เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 53 ที่นั่งสาวงาม

    ถังเฉียนค่อย ๆ ยกศีรษะ เงยใบหน้าน้อย ๆ ที่เหมือนดอกสาลี่ ยิ้มอ่อนไปทางฮัวชิงหร่าน ออกเสียงเรียกอย่างขัดเขิน “ท่านชาย”


    ฮัวชิงหร่านแสดงความเคารพ มิได้เอ่ยคำใดต่อ ชวีหนานอีกลับนั่งตัวตรง หรี่ตายิ้มกล่าว “แม่หญิงท่านนี้มีนามว่าอะไร?” 


    ถังโยวได้สติกลับมาก็เหลือบมองถังเฉียน ตอบเสียงดัง “นี่คือน้องสาวข้าที่เป็นลูกเมียน้อย ชื่อว่าถังเฉียน”


    สถานะลูกเมียหลวงกับลูกเมียน้อยในเขตลิ้วเหอต่างกันดั่งดอกโบตั๋นกับดอกไม้ป่า ในตระกูลใหญ่โตก็เป็นยิ่งกว่าเมฆกับโคลน


    ใบหน้าเล็ก ๆ ของถังเฉียนซีด แววตาที่สว่างสดใสค่อย ๆ เต็มไปด้วยละอองน้ำ มองแล้วดึงดูดให้คนรักและเอ็นดูยิ่งนัก นางแสดงถึงความกล้ำกลืนอย่างที่สุด แต่กลับเคยชินกับการปกปิดไว้


    ถังเหลาเหย่เห็นเช่นนี้ก็รีบกล่าว “รอข้าแต่งงานใหม่ก็จะนำชื่อของนางเข้าไว้ในรายชื่อตระกูล เขียนไว้ใต้ชื่อของนายหญิง ว่านับเป็นลูกสาวในสายเลือด” 


    ถังเฉียนปาดน้ำตากลายเป็นรอยยิ้ม มองถังเหลาเหย่ด้วยแววตาชื่นชม


    ถังเหลาเหย่พลันรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของตนสูงส่งขึ้นมาอีกครั้ง


    ถังโยวโกรธมาก ส่งเสียงฮึอย่างเยือกเย็น ก้นนั่งลงบนเก้าอี้ เก้าอี้ส่งเสียงดังเอี๊ยด ไม่คิดว่าเก้าอี้หักแตกแยกจากตรงกลาง!


    ในความตะลึงมึนงงของทุกคน ก้นถังโยวร่วงลงไปนั่งกับพื้น เจ็บจนร้องโอ๊ย


    เวลานี้เอง เรือลำหนึ่งบรรทุกสาวงามหนึ่งคน สาวใช้สองคนมาด้วยท่าทางสง่างามนุ่มนวล  


    เรือลำนั้นยังไม่เข้ามาใกล้ก็ได้ยินเสียงหัวเราะกระซิบกระซาบของคนงาม เสียงนั้นดั่งเสียงเพลงของเซียน เป็นเสียงสะท้อนดังกึกก้องในหูไม่สิ้นสุด


    ระหว่างที่สายตาหันมอง เรือลำนั้นก็เข้าฝั่งแล้ว


    สาวละอ่อนในเรือดึงสาวงามผู้นั้นขึ้นบนศาลา หลังจากนั้นนำเรือล่องไป ซ่อนตัวอยู่ในร่มไม้ 


    สาวงามผู้นั้นสวมเสื้อสีม่วงอ่อน ด้านล่างเป็นกระโปรงพลิ้วแบบเซียนสีฟ้าอ่อน ผูกเอวด้วยผ้าใยไหมสีชมพูอ่อนห้อยยาวลงมาสองข้าง ระหว่างเดินคล้ายกับก้อนเมฆเบาล่องลอยปลิวพลิ้วไหว เป็นความงดงามที่กินใจยิ่ง ด้านนอกสาวงามคลุมด้วยเสื้อโปร่งบางสีขาวใส ปลิวพลิ้วตามลม คล้ายเซียนสาวจากสวรรค์ที่ต้องการขี่ลมกลับขึ้นไป


    รอยยิ้มสาวงามพราวเสน่ห์ มือยกขึ้นจับผมสลวยทัดใบหู บนมือขาวนุ่มสวมกำไลหยกขาวที่ระยิบระยับโปร่งใส ใช้ประโยชน์จากผิวที่ขาวยิ่งสะท้อนระยิบระยับ เพิ่มเสน่ห์เป็นสองเท่า 


    แม่มดลั่วเซียน เทพผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยก รูปโฉมงดงามดั่งบุปผา งามจนมิอาจละสายตา


    เมื่อสาวงามปรากฏ นัยน์ตาของทุกคนพลันเป็นประกาย เพียงเห็นก็เหมือนหยุดหายใจ ช่างเป็นดอกไม้ที่บานเพื่อฆ่าดอกไม้ดอกอื่นจริง ๆ


    สาวงามเยื้องย่างท่วงท่างดงาม ค่อย ๆ เดินจนมาถึงเบื้องหน้าฮัวชิงหร่าน งอเข่าคารวะ ออกเสียงเรียก “ท่านพี่”


    ฮัวชิงหร่านคารวะกลับ แนะนำกับทุกคนว่า “นี่คือลูกพี่ลูกน้องของข้า นามว่าฮัวหรูเหยียน ชิงหร่านออกท่องเที่ยวครานี้มีน้องหญิงติดตามมาด้วย”


    ถังเหลาเหย่มองดูฮัวหรูเหยียน แล้วมองมาที่บุตรสาวของตน กล่าวในใจว่าการตั้งชื่อนั้นสำคัญจริง ๆ ดูฮัวหรูเหยียนของผู้อื่นสิ หน้าตาราวกับดอกไม้สวยสดงดงาม พอมองบุตรสาวของตนอีกครั้ง ความสวยในตัวเฉียนเอ๋อร์ก็มี แต่บางสิ่งกลับมีน้อยไปอย่างกล่าวไม่ถูก ทำให้ระดับลดลงไป หากเขามีบุตรสาวอีกคน ต้องคิดชื่อให้ดีแล้ว ถุย! มีอีก? มีอีกก็ต้องเป็นบุตรชายสิ! 


    ในการแนะนำของฮัวชิงหร่าน ฮัวหรูเหยียนค่อย ๆ คารวะทุกคนตามไปเรื่อย ๆ


    เมื่อฮัวชิงหร่านแนะนำมาจนถึงถังโยวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ทุกคนถึงได้ตกใจ คาดไม่ถึงว่าถังโยวยังนั่งอยู่ที่พื้น! 


    ถังเฉียนรีบก้าวเข้าไปข้างหน้าประคองถังโยว คิดจะพานางลุกขึ้นจากพื้น พี่น้องบ้านนี้ทะเลาะกันไม่สามารถแพร่ไปถึงข้างนอก จะทำให้คนนอกมองเป็นเรื่องน่าขัน กล่าวล้อตระกูลถังว่ามิได้รับการอบรม แต่น่าเสียดายถังเฉียนอ่อนแอเกินไป ดึงถังโยวสองสามครั้งก็หมดแรง เสี่ยวหรูและลวี่เยาเข้ามาช่วย ครานี้ทั้งผลักทั้งเย่อทั้งดึงกว่าจะขึ้นมาได้ 


    ถังเฉียนกล่าวเสียงเบา “ท่านพี่กลับบ้านไปเปลี่ยนชุดเถิด”


    ถังโยวเดิมคิดจะดุนางสองสามประโยค แต่เมื่อนึกได้ว่าฮัวชิงหร่านอยู่ตรงนี้ ตนเองควรระวังภาพลักษณ์ จึงกัดฟันสะบัดมือถังเฉียนทิ้ง ก้มหน้าตบฝุ่นที่อยู่บนตัว ฝืนทนความเจ็บก้น ฉีกยิ้มหัวเราะอย่างน่าอนาถแล้วกล่าว “ไม่มีปัญหา ๆ บรรยากาศที่นี่ไม่เลวเลย พวกเราก็มาเป็นผู้สูงศักดิ์สักครั้ง ดื่มชาชั้นดีของท่านพี่ชิงหร่านกันเถอะ” กล่าวจบก็นึกอยากหาเก้าอี้ตัวอื่นนั่ง


    ในศาลามีเก้าอี้เดี่ยว 2 ตัว เก้าอี้ยาวหนึ่งตัว และพรมรองนั่งหนึ่งผืน 


    เก้าอี้ยาวถูกชวี่หนานอีคนเดียวครอบครองไปแล้ว เก้าอี้เดี่ยวตัวหนึ่งเพิ่งถูกนางทำแตก อีกตัวหนึ่งอยู่ข้าง ๆ ขาบิดาของนาง การจะย้ายเก้าอี้ตัวนั้นมานั่งเองคงไม่ดี กล่าวตามจริงคือถังโยวเป็นกังวลว่าเก้าอี้เดี่ยวตัวนั้นจะไม่แข็งแรง ถูกนางนั่งแล้วแตกอีกครา หน้านี้คงดูไม่ดีแน่ ฮัวชิงหร่านก่อนหน้านี้คุกเข่ากับพรมรองนั่งบรรเลงพิณ เมื่อครู่นี้ยืนขึ้น คาดว่าอีกสักครู่คงนั่งกลับลงไป  


    ในตอนนี้ที่ถังโยวกำลังลังเล ทุกคนล้วนทยอยนั่งลงแล้ว ฮัวชิงหร่านนั่งคุกเข่าลงบนพรมรองนั่งอย่างที่คาด พ่อของนางนั่งลงบนเก้าอี้เดี่ยวอย่างไม่ไยดี  


    สาวใช้ที่ฮัวหรูเหยียนนำมาค่อย ๆ เดินออกมาคนหนึ่ง สาวใช้ผู้นั้นมีนามว่าไป๋เฉา การแต่งกายประณีตงดงาม ราวกับคุณหนูของตระกูลใหญ่ที่จิตใจกว้างขวาง แต่เห็นนางเข้ามาคารวะฮัวหรูเหยียน ถอยหลังไปสองก้าวก่อนคุกเข่าลงกับพื้น กล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าน้อยเชิญนายท่านนั่ง”  


    ฮัวหรูเหยียนยิ้มอ่อนกล่าว “หรูเหยียนไร้ความสามารถ จะชงชาให้ทุกท่านดื่มแทน”


    ไป๋เฉาที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นเข้าใจทันที คลานเข้าไปยังด้านข้าง เชิญให้ฮัวหรูเหยียนนั่งใหม่อีกครั้ง


    ฮัวหรูเหยียนสะบัดเสื้อคลุมเบา ๆ สาวใช้ไป๋เฉาหมอบลงกับพื้นทำตัวเช่นเก้าอี้ มิได้เผยสีหน้าทุกข์ทรมาน ทว่ายิ้มแย้ม คล้ายกับมีความสุขกับสิ่งนี้ 


    ถังโยวเคยอ่านพบในหนังสือว่า บรรดาคุณนายในเมืองฉางอันจะเหยียบหลังสาวใช้ขึ้นรถม้า หากไปเที่ยวเล่นข้างนอกจนเหนื่อย ก็นั่งพักผ่อนอยู่บนหลังสาวใช้ ท่าทางสูงส่งนั่น ก็มีแต่คุณนายในเมืองฉางอันที่จะสามารถแสดงอากัปกิริยานี้ออกมาได้ 

    ถังโยวคิดจะเลียนแบบความสง่างามของสตรีผู้มาจากตระกูลสูงส่ง ตาจึงมองไปที่ลวี่เยา บุ้ยปาก ส่งสัญญาณให้ แต่ไม่คิดว่าลวี่เยากลับเหมือนพระจำศีล ไม่มีคำขานรับ ไม่ให้ความร่วมมือ 


    เสี่ยวหรูสาวใช้ของถังเฉียนเป็นคนฉลาด เมื่อเห็นอากัปกิริยาของฮัวหรูเหยียนก็รีบทำเลียนแบบคุกเข่าหมอบที่พื้น เชิญให้ถังเฉียนนั่งบนหลังของตน


    ถังเฉียนแอบใช้สายตาเหลือบมองฮัวชิงหร่านเล็กน้อย เห็นพวกเขาไม่กล่าวอันใดในเรื่องนี้ จึงลอกเลียนท่าทางของฮัวหรูเหยียน นั่งบนหลังของเสี่ยวหรูอย่างสุขุม  


    ถังโยวเห็นดังนี้ ใจก็เผาไหม้ด้วยไฟโทสะ! นางแอบเกลียดลวี่เยาที่ไม่เห็นแก่หน้าของตน แต่ก็ไม่สามารถระเบิดอารมณ์ที่ตรงนี้ จะทำให้คนเอาไปกล่าวนินทาได้ เมื่อเห็นทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เหลือนางคนเดียวที่ยืนโง่ ความรำคาญในใจยังไม่หาย กลั้นไว้จนหน้าพองแดง ถังโยวครุ่นคิดว่ารอกลับบ้านไป ต้องสั่งสอนลวี่เยาให้ดี จะให้นางขายขี้หน้าเช่นนี้ไม่ได้!  


    ชวีหนานอีครองเก้าอี้ยาว เพียงเก็บขาก็สามารถมีที่นั่งเพิ่มหนึ่งที่ ที่นั่งนี้แม้จะไม่สะดวกให้กับถังโยว ก็สามารถให้ถังเหลาเหย่ได้ใช้ ทว่าชวีหนานอีเช่นไรก็ไม่ให้ เขาลิ้มรสชาติชาอย่างสบาย ๆ พลางมองสังเกตการณ์  


    ในตอนที่ถังโยวครุ่นคิดว่าจะสั่งสอนลวี่เยาเช่นไร ลวี่เยาพลันขยับตัว


    นางเดินช้า ๆ ไปยังด้านข้างที่ฮัวชิงหร่านวางพิณไว้ ยื่นมือออกไปกอดพิณ และถือกระถางธูปหอมขึ้นมา หลังจากนั้นเข้าไปหาถังโยวแล้วกล่าวอย่างโง่ ๆ  “นั่ง”  



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

     

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน