อรณิชาเดินลงมาจากชั้นบนด้วยอาการง่วงงุนสะลึมสะลือวันนี้เธอตื่นเช้ากว่าทุกวันอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
ทั้งๆที่เมื่อคืนกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ก็ล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่ไปหลายชั่วโมงแล้วเพราะนึกถึงคำขู่ของชายหนุ่มที่บอกว่าหากเธอลงมาช้ากว่าเขาเขาจะขึ้นไปปลุกและอาบน้ำให้เธอด้วยตัวเองแค่คิดร่างบางก็ชาวาบขึ้นมาจนไม่อาจทนนอนต่อไปได้อีก
“พี่ชื่น...” เสียงงัวเงียเรียกหาคนเป็พี่เลี้ยงทันทีที่เท้าบางแตะถึงพื้น
“อ้าว คุณหนู มีงานด่วนหรือคะ ทำไมลงมาแต่เช้าเชียว” ชื่นเดินออกมาจากในครัวเอ่ยทักนายสาวด้วยความแปลกใจ
“งานน่ะไม่ด่วน แต่คนที่จะไปส่งน่ะ... เขารีบ” ร่างบางยังคงงัวเงียตอบแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของโต๊ะอาหาร
“งั้นนั่งรอพี่ชื่นแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวพี่ชื่นไปตักข้าวต้มกุ้งมาให้”พี่เลี้ยงสาวบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวแล้วกลับออกมาพร้อมด้วยชามข้าวต้มร้อนๆ หอมกรุ่นสำหรับนายสาว
ไม่นานชายหนุ่มเ้าของบ้านก็เดินลงมาแล้วตรงดิ่งไปที่โต๊ะอาหารทันทีในเวลาปกติร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวที่รบกวนจิตใจของเขามาตลอดทั้งคืนจนนอนไม่หลับกำลังนั่งหน้ามุ่ยบอกบุญไม่รับอยู่ก่อนแล้ว
“ฮึ... นึกว่าจะได้จับเด็กอาบน้ำแต่งตัวซะแล้ว” หมอหนุ่มเอ่ยแซวยิ้มๆรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ชิ! ฝันไปเถอะ ตาหมอลามก” ใบหน้าหวานหันมาค้อนขวับแล้วก้มลงตักข้าวต้มที่กำลังอุ่นๆ เข้าปาก
“ขยันด่าผมจังนะ ระวังเถอะ... จะโดนมิใช่น้อย” วิทยาเอ่ยขู่คาดโทษหญิงสาวพร้อมทั้งกดยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไรออกมาอีกชายหนุ่มจึงหันไปสนใจกับอาหารเช้าของเขาซึ่งก็คือกาแฟกับขนมปัง และหนังสือพิมพ์ฉบับของเช้าวันนี้
“คุณไม่ทานข้าวเหรอ” จู่ๆคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินก็พูดขึ้น
“อยากให้ผมทานหรือเปล่าล่ะ” ชายหนุ่มถามกลับด้วยรอยยิ้มพลางลดแขนที่กางหนังสือพิมพ์อยู่เพื่อมองหน้าหญิงสาว
“ไม่รู้” อรณิชาสะบัดหน้าพรืดทันทีเมื่อรู้ว่าเขาหันมาสนใจเธอมากกว่าหนังสือพิมพ์ในมือ‘ปากนะปาก ไม่น่าถามเลย เขาไม่กินก็เื่ของเขาสิ’ หญิงสาวนึกโทษตัวเองในใจ
“แล้วถามทำไม” ดวงตาคมเข้มหรี่มองยียวน
“ฉันก็แค่คิดว่าอาหารเช้าเป็มื้อที่สำคัญแต่ทำไมคนเป็หมออย่างคุณกลับไม่ทาน” หญิงสาวตอบตามตรงด้วยความสงสัยทั้งๆที่หมอทุกคนต่างก็พร่ำบอกว่าอาหารเช้านั้นสำคัญแต่ชายหนุ่มตรงหน้าที่เป็หมอกลับไม่กินซะเองแล้วอย่างนี้จะไปตักเตือนคนอื่นได้ยังไง
“เป็ห่วงผมเหรอ” คนหลงตัวเองเลิกคิ้วเป็เชิงถามความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ
“เปล่า...” เสียงแข็งน้อยๆ บอกปัดทันควันแล้วต้องรีบก้มหน้าสนใจกับข้าวต้มของตัวเองเงียบๆ เพื่อหลบซ่อนรอยยิ้มเก้อเขินแต่ไม่ว่าจะซ่อนอย่างไรคนที่ตั้งใจมองก็เห็นอยู่ดี
“พี่ชื่นขอข้าวต้มให้ผมสักชามสิครับ” ชายหนุ่มอมยิ้มกับตัวเองแล้วหันไปสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก่อนจะหันกลับมาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายตาวาววับ
จู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากกินข้าวต้มขึ้นมาเสียดื้อๆหรือเพราะเห็นเธอกินเขาก็เลยอยากจะกินบ้างก็ไม่รู้สินะ ชายหนุ่มตอบตัวเองในใจแล้วตักข้าวต้มกุ้งที่สาวใช้นำมาให้ใส่ปากพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปด้วยเขาไม่อยากยอมรับเลยว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันเรียกว่าความสุข
ณโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็ที่ทำงานประจำของนายแพทย์วิทยาเดชาวัฒนสกุล
เช้านี้หมอหนุ่มไม่ได้เข้ามาเพื่อตรวจรักษาคนไข้แต่เขาจำเป็ต้องมาเอาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับตัวเองที่คนเป็พ่อตาบอกให้ถือไปให้ด้วยในวันนี้ดังนั้น เขาจึงต้องเข้ามาที่นี่ก่อน
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม ฉันจะไปทำงาน” อรณิชาร้องบอกอย่างไม่ค่อยพอใจร่างบางสะบัดสะบิ้งเล็กน้อยเมื่อเขาฉุดรั้งเธอเข้ามาในโรงพยาบาลและมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องซึ่งมีชื่อของเขาแปะไว้
“คุณจะเข้าบริษัทกี่โมงก็ได้ไม่ใช่เหรอ” วิทยาหันมาพูดเสียงเรียบมือใหญ่ยังคงบีบกำข้อมือบางไว้แน่น
“ก็ใช่... แต่ฉันไม่ได้อยากมาที่นี่” คนตัวเล็กค้อนขวับแต่ไม่กล้าออกฤทธิ์มากนักเพราะที่นี่ไม่เหมาะที่เธอจะทำแบบนั้นได้
“ผมเข้ามาเอาเอกสารน่ะ วันนี้ผมนัดกับคุณพ่อของคุณเอาไว้...คุณเข้าไปรอผมในห้องก่อน เดี๋ยวผมมา” หมอหนุ่มพูดเร็วกึ่งรีบร้อนเขาก็ไม่อยากจะแวะเข้ามาที่นี่ให้เสียเวลานักหรอกถ้าเมื่อคืนตอนที่โทรไปหาพ่อตาท่านไม่สั่งให้เอาเอกสารไปเพิ่ม
“แล้วทำไมไม่ไปส่งฉันก่อนล่ะ” หญิงสาวกระแทกเสียงหงุดหงิดน้อยๆ
“มันเป็ทางผ่านน่ะคุณ อย่าเื่มากน่า... เข้าไป” ชายหนุ่มดันร่างบางให้เข้าไปในห้องทำงานของเขาก่อนจะหันมาเตือนหญิงสาวอีกนิด
“อ่อ แล้วเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นน่ะ กรุณาพูดกับผมดีๆ หน่อย...เดี๋ยวใครจะหาว่าผมมีเมียที่ไร้มารยาท”
“ชิ! รู้แล้วน่ะ” เสียงหวานตอบรับพลางสะบัดหน้าพรืดอย่างน่าหยิกจากนั้นก็เดินไปหาที่นั่งเพื่อรอเขา
วิทยายิ้มให้กับท่าทางน่ารักน่ามันเขี้ยวของเธอ แล้วรีบก้าวออกไปทันทีเพราะเขาต้องไปที่ห้องทะเบียนเพื่อขอเอกสารสำคัญของตัวเอง
อรณิชานั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มสักพักก็รู้สึกเบื่อจึงลุกขึ้นเดินสำรวจดูข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของคนเป็เ้าของห้อง
เธอยอมรับว่าเขาเป็คนที่จัดโต๊ะทำงานได้เรียบร้อยมากสะอาด เป็ระเบียบ มองแล้วสบายตา ขณะที่หญิงสาวกำลังเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องนั้นจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับเสียงหวานร้องทัก
“สวัสดีค่ะคุณหมอวิท...” พยาบาลสาวชะงักค้างเมื่อคนที่อยู่ในห้องไม่ใช่หมอหนุ่มในดวงใจแต่กลับเป็หญิงสาวร่างบางสะโอดสะองที่ดูยังไงก็สวยไม่มีที่ติจนเธอนึกหวาดหวั่นขึ้นมาก่อนที่เสียงหวานจะแปรเปลี่ยนเป็แข็งกระด้างทันทีแล้วถามออกไป
“นี่! หล่อนเป็ใครยะ เข้ามาในห้องคุณหมอได้ยังไง”
“ฉันก็เดินเข้ามาน่ะสิ... ถามมาได้” อรณิชาบอกยียวนรู้สึกไม่พอใจกับท่าทางไม่เป็มิตรของอีกฝ่าย พลางนึกต่อว่าในใจ ‘เป็พยาบาลภาษาอะไร พูดจาไม่ไพเราะเอาเสียเลย’
“แล้วใครอนุญาตให้หล่อนเข้ามายะ... จะพบคุณหมอก็ต้องนั่งรอข้างนอกก่อน”ขนิษฐากระแทกเสียงชี้แจงกึ่งไล่เล็กน้อยเพราะยังไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็คนไข้หรือเปล่า
“เหรอ... แต่ฉันไม่ได้มาพบเขานี่” อรณิชายังคงยียวนไม่เลิกเพราะในเมื่ออีกฝ่ายที่เป็เ้าของสถานที่พูดจาไม่ดีกับเธอก่อนเธอก็ไม่จำเป็ต้องรักษามารยาทมากนัก
“แล้วหล่อนเข้ามาทำไม... ออกไปเลยนะ!” ขนิษฐาตะคอกใส่อย่างเหลืออดเมื่อคนตรงหน้ากำลังกวนประสาทเธอในเมื่อหล่อนบอกว่าไม่ได้มาหาคุณหมอก็แสดงว่าไม่ได้เป็คนไข้ เธอสามารถไล่ได้
“ไม่ไป!” อรณิชาตอกกลับไม่แพ้กัน
“มานี่เลย... ฉันบอกให้ออกไปไงล่ะ” พยาบาลสาวตรงเข้ากระชากข้อมือบางของอรณิชาเพื่อจะรั้งให้ออกไปจากห้อง
“ไม่! ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ” คนถูกจับพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทั้งสองจึงฉุดกระชากลากถูกันอย่างทุลักทุเลจนไม่ทันได้ยินเสียงประตูห้องที่เปิดผัวะเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“หยุดนะ! นี่มันอะไรกัน” วิทยาร้องห้ามสองสาวที่กำลังผลักดันฉุดดึงกันนัวเนียอยู่ในห้องของเขา
เสียงของชายหนุ่มเ้าของห้องทำให้พยาบาลสาวรีบปล่อยมือจนแทบจะเป็ผลักหญิงสาวที่เธอจับไว้แล้วผลุนผลันเข้าไปหาหมอหนุ่มทันทีด้วยท่าทางออดอ้อนขอความเป็ธรรม
“คุณหมอ... คือผู้หญิงคนนี้เข้ามาในห้องคุณหมอโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะขิมพยายามจะบอกให้เธอออกไปข้างนอก แต่เธอก็ไม่ยอม” มือบางคว้าหมับที่แขนกำยำของชายหนุ่มพร้อมกับปรายตาเยาะเย้ยหญิงสาวอีกคนที่กำลังยืนมองการกระทำนั้นด้วยความมึนงงปนโกรธเคือง
วิทยาตัวชาดิกเมื่อไม่คิดว่าพยาบาลสาวจะกล้าเข้าถึงเนื้อถึงตัวกับเขาแบบนี้ร่างสูงค่อยๆ ขยับออกห่างอย่างรักษามารยาทแล้วตรงดิ่งไปโอบรั้งร่างบางของคนเป็ภรรยามาไว้ในวงแขนทันทีภายในใจภาวนาขออย่าให้ยัยตัวแสบแผลงฤทธิ์ตอนนี้เลย ไม่งั้นเขาคงได้หน้าแตกเป็แน่
“เธอมากับผมครับ” หมอหนุ่มบอกพลางก้มลงสบตาอรณิชาเหมือนจะขอร้องแกมขอโทษซึ่งเธอก็มองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกจนเขานึกกลัวว่าเธอจะเล่นอะไรแผลงๆหรือเปล่า
“อะ เอ่อ... มา... กับคุณหมอ” ขนิษฐาตะกุกตะกักย้อนถามด้วยความใจนแทบล้มทั้งยืน
“ครับ นี่คุณอรณิชา ภรรยาผม... แล้วน้องอรครับนี่คุณขิมเธอเป็พยาบาลผู้ช่วยของพี่” วิทยากล่าวแนะนำสองสาวให้รู้จักกันโดยเน้นสรรพนามให้ดูใกล้ชิดสนิทใจจนพยาบาลสาวรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
“สวัสดีค่ะ คุณขิม” อรณิชายิ้มหวานกล่าวทักทายออกไปอย่างมีมารยาทแต่ภายในใจทั้งโกรธทั้งโมโหและร้อนรุ่มจวนจะะเิยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายคือพยาบาลผู้ช่วยซึ่งต้องเป็คนเดียวกับที่ชายหนุ่มอ้างว่าทำโยเกริ์ตหกในรถเขาทำให้อารมณ์ของเธอยิ่งเดือดพล่านจนบอกไม่ถูก
“สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อกี้ขิมไม่ทราบจริงๆ” ขนิษฐามีสีหน้าจืดเจือนลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับสลดเซื่องซึมดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงฉายแววริษยาอยู่ลึกๆ ซึ่งอรณิชาเองก็ััมันได้
“ไม่เป็ไรค่ะ... อรเข้าใจ คุณขิมอาจจะลืมตัวน่ะค่ะ แต่ลืมบ่อยๆก็ไม่ดีนะคะ เสียภาพลักษณ์ชุดขาวที่คุณสวมใส่อยู่มากเชียวค่ะ” อรณิชาค่อนขอดอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสุภาพก่อนจะหันมากอดแขนชายหนุ่มข้างกายไว้แน่นแล้วเงยหน้าช้อนตามองเขาอย่างออดอ้อน
“พี่วิทขา... ไปกันเถอะค่ะ อรสายมากแล้ว” เสียงหวานของหญิงสาวข้างกายทำให้เ้าของลำแขนแกร่งรู้สึกขนลุกเกรียวอย่างบอกไม่ถูก‘ผีเข้าหรือเปล่าเนี่ยยัยตัวแสบ’ แต่ก็ทำให้เขารู้สึกดีๆด้วยเช่นกัน
“ครับ ไปครับ...” หมอหนุ่มยกมือขึ้นมาจับที่มือบางของคนข้างกายเอาไว้เพื่อยืนยันความสนิทสนมแม้จะรู้สึกเจ็บแสบเล็กๆ เมื่อเธอจิกคมเล็บลงไปที่แขนของเขา
แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้งอย่างตั้งใจด้วยฝีมือของคนคุ้นเคย
“ไอ้หมอ ไหนว่าจะไม่เข้ามาไง อะ อ้าว...” ก้องเกียรติร้องทักขึ้นมาทันทีแล้วต้องใเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภายในห้องไม่ได้มีแค่เพื่อนรักของเขาคนเดียว
“ฉันมาเอาเอกสารนิดหน่อยน่ะ แล้วนี่...” วิทยาบอกพร้อมทั้งเตรียมจะเอ่ยแนะนำหญิงสาวข้างกายให้เพื่อนได้รู้จักแต่อีกฝ่ายกลับสวนขึ้นมาทันควัน
“คุณอรณิชาใช่ไหมครับ... ผมก้องเกียรติครับ เรียกพี่ก้องก็ได้ผมเป็เพื่อนรักของไอ้หมอมัน เราสนิทกันมากเลยครับ” ก้องเกียรติแนะนำตัวเองแล้วตรงดิ่งเข้าไปคว้ามือบางอีกข้างของหญิงสาวขึ้นมาจับเหมือนเป็การทักทายแต่กลับไม่ยอมปล่อยมือนุ่มนิ่มนั้นง่ายๆอรณิชาที่ยังมึนๆ งงๆก็ได้แต่ยืนแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าจะกล้าขนาดนี้แต่ก็รีบตอบกลับไปเมื่อตั้งสติได้
“เอ่อ สะ สวัสดีค่ะคุณก้อง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เสียงตะกุกตะกักตอบไปพร้อมรอยยิ้มเจื่อนด้วยไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี จะดึงมือกลับทันทีก็น่าเกลียดจะให้จับไว้แบบนี้ก็คงดูไม่ดีนัก
“พอแล้วๆ ไอ้ก้อง นี่แกจะสื่ออะไรหรือเปล่าเนี่ย...ปล่อยมือจากเมียฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” หมอหนุ่มร้องเตือนอย่างไม่ไว้ใจเพราะรู้ดีว่าเพื่อนของเขาคนนี้ทั้งกะล่อน และขึ้นชื่อเื่ผู้หญิง ‘หน๊อย! ไอ้เพื่อนเวร แม้แต่เมียเพื่อนก็ไม่เว้นนี่ขนาดต่อหน้าต่อตาเขานะเนี่ยมันยังทำขนาดนี้และถ้าลับหลังจะเหลือเหรอ’ วิทยาต่อว่าเพื่อนรักในใจพลางตวัดสายตามองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจนิดๆ
“แหม่... พอเมียมาด้วยถึงกับขึ้นไอ้กับเพื่อนเลยนะ” ก้องเกียรติยอกย้อนอารมณ์ดีแล้วปล่อยมือบางของหญิงสาวให้เป็อิสระพร้อมทั้งกวาดตาไปมองพยาบาลสาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างหลังของเพื่อนรัก ‘ผู้ชายเขาพาเมียมาเปิดตัวขนาดนี้แล้ว ยังจะลุ่มหลงอยู่ได้ก็ให้มันรู้ไป...น้องขิมยอดยาหยีของพี่ก้อง ฮึฮึ’
“อย่ากวนประสาทน่า... แกมาก็ดีแล้ว ฉันมีเื่ต้องสะสางกับแก” วิทยาบอกเพื่อนรักเสียงจริงจัง
“เื่อะไรวะ” คนถูกสะสางถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“ก็เมื่อวานที่แกยืมรถฉันไปใช้ไง” หมอหนุ่มว่าพลางหันมาสบตากับหญิงสาวข้างกายเพื่อบ่งบอกว่าเมื่อวานเขาไม่ได้โกหก
“อ้าว ฉันก็เอามาคืนให้แล้วนี่หว่า ยังจะอะไรอีกวะ”
“เออ ไอ้อะไรของแกน่ะ มีแน่ เที่ยงนี้ไปเจอฉันที่ร้านเดิมด้วย ฉันไปก่อนละ”วิทยาบอกปัดพร้อมออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจ
“เห้ย นี่แกจะไม่ถามฉันสักคำเหรอวะ ว่าว่างไปกินข้าวกับแกหรือเปล่าน่ะ”ก้องเกียรติแย้งขึ้นมาอย่างไม่จริงจังนัก แต่เขาก็ว่างนั่นแหละแค่อยากจะกวนประสาทอีกฝ่ายเล่นๆ เท่านั้นเอง
“แกต้องว่าง... ผมไปนะครับคุณขิม” หมอหนุ่มตวัดเสียงเขียวใส่เพื่อนรักก่อนจะหันไปบอกพยาบาลสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“อรไปก่อนนะคะคุณขิม คุณก้อง” อรณิชายิ้มหวานให้กับทั้งสองคนในห้องก้องเกียรติยิ้มรับให้เธอ แต่ขนิษฐากลับเบ้ปากให้น้อยๆแล้วสะบัดหน้าพรืดเหมือนจงใจให้เธอหน้าแตกอรณิชาจึงแกล้งซบใบหน้าหวานกับลำแขนของหมอหนุ่มแล้วแลบลิ้นให้พยาบาลสาวเป็การเยาะเย้ยให้เธอขัดใจเล่น
วิทยาก้มมองการกระทำของหญิงสาวข้างกายแบบงงๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะคิดว่าเธอคงเล่นไปตามน้ำแหละมั้งและเขาก็รู้สึกดีที่เธอยอมใกล้ชิดเขาแบบนี้ด้วยจากนั้นหมอหนุ่มก็หันไปพยักหน้าให้เพื่อนรักก่อนจะตรงไปเปิดประตูแล้วก้าวออกไปพร้อมกับร่างบางของภรรยาในนามที่มือเล็กๆของเธอยังซุกอยู่ที่ลำแขนแกร่งของเขา
เมื่อสองสามีภรรยาออกไปแล้วเหลือเพียงผู้จัดการหนุ่มกับพยาบาลสาวที่ยังอยู่ภายในห้อง
ก้องเกียรติมองหญิงสาวตรงหน้าที่มีอาการฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรสักอย่างซึ่งเขาก็รู้ดีว่ามันคืออะไร
“นี่คุณ! ผมว่าถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ ผู้ชายเขาพาเมียมาเปิดตัวขนาดนี้น่ะ”น้ำเสียงเย้ยหยันของชายหนุ่มที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของพยาบาลสาวเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“เื่ของฉัน!” หญิงสาวหันมาตะคอกเสียงเขียว
“อย่าแม้แต่จะคิดนะ... ขนิษฐา ไม่งั้นคุณเจอผมแน่” ก้องเกียรติปรามขู่เสียงลอดไรฟันบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
“ฉันไม่กลัวหรอก” พยาบาลสาวเชิดหน้าใส่อย่างไม่กลัวเกรงและนั่นทำให้คนขู่หมดความอดทนมือหนาจึงตรงเข้ากระชากร่างบางในชุดขาวมาปะทะกับอกแกร่งอย่างไม่ปรานี
“โอ๊ย! ปล่อยนะ” เสียงหวานอุทานพร้อมกับพยายามสะบัดตัวดีดดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม
“อ่อ... จะลองว่างั้น... ได้เลย พี่ก้องจัดให้” ก้องเกียรติยกมืออีกข้างรั้งเอวบางให้แนบชิดกับร่างสูงของเขามากขึ้นก่อนจะก้มลงกลืนกินเสียงร้องโวยวายของคนในอ้อมกอดทันที
“ไม่นะอีตาผู้จัดการบ้า ปล่อยสิ อะ อื้อ...” ริมฝีปากหนาปิดทับเรียวปากอวบอิ่มที่กำลังขยับเอื้อนเอ่ยคำด่าทอออกมาจนแนบสนิทแล้วบังคับขบเม้มบดคลึงให้เธอเผยอปากรับลิ้นอุ่นๆ ของเขาเข้าไปจนสำเร็จเรียวลิ้นแข็งแรงตวัดเกี่ยวดึงลิ้นเล็กๆ ในโพรงปากนุ่มพร้อมทั้งดูดซับความหอมหวานจนทั่วคนอ่อนประสบการณ์หรือจะสู้คนช่ำชองและเชี่ยวชาญอย่างเขาได้ผ่านไปไม่นานแรงขัดขืนต่อต้านของร่างเล็กในอ้อมกอดก็ลดลงเรื่อยๆมือบางที่ทั้งทุบตีหยิกข่วนไปบนอกกว้างเปลี่ยนเป็โอบกอดรอบคอของชายหนุ่มเอาไว้แน่นอย่าง้าที่ยึดเกาะอิงแอบเมื่อสั่งสอนหญิงสาวในวงแขนด้วยรสจูบจนพอใจแล้ว เ้าของร่างสูงใหญ่ก็ผละออกช้าๆอย่างอ้อยอิ่ง
ขนิษฐาสะบัดตัวออกห่างทันทีเมื่อร่างบางของเธอถูกปล่อยให้เป็อิสระก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นหมายจะฟาดลงไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้าแต่ยังช้ากว่าเขา เพราะนอกจากเขาจะรู้ทันแล้ว เขายังรั้งข้อมือของเธอไว้ได้อีกทำให้มือบางไม่ฟาดลงไปที่แก้มสากอย่างใจคิด
“ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ผมจะเตือนคุณอีกครั้งนะคุณขิมอย่าไปยุ่งกับหมอวิทยาอีก ไม่งั้นผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่” ก้องเกียรติขู่เสียงเข้มอีกครั้งคราวนี้ดวงตาของผู้จัดการหนุ่มฉายแววกรุ่นโกรธอย่างเห็นได้ชัด ‘ผู้หญิงอะไรดื้อด้านชะมัด ผู้ชายหน้าตาดี แถมยังโสดการงานก็มั่นคงอย่างเขา กลับไม่สนใจ ไปลุ่มหลงอะไรกับผู้ชายมีเ้าของแบบนั้น’ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวในใจอย่างเหลืออดก่อนจะปล่อยแขนเรียวให้เป็อิสระ จากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ประตูแล้วเปิดออกไปทันทีเพราะหากเขาอยู่นานกว่านี้รับรองได้ข่มขืนพยาบาลสาวเป็แน่แค่นี้เขาก็แทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว
“อี๋... อีตาผู้จัดการบ้า ฉันไม่กลัวหรอก คุณหมอวิทยาจะต้องเป็ของฉัน”ขนิษฐาะโบอกหลังจากชายหนุ่มที่ปล้ำจูบเธอออกไปจากห้องแล้วมือบางยกขึ้นเช็ดถูริมฝีปากอ่อนนุ่มจนแดงช้ำเพราะอยากจะลบเลือนััจากเขาออกไปให้หมดแต่ดูเหมือนยิ่งเช็ดความรู้สึกหวั่นไหวก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกยิ่งลบกลับยิ่งจำยิ่งเช็ดกลับยิ่งตอกย้ำ
พยาบาลสาวยืนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจเมื่อนึกถึงแผนสร้างสถานการณ์สกปรกในรถของหมอหนุ่มเมื่อวานซึ่งดูเหมือนจะไม่เป็ผลอย่างที่คิดเพราะดูท่าสามีภรรยายังจะรักกันดีอยู่ ไม่ได้หมางเมินบึ้งตึงอย่างที่เธออยากให้เป็‘ฝากไว้ก่อนเถอะนังคุณหนูหน้าใสสักวันแกจะต้องมัวหมองจนช้ำใจตาย’
วิทยาและอรณิชาเดินควงแขนกันออกมาถึงที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลก่อนที่เ้าของมือเล็กจะพยายามดีดดิ้นฉุดดึงมือของตนออกจากลำแขนแกร่งของชายหนุ่มจนสำเร็จหลังจากที่พยายามดึงอยู่นานั้แ่พ้นออกมาจากห้องทำงานของเขาแล้ว
“ปล่อยสิ...” เสียงจิ๊จ๊ะขัดใจของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนที่มือเล็กๆ ของเธอจะเป็อิสระ
“ยังไม่ถึงรถเลยจะรีบดึงออกทำไม” หมอหนุ่มหยุดยืนเพื่อหันมาต่อว่าหญิงสาวข้างกาย
“หมดเวลาเล่นตลกแล้วย่ะ กรุณาเร็วๆ ด้วย... ฉันรีบ” อรณิชาสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินนำไปที่รถของเขาทันที
“แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็เื่ตลกเลยนะไอ้การที่ผัวเมียจะเดินควงแขนกันไปไหนมาไหนเนี่ย” วิทยารีบสาวเท้าตามไปแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางที่ยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างๆรถของเขา
“แต่คุณกับฉัน... มันไม่ใช่!” คนตัวเล็กกระแทกเสียงใส่จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้างๆคนขับแล้วก้าวขึ้นไปนั่งทันที โดยไม่ฟังอะไรๆ จากชายหนุ่มเ้าของรถอีก
วิทยาส่ายหน้าอย่างนึกระอาในความเป็เด็กและเอาแต่ใจของเธอแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดอะไรมาก ออกจะมันเขี้ยวด้วยซ้ำ ยิ่งดื้อยิ่งพยศ ก็ยิ่งอยากอยู่ใกล้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หมอหนุ่มคิดอย่างไม่เข้าใจตัวเองก่อนจะรีบเปิดประตูรถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่จากนั้นก็ขับออกไปทันทีเพราะเขาเองก็มีนัดสำคัญรออยู่
วิทยาขับรถออกจากโรงพยาบาลเพียงไม่นานก็มาถึงอาคารคีตาพิพัฒน์ซึ่งเป็ที่ทำงานของหญิงสาวข้างกาย
หมอหนุ่มจอดรถบริเวณลานกว้างหน้าทางขึ้นตึกเมื่อรถจอดสนิทร่างบางที่นั่งมาด้วยก็ทำท่าจะหันไปเปิดประตูรถโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“เดี๋ยว...” วิทยาร้องห้ามพร้อมทั้งกดล็อกประตูอัตโนมัติอีกครั้ง
“อะไรอีกล่ะ ฉันสายแล้วนะ” คนตัวเล็กจิ๊ปากขัดใจเมื่อเปิดประตูออกไปไม่ได้
“ผมอยากให้คุณพูดกับผมดีๆ” น้ำเสียงราบเรียบของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเขา้าอย่างที่พูดจริงๆ
“อะไร!” อรณิชาตะคอกใส่ด้วยความไม่พอใจเขาจะเอาอะไรกับเธอนักหนา รถก็ไม่ให้ใช้ พอให้มาส่งก็ทำตัวมีปัญหาอีก
“งั้นก็นั่งอยู่อย่างนี้แหละ หรือจะไปหาคุณพ่อพร้อมกับผม... ก็ได้นะ”เ้าของรถบอกทีเล่นทีจริงแล้วทำท่าจะเคลื่อนรถออกไป
“นี่! ฉันมีงานต้องทำนะ ไม่มีเวลามาล้อเล่น” คนเป็ห่วงงานบอกเสียงแข็งเธอไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้
“ผมไม่ได้ล้อเล่น... ผมอยากให้คุณพูดกับผมดีๆ เหมือนเมื่อกี้นี้” ชายหนุ่มบอกจริงจังพร้อมทั้งจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ
“ฉันลืมไปแล้ว” ใบหน้าหวานเชิดใส่เขาอย่างดื้อรั้น
“งั้นผมจะช่วยเตือนความจำให้ แต่ผมคิดค่าจ้างนะ” คนตัวใหญ่ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วขยับตัวจัดท่าทางให้เหมาะสำหรับการคิดค่าจ้างช่วยเตือนความจำให้หญิงสาว
“อะๆ พูดแล้วๆ ขอบคุณค่ะคุณวิท” อรณิชารีบละล่ำละลักพูดออกมาอย่างรวดเร็วด้วยนึกหวาดหวั่นกับท่าทีของอีกฝ่าย
“ไม่เห็นหวานเหมือนเมื่อกี้เลยล่ะ... เอาใหม่” คนถือไพ่เหนือกว่าได้ทีออกคำสั่ง
“หือ... อะไรล่ะ ฉันก็พูดแล้วไง” คนรีบร้อนหันขวับมามองหน้าเขาทันทีอย่างไม่พอใจ‘นี่เขาจะยียวนกวนประสาทเธอไปถึงไหนกันนะ’ อรณิชาบ่นว่าชายหนุ่มในใจ
“พี่วิท...” หมอหนุ่มเอื้อนเอ่ยสรรพนามของตัวเองที่อยากให้หญิงสาวเรียกออกมา
“คุณวิทยา... คุณเป็คนบอกฉันเองนะว่าให้ฉันเรียกคุณแบบนี้น่ะ” อรณิชายอกย้อนทันควัน เพราะมันก็เป็แบบนั้นจริงๆในคืนวันแต่งงานเธอเรียกเขาว่าพี่แล้วแต่เขากลับปฏิเสธและยินดีให้เธอเรียกเขาว่าคุณวิทยาแบบนี้
“งั้นต่อไปก็เรียกพี่วิท”
“ไม่!”
“ก็ได้... คุณวิท ก็คุณวิทแต่ต่อไปนี้คุณต้องแทนตัวเองด้วยชื่อเวลาพูดกับผมเหมือนที่เคยชินอย่าให้ผมได้ยินคำว่าฉันอีก” ชายหนุ่มต่อรองเพราะอยากให้เธอแทนตัวเองด้วยชื่อตามความเคยชินจะได้ดูสนิทสนมกันมากขึ้นและเขาก็รู้สึกว่ามันรื่นหูกว่าคำว่าฉันเป็ไหนๆ
“เอ๊ะ!...” อรณิชาตวัดเสียงเขียวอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินคำสั่งของเขาเอะอะก็บังคับก็ขู่ไม่รู้จะเอาอะไรกับเธอนักหนา
“หรือจะให้บังคับทั้งสองอย่าง” หมอหนุ่มขยับตัวอีกครั้งแต่คราวนี้เขายื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกด้วย
“ไม่! อรขอพูดตามที่ตัวเองถนัดก็แล้วกันค่ะ พอใจหรือยังคะคุณวิทยา” คนตัวเล็กย้ำสรรพนามแทนคำตอบพร้อมทั้งขยับเบียดร่างบางไปชิดกับประตูรถให้มากที่สุดเพื่อหลบใบหน้าของเขาที่เข้ามาใกล้จนแทบจะััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ
“ก็แค่นั้น... แล้วเย็นนี้จะกลับกี่โมง” วิทยาถอยตัวเองออกมานั่งตรงๆยังตำแหน่งเดิม ก่อนจะถามถึงเวลาเลิกงานของเธอ แม้ลึกๆจะไม่พอใจอยู่บ้างที่เธอไม่ยอมเรียกเขาอย่างที่เขา้าแต่เมื่อคิดว่าแค่เธอยอมแทนตัวเองด้วยชื่อก็ถือว่าน่าฟังขึ้นมากแล้วส่วนจะให้เรียกเขาว่าพี่นั้นคงต้องค่อยเป็ค่อยไป
“ยังบอกไม่ได้ ต้องดูงานก่อน ถ้ายังไงอรขอกลับเองดีกว่าค่ะ” อรณิชาบอกเสียงเรียบเพราะเธอก็หมายความอย่างที่พูดจริงๆงานของเธอกำหนดเวลาไม่ได้แน่นอนนักหรอกจะหยุดตรงไหนจะเสร็จตรงไหนต้องดูความต่อเนื่องของงานด้วย
“ไม่ได้!” หมอหนุ่มพูดเสียงดังจนเกือบเป็ตะคอก
“เอ๊ะ! อรบอกว่าจะกลับเองไงล่ะ” ร่างบางหันมามองเขาตาขวาง
“ก็บอกว่าไม่ได้... งั้นก็ไม่ต้องทงต้องทำมันแล้วงานน่ะ ลาออกซะวันนี้เลยไปช่วยผมกับคุณพ่อของคุณที่โรงพยาบาลดีกว่า” เสียงเข้มเอ่ยออกมาอย่างจริงจังไม่ใช่แค่ขู่เล่นๆเหมือนที่ผ่านมา
“ไม่ได้นะ ยังไงอรก็ไม่ยอมลาออกเด็ดขาด” คนรักงานรีบแย้งทันควัน
“งั้นก็บอกสิจะให้มารับกี่โมง”
“อรจะโทรบอกอีกทีก็แล้วกันค่ะ”
เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้ววิทยาก็ปลดล็อกประตูรถให้หญิงสาวแต่ยังไม่ทันที่เท้าบางจะแตะถึงพื้น เสียงเข้มๆ ของหมอหนุ่มก็ตามมาอีก
“เดี๋ยว...”
“อะไรอีกล่ะ” ร่างบางหันไปมองอย่างนึกหงุดหงิดรำคาญใจเขาจะเล่นตลกอะไรกับเธออีกเนี่ย
“ผมจะเดินไปส่งคุณที่ลิฟต์” ว่าจบคนตัวใหญ่ก็เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปด้วยความรวดเร็วพร้อมทั้งเดินอ้อมไปหาหญิงสาวที่ลงมาจากรถเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้อง” คนตัวเล็กร้องห้ามทันควันเมื่อเห็นเขาทำท่าจะเข้าไปข้างในตึกกับเธอจริงๆ...มีหวังได้ลือกันทั้งบริษัทแน่
“หรือจะให้ผมอุ้มไป... ผมทำได้นะ... ไม่แคร์สื่อด้วยเอาสิ” หมอหนุ่มยิ้มยียวนแต่ก็พร้อมจะทำอย่างที่พูดจริงๆไม่รู้อะไรดลใจให้เขาอยากแสดงความเป็เ้าของหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาทั้งๆที่ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไม่ผูกมัดใดๆ กับเธอทั้งสิ้น วิทยาคิดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง
“ฮึย! ถ้างั้นก็ตามมาเร็วๆ เลย” อรณิชาฮึดฮัดขัดใจก่อนจะกระแทกเท้าเดินนำชายหนุ่มเข้าไปในอาคารที่เธอทำงานอยู่ด้วยความรวดเร็ว
ทันทีที่ก้าวเข้ามาถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์สองหนุ่มสาวก็ตกเป็เป้าสายตาของทุกคนทั่วทั้งบริเวณในชั่วพริบตา
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลาขาวตี๋ตรงสเปกของสาวๆแทบจะทุกคน เดินเคียงคู่มากับสาวสวยใบหน้าหวานใสที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าทั้งสองมีความเหมาะสมกันอย่างลงตัวเหมือนพระเอกกับนางเอกละครทีวียังไงยังงั้น
“สวัสดีค่ะน้องอร แหม่... วันนี้มีหนุ่มหล่อมาส่งด้วยจะไม่แนะนำให้พี่ได้รู้จักหน่อยเหรอคะ” พรทิพย์สาวสวยหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์เอ่ยแซวเมื่อเห็นมัณฑนากรฝีมือดีของบริษัทเดินเข้ามาพร้อมกับหนุ่มหล่อที่คาดว่าน่าจะเป็เ้าบ่าวสายฟ้าแลบที่ใครๆกำลังพูดถึง เธอจึงกล่าวทักทายเผื่อว่าจะได้นำไปเม้าท์ต่อกับเพื่อนๆ ในตอนกลางวันโชคดีจริงๆ ที่เธอลงมาตรวจงานกับเด็กๆข้างล่างเลยได้เจอสาวสวยที่เป็ข่าวครึกโครมว่าหักอกท่านประธานไปแบบไม่ทันตั้งตัวและแถมยังได้เจอชายหนุ่มที่เป็เ้าบ่าวปริศนาคนนั้นด้วยสาวสวยหัวหน้าประชาสัมพันธ์ยิ้มกริ่มอยู่ในใจ
“สวัสดีค่ะพี่ทิพย์ เอ่อ... นี่คุณหมอวิทยา เป็... เอ่อ...” อรณิชายิ้มรับเพื่อนรุ่นพี่ แม้จะไม่เต็มใจนักแต่ก็ต้องเก็บกลั้นเอาไว้ก่อนจะหันไปเอ่ยแนะนำชายหนุ่มข้างกายด้วยน้ำเสียงอึกอักตะกุกตะกักอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“ผมเป็สามีคุณอรณิชาครับ...” หมอหนุ่มรีบพูดขัดขึ้นมาเมื่อเห็นหญิงสาวข้างกายมัวแต่ชักช้าลังเลสิ้นคำพูดของชายหนุ่มอรณิชาหันมาถลึงตาใส่พร้อมกับมองเขาตาเขียวปัดแสดงอาการไม่ค่อยพอใจเท่าไรแต่มีหรือที่เขาจะสนใจ หมอหนุ่มกลับส่งยิ้มให้เธอหน้าตาเฉย
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณหมอ ดิฉัน พรทิพย์ค่ะเป็หัวหน้าประชาสัมพันธ์ที่นี่” สาวสวยยิ้มหวานหยดตามแบบฉบับประชาสัมพันธ์ที่ดี
“ครับ... ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับคุณพรทิพย์” วิทยาตอบรับยิ้มๆเป็มารยาท
ระหว่างที่กำลังทักทายทำความรู้จักกันอยู่นั้นชายหนุ่มเ้าของบริษัทก็เดินออกมาจากลิฟต์พอดีส่วนสาวสวยหัวหน้าประชาสัมพันธ์เมื่อเห็นว่าเ้านายมาเธอจึงรีบหลบเข้าไปหลังเคาน์เตอร์เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองทันที
“อ้าว... อร” นนท์ประวิธร้องทักด้วยความดีใจแล้วรีบวิ่งตรงเข้ามาหาหมายจะคว้าร่างบางเข้ามากอดให้หายคิดถึงแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเธอมากับใคร
“นนท์...” อรณิชายิ้มขื่นให้แฟนหนุ่มที่กำลังตรงมาหาเธอแถมชายหนุ่มข้างกายก็ไม่ยอมขยับหนีไปไหนอีก
วิทยาหันไปมองตามเสียงเรียกก็พบว่าเป็ชายหนุ่มคนที่มายืนทำท่าเ็ปใส่หญิงสาวที่หน้าห้องจัดเลี้ยงในคืนวันแต่งงานของเขากับเธอซึ่งเขาได้รู้หลังจากนั้นว่าผู้ชายคนนี้เป็แฟนของเธอ ชายหนุ่มคิดเพียงครู่ก่อนจะส่งลำแขนใหญ่เข้าไปโอบกอดเอวบางของเธอเอาไว้ทันทีอย่างถือสิทธิ์
“ปล่อยอรนะคะคุณวิท” เ้าของร่างบางกัดฟันพูดเสียงเขียวพยายามขืนตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่มข้างกายแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะวงแขนของเขาทั้งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าเธอ
“ไม่มีทาง” วิทยาตอบทันควันโดยไม่ต้องคิดนานจริงอยู่ว่าเธอเป็ของผู้ชายคนนั้นแต่ตอนนี้เธอแต่งงานกับเขาแล้วดังนั้นสิทธิ์ในตัวเธอที่ถูกต้องก็คือเขาเพียงคนเดียว
“เอ๊ะ!” คนตัวเล็กตวัดสายตามองเขาด้วยความโมโห
“หรือจะให้จูบโชว์มันตรงนี้เลย” เสียงเข้มเอ่ยขู่ชิดริมใบหูเล็กๆของเธอ
“อย่านะ!” เสียงสั่นๆ ร้องห้ามทันทีอย่างนึกหวาดหวั่นวันนี้เขาเป็บ้าหรือไงถึงได้ชอบกลั่นแกล้งขู่บังคับเธอนักหนา
“งั้นก็อยู่เฉยๆ” วิทยาบอกเสียงขรึมเมื่อนนท์ประวิธกำลังเดินเข้ามาใกล้
“อร...” นนท์ประวิธครางเรียกชื่อแฟนสาวด้วยความผิดหวังเมื่อเหลือบเห็นเอวบางของเธออยู่ในวงแขนแกร่งของชายหนุ่มที่เขาจำได้ดีว่าเป็คนที่พรากความสุขของเขาไป
“เอ่อ นนท์... นี่คุณหมอวิทยา และคุณวิท... นี่นนท์ประวิธค่ะ” อรณิชาฝืนยิ้มทำหน้าที่เป็คนกลางเอ่ยแนะนำชายหนุ่มทั้งสองคนให้รู้จักกันอย่างเป็ทางการโดยหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงความสัมพันธ์ว่าทั้งสองคนเป็อะไรกับเธอ
“สวัสดีครับคุณหมอ ไหนๆ ก็ทำความรู้จักกันแล้วผมขอบอกสิทธิ์ของผมให้ชัดเจนหน่อยก็แล้วกัน ผมเป็แฟนอรครับถ้าจะเรียกให้ชัดเจนก็คือคนรักและไม่ว่าจะเป็ที่ผ่านมาหรือปัจจุบันนี้เราก็ยังรักกันดีอยู่” นนท์ประวิธยื่นมือออกไปเพื่อัักับมือหมอหนุ่มเป็การทักทายตามมารยาทพร้อมทั้งบอกในสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ทันทีแม้ว่าภาพที่เห็นตรงหน้าจะทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวและเริ่มไม่มั่นใจกับสิ่งที่พูดนักก็ตาม
“สวัสดีครับคุณนนท์ประวิธ ผมคิดว่าอดีตกับปัจจุบันยังไงก็คงสู้อนาคตไม่ได้...วันนี้อาจจะเป็ของคุณแต่อนาคตก็ไม่แน่นะครับ” หมอหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันก่อนจะปล่อยมือที่ััทำความรู้จักกับอีกฝ่ายลงข้างตัวจากนั้นอาการเจ็บจี๊ดๆ ที่ต้นขาก็ตามมา เพราะถูกมือเล็กๆของเธอที่แนบอยู่หยิกดึงอย่างแรง แต่เขาก็ทำเป็นิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพลางนึกคาดโทษหญิงสาวในใจ ‘ฝากไว้ก่อนเถอะกลับบ้านเมื่อไรจะฟาดก้นให้เข็ดเลย’
“หมอ! พูดอย่างนี้หมายความว่าไง” นนท์ประวิธขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัดเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคิดจริงจังกับการแต่งงานครั้งนี้ เพราะนั่นจะทำให้เขาสูญเสียคนที่รักไปจริงๆ
“ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ จริงไหมครับที่รัก” วิทยาบอกอีกฝ่ายอย่างเป็ต่อแล้วหันมาถามความเห็นจากหญิงสาวข้างกายเป็การยียวนให้อีกฝ่ายโมโหเล่น
“บ้า! ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ และเลิกพูดอะไรบ้าๆ แบบนี้สักที” อรณิชาสวนกลับทันควันด้วยความโกรธจัดที่เขาพูดในสิ่งที่ไม่สมควรออกมาตอนนี้เธอยอมรับว่าเป็ห่วงความรู้สึกของนนท์ประวิธมากกว่าสิ่งอื่นใดโดยลืมคิดไปว่านั่นเป็การเติมเชื้อไฟให้หมอหนุ่มที่เริ่มปะทุขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“อ้าว ทำไมพูดกับพี่แบบนั้นล่ะครับ เมื่อกี้เรายังคุยกันดีๆ อยู่เลย”วิทยาทวงถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงไพเราะพยายามเก็บกลั้นความกรุ่นโกรธที่มีเอาไว้จนมิด ‘นี่ยัยตัวแสบกล้าแผลงฤทธิ์กับเขาต่อหน้าแฟนเลยหรือไงฮึ คงกลัวมันจะเสียใจล่ะสิ’
“อร... นนท์จะออกไปพบลูกค้า อรไปกับนนท์หน่อยสิ” นนท์ประวิธพูดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์คลุมเครือเพราะเขา้าจะแยกตัวเพื่อไปคุยกับแฟนสาวตามลำพัง
“อืม ไปสินนท์” อรณิชาตอบรับแล้วพยายามสะบัดตัวออกจากวงแขนแกร่งของชายหนุ่มข้างกาย
“อรณิชา!” วิทยาเรียกชื่อหญิงสาวเสียงแข็งเป็การปรามพร้อมกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าเขา้าสิ่งที่ทวงถามไปเมื่อกี้นี้คำว่าฉันหลุดออกมาจากปากเธอซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่้าได้ยินอีก
“เอ่อ... อรจะรีบไปทำงานค่ะ” อรณิชาก้มหน้าบอกเสียงแ่เบาจนเป็กระซิบเธอรู้สึกอึดอัดเหลือเกินกับสถานการณ์ตรงนี้เธอรู้ว่าหมอหนุ่ม้าจะแกล้งให้เธอทะเลาะกับนนท์ประวิธ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นเพราะเื่ระหว่างเธอกับเพื่อนชายคนสนิทยังมีอะไรที่ลึกซึ้งและเปราะบางกว่านั้นซึ่งเธอก็กำลังหาทางจะอธิบายให้ชายหนุ่มได้เข้าใจถึงความรู้สึกจริงๆ ของเธอสักที
“ครับ... แล้วอย่าลืมโทรหาพี่ด้วย ตอนเย็นพี่จะมารับนะครับ” วิทยามีน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อหญิงสาวข้างกายยอมพูดดีๆกับเขาด้วยสรรพนามที่ดูสนิทสนมกันมากขึ้นขณะปรายตาไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนทำท่าไม่พอใจอยู่ตรงหน้าจากนั้นก็ปล่อยร่างบางให้เป็อิสระแล้วหันหลังเดินออกไปทันทีเมื่อได้ยินเธอตอบรับคำสั่งของเขาเบาๆ
นนท์ประวิธมองการกระทำของคนทั้งสองด้วยความปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูกมีบางสิ่งบ่งบอกกับเขาว่าหญิงสาวที่เขารักกำลังเปลี่ยนไป เปลี่ยนทั้งตัวทั้งใจและกำลังจะเปลี่ยนแม้กระทั่งความรู้สึกเขาสังเกตว่าในแววตาของเธอที่มองเขามันว่างเปล่ามากกว่าเมื่อก่อนที่เคยเป็เสียอีกหรือว่าเขาจะเสียเธอไปจริงๆ
“นนท์... นนท์...” อรณิชาเรียกชายหนุ่มหลายครั้งเมื่อเห็นเขายืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“หะ อะไรนะ” คนที่กำลังจมอยู่กับความปวดร้าวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ด้วยอาการมึนงงเล็กน้อย
“นนท์ชวนอรไปหาลูกค้าไม่ใช่เหรอ”
“อือๆ ใช่ งั้นเรารีบไปกันเถอะ” นนท์ประวิธเพิ่งนึกได้ว่าเขานัดกับลูกค้าเอาไว้ว่าจบร่างสูงก็คว้ามือบางของแฟนสาวตรงดิ่งไปที่รถทันทีอรณิชาไม่ได้ขัดขืนหรือดึงมือกลับแต่อย่างใดเพราะส่วนหนึ่งเกิดจากความเคยชินที่เขามักจะจับมือเธอไปไหนมาไหนอยู่แล้วหารู้ไม่ว่าภาพของคนทั้งสองตกอยู่ในสายตาของวิทยาตลอดเวลาจนกระทั่งรถสปอร์ตของนนท์ประวิธเคลื่อนตัวออกไปแล้วนั่นแหละหมอหนุ่มจึงได้ขับตามออกไปบ้าง
ภาพหนุ่มสาวที่เดินจับมือกันดั่งคู่รักที่หวานชื่นนั้นทำให้หัวใจดวงแกร่งเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาดวิทยายกมือขึ้นมาทาบที่อกข้างซ้ายเหมือนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะมีความรู้สึกเช่นนี้ได้อีกผู้หญิงคนแรกและเขาคิดว่าจะเป็คนเดียวที่ทำให้เขาเ็ปแบบนี้ได้ก็คือแพรวานั่นเป็เพราะเขารักเธอ แล้วการที่อรณิชาทำให้เขารู้สึกแบบนี้ล่ะคืออะไรหมอหนุ่มถามตัวเองในใจด้วยความรู้สึกสับสน
นนท์ประวิธพาอรณิชามาพบลูกค้าตามที่ได้นัดเอาไว้ หลังจากพูดคุยตกลงทำสัญญากันเป็ที่เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มจึงชวนหญิงสาวแวะกินอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้านใกล้ๆ ก่อนกลับเข้าออฟฟิศ
โดยก่อนหน้านี้อรณิชาได้โทรไปชวนกรรณิการ์เพื่อนสาวอีกคนให้ตามออกมาเจอกันที่ร้านอาหารด้วยแต่อีกฝ่ายปฏิเสธเพราะยังทำงานค้างอยู่ เธอจึงต้องทานข้าวกับเขาสองคนซึ่งนั่นก็เป็สิ่งที่ชายหนุ่ม้าเพราะเขามีหลายเื่ที่อยากพูดคุยกับเธอตามลำพัง
“อิ่มแล้วเหรออร...” นนท์ประวิธเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวรวบช้อนพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“จ้ะ... นนท์กินต่อเถอะ เดี๋ยวอรสั่งขนมเค้กมากินเป็เพื่อน” อรณิชายิ้มหวานเหมือนเคย ก่อนจะหันไปเรียกพนักงานของร้านอาหารให้มารับออเดอร์ขนมเค้กของเธอ
“อรยังชอบกินขนมเค้กหลังอาหารเหมือนเดิมเลยนะ” ชายหนุ่มถามหญิงสาวด้วยรอยยิ้มเต็มวงหน้าเขารู้สึกดีใจไม่น้อยที่เธอยังปฏิบัติตัวเหมือนเดิมเวลาอยู่กับเขา
“นนท์ก็พูดแปลก อรก็เป็อรเหมือนเดิมนี่แหละ” อรณิชาตอบพลางหลบสายตาคมของชายหนุ่มเพื่อนสนิทที่มองกี่ทีกี่ครั้งก็ยังหวั่นไหวเมื่อก่อนเธออาจจะชอบแต่ตอนนี้ทำไมเธอกลับรู้สึกผิดก็ไม่รู้
“แล้วหัวใจล่ะ เหมือนเดิมหรือเปล่า” จู่ๆนนท์ประวิธก็ถามขึ้นมาหน้าตาเฉย ไม่แสดงอาการล้อเล่นแต่อย่างใด
“นนท์... เอ่อ... เื่นั้น...” คนไม่ทันตั้งตัวเมื่อเจอคำถามแบบนี้ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะและยังไม่ทันจะหาคำตอบให้เขาได้ ชายหนุ่มตรงหน้าก็เอ่ยคำถามต่อไปออกมาอีก
“เรายังรักกันอยู่ใช่ไหมอร” คราวนี้จากที่พูดไม่ออกเลยยิ่งจุกแน่นจนหาเสียงตัวเองไม่เจอเข้าไปอีกยิ่งได้สบดวงตาคมที่ฉายแววเ็ปของเขาด้วยแล้ว เธอยิ่งไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรดีจะบอกความรู้สึกตัวเองออกไปตรงๆ ก็ไม่กล้าเพราะกลัวจะเสียเพื่อนดีๆ อย่างเขาไปแต่ถ้าไม่บอกอะไรเลยเื่ระหว่างเธอกับเขามันก็จะคาราคาซังกันแบบนี้ต่อไป ซึ่งมันก็เหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันลงได้
“นนท์... ั้แ่เราเรียนด้วยกันมาจนถึงตอนนี้อรก็ยังรู้สึกกับนนท์เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” อรณิชาพยายามพูดอ้อมๆเผื่อว่าเขาจะรู้คำตอบด้วยตัวเอง
“ยังไงน่ะอร... ไม่เคยเปลี่ยน” นนท์ประวิธอึ้งไปนานกับคำตอบของเธอภาพความทรงจำในครั้งวันวานค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดอย่างไม่ขาดสายเขากับเธอเริ่มต้นความสัมพันธ์กันแบบเพื่อนและตอนนี้ก็คือเพื่อนอย่างนั้นหรือ
“ก็เราเป็พะ...” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อตัดสินใจบอกความจริงกับชายหนุ่มที่เป็เพื่อนรัก แต่ยังไม่ทันจะพูดจบชายหนุ่มตรงหน้าก็เอ่ยขัดขึ้นมาทันควัน
“คนรักกัน... เราเป็คนรักกัน และเราก็รักกันมาั้แ่ตอนเรียนแล้วด้วย”ใช่ว่าเขาจะไม่รู้คำตอบของเธอ จริงๆ แล้วเขารู้มาตลอดนั่นแหละรู้ั้แ่ก่อนเธอจะแต่งงานด้วยซ้ำแต่เพราะเขาไม่อยากยอมรับมันต่างหากล่ะเขารู้ว่าที่ผ่านมาเขาเป็ฝ่ายบังคับฝืนใจความรู้สึกของเธอมาตลอดแต่เขาก็หวังหวังว่าสักวันเธอจะยอมรับเขาได้
“เอ่อ นนท์ ฟังอรก่อน... มันไม่ใช่แบบนั้น” อรณิชาแย้งเสียงอ่อนเธอทั้งเสียใจและรู้สึกผิดต่อชายหนุ่มเพื่อนรักเป็อย่างมากเธอจะพูดกับเขาอย่างไรดีว่าความรู้สึกจริงๆ ที่มีให้คือเขาเป็เพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
“ใช่! ต้องใช่ เพราะนนท์รักอร อรก็รักนนท์ เรารักกัน” นนท์ประวิธตัดบทอย่างเอาแต่ใจ แล้วหันไปเรียกพนักงานเพื่อเช็กบิลค่าอาหารพร้อมทั้งให้เอาเค้กที่หญิงสาวสั่งไว้ใส่กล่องไปด้วย
“นนท์...” อรณิชาเรียกเพื่อนรักอย่างอ่อนใจเมื่อเขาไม่ยอมฟังสิ่งที่เธอพูดเลยแล้วแบบนี้เธอกับเขาจะเข้าใจกันได้อย่างไร
“ไม่ต้องพูดแล้วอร นนท์รู้แล้ว... นนท์ขอแค่เวลาทำใจเท่านั้น” น้ำเสียงสั่นๆ ปนเศร้าบอกออกไปอย่างไม่มั่นคงนักเขาแค่อยากจะใช้คำว่ารักกับหญิงสาวต่อไปอีกสักระยะเพื่อทำใจจนกว่าเขาจะเข้มแข็งกว่านี้แล้วเขาจะยอมรับกับความรู้สึกจริงๆของเธอ
“นนท์...” อีกครั้งที่หญิงสาวครางเรียกชื่อเขาออกมาแต่ไม่ใช่เพราะเหนื่อยใจจะอธิบายแต่เพราะเธอเสียใจกับเขาต่างหากเสียใจที่ไม่สามารถทำให้เขามีความสุขและสมหวังกับเธอได้ หัวใจดวงน้อยตอนนี้ถูกกดดันจนน้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาทั้งสองข้างจนร้อนผ่าว
“อรให้นนท์ได้ไหม... นนท์ไม่อยากเสียอรไป” นนท์ประวิธเอื้อมมือไปจับมือบางของหญิงสาวมาบีบไว้ด้วยความรักจนสุดหัวใจถ้าหากจะให้เขาตัดใจจากเธอเลยตอนนี้เขาคงทำไม่ได้และถ้าจะลืมเธอโดยการตัดขาดความสัมพันธ์เขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นเวลาในการทำใจจึงเป็สิ่งที่เขา้ามากที่สุดในตอนนี้
“ถ้าหากเวลาที่อรให้นนท์ มันจะทำให้นนท์เสียใจน้อยลงได้... อรก็ยินดีเพราะอย่างน้อยอรจะได้ไม่รู้สึกผิดต่อนนท์มากขนาดนี้” สิ้นคำพูดของหญิงสาวน้ำตาเม็ดโตที่เอ่อคลอเต็มหน่วงก็หยดลงตามพวงแก้มสวยทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
“ขอบคุณนะอร... ขอบคุณมาก” ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้มน้อยๆแล้วยื่นมือเข้าไปปาดเช็ดหยดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม
เมื่อออกมาจากร้านอาหารแล้วนนท์ประวิธก็ขับรถไปส่งอรณิชาที่บริษัทในตอนบ่าย ส่วนเขาไม่ได้ตามเข้าไปด้วยเพราะอยากจะหาที่สงบๆและอยู่เงียบๆ คนเดียวเพื่อทำใจ แต่ก็แปลกเวลาที่เขารู้สึกอ่อนแอแบบนี้ จู่ๆใบหน้าของหญิงสาวเพื่อนสนิทอีกคนก็โผล่เข้ามาในความคิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ‘ก้อย... ทำไมนนท์ถึงอยากให้ก้อยมาอยู่ข้างๆ ในเวลานี้ก็ไม่รู้สิ’ ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆหลังจากมานั่งที่เก้าอี้ไม้กลางสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในแถบชานเมือง
วิทยามาถึงร้านอาหารที่นัดกับก้องเกียรติเอาไว้ในเวลาใกล้เที่ยง
เมื่อเข้าไปในร้านก็พบว่าอีกฝ่ายยังไม่มาเขาจึงเข้าไปนั่งรอและสั่งอาหารแบบเดิมๆ ที่เคยกินเป็ประจำกับเพื่อนรักมาสองสามอย่างก่อนเพื่อไม่ให้เสียเวลาจากนั้นก็ก้มลงสนใจกับหนังสือเล่มโปรดที่ถือติดมือมาด้วย
ไม่นานก้องเกียรติก็เดินเข้ามาในร้านแล้วตรงดิ่งไปที่โต๊ะซึ่งเคยมานั่งเป็ประจำทันทีเมื่อเห็นคนเป็เพื่อนนั่งรออยู่ก่อนแล้วจึงเอ่ยทัก
“เห้ยหมอ... มานานยัง”
“สักพักแล้วหละ นั่งสิ... ฉันสั่งอาหารไปสองสามอย่างแล้วแกจะเอาอะไรเพิ่มก็สั่งไป” วิทยาพับปิดหนังสือในมือแล้วหันมาบอกกับเพื่อนรัก
“แกเลี้ยงใช่ป่ะ” คนมาใหม่พูดกลั้วหัวเราะพลางหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วหันไปเรียกพนักงานให้เอาเมนูมาให้เขาเลือก
“เออ... ก็ได้” วิทยากระแทกเสียงเล็กน้อยอย่างไม่จริงจังนักเพราะก็รู้ดีว่าเขาสองคนผลัดกันเลี้ยงผลัดกันจ่ายเป็ประจำอยู่แล้ว
“ไหนแกว่ามีอะไรจะคุยกับฉันไง... ว่ามาสิ” หลังจากสั่งอาหารเพิ่มไปอีกสองอย่างกับพนักงานในร้านแล้วก้องเกียรติก็หันมาถามคนเป็เ้ามือทันทีด้วยความอยากรู้
“เมื่อวานแกเอารถฉันไปทำอะไร” หมอหนุ่มถามพลางหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างจับผิด
“รับสาวไง... ก็บอกไปแล้วนี่หว่า” ก้องเกียรติตอบเรียบๆเหมือนเป็เื่ปกติ
“แกทำอะไรบนรถฉันหรือเปล่า” คราวนี้คนถามมีน้ำเสียงตึงเข้มขึ้นมาทันทีเพราะ้าคาดคั้นเอาความผิดกับอีกฝ่ายให้ได้
“ไอ้บ้า! ฉันก็ขับรถแกน่ะสิ จะให้ฉันทำอะไร” คนถูกจับผิดตะคอกน้อยๆเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่กลับดูกวนประสาทคนถามอยู่ไม่น้อย
“อย่ายียวน” วิทยาใช้เสียงแข็งเป็การปรามอีกฝ่ายว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
“เห้ย ไอ้หมอ แกมีอะไรก็พูดมาตรงๆ สิวะ ฉันงงไปหมดแล้ว” ก้องเกียรติถามย้ำอย่างใคร่รู้ยิ่งเห็นเพื่อนรักทำท่าจริงจังเขาก็ยิ่งมึนงง
หมอหนุ่มรอให้พนักงานที่ยกอาหารมาเสิร์ฟออกไปก่อนแล้วจึงควักซองถุงยางอนามัยที่อรณิชาเจอในรถของเขาขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วชี้ให้อีกฝ่ายดู
“และไอ้นี่มันไปอยู่ในรถฉันได้ยังไง”
“เอ้า! ฉันจะไปรู้แกเหรอ ตอนฉันขึ้นไปก็ไม่เห็นมีนี่หว่า” คนไม่รู้เื่ขมวดคิ้วมุ่นรีบบอกเสียงจริงจังอาหารตรงหน้ายังไม่น่าสนใจเท่าซองฟอยส์ขนาดเล็กที่เพื่อนรักหยิบขึ้นมาวางบนโต๊ะให้เขาดูเลยด้วยซ้ำ
“แล้วมันเป็ของแกหรือเปล่าล่ะ” วิทยาตวัดเสียงถามอย่างบึ้งตึงเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับความผิด
“บ้า! ฉันจะพกไปทำไม... ไม่ใช่เวลาแบบนั้น” ก้องเกียรติตอบตามตรงเพราะถ้าเขาไม่ได้ไปเที่ยวหรือไปนอนกับผู้หญิง เขาจะพกของแบบนี้ไปทำไมแถมยังทำหล่นเรี่ยราดบนรถของคนอื่นอีก ยิ่งไม่มีทางเป็ไปได้เลยสำหรับเขา
“แล้วเมื่อวาน...” มันบอกเอารถเขาไปรับสาวแต่ยังไม่ทันจะพูดจบอีกฝ่ายก็รีบค้านขึ้นมาก่อน
“หยุดเลยนะไอ้หมอฉันไปรับคุณแม่ที่คลินิกเสริมความงามแล้วก็ไปกินข้าวกับท่านแค่นั้น” ก้องเกียรติพูดโพล่งบอกความจริงออกมาทั้งหมดเพื่อให้คนเป็เพื่อนกระจ่างขึ้นก็แม่เขาเป็ผู้หญิงแถมยังสาวยังสวย จะแปลกอะไรที่เขาจะบอกใครๆ ว่าไปรับสาว
“อ้าว?... แล้วไอ้นี่มันไปอยู่ในรถฉันได้ยังไง... ตอนไหน” วิทยาอึ้งไปชั่วขณะ แล้วเปรยออกมาเบาๆ ด้วยความสับสนมึนงง
“นั่นแหละ ที่แกควรจะถามตัวเองไม่ใช่มาถามกับฉัน” ก้องเกียรติได้ทียอกย้อนอย่างเป็ต่อก่อนจะหันไปตักกับข้าวในจานตัวเองเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความหิว
“ตอนแรกฉันคิดว่าแกทำอะไรแบบนั้นในรถของฉันซะอีก” คนสับสนพูดขึ้นมาลอยๆเหมือนไม่ค่อยแน่ใจนัก
“คิดอกุศลนะแกน่ะ เป็หมอซะเปล่า” คนกำลังเคี้ยวข้าวอยู่แทบจะสำลักออกมาจนต้องรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแล้วหันไปต่อว่าอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนัก
“ถ้าไม่ใช่ของแก และมันก็ไม่ใช่ของฉัน... ก็ต้องเป็...” หมอหนุ่มหยุดพูดเมื่อนึกถึงหญิงสาวอีกคนที่เขาแทบไม่อยากคิดว่ามันจะเป็ของเธอได้เลยด้วยซ้ำ
“ใครขึ้นรถแกบ้าง” จู่ๆ ก้องเกียรติก็ถามขึ้น
“คุณขิม...” วิทยาตอบตามตรง
“ห๊า! ยังไง ตอนไหน เมื่อไร” คนฟังร้องออกมาด้วยความใมือหนาที่จับช้อนอยู่นิ่งค้างไปทันที นี่เขาพลาดอะไรไปอย่างนั้นหรือทำไมหญิงสาวที่เขาแอบชอบถึงมาสนิทสนมกับเพื่อนรักของเขาขนาดนี้ได้
“เมื่อวานเธอขอติดรถฉันไปลงที่ซูเปอร์ฯ น่ะ แล้วเธอก็ทำกระเป๋าหล่น...”เสียงเรียบบอกกล่าวอย่างไม่ปิดบัง แต่ยังไม่ทันจะเล่าจบคนฟังก็ค้านขึ้นมาก่อน
“นั่นไง... ไอ้หมอ ฉันขอเตือนแกไว้เลยนะ ระวังยัยขิมนี่เอาไว้ให้ดีเห็นสวยๆ อย่างนั้นก็เถอะ เวลามองแกนี่นะ แทบจะเปลื้องผ้าทอดสะพานรอแกขึ้นไปเกยเชียว”พูดไปก็เจ็บใจไปด้วยไม่คิดว่าหญิงสาวจะเข้าถึงตัวตีสนิทกับเพื่อนของเขาขนาดนี้
“ฮึยไอ้ก้อง พูดอะไรระวังหน่อยสิวะ เขาเป็ผู้หญิง” วิทยาปรามเสียงขุ่นด้วยยังไม่อยากปรักปรำหญิงสาวมากเกินไป
“แล้วผู้หญิงดีๆ เขาพกของแบบนี้ไปเรี่ยราดบนรถผู้ชายหรือไง” ก้องเกียรติกระแทกเสียงอย่างนึกหงุดหงิดไม่พอใจ
“ฉันไม่อยากคิดว่ามันจะเป็ของเธอ แต่ก็ไม่มีใครแล้วที่ขึ้นรถฉัน” เสียงขรึมเปรยออกมาอย่างเป็กังวลน้อยๆ
“แล้วแกเจอไอ้นี่ตอนไหน” ก้องเกียรติถามพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางสิ่งของเ้าปัญหา
“ฉันไม่ได้เป็คนเจอมันหรอก...อรณิชาเป็คนหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับเศษขยะในรถน่ะ”
“ห๊า! เมียแกเจอ” อีกครั้งที่คนฟังร้องลั่นทำท่าใสุดขีดจนดูน่าหมั่นไส้
“ไอ้บ้า เธอยังไม่ได้เป็เมียฉัน” วิทยารีบแย้งพลางเบี่ยงหน้าหลบซ่อนความเขินอายที่จู่ๆก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“หูย ไอ้หมอ แกปล่อยไปได้ยังไงวะ ตั้งหลายวันแล้วนะเนี่ย” คนช่ำชองบอกอย่างนึกเสียดายที่เพื่อนรักมีภรรยาทั้งสวยทั้งน่ารักอยู่ใกล้ๆแต่ไม่คิดจะแตะต้องถ้าเป็เขาคงจะขังเธอไว้ให้อยู่แต่ในห้องคอยปรนเปรอรสสวาทที่แสนเร่าร้อนให้เขาทั้งวันทั้งคืนเป็แน่
“เื่ของฉันน่า...” หมอหนุ่มทำเสียงเข้มบอกปัดอย่างเก้อเขิน
“แล้วคุณอรเธอว่ายังไงบ้างล่ะ” ก้องเกียรติถามหยั่งเชิง
“เธอก็คิดว่ามันเป็ของฉัน แล้วยังหาว่าฉันทำเื่แบบนั้นบนรถอีกด้วยน่ะสิ”วิทยาตอบเสียงเรียบปนหงุดหงิดน้อยๆ เพราะถูกกล่าวหาในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
“นั่นแหละ เป็สิ่งที่ยัยขิม้าละ” คนฟังพูดขึ้นมาอย่างรู้ทันเขามองผู้หญิงคนนี้ไม่ผิดหรอก เพราะเขาเฝ้าดูเธอมาสักระยะแล้ว
“แกคิดอย่างนั้นเหรอ” วิทยาถามกลับเหมือนไม่ค่อยมั่นใจและไม่อยากคิดว่าพยาบาลสาวจะตั้งใจทำให้อรณิชาเข้าใจเขาผิด
“ใช่เสียยิ่งกว่าใช่อีก นี่แกดูไม่ออกเหรอ ว่ายัยขิมคิดอะไรกับแกน่ะ”ก้องเกียรติย้ำอย่างมั่นใจก่อนจะถามความรู้สึกของอีกฝ่าย
“ดูออกสิ... แต่ฉันไม่รู้จะหลีกเลี่ยงยังไงนี่หว่า” หมอหนุ่มบอกเสียงเนือยๆ
“เอาเถอะ... ถือว่าดีแล้วที่เมื่อเช้าแกพาคุณอรมาแนะนำน่ะอย่างน้อยยัยขิมจะได้รู้ตัวบ้าง ว่ากำลังยุ่งกับผู้ชายที่เขามีเ้าของแล้ว”
“เมื่อเช้า... มันบังเอิญน่ะ”
“นั่นแหละดีแล้ว ดูคุณอรเธอก็ไม่ได้โกรธเกลียดอะไรแกนักหนานี่หว่าเห็นพูดกันซะหวานหยด” ก้องเกียรติเอ่ยแซวพลางหรี่ตามองอีกฝ่ายเป็การล้อเลียน
“ฮึ พอเดินออกมาเท่านั้นแหละ เืฉันแทบหยดน่ะสิ” วิทยาพูดทีเล่นทีจริงแต่กลับยิ้มเขินออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้คนที่จ้องอยู่จับพิรุธได้
“ฮะๆ เริ่มหวั่นไหวแล้วล่ะสิ ลองได้ยิ้มแบบนี้ละก็” คนแซวหัวเราะลั่นออกมาอย่างชอบใจ
“ฮื้อ หวั่นไหวอะไร คนอยู่บ้านเดียวกันก็ต้องคุ้นเคยกันบ้างเป็ความเคยชินมากกว่าน่ะ”คนเขินอายรีบบอกปัดพร้อมทั้งหันไปเรียกพนักงานมาเช็กบิลค่าอาหารเป็การแก้เขิน
“ไม่หวั่นก็ไม่หวั่นสิครับคุณหมอ ไม่เห็นต้องอายเลย” ก้องเกียรติยังคงกระเซ้าไม่เลิกก่อนจะได้รับสายตาดุๆ กลับมาเป็การปรามน้อยๆ
“นี่! จะกลับกันได้หรือยัง หรือแกจะนั่งอยู่ตรงนี้ก็ตามใจ” ว่าจบคนเป็เ้ามือก็เดินลิ่วๆ ออกไปจากร้านทันที
“เห้ย กลับๆ รอด้วยสิวะ ไอ้หมอ” คนได้กินฟรีรีบบอกแล้วรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้วิ่งตามเพื่อนรักออกไปโดยไม่ลืมที่จะหยิบซองฟอยล์เล็กๆเ้าปัญหาติดมือกลับไปด้วย
สองหนุ่มแยกกันที่ลานจอดรถของร้านอาหารโดยวิทยาจะต้องกลับไปทำงานต่อที่โรงพยาบาลใหม่ของพ่อตาซึ่งเขามีหุ้นส่วนอยู่ด้วยส่วนก้องเกียรตินั้นหลังจากแยกกับเพื่อนรักแล้วเขาก็ตรงดิ่งกลับโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่ทันทีภายในใจนึกต่อว่าพยาบาลสาวอย่างไม่พอใจกับการกระทำของเธอ ‘ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะกล้าทำถึงขนาดนี้ แม้จะแค่เล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะแสดงว่าคุณคิดจะทำลายชีวิตคู่ของหมอวิทยาจริงๆ ใช่ไหม... ขนิษฐา’
..........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
