พ่อค้าที่ชื่อไลต์ได้พาผมมาถึงเมือง 'คาลาเทีย' แล้วกำลังหาที่จอดรถม้าเพื่อจะเข้าไปทำธุระในกิลด์ของพ่อค้า
"ลงได้เลย เอมเมอร์"
"ฮึ้บบบบบบบบบ! เฮ้อ~~~! ในที่สุดก็มาถึงซะที...."
ค่าสตามิน่าฟื้นขึ้นมานิดหน่อยให้พอเดินได้ แต่ยังไงก็ต้องไปหาอะไรกินก่อนล่ะนะ
"อะ 100 ทองแดงครับ"
"แต๊งกิ้ว เอมเมอร์ พี่ไปก่อนล่ะนะ"
"ครับ ไว้เจอกัน"
"โอ้!"
ผมดูรอบๆเมืองนี้เหมือนเมืองในอาณานิคมของจักรวรรดิโรมัน 1,500 - 1,700 กว่าปีที่แล้ว อาคารตึกเป็นทรงสามเหลี่ยมยาวๆ พื้นถนนเป็นดินแห้งๆ มีแผ่นหินวางห่างกัน ส่วนชาวบ้าน npc นั้น แต่งตัวผ้านุ่งโดยมีเสื้อคลุมตัวสีม่วง สีชมพูหรือแล้วคนแต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว และมีผ้าพาดไว้ที่ไหล่ซึ่งบางคนก็มีผ้าคลุมหัวไว้อีกด้วย เป็นช่วงยุคต้นๆของคริสต์ศักราช ดังนั้นถ้าอาณาจักรนี้จะมีทาสไว้ใช้งานด้วยอีกก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอกนะ
ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่าผมรู้สึกหิวจนใกล้จะตายอยู่แล้วล่ะ จึงเดินในเมืองไปเรื่อยๆแล้วเห็นพ่อค้าคนหนึ่งกำลังย่างปลาไหลทะเลอยู่ แสดงว่าน่าจะเอามาจากเมืองทางทิศตะวันออกของอาณาจักรนี้ มันเป็นเมืองท่าเรือที่ติดต่อค้าขายกับทวีปตะวันออก ซึ่งในอนาคตผมนั้นต้องได้ไปเหยียบทวีปนั้นสักวันหนึ่ง แต่กินข้าวก่อนละนะ
"ปลาไหลทะเลย่างเนยนี้ กี่เหรียญครับ?"
ผมถามราคาพ่อค้าที่กำลังย่างปลานี้อยู่
"100 ทองแดง"
โห พอๆกับค่าที่พักโรงแรมของในเมืองเริ่มต้นเบกิลล์เลยนะเนี่ย...! ถ้าผมเดินไปร้านอื่นก็น่าจะหิวจนหน้ามืดตาลายแน่นอน เพราะงั้นเมนูอาหารที่ผมจะกิน เอาเป็นร้านนี้ก็แล้วกัน
"ซื้อ 2 ไม้ครับ"
"อะ...ได้เลย"
งั่มๆ~~~! นุ่มดีแฮะ เนยก็ถูกย่างจนมีกลิ่นหอมขึ้นมาเเตะจมูกอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะน่าเสียดายไปหน่อยที่ไม่มีซอสปรุงเพิ่ม ไม่งั้นอร่อยโครตๆเลยล่ะนะ!
พ่อค้าเห็นสไลม์ผมแล้วทักขึ้นมา...
"นายมีทาสเหมือนกันเหรอ? แถมยังเป็นมอนสเตอร์ด้้วย"
ผมได้ยินคำว่าทาสก็คิดอยู่ในใจแล้วล่ะนะว่าเมืองนี้น่าจะต้องมีทาสจริงๆ บางทีผมก็สงสัยนะว่าไอ้เกมส์ AWF นี้รู้สึกมันแปลกๆแฮะ ไม่กลัวพวกผู้เล่นคนอื่นสร้างปาร์ตี้ทาสไว้ใช้ฟาร์มเลเวลทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอ...? เพราะดูเหมือนว่าระบบเกมส์นี้นั้นในส่วนของค่าประสบการณ์จากการปราบสมอนสเตอร์นั้นระบบจะทำการแบ่งให้ทุกๆคนในปาร์ตี้เท่าๆกัน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงเหมือนผมกับพูจิก้ด้วย ซึ่งก็คืออาจจะไม่ทำอะไรสักอย่างเลยแล้วก็ให้ทาสสู้กับมอนเตอร์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าหากทาสนั้นได้เสียชีวิตลงก็น่าจะหายไปเลยเหมือนกัน ไม่เหมือนกับมอนสเตอร์ที่ได้เทมมานั้นจะมีระบบคูลดาวน์เกิดอยู่หลังจากที่ได้เสียชีวิตลงแล้ว
เฮ้ย....เดี๋ยว....! หรือว่าอาจจะมีคนซื้อทาสไปทำ 20+ เหรอ....? บางทีมันก็อิสระเกินไปนะเกมส์นี้...แต่ช่างมันเถอะ
"มอนสเตอร์นี้ผมเทมมาครับ"
"เทมมาเหรอ...ใช่นักพวกเทมเมอร์กับซัมมอนเนอร์รึเปล่า?"
"ประมาณนั้น...แต่ผมไม่ใช่เทมเมอร์หรอกครับ"
"เข้าใจล่ะ ถ้านายอยู่เมืองนี้อย่าไปยุ่งกับทาสที่มีเจ้าของล่ะ...!"
"ไม่ยุ่งแน่นอนครับ ไปก่อนนะครับ"
"ไว้มาใหม่นะ"
ผมกินเสร็จก็เดินสำรวจเมืองไปเรื่อยๆ เห็นนักผู้เล่นในเมืองนี้เยอะเหมือนกัน แต่คิดว่าเมืองหลวงน่าจะเยอะกว่าหลายเท่า
"ตอนนี้กินเสร็จแล้ว ต่อไปเดินหาร้านอาวุธละกัน"
"พูๆ พู"
ถ้าหากผมไปเมือง 'เปตราท์' ที่อยู่ทางทิศใต้ของเมืองนี้สงสัยผมคงได้กลับบ้านเก่าไปแน่นอน ดังนั้นซ่อมอาวุธไว้ก่อนแล้วกัน หลังจากที่ผมกินเสร็จแล้วคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็เดินไปเรื่อยๆซึ่งบางทีก็เลี้ยวซ้ายบ้าง บางทีก็เลี้ยวขวาบ้างจนเดินมาถึงร้านอาวุธร้านหนึ่งในเมือง พอเห็นร้านอาวุธแล้วเลยเดินเข้าไปดูภายในร้านแล้วเจอดาบที่ตั้งโชว์ในร้านไว้เล่มหนึ่ง
"อืมมมม มันสวยอยู่นะ แต่ราคาน่าจะแพงสุดๆ"
มันเป็นดาบที่มีรูปทรงกับคล้ายดาบโรมันโดยที่บังดาบนั้นจะงอโค้งขึ้นไปหาปลายดาบสั้นๆแล้วมีลวดลายอักขระไว้ และกลางใบดาบตรงจุดใกล้ๆที่บังดาบนั้นก็มีลายอักขระเหมือนกัน แต่ว่าใบดาบดูแล้วเหมือนมันหนากว่าดาบยาวที่ผมกำลังใช้งานอยู่ตอนนี้ เห็นแล้วอยากลองใช้ดาบที่ตั้งโชว์ในร้านนี้ดูเหมือนกัน
"เฮ้ลุง!! ดาบนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?"
"เฮ้ย!! ตูยังไม่แก่ขนาดนั้นเฟ้ย"
เจออีกและแก่ไม่รู้จักแก่ เป็นกันทุกคนเลยมั้งนี่! เจ้าของร้านอาวุธในแต่ละเมืองน่ะ
"ครับๆ ดาบนี้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ?"
"4 เหรียญเงิน"
"โหลุง...! ราคามันแพงกว่าดาบยาวผม 2 เท่านะนั่น"
"หนวกหูเฟ้ย มันเป็นดาบที่ดีที่สุดในร้านแล้ว...ดาบเล่มนั้นน่ะ"
"เข้าใจละ งั้นชุดเกราะกับอาวุธผมทั้งหมดนี่ค่าซ่อมกี่เหรียญ?"
ลุงเจ้าของร้านขายอาวุธเห็นชุดผมแล้วทำท่าสิ้นหวัง
"ไม่ไหวว่ะ....เอาไปทิ้งเถอะ สภาพพังยับเยินซะขนาดนั้น..."
เฮ้อ....! ได้เสียเงินครั้งใหญ่อีกแล้วตรู แต่เสือเขี้ยวยาวกับคร็อกคูดา ก็น่าจะได้ราคาดีอยู่นะถ้าหากเอาไปขายที่กิลด์นักผจญภัยน่ะ ลองถามที่ตั้งอยู่ของกิลด์นักผจญภัยในเมืองนี้จากลุงเจ้าของร้านแกแล้วกัน
"ลุง กิลด์นักผจญภัยอยู่ตรงไหนเหรอครับ?"
"อย่าเรียกลุงเฮ้ย...! ออกจากร้านไปแล้วเลี้ยวซ้าย ใกล้ๆกับกิลด์พ่อค้า"
"เคร ผมเอาดาบนั้น 2 เล่มนะ เเต่เดี๋ยวเอาศพมอนสเตอร์ไปแลกเงินก่อน"
"เออ ถ้าจะมาเอาจริงๆ เดี๋ยวเอาออกจากหลังร้านอีกเล่มมาให้"
ผมอยู่ตำแหน่งกิลด์นักผจญภัยแล้วจึงเดินมุ่งหน้าไปที่กิลด์นักผจญภัยในเมืองนี้ สงสัยว่ากิลด์นักผจญภัยนี้คงมีอยู่ในทุกเมืองทั่วทั้งทวีปล่ะมั้งนี่...!
เดินไปเรื่อยๆสักพักก็เจอป้ายกิลด์นักผจญภัยแต่ดูเหมือนตึกของกิลด์นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่ากิลด์ในเมืองเบกิลล์ เกือบประมาณ 3 เท่าได้ล่ะมั้ง ผมเดินเข้าไปในกิลด์แล้วลองมองดูไปรอบๆ จากนั้นก็เห็นพนักงานยืนอยู่ข้างในตรงที่คล้ายๆกับเคาน์เตอร์ พอเห็นพนักงานแล้วผมจึงเดินเข้าไปหาพนักงานที่เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ คล้ายๆกับคนยุคสมัยกรีกเลย
"สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ?"
"สวัสดีครับ ผมเอาศพเสือเขี้ยวยาวกับคร็อกคูดามาแลกเงินครับ"
"จำนวนกี่ตัวครับ?"
"รวมทั้งหมดเกือบ 50 ตัวได้ครับ"
"....."
พนักงานทำสีหน้าตกใจแล้วจู่ๆก็นิ่งเงียบไป ส่วนนักผจญภัยที่อยู่ในกิลด์ได้ยินที่คุยกับพนักงานก็เริ่มซุบซิบนินทาผมซึ่งมีทั้งผู้เล่นและ npc ที่กำลังนินทา
จู่ๆก็มีคนเดินเข้ามาหาและทำท่าเหมือนวางกล้ามใส่ผม ดูรูปร่างอายุแล้วน่าจะ 30 ต้นๆ ไว้ทรงผมพังค์ ใส่เสื้อหนังและไว้หนวดนิดหน่อย ส่วนหน้าตาที่ผมดูแล้วก็น่าจะเป็นคนยูโรปนะคนนี้
"เฮ้ยๆๆๆ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆเด็กขี้โม้ จะมาคุยโวได้นะเว้ยเฮ้ยยยยยย!!"
ไอ้ลุงนี่จะเสียงดังทำไมฟะ ผมไม่ได้หูหนวกขนาดนั้น...! แต่ผมนั้นไม่อยากมีปัญหากับใครหรอกนะ ยังไงผมก็เกิดมาในยุคที่สงบสุข....เพราะงั้นคุยดีไปก่อนแล้วกัน
ถ้าหากผิดใจกับคนในเกมส์นี้ไปเดี๋ยวก็คงเล่นไม่สนุกเอา....ลองดูท่าทีของมันก่อนละกัน
"ถ้าเอาออกมาให้ดูแล้วยังจะว่าผมขี้โม้รึเปล่า?"
"เออ ถ้าเอ็งเอาออกมาถึงจริงๆนะ"
"ได้"
ผมเอาศพเสือเขี้ยวยาวกับคร็อกคูดาออกมาจากคลังเก็บไอเทม
"ฟุ้บบบ!"
ผมเอาศพมอนสเตอร์ออกมากองเต็มหน้าเคาน์เตอร์โดยที่ตรงพื้นของกองมอนสเตอร์นั้นมีเลือดติดพื้นกำลังไหลออกมาจากตัวมอนสเตอร์อยู่จนนองเต็มพื้นไปหมด หลายๆคนเห็นกองศพมอนสเตอร์แล้วรู้สึกเริ่มกลัวผมขึ้นมาทันที บวกกับเสื้อเกราะผมที่พังยับเยินแล้วยังมีเลือดมอนสเตอร์ติดอยู่ทั่วทั้งตัว แต่จะว่าไปผมก็ยังไม่ได้ล้างตัวเลยนี่...ก่อนมาที่กิลด์นี้
"หมดนี่เท่าไหร่ครับ? คุณพนักงาน"
"...เอ่อ....เดี๋ยวผมต้องให้พนักงานคนอื่นเข้ามาช่วยตรวจสอบศพของมอนสเตอร์ก่อนนะครับ"
"ได้ครับ แล้วแถวนี้มีโรงแรมพักมั้ยครับ?"
"สามารถพักที่กิลด์นี้ชั้น 2 ได้เลยครับ "
"เข้าใจละครับ งั้นเดี๋ยวผมลงมาเอาเงินนะครับ"
"รับทราบครับ นี่ครับกุญแจห้อง 234"
พนักงานยื่นกุญแจห้องมาให้ผม จากนั้นผมก็เดินขึ้นบันไดกิลด์ไปที่ชั้น 2 แล้วเข้าไปห้องเบอร์ 234 ส่วนไอ้พังค์นั่นก็ปล่อยมันยืนค้างอยู่ตรงนั้นเถอะ ถ้ามันจบกับผมตรงนั้นก็ดีอยู่ แต่ประเด็นคือกลัวมันกลับมาหาเรื่องอีกน่ะสิ...! คนประเภทนี้ขี้ตื๊อน่ารำคาญด้วย...แต่เดี๋ยวค่อยว่าทีหลังละกันถ้าหากมันยังมีหาเรื่องหรอกอวดเบ่งใส่อีกที
ชีวิตในเกมส์นี้ลำบ๊ากลำบากแต่ละอย่าง...มอนสเตอร์ก็เก่งเวอร์แถมเงินจากเควสก็น้อยแต่เดี๋ยวพอเล่นไปเรื่อยๆจนแรงค์ในกิลด์สูงสักระดับหนึ่งก็น่าจะสบายขึ้นเยอะอยู่ แต่คิดว่าเควสคงยากขึ้นหลายเท่าตัว เฮ้อ...!
ผมเข้าไปอาบน้ำกับพูจิ หลังจากนั้นก็นอนบนเตียงในห้องเบอร์ 234 แล้วสักพักก็นอนหลับยาว...จนลืมไปเอาดาบที่ร้านขายอาวุธจนถึงพรุ่งนี้เช้า
**********************************************************************************************