สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบ Darkest Dungeon 6

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบ Darkest Dungeon 6

    อันที่จริงผมไม่ได้คิดมากเท่าไรสไลม์แม้เราจะมองว่าคือ”ตัวที่กระจอกที่สุด” ตามสไตล์การเล่นเกมส์

    “ตัวที่กระจอกที่สุด”

    ก็เป็นเพียงแค่ตัวที่จะ Over Power มีความโกงมากตอน Late Game ระยะหลังนั่นเอง

     

    แน่นอนผมไม่ได้ต้องการสิ่งที่โกงเมื่อตอนที่เราสามารถจัดการได้ทุกคนในเซ็ตติ้งยกเว้นลูซิเฟอร์ที่อยู่มุมสุดของแผนที่

    บางครั้งหากเราไม่รีบจับสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราหาได้ณ”ตอนนี้” เราอาจจะตายก่อนที่จะใช้งาน

    ”ตัวที่กระจอกที่สุด”ที่สามารถแปลงเป็น”ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดได้”

    หากคอยให้ได้เลเวลสักเก้าสิบจะกลายเป็นโกลด์สไลม์ที่มีพลังป้องกันทั้งเวทย์และกายภาพที่แข็งแกร่งมากๆ

    หากเลเวลครบร้อยจะกลายเป็น ดิไวน์สไลม์เทพที่สามารถใช้เวทย์รักษาชั้นสูงได้ด้วยและในช่วงที่เลเวลเกินเจ็ดสิบขึ้นไปจะสามารถกลายเป็นเสื้อผ้าให้มาเรียสวมใส่มีคุณสมบัติสะท้อนเวทย์ต่างๆออกไปด้วย

    ที่ทำให้หากมีแท็งก์ ตัวที่พลังชีวิตมกาและพลังป้องกันหนาๆสักตัวคอยรับมือรับเท้าศัตรูต่อต้านการโจมตีทางกายภาพ

    ก็ไม่มีใครแทบจะแตะมาเรียได้เลยนั่นเอง

    แต่ในทางกลับกันหากมีสายกายภาพมาประชิดตัวได้ก็อาจจะลำบากหน่อย

    นี่คือสาเหตุที่พี่กล้ามคือสิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับพวกเมจนั่นเอง

    หากฆ่าพี่กล้ามในระยะไกลได้ก็แล้วไป

    เจอกันในระยะประชิดน่ะคิดว่าเมจที่ตัวเปราะกว่าจะชกชนะพี่กล้ามได้หรือ?

    นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า”ตอนนี้”คือช่วงที่มีค่ามากที่สุด ว่าให้ผมมีความแข็งแกร่งถึงขั้นหนึ่งก่อน

    ให้คนไม่สามารถฆ่าผมได้ง่ายๆใน”ตอนนี้”ส่วนความเก่งกาจอื่นๆนั้นค่อยๆสร้างไปหลังจากผมเริ่มตั้งหลักลุกขึ้นยืนได้แล้ว

    ถึงทางเทคนิค ค่าสถานะของดยุกมันจะเว่ออยู่แล้วก็เถอะคนบ้าอะไรพลังชีวิตสามหลอด

    อย่างว่าล่ะนะ การต่อสู้กับดยุกนั้นเหมือนกับการคลายปริศนามากกว่าตอนเล่นในเกมส์นี้รู้สึกเหมือนเราเป็นเจสัน ศุกร์สิบสามไงชอบกล

    “นี่ นี่นายท่านคะโดเซิ่ลบอกว่ารู้ทางลัดไปต่อจากนี้ด้วยล่ะค่ะ”

    มาเรียหันมาหาผมอย่างกระตือรือร้น

    ตกลงในโลกความจริงนี่มันตั้งชื่ออัตโนมัติหรือนี่?

    ผมไม่มีโอกาสกดปุ่มตั้งชื่อให้กับสัตว์เลี้ยงของมาเรีย

    โดเซิ่ลเจ้าสไลม์ไสก็คลอเคลียแก้มของมาเรียอย่างว่านอนสอนง่าย

    โอ้ พวกสัตว์อสูรธรรมดาที่ไม่ได้หวงที่มากอย่างมูมักก็จะตกเป็นเหยื่อเสน่ห์ได้ง่ายๆอย่างนี้ล่ะนะ

    การทูตคือความสามารถที่โกงที่สุดอย่างหนึ่งเท่าที่คนคนหนึ่งจะมีได้

    เราจะจัดการคนที่รวมพันธมิตรมากระทืบเราได้อย่างไรกัน?

    ตั๋งโต๊ะแม้มีเมืองหลวงกับฮ่องเต้หากเจอทหารที่มากกว่ากันหลายเท่าจากพันธมิตรที่แต่ละคนมีกำลังน้อยกว่า

    พอรวมตัวกันก็มีจำนวนมากกว่าจนตั๋งโต๊ะยังต้องหนีไป

    นั่นคือความสำคัญและความทรงพลังของการทูต

    มันสามารถใช้ได้ทั้งลดทอนพลังของศัตรูrestraint enemy และเพิ่มพลังของฝ่ายเรา Enhanceposition

    เรียกว่าต่อให้อีกฝ่ายหนึ่งตำหนิพระเอกอิเซไคว่ารบไม่เก่งงี่เง่า ไร้ฝีมือ

    แต่หากเขาหรือเธอมีเสน่ห์ปานท่านปรมาจารย์เตียวก๊กสร้างพันธมิตรที่ไม่เคยมีใครสร้างได้มาก่อนและกระทืบศัตรูของตนเองได้

    เราจะว่าเขาไม่เก่งหรือ?

    เรื่องวางแผนการรบต่างๆก็ปล่อยให้คนอื่นวางแผนไป

    หากสร้างกองทัพพันธมิตรที่มีกำลังมากกว่าศัตรูได้ล่ะก็

    เท่านั้นก็ถือว่าทำสิ่งที่สำคัญที่สุดบรรลุผลแล้ว

    คนที่คิดว่าการทูตไม่สำคัญน่ะคือคนที่ไม่เข้าใจการเมืองเท่านั้น

    ไม่อย่างนั้นอเมริกา นักการทูตถึงต้องเข้าคอร์สและศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์การเจรจาต่างๆกันมากมายขนาดนั้น

    ผมถึงไม่ได้คิดมากเรื่องที่มาเรียจะเปลี่ยนฝ่ายศัตรูคนหนึ่งให้กลายเป็นฝ่ายเรา

    นี่คือความสามารถพิเศษของคนที่มีพลังโกงเท่านั้นถึงจะทำได้

    เนโครแมนเชอร์ถึงได้น่ากลัวเพราะสามารถเปลี่ยนศพทหารฝ่ายเราเป็นฝ่ายตรงกันข้ามได้ดังนั้นผมถึงได้คิดว่าการเปลี่ยนโดเซิ่ลมาอยู่ฝ่ายผมจึงเป็นเรื่องที่ดี

    แส้ของผมมีพลังเวทย์ไหลผ่านผมมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นในการใช้พลังเวทย์และสกิล

    Domesticated

    ทำให้เชื่อง

    “บุฮิ เชื่อง บุฮิ เชื่อง บุฮิ เชื่อง”

    แส้ของผมสะบัดไปที่โดเซิ่ลอย่างอ่อนโยนด้วยการโจมตีคอมโบสิบสองทีติดต่อกันแบบไม่หยุดด้วยการใช้สกิลเพียงแค่ครั้งเดียว

    ความสามารถในการดัดแปลงสกิลของผมก้าวหน้าขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ

    เพี๊ยะ

    เพี๊ยะ

    เพี๊ยะ

    เพียะ

     

    เอ้ว เอ้ว เอ้ว

    โดเซิ่ลส่งเสียงร้องสะบัดร่างกายกระโดดไปมาหลายครั้งจนทำท่าละลายกับพื้นMelt เป็นความหมายยอมแพ้

    ร่างของโดเซิ่ลกลายเป็นเหมือนกับแอ่งน้ำกับพื้นมีแค่ลูกบอลรอยอยู่เหมือนลูกตาที่จ้องมองมาทางท่านดยุกอูลริก

    ผมพยักหน้า

    “ดีมากการเข้าใจกันและสนิทกันไว้คือสิ่งสำคัญที่สุดนะมาเรีย บุฮิ บุฮิ บุฮิ”

    ผมกล่าวอย่างดีใจที่สามารถทำความเข้าใจกับโดเซิ่ลได้ต่อไปนี้ผมก็น่าจะออกคำสั่งโดเซิ่ลได้แบบเดียวกับมาเรียล่ะนะ

    “นายท่านเก่งที่สุดเลยค่ะ”

    มาเรียกล่าวกับผมอย่างชื่นชมฉวยโอกาสเข้ามากอด

    มาเรียแข็งแรงมากหลังจากที่ผ่านการฝึกในแล้วสามารถกระโดดมานั่งตรงตักผมได้อย่างง่ายดาย

    ทำให้พี่กล้ามต้องแบกน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นแต่พวกพี่กล้ามก็ยังยืนนิ่งได้อย่างไม่ไหวติงหากไม่มีคำสั่งให้เคลื่อนที่ต่อไป

    “ก็บอกว่าอย่าพูดความจริงข้าเขินพวกเจ้านี่ชอบพูดความจริงกันอยู่เรื่อย”

    ผมชี้แส้ไปข้างหน้า

    “เดินทางต่อได้ บุฮิ บุฮิ บุฮิ”

    พี่กล้ามก็ยังคงพุ่งเข้าไปตรงทางข้างหน้าแม้ว่าจะมีหนามหรือกับดักอะไรก็ตาม

    เพี๊ยะ

    แส้ของผมฟาดไปที่โดเซิ่ล

    ที่ทำให้รูร่างอย่างแอ่งน้ำกระโดดข้นมากลายเป็นลูกบอลอีกครั้ง

    “นำทางไป นำทางไป”

    ผมกล่าวกับโดเซิ่ลอย่างอ่อนโยน

    โดเซิ่ลกระโดดและกลิ้งนำทางไปด้วยความรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน