ร่างกึ่งมนุษย์กึ่งปีศาจจ้องมองญานินดาตาเขม็ง ดวงจิตวิหคปักษาสวรรค์ดึงดูดความสนใจของมัน ดังอาหารรสเลิศโอชาวางอยู่เบื้องหน้า ความโหยหิวไม่สามารถปกปิดเอาไว้มันแลบลิ้นยาวเลียริมฝีปาก ต่อนานครั้งจึงมีมนุษย์หลงมาสักคราหนึ่ง .. ทั้งร่างกาย ดวงจิต และดวงวิญญาณสำหรับมันล้วนบริโภคได้ทั้งสิ้น
ปีศาจตนนี้ถูกกักขังภายในปราสาทมานานหลายพันปี ก่อนนี้มันก็คือมนุษย์ผู้หนึ่งและเป็นถึงองค์ชายของราชวงศ์โบราณอันเกรียงไกร ราชวงศ์ ‘คุปยะ’ ที่ปกครองดินแดนอันไพศาลมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งแคว้นโอริสา รวมทางตอนเหนือของอโยธยาและมัธยะปุรา
ราชวงศ์ ‘คุปยะ’ ได้ขายวิญญาณให้แก่อสูรร้ายเพื่อแลกด้วยพลังอำนาจเหนือมนุษย์ ทำให้พวกมันมีพลังไสยเวทเหนือผู้ฝึกยุทธ์ทั่วหล้า แต่ก็แลกมาด้วยจิตใจที่ต่ำตมโหดเหี้ยมปกครองอาณาจักรโดยการกดขี่ประชาชนอย่างชั่วช้า นับเป็นยุคทมิฬในหน้าประวัติศาสตร์ของมหาทวีปโดยแท้
สุดท้ายราชวงศ์ ‘คุปยะ’ ถูกเอกบุรุษผู้เป็นปฐมราชาของราชวงศ์ ‘มหาเทวา’ แห่งแคว้นโอริสาโค่นล้มลง ทั้งราชวงศ์ถูกกำจัดจนหมดสิ้นเหลือเพียงรัชทายาทองค์นี้ที่มีสภาพจวนเจียนใกล้ตาย
ดวงวิญญาณที่ใกล้แตกดับของมันถูกผนึกด้วยวิชาพิสดารก่อกำเนิดบนเนื้อหนังร่างกายใหม่ แต่ร่างกายนั้นอ่อนแอไร้พลังราวปีศาจน้อยที่เริ่มเจริญวัย มันรอคอยพลังอสูรแท้จริงของอสูรร้ายเข้ามาเติมเต็ม วันแล้ววันเล่ามันได้แต่อาศัยภายในโลงศิลาเฝ้ารอคอยวันที่ได้พบเจอเจ้าอสูร
เงาปีศาจเช็ดน้ำลายที่เปียกโชกแล้วกล่าวว่า “แม่สาวน้อย .. ถึงจะมีใบหน้าอัปลักษณ์แต่เจ้าก็ช่างน่ารับประทานยิ่ง ... ฮี ฮี ฮี”
ญานินดายังอยู่ภายใต้การปลอมแปลงโฉม ถึงจะถอดฟันปลอมที่ยื่นเหยินออกแล้วแต่ยังมีเม็ดสิวเขรอะอยู่เต็มไปหน้าช่างไม่น่าชมอย่างยิ่ง
วาจาของเจ้าเงาปีศาจทำเอาญานินดาฉุนกึก จากความหวาดกลัวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโมโห นางกล่าวเสียงดังว่า
“เจ้าซิ ... ไอ้ผีอัปลักษณ์ ...”
“หนังหน้าราวสัตว์เลื้อยคลาน ...”
“ทั้งร่างกายราวคนแคระ ... จะมีเรี่ยวแรงจับข้ากินหรือ ...”
อุทัย “...” หวา ... เด็กน้อยหาเรื่องมาให้อีกแล้ว
วาจาของนางช่างระคายหู .. เงาปีศาจถูกด่าทิ่มแทงเข้าถึงจิตใจ เดิมทีมันเคยเป็นหนุ่มรูปงามผู้เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ชีวิตมนุษย์ของมันมีสาวงามนางบำเรอนับร้อยนับพัน แต่โชคชะตาทำให้มันอยู่ในสภาพปีศาจเช่นนี้
เงาปีศาจกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราด “ปากดี !!! เจ้าเด็กน้อย ... เจ้าต้องตายยยยย” มันยิ่งโมโหใบหน้ายิ่งดูอัปลักษณ์เพิ่มมากขึ้นอีก แล้วจึงเกร็งเล็บมือยกออกอย่างรวดเร็ว
.. ฟิ๊วววววว !!! กรงเล็บแหลมคมเป็นอายดำมรณะพุ่งออกมาเป็นสายจากเงาปีศาจ หมายขยุ้มคอญานินดา
เงาร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าเอาไว้ !!!
.. เปรี้ยงงงงงงง !!! ในความมืดแสงสีทองเจิดจำรัสระเบิดขึ้นโดยฉับพลัน
อุทัยปล่อยหมัดตรงเข้าสกัดกรงเล็บปีศาจ เงาปีศาจถูกพลังปราณศักดิ์สิทธิ์กระแทกกระเด้งกลับไปกว่าสามวา
ญานินดาร้องตะโกน “พี่ใหญ่สุดยอดเลย ... ฮ่า”
เงาปีศาจตั้งหลักได้ กล่าวว่า “ฮึ ไอ้หัวเกรียน ... เจ้าอยากถูกจับกินก่อนใช่หรือไม่ ...”
มันจ้องอุทัยอย่างฉงน พลังสีทองที่ปล่อยออกมาทำกรงเล็บของมันหงิกงอผิดรูป ทั้งรู้สึกแสบร้อนไปทั้งร่างกาย
อุทัยยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า กล่าวว่า “จะจับพวกข้ากิน ... ไม่ง่ายดายเช่นนั้นหรอก ... เจ้าผีบ้า ...”
หมัดที่ปล่อยออกเมื่อครู่อุทัยยังรู้สึกเจ็บปวดจนชาด้านราวชกเข้าแผ่นเหล็กแกร่ง ปีศาจตนนี้มีพลังเข้มแข็งยิ่งนัก
ราชิตก้าวออกมา “ฮึ .. เจ้าผีร้าย ... วันนี้เจ้าได้ตายจริงแล้ว ...”
ราชิตยกสองมือขึ้นถูกันแล้วแบออก ก่อเกิดประกายละอองสีน้ำเงินระยิบลอยฟุ้งขึ้น แล้วจึงตัวรวมกันเป็นประกายอัคคีกลุ่มหนึ่ง เป็นอัคคีสีน้ำเงินส่องแสงเจิดจ้า
ภายในมีสัญลักษณ์มนตราพิสุทธิ์ เป็นสามเหลี่ยมซ้อนทับกันเป็นรูปดาวหกแฉกพร้อมอักขระโบราณส่องประกายสีน้ำเงินวูบวาบ
ราชิตยกแขนทั้งสองขึ้นประคองกลุ่มอัคคีเอาไว้ มันฝืนอาการบาดเจ็บก้าวเท้าไปเบื้องหน้าซัดก้อนอัคคีไปยังเจ้าปีศาจ
.. มนตราอัคคีพิสุทธิ์ !!!
.. ฟ้าวววว !!! ก้อนอัคคีร้อนแรงส่องแสงสีฟ้าสว่างสดใสพุ่งตรงเข้าหาเงาปีศาจอย่างรวดเร็ว ระยะห่างเพียงสามวารับรองไม่มีพลาดเป้าแน่นอน
ฮึ ฮึ ฮึ .. เงาปีศาจยิ้มเยาะหัวเราะในลำคอ อัคคีพิสุทธิ์สีฟ้าพุ่งมาถึงเบื้องหน้ามันแล้ว
.. ทันใดนั้น !!! เงาปีศาจไม่มีทีท่าจะหลบหนีซ้ำยังก้าวเท้าเข้าหา มันอ้าปากกว้างแทบฉีกถึงใบหู ใหญ่โตกว่าศีรษะของมันเสียอีก
.. งับบบบ !!! มันใช้ปากรับก้อนอัคคีของราชิต ก้อนอัคคีถูกอมอยู่ภายในปากของมัน
.. อึกกกก !!! มันกลืนก้อนอัคคีสีฟ้าลงไปในท้อง แสงสีฟ้าเรืองๆ ส่องออกมาทะลุชุดดำของมัน
.. ตู้มมมม !!! อัคคีพิสุทธิ์ระเบิดภายในท้องของมัน ทำท้องของมันบวมเป่งชั่วขณะแล้วจึงกลับคืนสู่สภาพเดิม
อุทัย “...”
เจ้าธรรม “...”
ญานินดา “...”
เกิดอันใดขึ้น !!! .. ดูแล้วเจ้าปีศาจไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
“อืบบ ... เอ่อออออออ ..” เงาปีศาจส่งเรียงเรอยาวดังก้องทั่ววิหาร มีละอองสีฟ้าเรืองๆ ลอยออกมาจากปากของมัน
เงาปีศาจแลบลิ้นโลมเลียปากกล่าวว่า “ไม่เลว .. ไม่เลว .. รสชาติพอใช้ได้ ... ฮี ฮี”
ปีศาจตนนี้ถึงกับบริโภคพลังปราณอัคคีพิสุทธิ์ของราชิต !!! .. ทั้งสี่ไม่มีคำพูดใดจะกล่าวออกมา ได้แต่จ้องมองตัวประหลาดตรงหน้า
“อั๊กกกก” ราชิตกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง จากการปล่อยพลังปราณเมื่อครู่ทำมันบาดเจ็บซ้ำอีก
“ท่านลุง !!!” อุทัยเข้ามาดูอาการของราชิต
“บิดา!!! เป็นเช่นไรบ้าง ..” เจ้าธรรมกล่าว เห็นผู้เป็นบิดาได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมทำมันโมโหขึ้นมา
“เจ้าผีตนนี้ มันจะแปลกประหลาดเกินไปแล้ว” ราชิตกล่าว
เงาปีศาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากก่อนหน้ามันดูซูบซีดไร้พลัง สีหน้าและร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นกระชุ่มกระชวยขึ้น
.. แกร็กกกก .. แกร็กกกก .. เสียงมาจากเงาปีศาจ มันยืดเหยียดร่างกายแขนขา สองมือกางกรงเล็บแหลมคม ปากอ้ากว้างราวจะกินพวกมันทั้งสี่
“ฮี ฮี ฮี...” เงาปีศาจหัวเราะ ร่างของมันยืดยาวขึ้นสองสามนิ้ว กล่าวว่า “จอมเวทอย่างนั้นรึ .. เอ ... พลังของเจ้านี่ ... ถึงแม้จะอ่อนด้อยไปบ้าง แต่ก็อร่อยดี ... ฮี ฮี”
เงาร่างสายหนึ่งกระโดดพุ่งออกไป !!!
“ไอ้ผีชั่ว !!! ลองรับอัคคีเวทของข้าดู !!!” เสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราด
เป็นเจ้าธรรม !!! มันพุ่งร่างเข้าหาเงาปีศาจ ไม่รู้สาเหตุใดทำมันหุนหันเช่นนี้ อาจเป็นเพราะบรรยากาศตึงเครียด หรืออาถรรพ์ของสถานที่
อุทัยตกใจร้องเรียก “ไอ้ธรรม !!! .. อย่าเข้าไป ..”
ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ... เจ้าธรรมตัดสินใจเด็ดเดี่ยวนำพลังปราณเข้าปะทะกับกรงเล็บปีศาจ
เจ้าธรรมเพิ่งบรรลุ ‘ปฐมปราณ’ มันเกร็งพลังลมปราณตั้งสองมือหันเข้ากันตรงหน้าอก ก่อเกิดก้อนพลังปราณสีฟ้ามีสัญลักษณ์มนตราพิสุทธิ์สีน้ำเงินสดใสขึ้นภายใน
ความแน่วแน่ตั้งใจมีอย่างเปี่ยมล้น ถึงแม้มันศึกษาวิชา ‘เวทพิสุทธิ์’ จากบิดามาเพียงไม่กี่วัน และนี่เป็นครั้งแรกที่มันใช้พลังปราณในสถานการณ์ต่อสู้จริง
แต่สิ่งประหลาดก็บังเกิดขึ้น !!! ปราณรูปมังกรสีน้ำเงินพวยพุ่งจากกายามังกรม้วนวนมาตามแขนทั้งสอง บรรจบกับก้อนพลังปราณภายในอุ้งมือเกิดเป็นแสงสีน้ำเงินพิสุทธิ์สว่างเรืองรอง
.. ปราณมังกรเวทพิสุทธิ์ !!!
.. เปรี้ยงงงงงง !!! พลังปราณและกรงเล็บปะทะกันเสียงดังสนั่น ประกายแสงสีฟ้าสาดกระจายทั่ววิหาร
“เจ้า !!!” เงาปีศาจหยุดชะงัก ตัวสั่นสะท้าน
“อ๊ากกกก !!!” เจ้าธรรมร้องเสียงหลง ถูกแรงปะทะทำมันง่ามนิ้วฉีกขาดเลือดสาดกระจายทั้งสองมือ ตัวของมันปลิวกระเด็นลอยล่องกลับมา
พลังปราณที่เจ้าธรรมแสดงออกมาพิสดารสุดเลิศล้ำ ถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอที่ต่อกรกับปีศาจตนนี้ ซ้ำมันยังได้รับบาดเจ็บอีก
“เจ้าทึ่ม !!!” ญานาดาใช้ท่าร่างอันรวดเร็วเข้าเหินรับร่างเจ้าธรรมเอาไว้
ร่างของเงาปีศาจยังสั่นไม่หยุด ดวงตามันจดจ้องเจ้าธรรม บัดเดี๋ยวเบิกกว้างบัดเดี๋ยวหรี่เล็กราวขบคิดหรือหวนคิดคำนึงถึงบางสิ่ง
เสียงของเงาปีศาจกล่าวอย่างสั่นเครือ
“พลังนี้ .. มิผิด ....”
“พลังแห่ง .. เทพมังกร ...”
“มันผู้นี้ใช้พลังแห่งเทพมังกร ...”
ทาสกระบี่ร้องด้วยเสียงแตกตื่นยิ่งกว่า “เทพมังกร !!! .. นายน้อย .. เข้าใจผิดหรือไม่ !!!”
ร่างกายของเจ้าธรรมคือ ‘ร่างมังกรเวทพิสุทธิ์’ เป็นส่วนผสมระหว่างเส้นชีพจร ‘เวทพิสุทธิ์’ จากราชิตผู้เป็นบิดา และ ‘กายามังกร’ ที่ถ่ายทอดมาจากมารดา องค์หญิงผู้สืบเชื้อสายแห่งราชวงศ์ ‘มหาเทวา’ .. สิ่งหนึ่งที่ส่งผ่านจากมารดามาด้วยก็คือพลัง ‘มังกรมหาเทวา’ หรือ ‘เทพมังกร’ ที่เจ้าเงาปีศาจรู้จัก
ที่เงาปีศาจตัวสั่นงันงกมิใช่ด้วยความกลัว แต่คือความคับแค้นจนฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
แม้นเวลาล่วงเลยมาหลายพันปีแต่เจ้าเงาปีศาจไม่เคยลืมเลือนไปได้เลย นั้นก็เพราะว่าสิ่งนั้นคือพลังที่อยู่ภายในกายของบุรุษผู้นั้น ผู้ที่ทำลายราชวงศ์ ‘คุปยะ’ ของมัน
เงาปีศาจก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ละเท้าวางลงมาพร้อมความทรงจำอันเก่าเก็บพรั่งพรูออกมา มันไม่มั่นใจในวันเวลาว่าผ่านพ้นมายาวนานเท่าไร แต่อารมณ์ความรู้สึกราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
สงครามกลางเมืองอันดุเดือด กลุ่มกบฏผู้ต่อต้านล้อมกรอบบุกเข้าสังหารทหารของอาณาจักร ครอบครัวของมันถูกบุรุษผู้ใช้พลังเทพมังกรสังหารจนหมดสิ้น เป็นพลังอย่างเดียวกันกับที่เจ้าธรรมปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่
ดวงตาของเงาปีศาจพวยพุ่งด้วยความอาฆาต น้ำเสียงแหบแห้งถูกเปล่งด้วยความคับแค้น
“เจ้าพวกกบฏ .. พวกเจ้าติดตามเราจนมาถึงที่นี่” มันเข้าใจว่าพวกมันเป็นคนของกลุ่มก่อการเมื่อคราวนั้น
รัศมีอำมหิตเส้นสายสีดำพวยพุ่งกระจายออกทั่วร่างกายของเงาปีศาจ พลังปราณไสยเวทกดทับจนทั้งสี่ไม่สามารถขยับเคลื่อนที่ได้
ราชิตหัวใจหล่นวูบ ‘แย่แล้ว !!! .. ปีศาจตนนี้มีพลังรุนแรงนัก’
อุทัยครุ่นคิด ‘นี่ !!! .. นี่คือพลังที่แท้จริงของมัน .. เหตุใดมันถึงโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ ...’
เจ้าธรรม “อ๊ากกก !!!” พลังจากเงาปีศาจกดทับจนมันโลหิตพวยพุ่งออกมาจากปาก
ญานินดาร่ำร้อง “เจ้าผีบ้า !!! .. พวกเราสังหารบิดามารดาเจ้าหรือไร”
เงาปีศาจเดินเข้ามาใกล้ ท้องของมันค่อยๆ ขยายขึ้น
ท้องของเจ้าเงาปีศาจขยายใหญ่ขึ้นอีก ...
ขยายใหญ่ขึ้นอีก ... ใหญ่บวมเป่งจนคับชุดคลุม
ขยายใหญ่ขึ้นอีกไม่ยอมหยุด ... ใหญ่จนคล้ายครรภ์ของสตรีใกล้คลอด
เงาปีศาจยืนตาแดงก่ำราวสีของโลหิต แขนขาเหยียดเกร็งแล้วจึงโก่งคอราวไก่ขัน ปากอ้ากว้างขากรรไกรล่างค่อยๆ ปล่อยลง ปากขยายออกไม่หยุดจนเป็นหลุมวงรีลึกดำมืดใหญ่โต
“อ๊ายยยยยย ...” ญานินดาหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว ภาพช่างสยดสยองราวถูกภูตผึจากขุมนรกขึ้นมาหลอกหลอน
ราชิตและเจ้าธรรมขนหัวชี้ขัน อุทัยหัวเกรียนขนแขนลุกเกรียวกราว
ทันใดนั้น !!! เงาปีศาจทำหน้าตาสยดสยอง ขย้อนสิ่งที่อยู่ภายในท้องของมันออกมา
.. โอ๊กกกกกกกกกกกกกก !!!
น้ำเมือกสีเขียวอมดำถูกพ่นออกมาจากปากเจ้าปีศาจ กลิ่นเหม็นคละคลุ้งราวซากศพนับร้อย
อุทัยดวงตาวูบวาบด้วยเงาสีทอง ร่างกายพลิ้วไหวมาเบื้องหน้า หยัดยืนตั้งมั่นแขนไขว้เป็นกากบาท
.. ก้องเกราะมังกร !!!
แสงสีทองสว่างวาบ ปรากฏเป็นโล่ปราณรูปจานทรงกลมกว้างสามศอก โล่ปราณสีทองเรืองรองมีอักขระโบราณเรืองแสงวิ่งวนอย่างรวดเร็ว
.. ตู้มมมมมม !!!
น้ำเมือกจากปากเงาปีศาจถูกส่งเป็นเส้นสายแผงด้วยปราณไสยเวทอันเย็นเยียบ ปะทะเข้าโล่ปราณของอุทัยจนมันถูกกระแทกถอยหลังสองสามก้าว
“แหวะ ... เจ้าผีโสโครก” ญานินดาร่ำร้องขยะแขยง
น้ำเมือกถูกโล่ปราณปัดแฉลบออกด้านข้าง ทั้งหมดปลอดภัยอยู่ด้านหลังพลังปราณป้องกันของอุทัย
.. โอ๊กกกกกกกกกกกกกก !!!
กว่าสิบลมหายใจแล้วน้ำเมือกยังถูกส่งออกมาไม่มีทีท่าว่าจะหมดลง อุทัยโคจรพลังปราณเข้าต่อต้านไม่ถอยหนีแม้สักก้าวหนึ่ง
.. โอ๊กกกกกกกกกกกกกก !!!
พื้นวิหารเจิ่งนองด้วยน้ำเมือก กลิ่นฉุนเหม็นคลุ้งไปทั่ววิหาร ทุกคนขยะแขยงจนแทบอาเจียน รีบดันตัวแนบชิดด้านหลังอุทัยเอาไว้ราวกลัวถูกน้ำเมือกแปดเปื้อนร่างกาย
ชั่วครู่เงาปีศาจก็หยุดสำรอกน้ำเมือก มันยืนหอบท้องของมันยุบแบนดังเดิม
“ฮี ฮี ฮี เจ้าพวกกบฏ ...”
“เป็นอย่างไรพลังของข้า ..."
“ข้าจะแร่เนื้อพวกเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยๆ กินทีละคำจนหนำใจ ... ฮี ฮี”
เสียงของเงาปีศาจกล่าวอย่างอาฆาต มันกล่าวไปหอบไปรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอยู่ไม่น้อย
อุทัยสลายโล่ปราณไป ตาเป็นประกายแล้วกล่าวว่า
“เจ้าผีบ้า .. พลังช่างน่าตระหนกนัก”
“พวกข้าคงมิใช่คู่มือ .. คงต้องยอมแพ้แก่พลังเลิศภพของเจ้า ...”
“แต่ .. พรรคพวกของข้าที่ติดตามมา คงไม่ยินยอมอย่างแน่นอน .. ฮา ฮา”
อุทัยยกยิ้ม ... กล่าวจบที่หน้าประตูวิหารปรากฏพลังปราณสุดกร้าวแกร่งพุ่งตรงเข้ามา เงาร่างสามสายเป็นสองบุรุษหนึ่งสตรีรั้งพลังหยุดยืน ยอดยุทธ์อีกห้าสิบคนพุ่งทะยานตามติดกระจายกำลังล้อมกรอบพวกมันและเจ้าเงาปีศาจเอาไว้