มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 170 ท้าพนัน

        "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตกลง งั้นบิดาจะบอกว่าเจ้าหนุ่มนั้นจะพ่ายแพ้ต่อเจ้ามู่หลงภายในยี่สิบกระบวนท่า..นี่ถือมองสูงแล้ว"

 

        "ท่านพ่อห้ามคืนคำนะเจ้าคะ ..ข้าจะพนันว่าคุณชายกังหลงจะเอาชนะเจ้ามู่หลงภายในยิบสิบกระบวนท่าเช่นกัน"

 

        "หือ...? ไฉนพนันกลับตาลปัตรแบบนี้ ..เอาเถอะ..บิดาจะดูว่าเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ?"        

 

        ทุกคนในที่นั่งของตระกูลราชวงศ์เมื่อได้ยินทั้งสองพนันกันจึงต่างหันมาให้ความสนใจและต่างขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะจากที่เห็นคู่ต่อสู้ทั้งสองระดับปราณช่างแตกต่างกันยิ่งนัก เด็กหนุ่มที่อยู่ปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุดต่อสู้กับมู่หลงจอมโหดของเมืองเหลียวผู้ที่มีปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุด


        "เริ่มได้..!!"


        มู่หลงมองกังหลงเหมือนพยัคฆ์จ้องตะครุบเหยื่อมันโคจรลมปราณจนร่างกายกำยำกล้ามเห็นเป็นมัดมัดชัดตามู่หลงมีกายาที่แข็งแกร่งมาแต่กำเนิดวิธีการต่อสู่ที่ถนัดคือการเข้าไปปลุกปล้ำกอดรัดคู่ต่อสู่ใช้กายาอันแข็งแกร่งบกขยี้คู่ต่อสู้จนแขนขาหักมามิรู้เท่าไหร่เนื่องจากที่ผ่านมาผู้คนวัยเดียวกันในเมืองเหลียวต่างหลีกลี้มิต้องการต่อสู้กับมันมันจึงมีความอึดอัดยากจะระบาย ยามนี้มีโอกาสที่จะได้ต่อสู้และคู่ต่อสู้กลับเป็นบุรุษหนุ่มร่างบอบบางท่าทางอ่อนแอระดับปราณที่มันสำรวจได้คือปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุดจึงมีความกระหยิ่มยิ้มย่อง โครจรลมปราณเสร็จก็พุ่งกระโจนเข้าตะครุบคู่ต่อสู้ตรงหน้าในทันที


        "ฟ้าวว..!!"


        "ย๊ากกก..!!"


        "วูบบบ..!!"


        "โครม..!!"


        ร่างใหญ่โตกำยำตะครุบเอาความว่างเปล่าจนกระแทกลานเวทีเสียงดังโครมใหญ่มันลุกขึ้นหันมองบัดนี้พบเห็นร่างบุรุษหนุ่มบอบบางได้สลับไปอยู่ยังตำแหน่งที่มันเคยอยู่ก่อนหน้านี้มิทราบตั้งแต่เมื่อใด ผู้ชมรอบ ๆ ก็ งงงันไปเช่นกันคิดไปต่าง ๆ นา ๆมีพูดคุยเสียงดังขึ้น 


        "เร...เร็ว..มาก..!!"


        "เคลื่อนไหวแค่เพียงกระพริบตา....มันเป็นท่าร่างใดกัน..?"

 

        "หรือจะเป็นการบังเอิญที่สามารถหลุดรอดจากท่าคว้าจับของเจ้าจอมโหดนั่นไป.."


        การคว้าพลาดในคราแรกสร้างความหงุดหงิดให้มู่หลงมันเพียงคิดว่ามันใช้ท่าร่างช้าเกินไปเหยื่อตรงหน้าถึงได้หลุดมือไปครานี้มันโคจรพลังถึงเจ็ดส่วนพุ่งกระโจนอ้าแขนทั้งสองข้างหวังคว้ารวบร่างตรงหน้าให้อยู่หมัดในคราเดียว


        "ฟ้าวว..!!"

 

        "ย๊ากกก..!!"

 

        "วูบบบ..!!"

 

        "โครม..!!"

 

        ผลที่ออกมายังเป็นเหมือนการโจมตีครั้งแรกครานี้มู่หลงถึงกับหน้าทิ่มจนหน้าตาสกปรกมอมแม็มผมเผ้ากระเซาะกระเซิง เนื่องจากทุ่มเทพลังอย่างเต็มที่แต่คว้าพลาดจึงเสียหลักจนหัวทิ่ม คราครั้งนี้สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากสารรูปที่สกปรกมอมแม็มและการคว้าพลาดจนหัวทิ่มของมู่หลงกลายเป็นดูตลกไป  

 

        "ฮ่า ฮ่า ฮ่า...เจ้ามู่หลงนั่นมันทำอะไรกัน รึมันนึกสนุกถึงได้แสดงการเอาหน้าจูบพื้นให้ผู้อื่นชมดู..หรือมันจะทิ้งฉายาจอมโหดไปแล้วตั้งแต่คราที่โดนเทพธิดาโจมตีจนสลบเหมือนไปถึงสามวันครานั้น...ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า.."

 

        "ดูเจ้าหนุ่มนั่นสิ เหมือนมาแสดงละครลิง ..ให้กอลิร่าวิ่งไล่จับ  ..ช่างทำไปได้...ฮ่าฮ่า ฮ่า"

 

        "ฮ่า ฮ่า ฮ่า..."

 

        เสียงหัวเราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับมู่หลงเป็นอย่างยิ่งมันโคจรพลังทั้งหมดถึงสิบส่วน คำรามลั่นใส่ร่างกังหลงที่ยืนยิ้มมองมันอย่างสบายใจ

 

        "นี่เจ้าขยะ..กล้าต่อสู้รึไม่..ถ้าเจ้าเอาแต่วิ่งหนีแบบนี้เมื่อไหร่ถึงจะรู้ผลแพ้ชนะ..หรือเจ้าเกรงกลัวไม่กล้าต่อสู้กับข้าตรงๆ..ฮึ..!!.หากให้ข้าจับได้เมื่อไหร่..ข้าจะบดขยี้เจ้าให้เหมือนก้อนเนื้อบดเลยทีเดียว"

 

        กังหลงสังเกตุดูแล้วเจ้ามู่หลงผู้นี้แม้จะมีระดับพลังปราณที่สูงจนถึงปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขันสุดแต่สติปัญญาดูโง่ทึ่ม ดูท่าทางมันเพียงชอบการต่อสู้และชอบความรุนแรงมิทราบเจ้าหนุ่มนี่มีภูมิหลังอย่างไรกันแน่แต่สังเกตุจากแววตาคล้ายมันมิได้เป็นคนชั่วร้ายอำมหิตในสันดานอาจคงเป็นเพราะมันมีร่างกายที่ใหญ่โต มีกายาที่แข็งแกร่งมากกว่าผู้อื่นและมีเรี่ยวแรงมหาศาลมาตั้งแต่เกิด การต่อสู้ของมันจึงได้พลั้งมือทำร้ายคู่ต่อสู้ทุกคราจนต่างต้องหวาดกลัวและให้ฉายาจอมโหดแก่มัน เมื่อพิจารณาเช่นนี้จึงกล่าวขึ้น

 

        "หากเจ้าอยากต่อสู้กับข้า ..ย่อมได้..แต่เรามาเดิมพันกันถึงผลการต่อสู้ครั้งนี้สักครั้ง เจ้าจะกล้ารับรึไม่ ?"

 

        "หากได้ต่อสู้ มีรึข้ามู่หลงจอมโหดจะมิกล้ารับคำท้า  เดิมพันที่เจ้าว่าคืออันใดให้บอกมาข้าย่อมยอมรับทุกอย่าง..หากข้ากลับคำแม้เพียงนิดเดียว อย่าได้เรียกว่าข้ามู่หลง  เจ้าจะเรียกอะไรก็ย่อมได้.."

 

        "ย่อมได้...งั้นเดิมพันการต่อสู้ครั้งนี้คือ หากข้าชนะเจ้าต้องยอมติดตามเป็นคนรับใช้ของข้า แต่หากข้าพ่ายแพ้ให้แก่เจ้าแล้วแต่เจ้าต้องการจะจัดการข้าเช่นไร ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ เจ้าจะว่าอย่างไร ?"

 

        เมื่อมู่หลงได้ยินเช่นนั้นจึงหัวเราะพร้อมตอบรับคำในทันที กังหลงได้ยินเช่นนั้นจึงหัวเราะลั่นเช่นกัน

 

        "ตกลง..ข้าขอเดิมพันกับเจ้า  ..แต่เจ้าอย่าบิดพลิ้วก็แล้วกันหลังจากที่เจ้าพ่ายแพ้....ฮ่าฮ่า ฮ่า"

       

        "ฮ่า ฮ่า ฮ่า .เช่นกันหากเจ้ากลับคำข้าจะเรียกเจ้าว่า  เจ้าสุกรมู่หลง  "

 

        ผู้คนที่เฝ้ารอชมต่างงุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่จู่ ๆทั้งสองต่างหยุดต่อสู้แล้วมาพนันกันแทนที่จะทำการต่อสู้  เสียงโวยวายด้วยความไม่พอใจจึงเริ่มดังขึ้นจนผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเหลียวออกมาเร่งรัดให้ทั้งสองต่อสู้กันต่อมู่หลงมิอาจสู้ความเร็วของกังหลงได้ จึงกล่าวขึ้น

 

        "หากเจ้ากล้ารับการโจมตีและต่อสู้ปะทะกับข้าโดยตรงได้สามกระบวนท่าโดยมิหลบหลีกและสามารถต้านรับการโจมตีได้ข้าจะยอมรับนับถือเจ้า และยอมทำตามข้อตกลงทุกอย่างรับรองมิบิดพลิ้ว"

 

        "ย่อมได้...เจ้าโจมตีมาเถอะ"        

 

        มู่หลงโคจรลมปราณเปี่ยมล้นใช่พลังทั้งหมดเจ็ดส่วนเข้าสู่กำปั้นทั้งสองมันที่มีพลังทางกายภาพและร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าผู้อื่นมาแต่กำเนิดจึงมั่นใจในพลังและความแข็งแกร่งของร่างกายจึงคิดจะใช้ความได้เปรียบนี้สยบกังหลงจากการโจมตีนี้

 

        "ย๊ากกก..!!"

 

        "หมัดคมเขี้ยวพยัคฆา..!!"

 

       ปรากฎเป็นหัวพยัคฆ์ขนาดมหืมาอ้าปากกว้างเผยคมเขี้ยววาววับพร้อมพลังอันรุนแรง พุ่งเข้าจู่โจมใส่หน้าอกของกังหลง  กังหลงโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเต็มกำลัง ปัจจุบันกังหลงนั้นสำเร็จเคล็ดลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติระดับสองแล้วซึ่งระดับที่สองนั้นสามารถดูดกลืนธาตุธรรมชาติทุกชนิดได้รวดเร็วกว่าปกติถึงห้าเท่าตัวกระดูกกล้ามเนื้อจะได้รับการปรับเปลี่ยนจนกายาแข็งแกร่งมีพลังกว่าเดิมถึงห้าเท่าตัวเช่นกันทนทานรับน้ำหนักได้ถึงหนึ่งหมื่นชั่งและสำเร็จกายาทองแดงทนทานความร้อนหนาวและพลังฝ่ามือ

 

       เมื่อหมัดพยัคฆาของมู่หลงโจมตีออกหลังจากโคจรลมปราณเตรียมพร้อมกังหลงเพียงยืนสงบนิ่งตรึงพลังกับปลายเท้าแน่น ยืดอกต้านรับพลังของหัวพยัคฆ์ที่จู่โจมเข้าสู่หน้าอกจนบังเกิดเสียงดังกึกก้องฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลผู้ชมต่างหลับตามิอยากเห็นภาพชายหนุ่มบอบบางถูกพลังหมัดอันหนักหน่วงขยี้จนแหลกเละ

 

       "บึ้ม....!!"

 


คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน