ณ ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น
ร่างเงาสองร่างกำอาวุธจักรพรรดิยืนประจันหน้าไอสังหารทะลักล้นจนแทบจับต้องได้ แผ่ซ่านปกคลุมทั่วดาราจักร
ทันใดนั้นบรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงก็ไหวเคลื่อน!
ดวงตาของเขาเย็นเยียบนิ้วมือแปรเปลี่ยนเป็นประกายราวผลึกในชั่วพริบตา ปล่อยแสงเทพพร่างพราย
วาบ!
เตาหลอมเหิงอวี่สั่นกึกกักพลันเปล่งแสงเจิดจ้า อำนาจแห่งอาวุธจักรพรรดิแผ่คลุมจักรวาล
หมู่ดารานับไม่ถ้วนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงภายใต้ห้วงอวกาศอันเยียบเย็นและโดดเดี่ยวคลื่นพลังงานอันน่าหวาดหวั่นซัดสาดเป็นระลอก
เมื่อเซียนลงมือ ใช้พลังจากอาวุธจักรพรรดิอานุภาพย่อมเหนือกว่าเทพสวรรค์ควบคุมมากโข!
มู่เสินฉวนก้าวเท้าออกไปพลังปราณทะยานขึ้นระเบิดกึกก้อง สิบนิ้วกระชับเสาอสูรสะกดฟ้าเหวี่ยงสะบัดอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางดวงดารา!
ตูม! ตูม!!!
คลื่นพลังไร้รูปร่างถูกมู่เสินฉวนทลายทันใดสุริยาจันทราสั่นสะเทือน ดาราจักรพลันทลาย
"สังหาร!"
สีหน้ามู่เสินฉวนเย็นชา เส้นผมเป็นประกายแปรเปลี่ยนเป็นแสงเซียนฟาดฟันลงไป!
กฎเกณฑ์แห่งความโกลาหลนับไม่ถ้วนบดบังหมู่ดาวนับหมื่นลี้ความมืดมิดกลับกระเทือนให้ทั่วจักรวาลต้องสั่นคลอน
"กายาโกลาหลแล้วอย่างไร?"
"สังหารหลานข้าเจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!!"
บรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงแผ่ไอสังหารเข้มข้นปราณเซียนม้วนตัวแล้วพุ่งออกจากเตาหลอมเหิงอวี่เป็นลำแสงสองสายเสียงแห่งมรรคาดังสนั่น กรีดฉีกสมรภูมิ!
ครืน!
เสียงกึกก้องสะท้านสะเทือนดังไปทั่วบริเวณนั่นคือเสียงจากอาวุธจักรพรรรดิที่ปะทะกัน
นับแต่ยุคทองอุบัติแทบไม่มีเซียนใดกล้าใช้อาวุธจักรพรรดิประจำตระกูลนี่จึงเป็นศึกที่โลกหล้าต้องจารึก!
บรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงเปล่งเสียงคำรามออกมาหน้าผากเปล่งแสงเซียนห่อหุ้มทั่วร่าง
ตูม!
ลมพัดหวีดหวิวเสียงครวญครางของภูตผีปิศาจร้องระงม แม้จะอยู่นอกเขตแดนแต่สุญญากาศยังแปรเปลี่ยนเป็นพายุร้ายและคลื่นลมกระหน่ำ
ภาพนิมิตพิสดารของเหล่าเทพมารบรรพกาลปรากฏขึ้นทั้งปราชญ์ผู้ไร้หัว เทวาผู้เสื่อมถอย สิ่งมีชีวิตผู้ครองปีกสวรรค์ และอื่น ๆอีกมากมาย...
"หืม?"
"กายาเทพ"
มู่เสินฉวนหรี่ตา มุมปากเหยียดยิ้มหยัน
เซียนแห่งตระกูลเจียงผู้นี้กลับเป็นกายาเทพที่บรรลุแล้วโลหิตแทบจะคืนสู่บรรพกาล กำเนิดเทพปีศาจทั่วหล้า
แต่สิ่งเหล่านี้ต่อหน้ามู่เสินฉวนล้วนไร้ซึ่งความหมาย
พลังแห่งกายาศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้นย่อมสยบต่อปรากฏการณ์ทั้งปวงในโลกหล้า!
ตูม!
เพียงชั่วพริบตาปรากฏการณ์แห่งกายาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามของมู่เสินฉวนก็สำแดง
ดอกบัวแห่งความโกลาหลราชันย์เซียนจุติสู่เก้าสวรรค์ ภาพหยินหยางแผ่กว้างในจักรวาลนิมิตเหล่านั้นยิ่งใหญ่ ทำลายเสียงสะท้อนทั้งปวงในชั่วพริบตา
หว่างคิ้วเปล่งรัศมีเจิดจรัสกายาทองคำอมตะเร่งกระตุ้นวิชาเทพคุนเผิง
ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีทอง พุ่งหายลับไปแล้วเหยียดหัตถ์สีทองยักษ์ใหญ่หมายจะจู่โจมบรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียง
ด้วยพละกำลังมหาศาลในการโจมตีนี้เพียงพอที่จะเด็ดดวงดาราได้ด้วยมือเปล่าทั้งยังสามารถทำลายหมู่ดาวได้เพียงพลิกฝ่ามือ!
ตูม!!!
เตาหลอมเหิงอวี่สั่นอย่างรุนแรงพร้อมส่งเสียงก้องกังวานแสงมงคลนับพันผันผวน เปล่งแสงเทพนับไม่ถ้วนสาดส่องทั่วฟ้าดิน!
ครืน!
เสาอสูรสะกดฟ้าลอยล่องกลางจักรวาลเปลวไฟปีศาจม้วนตัวเป็นเมฆดำปกคลุมทุกสิ่ง
มู่เสินฉวนรั้งอาวุธจักรพรรดิของตระกูลเจียงไว้ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งเข้าสังหารอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง โลหิตในกายเดือดพล่านแผดเผาย้อมนัยน์ตาให้กลายเป็นสีทอง ดุจคลื่นศักดิ์สิทธิ์สีทองแผดเผา
บรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่คิดว่าพลังวิญญาณของอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งเพียงนี้ถึงกับใช้จิตคุมอาวุธจักรพรรดิให้เข้าโจมตี!
ทว่าท้ายที่สุดเขาก็คือเซียนผู้มีชื่อเสียงมานานนับพันปีและมีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชนเพียงแค่กวักมือ หอกเงินที่แผ่ไอเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นในมือ เพียงตวัดหอกพายุในห้วงมิติก็บังเกิด
ตู้ม!
ผมดำมู่เสินฉวนปลิวสะบัดพลังแห่งความโกลาหลทั่วร่างม้วนตัว ทะลวงเข้าสู่พายุสุญญากาศราวไร้ตัวตนใช้กายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ปะทะกับอาวุธจักรพรรดิของเซียนตรงๆ
เสียงหอกดังครันครืน!
เขาประสานนิ้ว ร่ายวิชายุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ฟาดฟันพลังสังหารที่รุนแรงที่สุดในปฐพีออกไปไม่หยุด!
ตูม!!!
ร่างของบรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงถูกแรงกระแทกจนกระเด็นถอยร่นมุมปากเปรอะเลือด ร่างกายคล้ายดวงจันทร์หม่นแสง
"กระตุ้นโลหิตกายเทพพลังเทพนิรันดร์!" บรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงเช็ดเลือดที่มุมปาก
ถ้อยคำนั้นทุ้มต่ำดวงตาอันน่าประหวั่นทั้งสองเปล่งแสงเจิดจ้า พลังทั่วร่างแกร่งกล้าขึ้นดึงเอาพลังที่ซ่อนเร้นในกายออกมาทันใด!
โครม!
พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นแผ่สะเทือนทั่วห้วงอวกาศในชั่วพริบตา
"มู่เสินฉวน เตรียมตัวตาย!"
เขากุมหอกเหล็กศักดิ์สิทธิ์กรีดแสงเงินยาวนับหมื่นลี้ ราวกับธารน้ำตกสีเงินที่พาดผ่านขวางกั้นจักรวาลเสียงดังกึกก้อง
"หึ กายาเทพเช่นนี้มินับเป็นอะไร"
สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของมู่เสินฉวนพลันปรากฏอักขระโบราณอันลึกลับซับซ้อนนับไม่ถ้วน
หนึ่งในเคล็ดวิชาลับสิบราชันย์กระตุ้นวิชาคลั่งทลายสวรรค์
รัศมีของเขาก็พลันแผ่ขยายราวกับพายุคลั่งทว่าเหนือล้ำกว่าบรรพชนรุ่นที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงหลายเท่าเลือดเนื้อและพลังทวีคูณขึ้นอย่างน่าตกใจแม้กระทั่งจิตวิญญาณก็ยังยกระดับขึ้นสู่ขีดสุดเหวี่ยงเสาอสูรสะกดฟ้าเข้าใส่เตาเหิงอวี่จนเสียงแห่งวิถีร้องคำราม
มู่เสินฉวนเคลื่อนกายดุจสายฟ้าฟาดกระแสปราณสีทองคำถาโถมราวคลื่นทะเล แผ่อำนาจกดดันมหาศาล
เขาย่างกรายเข้ามาใกล้ทุกส่วนในร่างเปี่ยมล้นไปด้วยแรงสังหารเข้าปะทะกับบรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียง!
ตูม! ตูม!!!
การต่อสู้ของทั้งสองดุเดือดอย่างยิ่งห้วงอากาศนอกอาณาเขตถูกพายุพัดจนกระหน่ำกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง
กฎเซียนโปรยปรายอยู่ทุกแห่งหนพลังโกลาหลถาโถม ทำลายล้างทุกสิ่ง
เพียงครึ่งก้านธูป
พวกเขาก็ปะทะกันไปนับร้อยกระบวนท่า
ครืน!
บรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงถูกโจมตีอย่างหนักร่างทั้งร่างกระเด็น กระอักเลือดคำโต!
ความตระหนกวาดผ่านแววตาเขาไม่คิดว่ากายาศักดิ์สิทธิ์กึ่งเซียนจะทรงพลังถึงเพียงนี้ภายในร่างกายประหนึ่งมีมังกรซ่อนอยู่ ทุกหมัดที่เหวี่ยงล้วนทำให้ไส้พุงเขาปั่นป่วน และอาวุธจักรพรรดิต้องคร่ำครวญ!
"สิ่งที่พวกเจ้าตระกูลเจียงเรียกว่าขุมพลังมีเพียงเท่านี้หรือ?"
มู่เสินฉวนหัวเราะเยาะทะยานไล่ติดตามอีกฝ่ายไปติดๆ ร่ายวิชามังกรสวรรค์ไม่หยุด ส่งกระบวนท่าสังหารจักรดารารอบๆ ล้วนร่วงหล่นรึไม่ก็ระเบิดออก
"อ๊าก!"
บรรพชนที่สิบสามแห่งตระกูลเจียงถูกไล่โจมตีจนถอยร่นผมเผ้ารุงรัง ไร้ซึ่งท่าทีวางอำนาจก่อนหน้าอีกต่อไป!
เขาพยายามสมานบาดแผลด้วยเคล็ดวิชาแต่กลับถูกพลังโกลาหลปั่นป่วนจนยากจะสมาน!