บทที่ 37 คำสารภาพของชีอา
การพบกันครั้งแรกในเกมออนไลน์ของยูเมะและชีอานั้นให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดอยู่บ้าง
ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะโมเดลของยูเมะนั้นเป็นชายหนุ่มร่างผอมบางที่ดูต่างจากตัวจริงของเขาอย่างมากขณะเดียวกันชีอาเองก็กลายเป็นเด็กสาววัยแรกแย้มที่ต่างจากตัวจริงของเธอพอสมควรแต่ในด้านของส่วนสูงนั้น ยังนับว่าใกล้เคียงกันอยู่บ้าง
เพียงแต่ภาพลักษณ์ที่ดูบริสุทธิ์ของโมเดลนี้กลับต่างจากชีอาในชีวิตจริงอยู่บ้างจนทำให้ยูเมะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
แต่ที่ทำให้เขารู้สึกติดใจมากที่สุดกลับเป็นการรวมกันของชื่อตัวละครและโมเดล
หากแยกเอาชื่อตัวละครและโมเดลออกจากกันเขาคงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ โมเดลของชีอานั้นค่อนข้างสวย แต่ก็ธรรมดาในสายตาของเขาที่คุ้นเคยกับเกมออนไลน์เป็นอย่างดีชื่อตัวละครเองก็เช่นกัน ถึงจะฟังดูเหมือนฉายาหรือชื่อที่เด็กๆ มักตั้งกัน
แต่เมื่อรวมกันแล้วมันกลับทำให้ยูเมะรู้สึกคุ้นเคย เหมือนกับเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน
เพราะความรู้สึกคุ้นเคยยูเมะจึงลอบสังเกตชีอาอยู่เงียบๆขณะที่แนะนำเธอให้ทำภารกิจที่จำเป็นต้องทำสำหรับมือใหม่
ในช่วงเวลาเดียวกันชีอาเองก็ลอบสังเกตยูเมะและเมโลดี้อยู่เช่นกัน เธอกำลังคิดว่าทั้งสองนั้นเป็นตัวจริงหรือเป็นแค่แฟนคลับของอาชูร่ากับเมดูซ่าถึงได้ตั้งชื่อเหมือนกัน
ชีอามีการคาดเดาของตัวเองเธอคาดว่าความเป็นไปได้ที่ทั้งสองจะเป็นตัวจริงนั้นมีสูงมากทั้งนี้ก็เพราะการแนะนำตัวของพวกเขา ทำให้เธอคิดว่าพวกเขาน่าจะกำลังซ่อนตัวดังนั้นจึงไม่เปิดเผยชื่อตัวละคร
นอกจากนั้นภาพลักษณ์ของทั้งสองก็ต่างจากอาชูร่าและเมดูซ่าที่เธอรู้จักมากเกินไปโมเดลของยูเมะคือซามูไรหนุ่มที่แสนธรรมดาขณะที่โมเดลของเมโลดี้นั้นคือหญิงสาวแสนสวยที่มีส่วนคล้ายกับตัวเธอในชีวิตจริงค่อนข้างมาก
ภาพลักษณ์นี้ต่างกับอาชูร่าและเมดูซ่าอย่างสิ้นเชิงซึ่งเป็นอะไรที่แปลกหากจะบอกว่าทั้งสองคือแฟนคลับของอาชูร่า
สุดท้ายคือเมโลดี้ที่ตามทั้งสองคนไปอย่างช้าๆทำให้เธอสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติของทั้งสองได้อย่างชัดเจน จนแอบยิ้มน้อยๆด้วยรอยยิ้มที่อาจจะทำให้ยูเมะตกใจได้หากเขาสังเกตเห็น
แต่ก็น่าเสียดายที่ยูเมะเดินนำหน้าเพื่อแนะนำสถานที่ทำภารกิจให้กับชีอานอกจากนั้นความสนใจของเขายังอยู่ที่ชีอามากกว่าเมโลดี้ทั้งนี้ก็เพราะเขากำลังสงสัยว่าเขาเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อนหรือไม่
ความสงสัยนี้ทำให้ยูเมะแอบมองชีอาบ่อยกว่าที่ควรจะเป็นทำให้เมโลดี้ยิ้มหวาน พลางคาดโทษเขาในใจ แต่เธอก็ไม่ได้หึงหวงอย่างไม่มีเหตุผลเธอเพียงคิดหาเหตุผลในการ ‘ลงโทษ’ ยูเมะก็เท่านั้น
หลังจากใช้เวลาอยู่นานหลายสิบนาทียูเมะก็พาชีอาเดินไปทำภารกิจที่จำเป็นต้องทำทั้งหมดจนเสร็จและได้เปิดสาย ‘อาชีพ’ ความถนัดของชีอาขึ้นมา
“ชีอาจะเล่น ‘นักรบเวท’ หรือครับ สายนี้เล่นยากอยู่นะครับ”
“ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันอ่านข้อมูลมาพอสมควรแล้ว คิดว่าน่าจะเล่นได้นอกจากนั้น สายนี้ก็น่าสนใจมากด้วย”
ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็ไม่พูดอะไรอีกเขาแนะนำเธอเล็กน้อยเกี่ยวกับสกิลที่ควรจะเรียนเป็นอย่างแรก รวมไปถึงสกิลเสริมพลังที่จำเป็นสำหรับผู้เล่นทุกคนพร้อมทั้งแนะนำสกิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของสายนักรบเวทที่เป็นลูกผสมของนักรบและจอมเวทย์
ชีอาเองก็เชื่อฟังยูเมะเธอเรียนสกิลเกี่ยวกับ ‘กระบี่’ แทบทุกสกิลที่สามารถเรียนได้โดยยืมเงินจากยูเมะมาใช้ในการเรียนเพื่อประหยัดเวลา
วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากสำหรับการช่วยเหลือผู้เล่นใหม่ทำให้ชีอาสามารถเรียนสกิลทั้งหมดที่จำเป็นได้ในเวลาอันสั้น
ยูเมะเองพอเห็นชีอาเรียนสกิลกระบี่อย่างตั้งใจเขาก็เกิดความสนใจกระบี่ขึ้นมาเช่นกันความสนใจนี้ไม่ได้เกิดจากชีอาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ที่เขาได้รับมาเมื่อวานด้วย
หลังจากประลองกับหนุ่มแซ่หลิวทั้งสองมาแล้วเขาก็เกิดความสนใจต่อกระบี่ขึ้นมา จนเกิดเป็นความคิดที่อยากจะลองหัดกระบี่ดูบ้าง
ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ชีอาเลือกเรียนสกิลของกระบี่ยูเมะก็เลยเรียนตาม เขาใช้ตำราสกิลที่ว่างอยู่มาเรียนสกิลสายใหม่ไปพร้อมกัน
เมโลดี้ที่เห็นแบบนั้นก็แปลกใจแต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไร หากแต่ทำการเปิดสายอาชีพความถนัดที่สองโดยใช้เงินจริงในการซื้อไอเท็มพิเศษที่ช่วยให้เธอสามารถเพิ่มความถนัดของสายอาชีพใหม่ได้
แม้ว่าไอเท็มนี้จะไม่ช่วยให้สามารถใช้สายอาชีพทั้งสองพร้อมกันได้แต่ก็ทำให้ผู้เล่นสามารถสลับสายอาชีพเพื่อเปลี่ยนแนวการเล่นได้ตามที่ใจต้องการ
เนื่องจากเมโลดี้ทำภารกิจทั้งหมดมานานแล้วการเพิ่มสายอาชีพจึงง่ายมาก เพียงแค่ซื้อไอเท็มมาเพิ่ม เรียกใช้ไอเท็มจากนั้นก็คุยกับ NPC สายอาชีพที่อยู่ใกล้ๆกับ NPC สอนสกิลพื้นฐาน
หลังจากเปิดสายอาชีพใหม่เมโลดี้ก็เลือกสายอาชีพกวีแล้วเรียนสกิลขับร้อง สกิลเล่นเครื่องดนตรีสกิลพลังธรรมชาติและสกิลอื่นๆ อีกมากมายที่จำเป็นสำหรับสายกวีที่คนเถื่อนแบบเธอสามารถเรียนได้
ในตอนที่เมโลดี้วุ่นอยู่กับการเรียนสกิลนั้นยูเมะก็กำลังเรียนสกิลกระบี่อยู่เช่นกันชีอาเองก็กำลังศึกษาสกิลกระบี่เพื่อทำความเข้าใจ
ทั้งสามต่างคนต่างทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่ได้ปรึกษากันเลยสักนิดแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับเกมออนไลน์ที่ผู้เล่นจะจัดการกับตัวละครของตัวเองโดยไม่ปรึกษาใคร
หลังจากวุ่นวายอยู่เกือบชั่วโมงทั้งสามคนก็เรียนสกิลที่จำเป็นจนครบ จากนั้นก็หันกลับมาคุยกันอีกครั้งเพื่อตกลงว่าจะเอายังไงต่อ
“คุณชีอาจะทำอะไรต่อครับ จะลองฝึกสกิลแล้วทำภารกิจทั่วไปก่อนหรือจะทำภารกิจ ‘ออกเดินทาง’ เลยถ้าแบบนั้นผมกับเมจะได้ช่วยทำ”
ชีอานิ่งคิดไปเล็กน้อยเธอครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสียจากการทำภารกิจทั่วไปก่อนและทำภารกิจออกเดินทางที่เป็นภารกิจสุดท้ายของหมู่บ้านเริ่มต้นที่จะทำให้มือใหม่สามารถออกไปจากหมู่บ้านได้
“ถ้าเป็นชูร่าจะทำยังไงหรือคะ”
“ถ้าเป็นผมหรือครับ ถ้าเป็นผมจะทำภารกิจทั่วไปก่อนแม้ว่าไอเท็มและวัตถุดิบที่ได้จากภารกิจทั่วไปจะไม่ได้มีประโยชน์มากนักแต่มันก็ทำให้เราคุ้นเคยกับสกิลได้ดีกว่านอกจากนั้นมอนเตอร์ในเขตหมู่บ้านมือใหม่เองก็สู้ด้วยง่ายกว่าข้างนอกมาก ถ้าจะทำความคุ้นเคยกับสกิลละก็ทำภารกิจในหมู่บ้านก่อนจะดีที่สุด”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่ชูร่าแนะนำก็แล้วกันค่ะ”
“โอเค งั้นผมจะหาไปหา NPC มอบภารกิจที่น่าทำนะครับ”
พูดจบยูเมะก็เดินนำออกไปทันที โดยมีชีอาและเมโลดี้ตามมาด้านหลังชั่วขณะที่เขาเดินนำออกไปนั้น เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าสีหน้าของชีอานั้นไม่ปกติเท่าไหร่นักนอกจากนั้นเมโลดี้เองก็ส่งยิ้มน้อยๆ ไปให้ชีอา ทำให้เธอมีท่าทีขัดเขินและลำบากใจ
‘เมไม่คิดมากหรอกนะคะถ้าจะสวมบทสาวงามที่อ่อนหวาน เมเข้าใจค่ะว่ามันเป็นวิธีเล่นเกมอย่างหนึ่ง’
เสียงกระซิบของเมโลดี้นั้นอ่อนหวานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแต่ชีอากลับรู้สึกกระวนกระวายเพราะกลัวว่าจะทำให้เมโลดี้เข้าใจผิด
‘ไม่ใช่นะคะคุณเม! คือว่า..จริงๆแล้ว ฉันนะ..เป็นแฟนคลับของอาชูร่านะคะ’
ชีอากระซิบตอบกลับไปด้วยความร้อนใจ ทำให้เมโลดี้อุทานออกมาเบาๆด้วยความประหลาดใจ ยูเมะที่เดินนำไปก็เลยหันกลับมามอง
สองสาวก็เลยส่งยิ้มหวานกลับมาให้ทำให้ยูเมะเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะยิ้มน้อยๆแล้วเดินนำไปอีกครั้งราวกับรู้ว่าสองสาวอยากคุยกับแบบลับๆ โดยไม่ให้เขาได้ยินเขาจึงจงใจทิ้งระยะห่างให้มากกว่าเดิม
พอยูเมะเดินห่างไปสองสาวก็หันกลับมามองหน้ากัน สีหน้าของชีอาดูจะร้อนรนอยู่ไม่น้อยขณะที่เมโลดี้นั้นเหมือนจะประหลาดใจและดีใจเล็กๆ
‘คุณชีอาคิดว่าชูร่าเป็นเทพอสูรอาชูร่าตัวจริงหรือคะ’
‘เรื่องนั้นฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน แต่พอได้ยินคุณเมถามแบบนี้ฉันคิดว่าน่าจะใช่..ใช่ไหมคะ’
เมโลดี้ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ ทำให้ชีอาตื่นเต้นขึ้นมาจนห้ามไม่อยู่ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาทันที สายตาที่มองดูยูเมะก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นยินดี
‘จะไม่ถามสักหน่อยหรือคะว่าฉันพูดจริงไหม’
‘ฉันเชื่อค่ะ! นอกจากนั้นฉันเองก็สงสัยมาสักพักแล้วว่าเขา...อาจจะเป็นเทพอสูรอาชูร่า’
ได้ยินแบบนั้นเมโลดี้ก็ไม่แปลกใจ อันที่จริงเธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับยูเมะทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาสตรีมการฝึกหรือเรื่องที่เขาประลองกับคนแซ่หลิวและแซ่หลี่ เธอยังรู้ด้วยว่าชีอาได้เจอกับยูเมะหลังจากการประลองด้วย
หลังจากเข้าใจเรื่องนี้เมโลดี้ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ความคิดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจก็ถูกทำลายไปทำให้รอยยิ้มของเธออ่อนโยนขึ้นกว่าเดิมโดยที่ชีอาไม่ทันสังเกตเห็น
‘แบบนี้เอง ถ้าเป็นแฟนคลับของชูร่าเมก็ไม่แปลกใจแล้วละคะถ้าคุณชีอาจะมองออก’
เมื่อเห็นท่าทางของเมโลดี้ ชีอาก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอกลัวมากว่าการกระทำของเธอจะทำให้แฟนสาวอย่างเมโลดี้เข้าใจผิดคิดว่าเธอคิดจะเข้าไปยุ่งกับยูเมะ
‘ว่าแต่คุณชีอาเป็นแฟนคลับของชูร่าได้ยังไงหรือคะ’
‘เรื่องนั้น..ก็ตั้งแต่ที่แพ้เขาในการแข่งขันนะคะ’
ใบหน้าของชีอาแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อต้องบอกความลับที่น่าอายของเธอ
เมโลดี้ที่ได้ยินก็แปลกใจเธอคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่เข้าใจว่าทั้งสองไปเจอกันได้ยังไงแล้วไปแข่งกันตอนไหน แต่เมื่อชีอาขยายความให้เข้าใจ เมโลดี้ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
นั่นก็เพราะการแข่งขันที่ชีอาพูดถึงนั้นเป็นการแข่งขันที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน นั่นคือการแข่งขันระดับโลกที่ยูเมะกลายเป็นแชมป์เปี้ยนโลก
จุดที่ทำให้เมโลดี้ตกใจนั้นคืออายุของชีอาและระยะเวลาที่เธอไล่ตามยูเมะหลังจากนั้นเธอก็เหมือนจะคิดอะไรได้หลายอย่างจนเกิดเป็นความเข้าใจที่ทำให้เธอต้องหันกลับไปมองชีอาใหม่อีกครั้ง
“เพราะแบบนี้คุณชีอาถึงได้มาอยู่ที่เหมืองแห่งการศึกษาสินะคะ”
“ค่ะ”
แม้จะไม่มีคำอธิบายอะไรมากมายแต่เมโลดี้ก็สามารถคาดเดาได้ว่าชีอาพบเจอกับความลำบากมามากขนาดไหนเพื่อไล่ตามเทพอสูรอาชูร่าที่เธอชื่นชอบ
ในฐานะของหญิงสาวจากตระกูลที่มั่งคั่งเธอเข้าใจดีว่าชีอาต้องเสียสละไปมากขนาดไหนเพื่อทำในสิ่งที่ขัดกับความต้องการของครอบครัวถึงตอนนี้เมโลดี้ก็ไม่แปลกใจอีกแล้วว่าทำไมชีอาถึงได้เดินทางไปกลับด้วยรถประจำทาง
แต่ในขณะที่เข้าใจเธอก็แอบทอดถอนใจในโชคชะตาของยูเมะกับชีอาและแอบคิดในใจด้วยความหวาดกลัวว่าถ้าเกิดทั้งสองพบเจอกันเร็วกว่านี้จะเกิดอะไรขึ้น
หากคิดถึงนิสัยของชีอาที่ยอมสละความสุขสบายส่วนตัวเพื่อไล่ตามเทพอสูรอาชูร่าแล้วเธอคงจะไม่คิดอะไรมากหากพบกับตัวจริงของเทพอสูรอาชูร่าเธอคงจะรับได้ไม่ยากแม้ว่ายูเมะจะอ้วนและไม่น่าดู
นอกจากนั้นเมื่อคิดถึงนิสัยของชีอาเธอก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าหากทั้งสองรู้จักกันก่อนหน้านี้ โอกาสที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะพัฒนาไปในทิศทางของคนรักนั้นจะมีมากขนาดไหน
เพียงแค่คิดถึงความเป็นไปได้นี้สีหน้าของเมโลดี้ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เธออดไม่ได้ที่จะนึกโชคดีในใจที่ทั้งสองไม่ได้เจอกันก่อนเพราะถ้าเป็นแบบนั้นตัวเธอที่ลังเลใจมาจนถึงเมื่อไม่กี่วันก่อนก็อาจจะต้องสูญเสียยูเมะไปให้กับชีอาก็เป็นได้
ชั่วขณะนั้นความรู้สึกของเมโลดี้กลายเป็นซับซ้อนขึ้นมาเธอเกิดความรู้สึกว่าอยากจะกีดกันชีอาออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้เธอกับยูเมะใกล้ชิดกัน
แต่เมื่อคิดถึงนิสัยของชีอาคิดถึงน้ำใจที่เธอมี คิดถึงความหลงใหลของเธอเมโลดี้ก็เกิดลังเลใจที่จะทำแบบนั้นเพราะเธอรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไป
หากเป็นก่อนที่ชีอาจะรู้ความจริงเมโลดี้อาจจะตัดใจทำแบบนั้นได้ แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว
รอยยิ้มของเมโลดี้เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่เธอจะถอนหายใจแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
‘ถ้าอย่างนั้นเมจะช่วยก็แล้วกันค่ะ’
‘อ..เอ๊! แบบนั้นมัน แบบนั้นมัน!’
‘ไม่ต้องตกใจค่ะ เมแค่จะช่วยให้ทั้งสองได้สนิทกัน..แต่ถ้าคิดอะไรเกินเลยกับชูร่าละก็เมไม่ยอมแน่ค่ะ!!’
น้ำเสียงของเมโลดี้ในประโยคสุดท้ายนั้น เย็นเยียบอย่างน่าตกใจทำเอาชีอาถึงกับตัวสั่น ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยความตื่นตระหนก
หลังจากนั้นเมโลดี้ก็กลับมาเป็นปกติทำให้ชีอาถึงกับปรับตัวไม่ทันอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเธอก็ข่มความตกใจลงไปได้เพราะความตื่นเต้นยินดีที่จะได้สนิทสนมกับเทพอสูรอาชูร่าที่เธอหลงใหล
ยูเมะที่เดินนำหน้าไปรออยู่นานพอสมควรเขาเดินวนรอบอาคารที่ NPC อยู่เกือบสามรอบแล้วแต่สองสาวก็ดูเหมือนว่าจะคุยกันไม่จบสักที ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำไมสองสาวไม่คุยกับผ่านหน้าต่างสื่อสารแบบนั้นเขาจะได้อยู่ด้วยได้แบบสบายใจหน่อย
คิดแล้วยูเมะก็ได้แต่ส่ายหน้าเขาตัดสินใจไม่คิดหาเหตุผลจากการกระทำของสาวๆ แล้วเดินต่อไป จนกระทั่งสังเกตเห็นว่าสองสาวเริ่มกลับมาคุยกันด้วยน้ำเสียงปกติโดยไม่ใช้วิธีกระซิบแล้วเขาถึงได้เดินตรงเข้าไปในอาคารของ NPC
“ถึงแล้วครับ คุณชีอา รับภารกิจกับ NPC คนนี้เลย”
“ค่ะ!!”
ชีอาขานรับเสียงใส แต่ติดจะประหม่าเล็กๆ ทว่ายูเมะก็ไม่ได้สังเกตเห็น เขาปล่อยให้ชีอารับภารกิจไปก่อนจะพากันไปยังร้านค้าเพื่อซื้ออาวุธพื้นฐานสำหรับมือใหม่
ยูเมะเองก็ซื้อกระบี่มา2 เล่ม เล่มหนึ่งสำหรับตัวเอง อีกเล่มสำหรับชีอา ที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่ามือใหม่แบบเธอไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อกระบี่ที่ดีที่สุดในร้านได้
เมโลดี้เองก็ซื้อเช่นกันเธอซื้อเครื่องดนตรีหลายๆ แบบโดยเน้นไปที่เครื่องสายเป็นหลักเพื่อให้สามารถใช้คู่กับสกิลขับร้องได้
เมื่อยูเมะเห็นเมโลดี้ซื้อเครื่องดนตรีเขาก็แปลกใจ แต่พอได้ถามเขาก็เข้าใจและยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ดีเหมือนกัน ผมเองก็อยากฟังเมร้องเพลงมานานแล้ว!”
“ถ้าชูร่าอยากฟังละก็ เมจะร้องให้ฟังจนพอใจเลยค่ะ”
ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความรักทำเอาชีอาที่มองอยู่ถึงกับหน้าขึ้นสีด้วยความขัดเขิน บรรยากาศของคู่รักของทั้งสองนั้นแข็งแกร่งมากจนแทบจะย้อมบรรยากาศโดยรอบให้กลายเป็นสีชมพู
แต่หลังจากนั้นไม่นานทั้งสามก็ออกไปจากหมู่บ้าน ตรงไปยังพื้นที่ล่าแล้วเริ่มทำภารกิจ
ยูเมะเองก็ชักกระบี่ออกมาเตรียมเขายืนอยู่ข้างๆ ชีอา โดยตั้งใจว่าจะช่วยสนับสนุนหากเธอพลาด ส่วนเมโลดี้นั้นเธอยืนอยู่แนวหลังโดยโอบ ‘ฮาร์พ’ อยู่ในอ้อมแขนและพรมนิ้วเบาๆ จนเกิดเสียงที่ไพเราะ
ทันทีที่ท่วงทำนองที่แสนไพเราะดังขึ้นสถานะของยูเมะและชีอาก็เพิ่มขึ้นทันทีจากสกิลบัพของกวีเมโลดี้ก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่เล่นดนตรี แต่ยังเริ่มขับร้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและมีเสน่ห์
เพียงแค่ได้ฟังยูเมะก็รู้สึกฮึกเหิม ราวกับนักรบที่กำลังก้าวเข้าสู่สนามรบ ชีอาเองก็รู้สึกเช่นกันสายตาที่มองไปยังมอนเตอร์ตรงหน้าก็กลายเป็นดุดันและเย็นชา
จากนั้นเธอก็แทงกระบี่ออกไปติดต่อกันจนเกิดเป็นเงากระบี่ที่ดูราวกับบุปผาสีเงินจู่โจมใส่มอนเตอร์ตรงหน้าอย่างดุดัน
ทว่าความแม่นยำของเธอกลับไม่ดีนักทำให้ชีอาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“ใจเย็นครับ เกมกับของจริงมันต่างกันอย่าเพิ่งใช้ความเคยชิน ให้ค่อยๆ ควบคุม ช้าๆ ครับ”
ยูเมะแนะนำออกไปไม่กี่คำ พร้อมกับก้าวไปข้างหน้า แทรกเข้าไประหว่างชีอากับมอนเตอร์จากนั้นพลิกกระบี่แล้วทิ่มแทงออกไป
เพลงกระบี่ของยูเมะต่างจากชีอามากมันต่างตั้งแต่กระบี่ที่เลือกใช้แล้ว การทิ่มแทงของยูเมะไม่เกิดเงาที่พร่างพราวแต่เกิดเป็นลำแสงที่เย็นเยือกราวกับรุ่งขาว ทะลวงผ่านลำคอของมอนเตอร์ตรงหน้าไปอย่างแม่นยำ
หลังจากร่ายเพลงกระบี่ปลิดชีพมอนเตอร์ไปสองตัวติดต่อกันยูเมะก็ลอบประหลาดใจ เขาหยุดมองมือของตัวเองครู่หนึ่ง พลางสัมผัสกับความรู้สึกที่เหมือนจะคุ้นเคยแต่ก็แปลกตาจากเพลงกระบี่
‘แปลก..ทำไมถึงได้ใช้ได้คล่องมือแบบนี้นะแถมยัง..ไม่รู้สึกขัดๆ แล้วด้วย’