บทที่3จอมมารแห่งปฐี!
เสียงดังสนั่นราวอัสนีบาตฟาดลงยังใจกลางขุนเขาเถาิซานดาบหัวตัดลายพยัคฆ์ของบุรุษตาเดียวฟันเข้าใส่เป้าหมายอย่างไม่ปราณี ทว่าก่อนที่ดาบหัวตัดจะคร่าชีวิตของสองแม่ลูกธนูลูกหนึ่งที่แฝงไว้ด้วยพลังญาณระดับขั้นที่ไม่ธรรมดาก็พุ่งมาสกัดดาบเล่มนั้นได้ก่อนทำให้วิถีของดาบเบนจากเป้าหมายไป คลื่นพลังยุทธ์จากคมดาบจึงแผ่พุ่งตัดผืนดินเข้าหาต้นไม้ใหญ่ด้านหลังของสองแม่ลูกจนหักโค่นลงมา!
บุรุษตาเดียวหมุนควงดาบหัวตัดคืนกลับพร้อมปลดปล่อยพลังยุทธ์ถึงขีดสุดจนมีไอสีดำปกคลุมตัวดาบ ส่วนหางตาได้เหลือบมองไปยังทิศใต้ปากะโกร้าวเสียงแข็ง
“ผู้ใด!”
กลุ่มคนชุดผ้าป่านนับหลายสิบะโเหินร่างทิ้งตัวลงมาจากต้นไม้ใหญ่นำมาโดยบุรุษวัยกลางคนเคราดกครึ้มในมือถือธนูไม้คันหนึ่ง ซึ่งมันก็คือผู้ที่ยิงธนูช่วยเหลือชีวิตสองแม่ลูกนั่นเองพอมันมาถึงมันก็ยิงธนูติดต่อกันอีกห้าลูกบีบให้เหล่าคนชุดดำต้องถอยห่างจากสตรีนางนั้นก่อนที่มันจะหันไปกล่าวกับนาง
“ฮูหยินตระกูลหลงรีบนำบุตรหลบหนีไป"
สตรีนางนั้นหันกลับมากล่าวถามด้วยความระแวดระวัง
“พวกท่านเป็ใคร”
บุรุษเคราดกครึ้มง้างธนูเล็งยิงไปที่บุรุษตาเดียวก่อนกล่าว
“ข้า จูม่อแห่งตำหนักเทพสรรพวุธ ครั้งหนึ่งเคยได้รับการช่วยเหลือจากคนตระกูลหลง วันนี้ตระกูลหลงมีภัยพวกข้าจึงมิอาจนิ่งเฉยได้"
สตรีนางนั้นผงกศีรษะ
“ขอบคุณในไมตรีครั้งนี้”
บุรุษเคราดกครึ้มนามจูม่อกล่าวเสียงก้อง
“บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ… ฮูหยินตระกูลหลงท่านรีบไป วันนี้ตำหนักเทพสรรพวุธเราจะขอล้างแค้นสวะจากนิกายอันบัดซบ!”
บุรุษตาเดียวบังเกิดโทสะจึงวาดดาบหัวตัดขึ้น
“สามหาวกล้าลบหลู่นิกายเทวะวจนะเราเท่ากับหาที่ตาย ตำหนักเทพสรรพวุธเ้าอุตส่าห์หลบลี้เร้นกายได้แล้วแท้ๆกลับโง่งมคิดออกหน้าช่วยคน แต่เมื่อโผล่หัวออกมาแล้วก็ดี ข้าจะได้มิต้องเสียเวลาตามหาพวกเ้าให้ยุ่งยาก!”
หยุดเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหันไปสั่งคนของตน
“พวกเ้าติดตามสังหารสตรีนางนั้นและบุตรของนางส่วนมารนอกรีตแห่งตำหนักเทพสรรพวุธ ข้าจะสังหารพวกมันเอง!”
“ขอรับ"
เหล่าคนชุดดำรับคำสั่งพร้อมทะยานร่างคิดหมายติดตามสตรีนางนั้นและทารกน้อยไป
จูม่อหมุนกายเร่งเร้าพลังญาณมาที่คันธนูก่อนยิ่งแสกหน้าเพื่อขวางทางเหล่าคนชุดดำนับสิบนั้น
“ไม่มีทางข้ามิปล่อยให้พวกเ้าติดตามนางไปได้"
หลังจากลูกธนูหลุดจากแหล่งคลื่นพลังญาณก็ทอดยาวตัดผ่านบรรยากาศกั้นขวางเหล่าคนชุดดำ เป็บุรุษตาเดียวที่ะโวาดดาบหัวตัดลายพยัคฆ์ส่งพลังยุทธ์อันคมกริบตัดผ่าบรรยากาศที่ทอดยาวจนเป็สองท่อนทำให้พลังญาณสายนั้นสลายไป กลุ่มคนชุดดำสามารถพุ่งผ่านออกไปได้ กลุ่มคนชุดผ้าป่านจากตำหนักเทพสรรพวุธคิดะโเข้าขัดขวางทว่าพลังฝีมือของบุรุษตาเดียวนับว่าแกร่งกร้าวกว่าพวกมันนัก ถูกหนึ่งดาบของบุรุษตาเดียวฟาดฟันจนล้มระเนระนาดตกตายไปหลายคนส่งให้ไม่มีใครติดตามเหล่าคนชุดดำได้ทัน
จูม่อทิ้งกายหมุนพลิ้วหลบจากวิถีดาบหัวตัดที่ฟาดฟันไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังของบุรุษตาเดียว ก่อนยิงธนูที่หุ้มไปด้วยพลังญาณสีม่วงเจือจางพุ่งทะลวงใส่ต้นคอของฝ่ายตรงข้ามเสียงธนูตัดผ่านอากาศจนดังหวีดหวิว ความแหลมคมจากปลายธนูที่ส่งผ่านบรรยากาศทำให้ต้นคอของบุรุษตาเดียวบังเกิดความรู้สึกปวดแปลบโดยลูกธนูยังมิทันได้บรรลุถึง
“สุนัขแห่งนิกายสามานย์ตายไปซะ!”
จูม่อคำรามก้องแทบกลบเสียงของลูกธนูที่แหวกฝ่าอากาศแต่บุรุษตาเดียวไม่ยอมรับชะตากรรมโดยง่าย จึงเหวี่ยงกายสุดแรงเกิดทำให้ลูกธนูจากที่จะเสียบต้นคอมันกลับกลายมาเป็ปักทะลุไหล่ซ้ายแทน!
“อ๊ากกก!”
โลหิตของบุรุษตาเดียวพุ่งกระฉูดพร้อมกับร่างที่ถลาล้มกลิ้งไปเบื้องหน้าจูม่อหลังจากยิงธนูกำราบบุรุษตาเดียว มันก็ทะยานกายใช้ออกด้วยพลังญาณเต็มกำลัง ติดตามเหล่าคนชุดดำไปติดๆ
บุรุษตาเดียวโกรธแค้นจนเืขึ้นหน้ามันเอื้อมมือขวาไปหักลูกธนูออกจากไหล่ด้วยความเ็ป มันใช้ดรรชนีสกัดจุดห้ามเืก่อนคำรามไล่หลังจู่ม่อ
“ข้าจะฉีกร่างเ้าเป็ชิ้นๆ!”
สิ้นเสียงคำรามร่างกายของมันก็พลันมีไอสีขาวระเหยขึ้น ก่อนที่กล้ามเนื้อจะเบ่งพองเป็มัดๆ เส้นเืปูดโปนและสุดท้ายร่างกายของมันก็เปล่งแสงสีแดงออกมาราวกับถ่านไฟที่ร้อนจี๋ก้อนหนึ่ง
“กายาราชันย์ยุทธ์ขั้นสอง!”
ภายใต้เสียงคำรามสุดท้ายร่างสีแดงก่ำของบุรุษตาเดียวพลันเลือนหาย เห็นแต่เพียงพื้นปฐีที่ยุบลงเป็แอ่ง รอยเท้าของมันทอดออกไปเป็ทางนี่แสดงให้เห็นถึงเคล็ดกายาราชันย์ยุทธ์ขั้นสองของมันว่าร้ายกาจถึงเพียงไหน
จูม่อที่ติดตามเหล่าคนชุดดำไปได้ทันกำลังจะฟาดคันธนูสังหารพวกมันเ่าั้ ทว่าคมดาบที่ไร้ร่องรอยสายหนึ่งกลับบรรลุถึงตัวมันแล้ว!
จูม่อบังเกิดความรู้สึกไม่ดีบางอย่างจึงต้องรั้งคันธนูขึ้นขวางที่เื้ัตนลางสังหรณ์นี้นับว่าช่วยชีวิตมัน เพราะชั่วอึดใจหลังจากยกคันธนูขึ้นมาขวางที่เื้ัดาบหัวตัดที่แผ่พุ่งพลังยุทธ์อันแดงก่ำก็พลันโผล่พ้นจากธาตุอากาศอันว่างเปล่าฟันเข้าใส่คันธนูของมันอย่างถนัดถนี่ทันที!
จูม่อเบิกตา พลางครุ่นคิดขึ้นในใจอย่างตื่นตระหนก
“คนผู้นี้กลับเป็จอมยุทธ์ขั้นสอง!”
จูม่อมันรู้ตัวตอนนี้ก็นับว่าสายเกินไปเพราะคันธนูของมันได้หักครึ่ง ถูกดาบหัวตัดที่แผ่พุ่งพลังยุทธ์สีแดงก่ำสะบั้นต้นคอจรดลากลงไปถึงแผ่นหลังส่งผลให้กระดูกสันหลังแตกหัก อวัยวะภายในทะลักไหล คนตกตายในบัดดล!
เหล่าคนชุดผ้าป่านที่พึ่งติดตามมาถึงพอเห็นผู้นำตนถูกสะบั้นชีพจนตกตายอย่างน่าหวาดหวั่นก็ต่างพากันแตกตื่นใ มิกล้าที่จะต่อกรกลับบุรุษตาเดียวอีกจึงต่างพากันหนีตายจ้าละหวั่น บุรุษตาเดียวสลายพลังยุทธ์ ร่างกายคืนกลับสู่ปกติ ภารกิจมันในตอนนี้คือต้องสังหารสายเืสุดท้ายของตระกูลหลงเช่นนั้นเหลือบไรอย่างพวกนอกรีตเต๋าและเชนที่ซ่อนเร้นเหล่านี้จึงมิได้อยู่ในสายตา
“ปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอีกเล็กน้อยพวกเ้าไปสังหารสองแม่ลูกนั่นให้ได้"
“ขอรับ"
เหล่าคนชุดดำทะยานไล่หลังสตรีนางนั้นไปติดๆนางแม้เป็วิชาตัวเบา แต่าเ็สาหัสทั้งยังถูกพิษแทรกแซงร่างกาย ประกอบกับยังโอบอุ้มทารกน้อยทำให้หลบหนีไม่สะดวกเพียงชั่วพริบตาเดียวนางจึงถูกตามตัวได้ทัน
“อย่าคิดว่าจะหนีพ้น”
บุคคลชุดดำผู้หนึ่งคำรามก้องไล่หลังสตรีนางนั้นก่อนที่ดาบอันคมวาวในมือมันจะฟันเข้าใส่แผ่นหลังของนาง สตรีนางนั้นต้องถลาเบี่ยงกายเพื่อหลบหลีกแม้จะรอดจากคมดาบแรกได้ แต่คมดาบอีกสองเล่มที่บุคคลชุดดำสองผู้ฟันลงมา นางไม่มีทางหลบรอดเพราะหากฝืนหลบ ดาบนี้จะฟันถูกทารกน้อยในอ้อมแขนเป็แน่ นางจึงใช้แผ่นหลังเข้ารับดาบที่ฟันลงมาแทนาแทางยาวสองสายจึงปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของนาง โลหิตไหลอาบเป็ทาง นางเ็ปจึงล้มคมำลงอีกครั้งและทารกน้อยที่ร้องไห้โฮเพราะตื่นใก็ได้กลิ้งหลุดมือของนางไป
จังหวะที่ทารกน้อยร่วงตกร่างของนางได้กลิ้งไปอยู่ในร่องของเปลือกไม้แห้งบนพื้นพอดี แล้วพื้นดินบริเวณนั้นก็ค่อนข้างลาดชันเปลือกไม้ที่ได้รับน้ำหนักจึงไถลลงไปตามแรงโน้มถ่วงอย่างรวดเร็ว
“ลูกแม่”
สตรีนางนั้นตื่นตระหนกยิ่งนางจึงล้มลุกคลุกคลานคิดพุ่งเข้าหาบุตรน้อยที่ไถลลงไปพร้อมกับเปลือกไม้ แต่นางาเ็สาหัสจึงมิอาจตามทันเหล่าคนชุดดำเองก็มิอาจตามทัน ร่างของทารกหญิงจึงหายไปจากครองจักษุสายตาของพวกมัน ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ที่ดังออกไปเรื่อยๆ
บุรุษตาเดียวมันทะยานกายกลางอากาศหน้าเนินดินก่อนเงื้อดาบหัวตัดลายพยัคฆ์ขึ้น
“ทารกเอ๋ยอย่าคิดว่าจะรอดจากเงื้อมมือข้า!"
ก่อนที่มันจะเร่งเร้าพลังในกายอีกครั้งจนตัวดาบเจือไปด้วยพลังยุทธ์แดงก่ำ แล้วมันก็ฟาดฟันเพลงดาบออกไปตัดทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขว้างกั้นบริเวณทางลาดชันที่ร่างของทารกไถลลงไป
“ย่าห์!!”
ตูมมม
ตูมมม
ตูมมม
เพลงดาบที่แฝงไว้ด้วยพลังยุทธ์ของจอมยุทธ์ขั้นสองนับว่ารุนแรงยิ่งต้นไม้ ใบหญ้า หรือแม้กระทั่งโขดหินบริเวณนั้นจึงแตกร้าวะเิกระจุยกระจายแลหักโค่นลงมาเป็ทางแม้แต่เศษหินเล็กๆ ที่อยู่บริเวณนั้นยังแหลกลานเพราะถูกกดทับจากต้นไม้ใหญ่ มิต้องเอ่ยถึงเด็กทารกที่เปราะบางผู้หนึ่งจะทานทนได้อย่างไร
สตรีนางนั้นน้ำตาทะลักไหลคนคืบคลานลงไปยังทางดินที่ลาดชันตรงหน้าโดยไม่คิดชีวิต นางพยายามตะเกียกตะกายหลบเศษซากต้นไม้อันถี่ยิบที่หักโค่นเพื่อตามหาบุตรีแต่บัดนี้แม้แต่เสียงร้องไห้ของบุตรีก็ยังเงียบหายไป เมื่อไม่มีเสียงร้องไห้ของเด็กทารกนั่นยิ่งทำให้จิตใจของนางเย็นเฉียบราวกับตกอยู่ในหล่มน้ำแข็งนับพันปี!
“ลูกแม่!”
บุรุษตาเดียวจ้องมองสตรีนางนั้นอย่างไร้ปราณี
“ข้าจะสงเคราะห์ให้พวกเ้าได้ไปอยู่ด้วยกัน…จบสิ้นกันทีเหล่าสายเืแห่งหายนะ!”
ดาบหัวตัดฟันลงยังลำคอของสตรีนางนั้นคมดาบเพียงแผ่พุ่งพลังก็ทำให้นางเ็ปราวกับมีคมมีดคมดาบตัดเฉือนร่าง สตรีนางนี้มิได้หวาดกลัวต่อความตายเพราะนับั้แ่นางสูญเสียสามีและบุตรีทั้งสอง นางก็เหมือนคนที่สูญเสียชีวิตไปแล้ว
“เหตุใดกันเหตุใดฟ้าจึงอยุติธรรมต่อพวกข้าถึงเพียงนี้ พวกข้าทำผิดอันใด!”
สตรีนางนั้นร้องไห้คร่ำครวญพร้อมกับคมดาบหัวตัดที่ััถึงลำคอของนางเมื่อคมดาบัักายแทนที่เสียงคร่ำครวญจะจางหาย ทว่าเสียงคร่ำครวญนั่นกลับคงอยู่ ไม่เพียงแค่สตรีนางนั้นที่คร่ำครวญแม้แต่เพลงขลุ่ยที่มิทราบที่มาก็กำลังบรรเลงอย่างคร่ำครวญเช่นเดียวกัน!
เมื่อเสียงขลุ่ยคร่ำครวญพลังธรรมชาติของป่าเขาก็หยุดนิ่ง ทุกสรรพสิ่งเสมือนกำลังร่ำไห้ไปพร้อมกับเสียงของสตรีและเพลงขลุ่ยนี้
ภายใต้เพลงขลุ่ยก่อเกิดพลังญาณอันลึกล้ำเข้ามาต้านรับคมดาบมิให้จมลึกลงในลำคอของนางส่งให้บุรุษตาเดียวต้องบังเกิดความตื่นตระหนกรีบรั้งดาบคืนกลับมาขวางกั้นที่ร่างของตนทันใด
ตำนานจอมมารที่มาพร้อมกับเพลงขลุ่ยจอมมารที่มีอายุมานับพันปี จอมมารผู้ที่สามารถต่อกรกับมหาเทวะของพวกตน บัดนี้มันกำลังเยื้อย่างผ่านเนินเขาที่ลาดชันก้าวข้ามหมู่ต้นไม้ที่หักโค่น พริ้วผ่านก้อนหินที่แตกสลายมาอย่างไม่ช้าไม่เร็ว
ด้วยชุดคลุมที่ถักขึ้นมาจากป่านหยาบๆสายรัดเอวที่ถักจากปอหลายเส้น ขลุ่ยไม้ไผ่ที่ดูเก่าเกอะธรรมดา รูปลักษณ์เหมือนนักพรตที่ยากไร้เหล่านี้ล้วนถูกจดจำฝังลึกในห้วงแห่งสมองของคนจากนิกายเทวะวจนะทุกผู้
บุรุษตาเดียวชี้นิ้วอันสั่นพร่าไปยังร่างของบุรุษที่คล้ายอยู่ในวัยกลางคนที่กำลังบรรเลงเพลงขลุ่ยครวญผู้นั้น
“จอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุนเ้ายังไม่ตาย!”