ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากตัวดาบนั้นราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขาเอง ท่วงทำนองที่ออกมาแต่ละกระบวนท่าล้วนแล้วรวดเร็วฉับไว กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาดุดันเฉียบคมอย่างไม่อาจจะบรรยายได้
เมื่อบรรลุถึงความสำเร็จขั้นผสานกายได้แล้ว งูหลามเพลิงเหล่านั้นที่เคยสังหารได้ยากเย็น ก็ถูกฟาดฟันจนขาดออกจากกันได้อย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้ เทียนฉินยังพอมีเวลาร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีเพื่อซึมซับพลังวิญญาณเหล่านั้นอยู่บ้าง จึงทำให้พลังปราณของเขาตอนนี้เพิ่มพูนเป็นอย่างมาก
เวลาผ่านไปไม่นานงูหลามเพลิงถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดราชางูหลามเพลิงก็ทนไม่ไหวเคลื่อนตัวลงมาจากภูเขานั้นอย่างรวดเร็ว
เทียนฉินเห็นดังนั้นก็ระแวดระวังตื่นตัวอย่างเต็มที่ เมื่อได้เผชิญหน้ากับราชางูหลามเพลิงนั้นในระยะที่สายตามองเห็นได้ชัด เขาก็ไม่รอช้าวาดดาบออกไปอย่างว่องไว เปลวเพลิงสองสีที่ก่อตัวขึ้นจากเพลิงอัคนีและเพลิงโลกันตร์ควบแน่นพุ่งผ่านอากาศเข้ากระแทกที่หัวของราชางูหลามเพลิงนั้นอย่างรุนแรง
ตู้ม!
ราชางูหลามเพลิงพุ่งเข้ารับคมดาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นมันทะยานผ่านเปลวเพลิงสองสีออกมาอย่างไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนดวงตาสีแดงกล่ำคู่หนึ่งเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว อ้าปากออกส่งเสียงขู่ออกมาก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งพรวดเข้าใส่เทียนฉินอีกครั้ง
เทียนฉินพริ้วตัวหลบอย่างเร่งรีบ ก่อนฉวยโอกาส วาดดาบเข้าใส่ราชางูหลามเพลิงด้วยกระบวนท่าคมเขี้ยวมังกรอีกครั้ง
ตู้ม!
ราชางูหลามเพลิงไม่ได้สนใจดาบที่เทียนฉินวาดออกมาเลยสักนิด กลับตวัดหางของมันเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว เทียนฉินที่จับสัมผัสถึงอันตรายได้รีบเร่งใช้ท่าร่างหลบหลีกออกมาอย่างเฉียดฉิว
หางที่พลาดเป้าหมายฟาดเข้าใส่พื้นดินจนฝุ่นฟุ้งกระจาย แม้ว่าร่างกายของราชางูหลามเพลิงนั้นจะใหญ่โตมโหฬาร แต่กลับไม่เป็นอุปสรรคในการโจมตีเลยแม้แต่น้อย ความเร็วของมันใกล้เคียงกับเขาเลยทีเดียว
เมื่อราชางูหลามเพลิงโจมตีพลาดอีกครั้ง มันก็ขู่ร้องออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวรุนแรงขึ้น ก่อนจะอ้าปากกว้างพ่นเปลวเพลิงสีแดงเข้าใส่เทียนฉินทันที
อากาศโดยรอบถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนร้อนระอุ แต่สำหรับเทียนฉินแล้วเปลวเพลิงพวกนี้ไม่อาจจะทำอะไรเขาได้ เขาจึงไม่รอช้าขับเคลื่อนพลังปราณออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยความที่เขาสำเร็จเพลงดาบถึงขั้นผสานกายแล้ว รวมทั้งพลังปราณที่เพิ่มขึ้นมาทำให้ตอนนี้ที่ด้านหลังของเขาปรากฏมังกรออกมาถึงสามตัว
สองตัวแรกยังเป็นมังกรเพลิงจากเพลิงอัคนีและเพลิงโลกันตร์อยู่เหมือนเดิม แต่อีกตัวกลับแตกต่างไปอย่างมาก เนื่องจากการผสานกันระหว่างแก่นแท้ธาตุน้ำและธาตุพิษ จึงทำให้มังกรตัวนี้กลายเป็นสีครามที่ดูดุดันน่ากลัว
เมื่อเปลวเพลิงของราชางูหลามเพลิงใกล้จะมอดดับลง เทียนฉินก็ร่ายกระบวนท่าเฉือนนภาเข้าใส่อย่างไม่รั้งรอ มังกรทั้งสามตัวพุ่งออกกันไปคนละทางก่อนจะกระโจนเข้าใส่ร่างของราชางูหลามเพลิงนั้นอย่างรุนแรง
ตู้ม!
มังกรทั้งสามเข้าปะทะกับราชางูหลามเพลิงนั้นอย่างดุเดือด มังกรเพลิงอัคนีเข้าปะทะที่ด้านหน้าโดยตรงทำให้ร่างของมันแหลกสลายไปในพริบตาแต่กลับสร้างได้แค่รอยขีดข่วนบนเกร็ดของมันเท่านั้น แต่จุดมังกรเพลิงโลกันตร์นั้นพุ่งเข้าใส่ปรากฏเป็นชั้นน้ำแข็งห่อหุ้มที่หางของมันอย่างรวดเร็ว
ส่วนที่ทำให้เทียนฉินพอใจมากที่สุดคือมังกรสีครามตัวนั้น มันพุ่งเข้าขย้ำที่ท้องของราชางูหลามเพลิงนั้นอย่างเหมาะเจาะ บาดแผลที่มันสร้างเกิดรอยไหม้จากพิษที่กัดกร่อน จนเป็นแผลเหวอะหวะดูสยดสยอง
ฟ่อ!
ราชางูหลามเพลิงขู่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ตอนนี้ร่างกายของมันกับขยับเขยื้อนได้ช้าลงแล้วเทียนฉินไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่าพริ้วตัวมาโผล่ที่ท้องของมันก่อนวาดกระบวนท่าเฉือนนภาเข้าใส่อีกรอบ
ตู้ม!
บาดแผลที่เกิดจากมังกรสีครามนั้นน่ากลัวอยู่แล้ว แต่กลับมาเจอดาบฟาดฟันเข้าใส่อีกรอบ จนทำให้เนื้อของมันฉีกขาดออกมาอย่างรุนแรง เลือกสีแดงเข้มพรั่งพรูออกมาเหมือนสายน้ำ มันกู่ก้องร้องคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด
ดางตาสีแดงกล่ำของราชางูเหลือมเพลิงเผยแววตื่นตระหนกออกมาให้เห็น ก่อนที่ตัวมันจะเลี้ยวกลับรีบพุ่งไปทางลาวานั้นอย่างกลัวตาย
"คิดว่าจะหลบหนีไปได้อย่างนั้นรึ!"
เทียนฉินพุ่งตามมันไปอย่างว่องไว ในตอนนี้ราชางูหลามเพลิงได้รับบาดเจ็บสาหัส มิหนำซ้ำหางของมันยังถูกเปลวเพลิงโลกันตร์แช่แข็งอยู่ มีหรือที่เทียนฉินจะไล่ตามมันไม่ทัน
"อัคคีกัมปนาท!"
เปลวเพลิงสองสีหมุนวนรวมกันก่อร่างเป็นมังกรเพลิงตัวใหญ่พุ่งเข้าปะทะกับร่างของราชางูหลามเพลิงนั้นอย่างรุนแรง แววตาของราชางูหลามเพลิงแปรเปลี่ยนเป็นดุดันก่อนพุ่งทะยานเข้ากระแทกกับมังกรเพลิงหมายจะแลกด้วยชีวิต
ตู้ม!
กลุ่มเปลวเพลิงระเบิดออกมาอย่างรุนแรงก่อนจะแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างแผดเผาทำลายทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบ การใช้กระบวนท่าอัคคีกัมปนาทนั้นเป็นสิ่งที่เทียนฉินพยายามหลีกเลี่ยงไม่ใช้มากที่สุด เนื่องจากพลังทำลายล้างของมันรุนแรงน่ากลัวอีกทั้งยังใช้พลังปราณเป็นจำนวนมาก
ไม่นานเท่าใดนักกลุ่มเปลงเพลิงก็ค่อยๆทยอยมอดดับลง ท่ามกลางกลุ่มควันคละคลุ้งร่างของราชางูหลามเพลิงพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนเลื้อยไปทางธารลาวาที่ไหลอยู่ เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายที่มันจะรักษาชีวิตของมันไว้ได้
เทียนฉินเหาะเหินลงไปอยู่ใกล้ร่างของมันพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาเย็นเฉียบ
"ถึงครั้งนี้เจ้าจะพ่ายแพ้ แต่อีกไม่นานเจ้าก็จะกลับฟื้นคืนมาอีกครั้งอยู่แล้ว"
"เพราะฉะนั้นไปตายเสียเถอะ!"
ดาบเพลิงสุริยาวาดผ่านลำคอของราชางูหลามเพลิงอย่างไม่ปราณี ทันทีที่คมดาบวาดผ่านหัวของราชางูหลามเพลิงก็ขาดสะบั้นกระเด็นออกไปตกอยู่ข้างลำตัว ร่างของมันบิดส่ายไปมาก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด เทียนฉินไม่รอช้ารีบนั่งลงร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วครู่เทียนฉินก็ลุกขืนยืนสำรวจบริเวณโดยรอบทันที เนื่องจากราชางูหลามเพลิงได้ถูกเขากำจัดไปแล้ว แต่ทว่าบันไดของชั้นต่อไปยังไม่ปรากฏออกมาเสียที ทำให้เขาครุ่นคิดอยู่ว่าอาจจะมีอะไรโผล่มาอีกหรือเปล่า
"หือ! ทำไมภูเขาลูกนี้ถึงไม่ได้พังทะลายลงเหมือนกับลูกอื่น!"
เทียนฉินจ้องมองภูเขาที่สูงใหญ่นั้นอย่างครุ่นคิด ภูเขาลูกนี้นี่เองที่ราชางูหลามเพลิงเลื้อยออกมา ทันทีที่นึกขึ้นได้เขาก็ไม่รอช้าเหาะขึ้นไปบนเขานั้นอย่างรวดเร็ว เพื่อพิสูจน์ว่าความคิดของเขานั้นไม่ผิดพลาด
ใช้เวลาไม่นานนักเทียนฉินก็ได้มาถึงยอดภูเขาลูกนี้ ถึงแม้ว่าภูมิทัศน์โดยรอบจะถูกทำลายลงจากงูหลามเพลิงและการต่อสู้ของเขา แต่ภูเขาลูกนี้กลับคงอยู่สภาพเดิมไม่เสื่อมสลาย ลาวายังคงไหลล้นทะลักออกมาจากปากปล่องด้านบนอย่างต่อเนื่อง
เทียนฉินเรียกเกราะมังกรสีดำออกมาคลุมร่างกายพร้อมกับเปลวเพลิงทั้งสองชนิดทันที จากนั้นจึงกระโดดลงไปอย่างไม่หวั่นเกรงกับความร้องแรงของลาวานั้นเลย
ทันทีที่สัมผัสกับลาวาเสียงเผาไหม้ของเปลวเพลิงก็แว่วผ่านเข้าหูของเขา เทียนฉินเร่งความเร็วอย่างเต็มที่จะดำลงไปให้ลึกถึงด้านล่างอย่างไว แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเมื่อเขาได้ลงมาสักระยะหนึ่ง กลับพบว่าลาวาที่ไหลอยู่ได้หายไปหมดแล้ว เหลือเพียงผนังของภูเขาที่ถูกเจาะอยู่เป็นโพลงเล็กโพลงน้อยเท่านั้นเอง
"คงจะเป็นเขตอาคมที่สร้างลาวาขึ้นมาเพื่อทดสอบผู้คนสินะ!"
เทียนฉินมองสำรวจอยู่พักเดียวก็เข้าใจได้เลย เพราะว่าเขาเคยมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาก่อน ชั่วพริบตาเขาก็ได้ลงมาจนถึงก้นถ้ำแล้ว
ด้านหน้ามีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนแท่นหินนั้นมีลูกแก้วอยู่ห้าลูก แต่ละลูกมีสีสันต่างกันบ้างก็เป็นสีแดง บ้างก็เป็นสีฟ้า ซึ่งทำให้เทียนฉินเกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก
"อาวุโสหลงท่านรู้หรือไม่ว่าลูกแก้วพวกนี้คืออะไร?"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างใคร่รู้
"มันคือแก่นแท้ทั้งห้าธาตุ!"
"แต่ละสีจะบ่งบอกถึงแก่นแท้ของธาตุนั้น ซึ่งคงไม่ต้องให้ข้าอธิบายหรอกนะว่าแต่ละสีคือธาตุอะไรบ้าง!"หลงยู่หมิงตอบกลับมาอย่างไม่ยากเย็นนัก
"อ่อ! เรื่องสีของธาตุนั้นข้าพอรู้อยู่บ้าง ไม่ต้องรบกวนให้อาวุโสลำบากหรอก"
เมื่อได้รู้แล้วว่าลูกแก้วพวกนี้คืออะไร เทียนฉินก็เริ่มครุ่นคิดอีกครั้ง ที่เขาต้องคิดให้รอบคอบนั้นเพราะเขาลังเลอยู่ว่าจะเลือกแก่นธาตุที่ตนเองมีอยู่เพื่อยกระดับความสามารถดี หรือว่าจะเลือกแก่นแท้ธาตุอื่นที่เขายังไม่ได้ทำความเข้าใจดี
จบตอนที่ 79