จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 139 ลาก่อน บาร์นาบี้

    ตู๊มมมมมม "ไอ้บ้าเอ้ย นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ข้าจะสังหารพวกมันซ่ะเรียกกองกำลังหลักของพวกเราทั้งหมดมาซ่ะ ข้าจะสั่งสอนพวกมันเอง ราชาบาร์ธาซ่าร์ถึงกับเลือดขึ้นหน้า

    "ช้าก่อนท่านพ่อตัวท่านนั้นเป็นถึงราชาผู้ยิ่งใหญ่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าผู้นี้จัดการเองบุตรชายคนโตของมันนั้นกล่าวเสียงดังฟังชัดด้วยความห้าวหาญ ชื่อของมันคือ บาร์นาบี้


                         ในบรรดาลูกหลานของมันทั้งหมดมันผู้นี้จัดได้ว่ามีพรสวรรค์สูงสุด ในสายตาของผู้เป็นพ่อนั้นมีสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่จะคู่ควรกับบุตรชายผู้นี้ของมันนั่นก็คือ อารีอาน่า บุตรีของราชาซันซัสนั่นเองตัวมันคิดว่าทั้งคู่ต่างก็เป็นคู่สร้างคู่สมอันหาได้ยากยิ่งแต่ตัวมันกับคิดเข้าข้างตัวเองไปเสียอย่างงั้นบุตรชายผู้นี้ของมันยังพลังยังไม่เข้าไปในระดับตำนานด้วยซ้ำ


    แต่อารีอาน่าเธอกับมีพลังในระดับตำนานขั้นที่ 3 ตั้งแต่อายุได้เพียง24 ปีเท่านั่นไม่ว่าจะเป็นน่าตาและพรสวรรค์เธอจัดว่าอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เคยพบมาแต่บุตรชายของมันผู้นี้ก็จัดได้ว่ามีพรสวรรค์สูงที่สุดแล้วในบรรดาบุรุษที่อายุใกล้เคียงกับอารีอาน่าและนั่นก็หมายความว่าบาร์นาบี้ บุตรรักของมันเหมาะสมที่จะได้ครอบครองเธอมากที่สุด


               แต่ยามเมื่อได้พูดคุยกับซันซัสเข้าจริงๆ ตัวมันกับโดนคำดูถูกถากถางมากมาย เช่นหากอารีอาน่าตบแต่งกับสุกรโง่ เช่นบุตรเจ้าข้ายินดีจะให้นางเป็นสาวแก่แบบนี้ไปทั้งชีวิตเสียดีกว่าไม่ว่าผู้ชายคนใดก็ไม่คู่ควรกับนางบาร์นาบี้ บุตรรักผู้มากไปด้วยพรสวรรค์ของมันกับกลายเป็นเพียง สุกรโง่เมื่อมายืนต่อหน้าเจ้าราชาบ้าซันซัส จนกระทั่งงานจัดการต่อสู้ทั้ง 6 อาณาจักรมาถึง และพบเข้ากับเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าเซย์รินเจ้าราชาบ้านี่มันกับยินดียัดเยียดอารีอาน่าไปให้มันอย่างไม่ลังเล แล้วจะไม่ให้ตัวมันรู้สึกเจ็บแค้นไปได้อย่างไร


    "หืมก็ได้ระวังตัวด้วยนะลูกพ่อข้ารู้สึกว่าเรื่องราวในครั้งนี้มันทำให้ข้ารู้สึกแปลกๆและมีความรู้สึกที่เป็นอันตรายอย่างบอกไม่ถูกนานมากแล้วที่ไม่มีใครกล้าคิดก่อความวุ่นวายให้แก่พวกเราผู้นำของพวกมันจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

    "ฮ่าฮ่าท่านพ่อคิดมากไปแล้วตัวข้าเพียงแค่คิดว่ามันคงเป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนนึงที่กล้ามาลองดีต่อพลังอำนาจของพวกเราตัวข้าผู้นี้จะเป็นคนสั่งสอนพวกมันเอง


                    เมื่อพูดจบบาร์นาบี้ จึงรีบเร่งออกเดินทางไปทันทีไปยังจุดที่กลุ่มของเซย์รินอยู่ตัวมันนำกองกำลังไปมากกว่า 1,500,000 นาย ซึ่งมีมากกว่าเด็กหนุ่มถึง 2 เท่าและที่ร้ายกาจไปกว่านั้นมีผู้ที่มีพลังในระดับเทวะขั้นที่1 ติดตามไปด้วย 1 คนเป็นแม่ทัพคนสนิทของราชานั่นเองเป็นเพราะความเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรชายจึงส่งมันผู้นี้มาเป็นผู้คุ้มกัน

    กองทัพของพวกมันเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วเพียงใช้ระยะเวลาหนึ่งชั่วยามเท่านั่นกองกำลังทั้ง 2 ในที่สุดก็เผชิญหน้ากัน


    "เจ้าเศษสวะพวกเจ้าเป็นใครกันถึงได้กล้าคิดก่อกบฏ เช่นนี้ช่างหาที่ตายนักจงส่งหัวของผู้นำของพวกเจ้ามาซ่ะแล้วข้าจะยกโทษให้เจ้าไม่เช่นนั้นพวกเจ้าไม่ตายดีแน่ลูกเจ้าเมียเจ้าข้าจะสังหารให้หมดไม่ให้เหลือ

    "เจ้าบ้าที่พูดจาใหญ่โตนั่นมันคือผู้ใดกันเซย์รินหันไปถามหัวหน้าหอคอยสังเกตการณ์

    "ท่านผู้นี้คือองชายบาร์นาบี้ ขอรับเป็นบุตรชายคนโตของท่านราชาและเขาถูกคาดหวังว่าให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไปเพราะเป็นบุคคลผู้มากไปด้วยพรสวรรค์


    "เจ้าโง่นี่เองที่คิดหวังจะครอบครองอารีอาน่า ของข้า เรื่องราวของคนที่ชื่อ บาร์นาบี้นั่นเด็กหนุ่มได้รับทราบจากราชาซันซัสถึงมันจะจัดว่าเป็นบุคคลผู้มีพรสวรรค์ผู้หนึ่งแต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอารีอาน่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับสุกรโง่ตัวหนึ่งเท่านั่น

    "ดาร์กเนสเจ้าจงไปสังหาร เจ้าคนปากมากนี่ซ่ะ เห็นหน้ามันแล้วช่างเคืองตายิ่งนัก

    "ขอรับนายท่าน


    พรึบพรึบ พรึบ

    เพียงแค่พริบตาเดียวดาร์กเนสก็ปรากฏอยู่ที่ต่อหน้าของเจ้าบาร์นาบี้ และเพียงชั่วอึดใจมันก็กลับมายืนอยู่ที่ด้านข้างของเซย์ริน ทุกผู้คนล้วนไร้ซึ่งการตอบสนองแม้แต่แม่ทัพผู้มีพลังในระดับเทวะก็ตามตัวมันก็ยังตามความเร็วของดาร์เนสไม่ทันมองไม่เห็นด้วยซ่ำว่ามันทำอะไร


    "ท่านบาร์นาบี้ตัวท่านปลอดภัยรึไม่ มันรีบกล่าวถามองค์ชายผู้มากไปด้วยพรสวรรค์ของมันทันที

    "ข้าไม่เป้น….ตู๊มมมมมมมมม

    บาร์นาบี้มันยังไม่ทันได้พูดจบร่างของมันก็กลับระเบิดเสียแล้วเหลือแต่เพียงเศษเนื้อเท่านั่น

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน