อเหลาในทันใด

 

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติแล้วเขาก็พุ่งลงไปด้านล่างโดยไม่สนสายตานับแสนของสมาชิกตระกูลราชามังกรอัสนีบาตที่มองมาที่ตนเองเลยแม้แต่น้อย และมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของลั่วหนิงซิน

 

"ท่านแม่ อู่หลินมาหาท่านแล้ว"

 

ลั่วหนิงซินมองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าแววตาก็เริ่มสั่นเคลืออย่างช่วยไม่ได้ นางพุ่งเข้าไปสวดกอดบุตรชายด้วยความคิดถึงอันมากล้นและร้องไห้ออกมา

 

"หลินหลิน!!"

 

ลั่วอู่หลินที่เห็นว่าแม่ของตนร้องไห้ก็โอบกอดนางกลับเช่นเดียวกัน อ้อมกอดนี้เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่ไม่ได้สัมผัส ความรู้สึกโหยหาประดังเข้ามาในใจของชายหนุ่มอย่างไม่หยุดยั้ง นี่สินะอ้อมกอดของมารดา ช่างเป็นอ้อมกอดยังอบอุ่นเหมือนคราแรกที่ได้พบกันไม่มีผิดเพี้ยน

คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน