ก่อนหน้านี้ 10 นาที
ในขณะที่จางเซียนกำลังว่ายน้ำ และร่อนตัวลงไปด้านล่าง ชายแก่ชุดดำที่ต่อสู้กับอาวุโสแม่น้ำแห่งชีวิต ก็เกิดความโมโหจึงระเบิดปราณออกมา หมายจะขัดขวางไม่ให้สวะตัวเล็กๆ นั้นเข้าประตูบานนั้นเด็ดขาด
"ไอ้มืด คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า" ปัง!
ดาบสีดำกระเด็นออกจากมือถังหยังฉา ผู้อาวุโสแม่น้ำแสระยิ้มก่อนจะม้วนตัวฟันดาบใส่หน้าอกชายแก่อีกรอบ
ฉัวะ!
เลือดสีเงินพร้อมผ้าคลุมที่ถูกตัดขาด ทำให้เลือดจำนวนมากไหลทะลักออกมา แต่ใบหน้าของถังหยังก็ไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวลแต่อย่างใด เขาขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะปาดเลือดของตัวเอง ร่ายคาถาเบาๆ ในปาก ทำให้ใบหน้าผู้อาวุโสหวาดกลัวอย่างไม่มีสาเหตุ
"ตายซะเถอะ! ไอ้ผู้บุกรุก" ชาย (แก่) ชุดแดงฟันดาบสีเงินออกไป หมายจะตัดคอถังหยัง
เปรี้ยง! พริบตานั้นเองก็เกิดละอองเลือดบางอย่างกันไว้อย่างรวดเร็ว ด้วยพลังที่มากกว่าทำให้ดาบสีเงินหักสะบั้นอย่างน่าตกตะลึง ไม่ทันตั้งตัวเลือดจำนวนมากก็คล้ายเป็นค้อนพอดีมือหวดอัดซี่โครงผู้อาวุโสปลิวกระเด็นชนพื้นอิฐจนแขนหักทั้งสองข้าง
"ข้าไม่มีเวลามายุ่งกับเจ้า..." ฟุม! ชายแก่ดิ่งไปยังประตู ที่ตอนนี้จางเซียนกำลังเดินเข้าไปอย่างง่ายดาย ในใจชายแก่นั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง จากแผนที่ และคุณสมบัติ บวกกับเงื่อนไขต่างๆ ที่มันเข้าใจ มันรู้ว่าการจะเปิดประตูนี้จะมีอะไรบางอย่างขวางกั้นไว้อยู่
และตามตำนานของอาณาจักรหงส์แดง กับดักพวกนั้นต่อให้เหนือขอบเขตโลหิตเงิน ก็ไม่อาจข้ามผ่านได้ และการเปิดประตูมีเพียงขอบเขตโลหิตเงินขึ้นไปเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่แล้วเหตุใดเด็กไม่รู้ประสีประสา พลังเพียงรวมจิตฟ้าดินกลับเดินเข้าไปราวประตูหน้าบ้านตัวเอง
ให้อภัยไม่ได้!
ตำราพวกนี้เก๊หมดทุกอย่าง
เขาถูกต้มตุ๋น!!
"แกจะหนีไปไม่ได้ไอ้แก่! " เสียงไม่สบอารมณ์ด้านหลัง พร้อมปราณที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ใบหน้าถังหยังฉาเปลี่ยนไป เขารู้แล้ว...อีกประเดี๋ยวเขาจะฆ่าไอ้แก่ของอาณาจักรหงส์แดง และไปไล่กระทืบไอ้เด็กเปรตนั้นต่อ เมื่อคิดได้เช่นนี้เลือดสีเงินจำนวนมากก็กลายเป็นดาบยาวบนมือชายแก่ชุดดำ 2 เล่ม
"ถ้าแกอยากจะรั้งข้าไว้ก็เข้ามา....ข้าจะเป็นคนที่ฆ่าแกเองไอ้สารเลว! " บึม ทั้งสองโรมรันกันอย่างดุเดือด โดยมีอาวุโสที่ใช้ทักษะต้องห้ามทำให้พลังสูงกว่าถังหยังฉา แต่ถึงกระนั้นด้วยความไม่ชำนาญการโจมตีด้วยขา แต่ก็ทำให้ผู้อาวุโสได้เปรียบกว่าถังหยังฉาหลายระดับ
ขณะเดียวกันทางด้านจางเซียน
ภายในประตูสีดำอัญมณีสีม่วงนั้น ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ พร้อมกับบรรยากาศที่หนาวเหน็บ และกลิ่นอายความตาย นี้ยังไม่รวมเสียงร้องโหยหวนเบาบางจากรอบข้างด้วย หากใครที่จิตใจไม่แข็งพอคงตกตายเป็นที่แรกแน่นอน
ในเวลาเดียวกันจางเซียนก็กำลังเบิกเนตรมรกตอย่างบ้าคลั่ง เขาวิ่งไปด้วยความเร็วเต็มสปีดอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด ด้วยพลังทักษะนี้มันทำให้เขาราวกับเทพเจ้าเลยก็ว่าได้ เพียงมองแวบด้วย กับดัก ค่ายกล หรืออะไรต่างๆ ก็ถูกเปิดเผยในสายตาชายหนุ่มจนหมด จางเซียนวิ่งไป โดดไปด้วยท่าทางพิลึก นั้นทำให้เขาสูญเสียพลังไปไม่ใช่น้อย
เวลาผ่านไป 10 นาทีเขาก็มาถึงสถานที่บางอย่าง
เบื้องหน้าคือพื้นที่ทอดยาว เป็นระดับขั้นบันไดทั้งหมด 10 ขั้น บนสุดคือวิหารที่รายล้อมไปด้วยปราณสีแดงเปลวเพลิง และนอกนั้นเป็นหุบเหวลึกจนมองไม่เห็น ราวกับสถานที่แห่งนี้ตัดขาดจากโลกแห่งความเป็นจริง หลุดอยู่ในโลกจิตรกรรมฝาผนังของจอมยุทธ์ที่เลื่องลือทั่วหล้า
"ชั่งสวย วิเศษสุดแท้" ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะตะลึงกับความงามนี้
ไม่พอแค่นั้นภายในที่แห่งนี้ยังมีปราณที่เข้มข้นมากกว่าแม่น้ำแห่งชีวิตหลายเท่า จากข้อมูลแม่น้ำแห่งชีวิตสามารถสร้างอวัยวะ งอกสัดส่วนใหม่ แม้เขาจะไม่เชื่อ แต่เมื่อเจอสิ่งอัศจรรย์แบบนี้ก็ยอมรับอย่างไม่มีข้อกังขา แต่มันจะรักษาได้จริงๆ รึเปล่าเขาก็ไม่รู้ เป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่ส่วนใหญ่ทุกคนก็หลงเชื่อราวกับโฆษณาชวนชิมบางอย่าง
จางเซียนไม่รอช้าเดินเข้าไปอย่างเรียบง่าย ไม่ลืมเบิกเนตรมรกตจนสุด และพยายามซึมซับปราณที่นี้อย่างเต็มที่ , บันไดทั้ง 10 ขั้นปรากฏความแข็งแกร่งที่ต่างกัน ยิ่งสูงขึ้น ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ชายหนุ่มเคยเห็นแบบนี้อยู่ในนิทานปรัมปราก่อนนอนที่แม่ชอบเล่า
ท่านแม่มักจะเล่าเรื่องของชายคนหนึ่งมีความแข็งแกร่ง และมีพรสวรรค์ระดับ 10 นั้นก็ไม่ต่างจากขั้นบันได หากใครสามารถสำเร็จขั้นไหนได้ ก็ไม่ต่างจากตัวเองมีพรสวรรค์ขั้นนั้น ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็เหมือนกัน หากอยากได้พลังที่มากกว่า ก็จงเดินขึ้นไปและหยิบทรัพย์สมบัตินั้นเป็นของตน
ผู้ที่คู่ควร คือผู้ที่มากความสามารถ
เพราะที่นี่คือ [บันไดไต่สวรรค์ 10 ขั้น]
'ตูม~' สิ่งบางอย่างดังขึ้นภายในจิตใจ ทำให้จางเซียนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับมัน
เขาเลื่อนขั้นแล้ว!
[รวมจิตฟ้าดินจันทรา ระดับ 1 ขั้นกลาง]
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ เฮ้อ! อีกยาวไกลยิ่งนักกว่าจะระดับ 3 ขั้นสูง" ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา แต่เมื่อลองคำนวณดูแล้วหากอยู่ที่นี่อีกวันคงเป็นขั้นสูงแน่ๆ แต่เขาจะมีโอกาสนั้นรึเปล่านี่สิ
จางเซียนเงยหน้ามองวิหารด้านบน มันถูกสร้างจากวัตถุอะไรบางอย่างสีขาวบริสุทธิ์ แต่ด้วยความที่มันสูงไป ทำให้เขาไม่สามารถมองมันเห็นได้นัก แต่กระทั่งคิดจะไปเหยียบมันนั้น ก็แทบจะไม่ปรากฏราวกับว่ามันคือราชาจ้าวชีวิตชายหนุ่มอย่างไงอย่างงั้น
ฟู่!
พริบตาความอบอุ่นเหมือนปลอบใจ และดุดันก็ปรากฏในอกเขา จางเซียนก้มลงมองพจนานุกรมที่แน่นิ่งด้วยแววตาสบายใจ พร้อมกับยกยิ้มออกมาอย่างร่าเริง
"ใช่แล้ว...ไม่ว่าทุกอย่างจะเป็นเช่นไร เราคือจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร" ปัง! ก้าวแรกประทับบันไดขั้นที่ 1 พริบตาแรงกดันบางอย่างก็ปรากฏขึ้นบนหัว พร้อมแรงกระแทกบางอย่างคล้ายจะทำให้จางเซียนถอนตัวออกจากการพิชิตวิหารครั้งนี้ แต่ด้วยพลังของเขาที่มากกว่า ทำให้มันไม่อาจต่อกรชายหนุ่มได้มากนัก
"สอง! " ปัง คลื่น~
แรงดันที่มากกว่าเดิม ราวกับถูกถ่วงลงน้ำทำให้ชายหนุ่มกัดฟันทนอย่างเด็ดเดี่ยว แววตาปรากฏความมั่นคง และเกรี้ยวกราดในจิตใจ , ในเมื่อเขาคือผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของยอดยุทธ์ มีด้วยเหรอที่ตนเองจะยอมแพ้เพราะด้วยเรื่องแบบนี้ แม้มันจะเป็นความคิดเพ้อฝัน แต่สำหรับจางเซียนนั้นเขากลับพบว่ามันคือสิ่งที่จริง ยิ่งกว่าจริงซะอีก
แค่เวลา...เขาขอแค่เวลาเอานั้น!
ปัง!! กร็อบ
"อัก" จางเซียนเบิกตากว้างเมื่อก้าวขั้นที่ 3 นิ้วโป้งเท้าขวาก็หักผิดรูป แรงกดดันนี้แข็งแกร่งกว่าขั้นแรกถึง 4 เท่า เขาไม่อยากจะนึกเลยว่าขั้นที่ 10 มันจะรุนแรงเพียงใด
"อ้าก...ไอ้-สา-ระ-เลว เอ้ย!! "
ปัง! กร็อก~~
ข้อเท้าหัก! จางเซียนเริ่มเข้าใจว่าหากลงแรงเกินไป เขาคงจะต้องตายอย่างแน่นอน ฉะนั้นเขาจำเป็นต้องก้าวขาหลังให้ไวที่สุด ไม่งั้นแรงกดดันดังกล่าว คงขยี้เท้าข้างนี้จนเละแน่ๆ
///ไรท์///
ว๊ากกก!!! เค้าเขียนภาคที่ 1 เสร็จแล้วทุกคน
"ขอเสียงดังๆ หน่อยเร็ว..."
"เฮ้!! " เล่นไรของตรูวะเนี่ย -*-
ก็อย่างที่บอกไป แน่นอนหลังจากจบไปภาคแรกต้องเปิดขาย วะฮ่าๆ ๆ เขียนเพื่อเงินโดยเฉพาะ เสียใจด้วยครับ ผมไม่รู้เลยจะต้องขายตอนไหนดี ฮือๆ ๆ ๆ เพราะแต่ละคนสายฟรีกันทั้งนั้น อ่านเร็วปานสายฟ้า ผมละอยากจะเอาไม้ฟาดตูดทุกคนจริงๆ
แต่ชั่งเถอะ!!
หากใครใจดีเอ่านภาคแรกจบแล้ว อย่าลืมมาอุดหนุนด้วยนะ ตอนนี้คิดว่าจะทำ E-book อยู่ แต่หน้าปกไม่มี เอ้า! ซิบผายละสิ...ไม่ทำขายแน่นอน(มั้งนะ)